"พ่อครับ..แม่ครับ..วันนี้่บ่ายผมจะไปร้านขายเครื่องกีฬานะครับ ผมจะไปซื้อสายรัดข้อมือกับสายรัดข้อเท้าถ่วงน้ำหนักครับ แล้วผมขอเงิน 200 หยวนด้วยนะครับ" จูหงเฟยบอกกับพ่อและแม่ของเขาขณะที่กินข้าวเช้าด้วยกัน
"อ๋อ..200 หยวนเหรอ..ได้สิ ว่าแต่ตอนนี้ลูกอยู่เลเวลไหนแล้ว" แม่ของจูหงเฟยถาม
"ผมเพิ่งเลื่อนขึ้นมาเป็เลเวล 8 ครับแม่ ถึงร่างกายของผมจะแข็งแรงดีแล้ว แต่ผมก็ยังต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอครับ"
"ผมคิดว่าผมไม่ควรที่จะละเลยการออกกำลังกายครับ ถ้าร่างกายแข็งแรงพลังปราณก็น่าจะแข็งแรงไปด้วยครับ" จูหงเฟยอธิบาย
"เอาเถอะ..ยังไงการออกกำลังกายก็ดีกับสุขภาพ น่าเสียดายที่พ่อกับแม่ใช้วิธีกำหนดลมหายใจแปลกๆนั่นไม่ได้ผล พ่อก็อยากจะลองเป็ซุปเปอร์ฮีโร่ดูเหมือนกัน" พ่อของจูหงเฟยพูดยิ้มๆ
"อีกประมาณ 4 เดือนก็จะครบกำหนด 2 ปีที่ลุงเฉินบอกเอาไว้ว่าไอ้เ้าประตูมิติลูกทรงกลมั์ทั้ง 7 ลูกนั่นมันจะเสถียร ตอนนั้นลุงเฉินก็คงจะตื่นขึ้นมา ผมจะลองถามลุงเฉินดูว่ามีการฝึกปราณยุทธ์ในแบบอื่นๆอีกรึเปล่าครับ ครอบครัวของเราจะได้ป้องกันตัวเองได้ถ้าพวกเผ่าพันธุ์อสูรมันบุกข้ามประตูมิติมาครับ" จูหงเฟยบอกกับพ่อและแม่ของเขาอย่างเป็งานเป็การ
หลังจากที่พ่อกับแม่ของจูหงเฟยพากันออกไปทำงานแล้ว จูหงเฟยก็ทำการนั่งสมาธิกำหนดลมหายใจเพื่อถีบส่งพลังปราณเข้าไปพัฒนาร่างกายต่อไปอย่างมุ่งมั่น
พอถึง่บ่ายจูหงเฟยก็ออกจากห้องในคอนโด แล้วขึ้นรถโดยสารประจำทางเพื่อไปที่ร้านขายอุปกรณ์กีฬาร้านที่จูหงเฟยเคยไปซื้อกระบองสองท่อน
ขณะที่จูหงเฟยลงจากรถโดยสารประจำทางและกำลังจะเดินไปที่ร้านขายอุปกรณ์กีฬาอยู่นั้น
ชายรูปร่างผอมเพรียวคนหนึ่งก็วิ่งอย่างรวดเร็วผ่านหน้าจูหงเฟยไปในระยะกระชั้นชิด
จากนั้นอีกสักครู่ประมาณ 10 วินาทีต่อมาจึงมีเสียงของผู้หญิงสูงอายุคนหนึ่งะโออกมาว่า "ช่วยด้วย.. !!!! ช่วยด้วย.. !!!! โจรมันกระชากสร้อยทองของฉัน มันวิ่งหนีไปทางนั้นแล้ว..ช่วยด้วย..!!!! "
ทั้งจูหงเฟยและผู้ชายคนอื่นๆในบริเวณนั้นต่างก็พากันหันหลังกลับแล้ววิ่งไล่ผู้ชายผอมเพรียวคนนั้นไปในทันที
ระยะห่างจากชายผอมเพรียวกับกลุ่มผู้ชายที่วิ่งไล่จับรวมถึงจูหงเฟยอยู่ห่างกันประมาณ 50 เมตร จูหงเฟยจึงวิ่งด้วยความเร็วเต็มที่จนเเซงหน้ากลุ่มนำโด่งไปเพียงคนเดียว
แต่การไล่จับโจรวิ่งราวมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น โจรผอมเพรียวมันมีพรรคพวกของมันที่สตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์รออยู่ที่ริมถนนด้วย และก่อนที่จูหงเฟยจะคว้าคอเสื้อด้านหลังของโจรวิ่งราวผอมเพรียวคนนั้นได้ทัน มันก็ะโขึ้นไปซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ แล้วพรรคพวกโจรของมันก็รีบบิดรถมอเตอร์ไซค์หนีออกถนนใหญ่ไปอย่างรวดเร็ว
"ฮื่ม..!!!! มาลองดูกันว่าชุปเปอร์ฮีโรจูหงเฟยจะจับไอ้โจรกระชากสร้อยทั้ง 2 ตัวนี้ได้รึเปล่า มาดูกัน ย๊าก...!!!!!" แล้วจูหงเฟยก็รวบรวมพลังของร่างกายทั้งในด้านความเร็วและด้านความอึด วิ่งตามรถมอเตอร์ไซค์ของพวกโจรไปอย่างไม่ลดละ
บนถนนใหญ่ในทางตรง จูหงเฟยไม่สามารถที่จะวิ่งตามรถมอเตอรไซค์ที่วิ่งด้วยความเร็วเต็มที่ของพวกโจรได้ แต่รถมอเตอร์ไซค์ก็มีจุดอ่อน คือรถมอเตอร์ไซค์ของพวกโจรไม่มีความคล่องตัวเท่ากับการวิ่งของจูหงเฟย
พวกโจรต้องคอยบังคับรถมอเตอร์ไซค์ให้เลี้ยวลัดเลาะแทรกไปตามช่องว่างแคบๆระหว่างรถยนต์ ส่วนจูหงเฟยนั้นเขาใช้วิธีง่ายๆ นั่นก็คือการะโข้ามรถยนต์คันเล็กๆที่ขวางทางอยู่มันไปเสียเลย ส่วนรถยนต์ที่คันใหญ่หน่อย จูหงเฟยก็วิ่งเหยียบขึ้นไปบนหลังคารถ บนฝากระโปรงรถ เหมือนกับลุง *แจ๊กกี้ ชาน* ในหนังวิ่งสู้ฟัด ยังดีที่จูหงเฟยนั้นยังเป็เด็กและมีน้ำหนักตัวที่ไม่มากนัก การวิ่งะโเหยียบไปบนหลังคาและฝากระโปรงรถจึงไม่เกิดความเสียหายใดๆขึ้นมา แต่พฤษติกรรมของจูหงเฟยก็ดูแปลกประหลาดมาก จนผู้คนทั้งในรถและที่เดินอยู่ทั้ง 2 ข้างทางต่างก็นำเอาโทรศัพย์มือถือออกมาถ่ายคลิปกันเป็การใหญ่
ส่วนพวกรถบรรทุกขนาดบิ๊กเบิ้ม จูหงเฟยก็ต้องวิ่งอ้อมไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ระยะห่างของจูหงเฟยกับพวกโจรนั้นก็ขยับใกล้กันเข้ามาเรื่อยๆแล้ว
หลังจากที่จูหงเฟยวิ่งไล่รถมอเตอร์ไซค์ของพวกโจรไปได้ประมาณเกือบ 2 กิโลเมตร เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังขึ้น มีทั้งรถยนต์ตำรวจและรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจเข้ามาร่วมในการไล่จับโจรทั้ง 2 คนนี้อยู่หลายคัน
"นี่เ้าหนูนักวิ่ง..ตอนนี้ตำรวจเข้ามาควบคุมเหตุการณ์แล้ว.. เธอหลบออกไปก่อน คนร้ายอาจจะมีอาวุธก็ได้ หลบออกไปก่อน.." เ้าหน้าที่ตำรวจพูดผ่านเครื่องขยายเสียงจากรถตำรวจมาที่จูหงเฟย
"เหอะ..เื่อะไรจะหลบ นี่เป็โอกาศเปิดตัวในการเป็ซุปเปอร์ฮีโร่ของเราแล้ว หลบก็บ้าแล้ว.." ว่าแล้วจูหงเฟยก็ยังคงวิ่งไป-ะโหยองๆแหยงๆไปอย่างไม่สนใจใคร..