“คุณหนูเยว่ซินอีกเล่า ตามปกติแล้วคุณหนูจะต้องตื่นแต่เช้า มาช่วยทำความสะอาดมิใช่รึ”
“ฮึ! คงทนต่อความเสียใจไม่ไหวกระมัง จึงไม่อยากออกมาให้ผู้ใดได้เวทนา แต่ก่อนข้าเคยเอ็นดูที่นางมิรู้ชาติกำเนิดตนเอง แต่พอได้เห็นนางร้ายเพราะไม่อยากให้คุณชายตบแต่งกับสตรีอื่น ข้าก็ทนต่อความเกลียดชังไม่ไหว ไม่น่าเชื่อว่านางจะปกปิดธาตุแท้ของนางเอาไว้ได้นานถึงสิบกว่าปี” ภาพการตบตีทำร้ายคุณหนูสกุลซือหรือตอนนี้คือซือฮูหยินฉายชัดในสำนึกของอาเป่า นั่นคือเหตุผลที่ทำให้สาวใช้เช่นนางเลิกสงสารเยว่ซิน
บ่าวทุกคนในที่นั้นต่างมิมีผู้ใดเอ่ยค้าน นั่นเพราะในใจต่างคนก็ต่างความคิด แม้เกินครึ่งจะไม่อยากเชื่อก็ตาม บ่าวทั้งหมดทำงานตรงลานกว้างนั้นมากกว่าหนึ่งชั่วยาม (2 ชั่วโมง) ทุกอย่างจึงเรียบร้อย พอดีกับแม่นมว่าน แม่นมประจำตัวของจงฮูหยินเดินเข้าไปในห้องหอของคู่สมรสเมื่อคืน ร่องรอยการร่วมรักมีหลักฐานยืนยันออกมาชัดเจนคือหยดเืแห่งความบริสุทธิ์กระจายเป็วงกว้าง ซือหลิวเยี่ยนยังคงนั่งเหนียมอายอยู่ตรงหน้ากระจกเงาบานใหญ่ โดยมีเสิ่นซัวหยางยืนหันหลังและเหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่าง
^^ รอยยิ้มยินดีฉายชัดอยู่บนใบหน้าของหญิงสูงวัยอย่างแม่นมว่าน “ขอให้ครองรักกันไปจนแก่เฒ่า” นางอวยพรพร้อมกับรื้อผ้าปูผืนนั้นออกไปจากห้องหอ ซึ่งด้านนอกมีสาวใช้มากกว่าสามนางยืนรออยู่เพื่อเข้าไปทำความสะอาด
คล้อยหลังแม่นมว่าน สาวใช้คนสนิทอย่างอาลี่ รีบเดินเข้าไปกระซิบถ้อยคำข้างๆ หูของซือฮูหยินก่อนจะแสร้งยืนจัดทรงผมเ้านายของนางให้เข้าที่ รอยยิ้มของทั้งนายทั้งบ่าวคล้ายสมใจกับอะไรบางอย่าง แต่ถึงอย่างนั้นทางด้านซือหลิวเยี่ยนกลับลุกขึ้นจากที่นั่งและทำท่าเซอย่างสมจริง เพื่อให้สามีของนางสนใจและหันกลับมา
“อุ๊ย!”
อาลี่รีบเข้าไปประคอง “คุณหนู อ้ะ มิใช่สิเ้าคะต้องเรียกว่าซือฮูหยิน ระวังด้วยเ้าค่ะ”
เสิ่นซัวหยางมองกลับมายังฮูหยินของตน ‘มีอะไรบางอย่างแปลกไป แต่มันคืออะไร นั่นคือสิ่งที่เขายังไม่แน่ใจนัก’ เมื่อคืนนี้เขาเมามายเพราะร่ำสุราจนหนัก หนักเสียจนมองหน้าของซือหลิวเยี่ยนเป็ เยว่ซิน! แต่มันจะเป็ไปได้อย่างไรในเมื่อคู่แต่งงานของเขาคือสตรีที่ยืนขาอ่อนอยู่ตรงนี้ “มาเถอะ” เขาเดินเข้าหาซือหลิวเยี่ยนแล้วส่งมือไปให้นางได้จับ “ออกไปด้านนอก เ้าต้องไปยกน้ำชาให้ท่านพ่อและท่านแม่” แม้ไม่รักใคร่ ดีร้ายอย่างไรยามนี้นางก็ได้ชื่อว่าเป็ฮูหยินของเขาไปแล้ว ความรับผิดชอบย่อมต้องมีต่อนาง ถึงหัวใจจะเ็ปก็ไม่เป็ไร
“เ้าค่ะท่านพี่” ซือหลิวเยี่ยนยิ้มอายๆ นางจับแขนแกร่งนั้นไว้อย่างแ่เบา ก่อนจะเดินเคียงข้างกันออกไป
จวนสกุลเสิ่นในวันนี้แตกต่างจากงานมงคลเมื่อวันวาน นั่นคือมีความเงียบสงบเข้ามาแทนที่เสียงเพลง สาวใช้และบ่าวชายต่างพากันมองคู่สามีภรรยาที่เพิ่งเข้าหอไปด้วยกันเมื่อคืนอย่างชื่นชม ความเหมาะสมคือเื่ที่ต้องคิดถึงก่อนเป็อันดับแรก ดีเท่าใดที่วันนี้สกุลเสิ่นได้เกี่ยวดองกับสกุลซือ มิใช่เกี่ยวดองกับสตรีมิมีสกุล
เสิ่นซัวหยางจับมือของซือหลิวเยี่ยนก้าวข้ามประตูห้องโถงของเรือนใหญ่ ที่มีบิดาและมารดาของเขานั่งรออยู่ ตาคมมองไปจนทั่วห้องโล่งเพราะคิดไว้ว่าตนคงจะพบกับสตรีจอมมารยาผู้นั้น เย่วซิน...แต่กลับไม่เห็น “คาราวะท่านพ่อ ท่านแม่” ในคำทักทายนั้น เขาคิดว่ามันมีอะไรบางอย่างที่ผิดไปจากเดิม ‘แต่มันคืออะไร’ ร่างแกร่งลุกขึ้นไปนั่งและปล่อยให้ซือหลิวเยี่ยนคาราวะด้วยน้ำชา ซึ่งตัวเขามิได้มองภาพนั้นแต่กลับมองออกไปด้านนอก เสียงพูดคุยและหยอกเย้าของมารดากับสะใภ้ดังแว่วเข้ามาในหู จวบจนเขาเห็นพ่อบ้านชราวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางกระหืดกระหอบ อาการของพ่อบ้านเมื่อเห็นเขานั่งอยู่ตรงนี้ดูคล้ายอึกอัก นั่นยิ่งทำให้เขายิ่งสงสัยมากกว่าเดิม จึงเอ่ยถามออกไปว่า “มีสิ่งใด ใยจึงมิกล่าวเล่าพ่อบ้านจิน”
พ่อบ้านวัยชราเหลือบมองนายท่านเสิ่นสลับกับจงฮูหยินที่ยังสนทนากับสะใภ้ไม่หยุด ในคำถามนั้นคล้ายกับกำลังกดดันเขาอยู่กลายๆ หัวสมองพ่อบ้านคิดคำนวณผลได้ผลเสียในเื่นี้ ก่อนจะตัดสินใจพูด “คุณหนูเย่วซินและสาวใช้ออกจากจวนไปแล้วขอรับ”
“...” หัวใจของเสิ่นซัวหยางกระตุกวูบทันทีที่ได้ฟัง หมายความว่าอย่างไร? หรือเป็เพราะเขาแต่งงาน? หรือเป็เพราะเขาว่าร้ายนางก่อนหน้า ไหนนางบอกว่ารักเขาแต่ใยนางจึงละทิ้ง หรือเขาผิดที่มิได้ยกตำแหน่งฮูหยินให้นาง “ออก ไป ไหน” ท้ายน้ำเสียงเบาบางจนแทบจะไม่ได้ยิน
“ไม่ทราบขอรับ คนเฝ้าประตูบอกว่าพวกนางออกไปั้แ่ยามโฉว่”
‘นางไป หลังจากที่เขาเข้าหอกับซือหลิวเยี่ยนงั้นรึ?’ หรือที่นางตัดสินใจเช่นนั้นคงเป็เพราะนางไม่อาจจะทนอยู่เพื่อมองหน้าเขาได้ ซึ่งในความเป็จริงมันอาจจะดีแล้วที่สตรีร้ายกาจได้ย้ายออกไปจากจวน สตรีที่เคยอยู่เป็น้องสาวที่น่ารัก ดีแล้วจริงๆ ใช่หรือไม่ แต่เหตุใดหัวใจถึงได้ห่วงนางยิ่งนัก ดวงตาคมไหวระริกเมื่อความรู้สึกเชื่อในเื่ที่เย่วซิน ทำร้ายซือหลิวเยี่ยนนั้นมีเพียงน้อยนิดทั้งๆ ที่เห็นมันด้วยตา แต่เขาก็ยังอยากจะเข้าข้างนาง แล้วยามนี้หัวใจของเขากลับสั่นไหวเหมือนมันกำลังจะขาดเมื่อรู้ว่า เย่วซินของพี่ซัวหยาง นางหายไปที่ใดเสียแล้ว