ตอนที่20 เรียนด้วยกัน
เมื่อพี่รองปิดหน้าร้านเสร็จเรียบร้อยเขาไปอุ้มตัวน้องสาวต่อจากปู่เกอเพราะ้าเป็คนป้อนนมให้น้องเองโดยมีชายชราเข้าร่วมสังเกตการณ์อีกครั้งอย่างกระตือรือร้นพอชายชราเห็นการดื่มนมหมดแกลลอนขนาดสองลิตรในเวลาอันรวดเร็วโดยไม่มีความผิดปกติใดเกิดขึ้นกับทารกน้อยจึงเข้าใจโดยอัตโนมัติถึงความพิเศษของหลานสาว
“เหยี่ยนเอ๋อร์ดื่มนมเยอะจริงๆ แบบนี้อีกไม่นานก็คงจะมีพัฒนาการและเติบโตเร็วกว่าทารกคนอื่นเป็แน่”
ชายชราพึมพำวิเคราะห์สถานการณ์ของหลานสาวด้วยความมั่นใจโดยมีคำยืนยันก่อนหน้าจากสายตาคนนอกเมื่อครั้งพาหลานทุกคนไปเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้านเนื่องจากหลานสาวมีร่างกายอวบอ้วนมากกว่าทารกคนอื่นจนทำให้ผู้คนเข้าใจผิดคิดว่ามีอายุเกือบสองถึงสามเดือนเข้าไปแล้วนั่นเอง
“ถ้าน้องโตเร็วแล้วพูดกับพวกเราได้ก็ดีสิครับปู่ผมมีเื่อยากจะคุยกับน้องเพียบเลย”
ซูหนิงหลงยิ้มยินดีต่อการวิเคราะห์ของชายชราเพราะเขามีความตั้งใจอยากสื่อสารกับน้องสาวถึงเื่ชาติก่อนของเธอพอดีจึงไม่ประหลาดใจนักต่อความเก่งกาจเหนือคาดหมาย ทว่า้าให้ถึงวันนั้นโดยเร็วมากกว่า
ต่อจากนั้นชายชราและหลานชายทุกคนร่วมรับประทานอาหารเย็นพร้อมหน้ากันอีกครั้งอย่างมีความสุขโดยมีทารกน้อยนอนอยู่บนเตียงข้างกายระหว่างชายชราและพี่ชายคนรองเทพตัวน้อยนอนดูดนิ้วสบายใจเพราะอิ่มท้องไประดับหนึ่งพลางกลอกตาไปมาเหลียวมองผู้คนรอบตัวด้วยความสนใจ
หลังรับประทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยซูหนิงอันเป็ตัวแทนพี่น้องในการปรึกษาชายชราในฐานะผู้ปกครอง เนื่องด้วยมีข้อตกลงกับพี่น้องก่อนหน้าเกี่ยวกับการเรียนในโรงเรียนแห่งใหม่ซึ่งชายชราจะพาไปฝากให้เข้าเรียนกลางเทอมในวันพรุ่งนี้อย่างคาดหวังว่า
“ปู่เกอครับผมอยากขอร้องปู่ให้ช่วยพูดกับครูใหญ่ของทางโรงเรียนได้ไหมครับ”
พี่ใหญ่ยังไม่กล้าร้องขอชายชราทันทีแต่ถามหยั่งเชิงด้วยความเกรงใจแทนเขาเกริ่นนำเล็กน้อยเพราะอยากรู้ท่าทีชายชราก่อนบอกข้อความทั้งหมดออกไป
ปัง !
“บ๊ะ! เสี่ยวอัน!มีอะไรก็บอกปู่ออกมาตรง ๆ ปู่ไม่ชอบให้อ้อมค้อมแบบนี้นะ”
ชายชราตบโต๊ะรับประทานอาหารดังลั่นพลางบอกถึงนิสัยตนให้หลานชายคนใหม่รับรู้เขาไม่ชื่นชอบการอมพะนำไม่กล้าพูดออกมาโดยตรงทว่า้าให้หลานชายละความเกรงใจต่อกันแล้วกล่าวถึงเหตุและผลให้ชัดเจนมากกว่า
“พี่ใหญ่กลัวว่าปู่จะไม่เห็นด้วยพอดีพวกเราคุยกันว่าอยากเรียนในชั้นเดียวกันครับเวลาเรียนไม่ทันหรือมีเหตุจำเป็ทางบ้าน ก็จะสับเปลี่ยนและช่วยเหลือกันได้ยิ่งถ้าเสี่ยวหวงไปออดิชันแล้วได้รับคัดเลือกขึ้นมาอย่างน้อยก็มีคนช่วยทำการบ้านหรือจดเลกเชอร์จากครูไว้ให้ครับ”
ซูหนิงหลงรีบพูดถึงแผนการของพวกตนให้ปู่เกอรับฟังทันทีเขาไม่อยากให้ชายชราพาลโมโหจนกระทบต่อความใฝ่ฝันของพี่น้องร่วมกลุ่มพลางคิดว่าการร่วมเรียนในชั้นเดียวกันทั้งสามคนอาจช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ดีกว่าแยกเรียนคนละชั้นตามอายุประการสำคัญเขามั่นใจว่าหากต้องทดสอบวัดความรู้ก่อนเข้าเรียน ทุกคนจะต้องสอบผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำแน่นอน
ชายชราชะงักครู่หนึ่งเมื่อได้ยินแผนการจากหลานชายคนรองขณะหลานชายอีกสองคนต่างยิ้มเก้อเขินเพราะกังวลว่าตนจะปฏิเสธความ้าเขาครุ่นคิดครู่หนึ่งอย่างพิจารณาเนื่องจากไม่้าให้เกิดข้อผิดพลาดกับหลานชายทั้งหมดทั้งยังไม่กล้าไปร้องขอครูใหญ่ให้ทำการเปลี่ยนแปลงชั้นเรียนใหม่หากพบว่าเรียนไปสักพักแล้วมีปัญหาในภายหลัง
ระหว่างชายชรานั่งเคาะนิ้วบนโต๊ะด้วยท่าทางใช้ความคิดอยู่นั้นพี่ใหญ่และน้องเล็กพากันรีบยกภาชนะไปล้างทำความสะอาดทันที มีเพียงน้องรองอุ้มน้องสาวมานั่งรอฟังผลการตัดสินใจของผู้ปกครองด้วยใจจดจ่อ
ไปเรียนเหรอ?! ให้ข้าไปด้วยซิ่ข้าอยากรู้ว่าภพโลกเรียนเื่อะไรกัน แล้วจะได้เห็นเด็ก ๆ คนอื่นบ้างอย่าให้ข้าต้องทนอยู่แต่ในบ้านเลยนะ ข้าไม่ชอบอยู่กับที่นาน ๆ ตาแก่ซู...รีบอนุญาตให้พี่ชายข้าไปเรียนชั้นเดียวกันสิบางทีพวกเขาอาจพาข้าไปเรียนด้วย
เทพตัวน้อยได้ยินเื่ราวของบรรดาพี่ชายนางลืมตาตื่นพร้อมดิ้นดุกดิกแสดงท่าทีกระตือรือร้นให้พี่ชายคนรองััได้ทันทีพลางอยากบอกความ้าให้เขารู้แล้วให้ช่วยเจรจากับชายชราด้วยรู้ดีว่าตนไม่สามารถเดินทางไปที่อื่นได้ตามลำพัง ทว่าจำเป็ต้องมีคนอุ้มพาไปยังสถานที่ต่างๆ ฉะนั้นจึงหวังให้พี่ชายเข้าใจแล้วร้องขอชายชราแทนตนด้วย
“อยากออกไปเที่ยวเล่นด้วยเหรอรอก่อนนะ ให้ปู่เกอตัดสินใจเื่พวกพี่ก่อน”
ซูหนิงหลงััได้ถึงการดิ้นแสดงความสนใจหัวข้อสนทนาดังกล่าวเขาจึงคาดเดาว่าน้องสาวผู้เก่งกาจอาจอยากไปเห็นโลกภายนอกบ้างจึงลองถามดูด้วยความสนใจพอเห็นน้องฉีกยิ้มโชว์เหงือกแดงจึงพยักหน้าเข้าใจในทันทีทว่าเขายังไม่สามารถรับปากน้องได้เนื่องจากต้องรอการตัดสินใจของชายชราก่อน
ครู่หนึ่งชายชราซูเกอถอนหายใจยาวคล้ายตัดสินใจบางอย่างได้ทั้งเหลือบเห็นหลานชายสองคนกลับจากการทำความสะอาดภาชนะพอดี แล้วพากันมานั่งรอฟังคำตอบอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะรับประทานอาหารตัวเดิมจึงพยักหน้าแล้วพูดออกมาว่า
“ปู่คิดถึงข้อดีกับข้อเสียมากพอแล้วปู่เข้าใจนะว่าทำไมพวกเราถึงได้คิดแบบนั้น เสี่ยวอันยอมลดชั้นเรียนลงไปอยู่ชั้นเดียวกับน้องส่วนเสี่ยวหวงต้องขยันมากขึ้นเพราะเรียนข้ามชั้นไปปีหนึ่งมีแค่เสี่ยวหลงที่พอแบ่งร่างช่วยน้องได้ ตกลง!ปู่จะลองคุยกับครูใหญ่ดู ถ้าโรงเรียนตงหยิงไม่เคร่งระเบียบมากนักอาจได้เรียนในชั้นเดียวกันทั้งหมดนี่แหละ”
สุดท้ายชายชราตัดสินใจเชื่อสัญชาตญาณตัวเองด้วยคิดว่าการให้หลานชายทั้งสามคนเรียนอยู่ชั้นเดียวกันย่อมเกิดผลดีมากกว่าผลเสียประการสำคัญเขาอาจมีคนช่วยเลี้ยงดูทารกตัวน้อยไปด้วยเพราะไม่้าจ้างพี่เลี้ยงซึ่งอาจล่วงรู้ความลับสำคัญของหลานสาวจนกลายเป็เื่ใหญ่บานปลายได้โดยเฉพาะเื่กินจุซึ่งผิดปกติจากทารกอื่นเป็อย่างมาก
“ขอบคุณครับปู่เกอ!”สามพี่น้องรีบก้มศีรษะขอบคุณชายชราทันที
“แอ้ ๆ ๆ ๆ ๆ”
ซูเทียนเหยี่ยนไม่ยอมถูกละเลยนางรีบเปล่งเสียงเรียกความสนใจจากทุกคนทันทีเพราะอยากไปโรงเรียนกับพี่ชายทั้งสามคนด้วย
“เป็อะไรล่ะนั่นเหยี่ยนเอ๋อร์”
ชายชราผินหน้ามองหลานสาวในอ้อมกอดของหลานชายคนกลางด้วยความสงสัยใคร่รู้เขาััได้ชัดเจนว่าหลานสาวตัวน้อยอยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมของผู้ใหญ่ทั้งหมดแตกต่างจากทารกคนอื่นเมื่อดื่มนมเสร็จแล้วจะต้องนอนพักผ่อนยาวจนกว่าจะหิวอีกรอบถึงจะตื่นขึ้นมาดื่มนม หรือบางทีอาจถูกขัดจังหวะนอนหลับด้วยการปวดอุจจาระหรือปัสสาวะแทน
อย่างไรก็ตามหลานสาวตัวน้อยผู้แปลกประหลาดนอกจากกินจุผิดวิสัยแล้ว ยังตื่นตัวบ่อยครั้งแล้วมีท่าทางสนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวจนคล้ายอยากเรียนรู้หรือใส่ใจต่อทุกเื่ซึ่งการไปเรียนของหลานชายทั้งสามคนอาจทำให้ทารกน้อยสนใจก็เป็ไปได้
ซูหนิงหลงเขย่าตัวน้องสาวในอ้อมกอดคล้ายกำลังปลอบใจในทีแล้วยิ้มเก้อเขินให้ชายชรา พลางบอกความ้าน้องสาวเพราะเคยคาดเดาไว้แล้วว่า
“เหยี่ยนเอ๋อร์คงอยากออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกมังครับน้องไม่ชอบนอนเหมือนทารกอื่น”
“หรือว่าเหยี่ยนเอ๋อร์อยากไปโรงเรียนกับพวกเรา”
ซูหนิงหวงตาโตคาดเดาบางอย่างได้เขารีบถามน้องสาวตัวน้อยด้วยความอยากรู้ทันที
“ไม่ได้ ๆจะไปอยู่โรงเรียนกับพวกพี่ได้ไง คนอยู่รวมกันตั้งหลายคน มันจะมีแต่เชื้อโรคนั่นซีเดี๋ยวน้องก็ป่วยเอาได้หรอก”
ซูหนิงอันโบกมือปฏิเสธไม่เห็นด้วยต่อการคาดเดาอันพึลึกของน้องเล็กทั้งยังบอกถึงเหตุผลอันสมควรเนื่องจากไม่้าให้น้องสาวไปอยู่ในสถานที่ผู้คนแออัดเพราะอาจได้รับเชื้อโรคจนป่วยหนักเนื่องจากน้องเพิ่งคลอดได้ไม่กี่วันซึ่งสภาพร่างกายยังไม่แข็งแรงแน่นอน
“อุแว้ ๆ ๆ ๆ ๆ”
เ้าพี่ใหญ่! ทำไมเ้าต้องมาห้ามข้าด้วยข้าอยากไปโรงเรียน ได้ยินไหมว่าข้าอยากไป.....ข้าอยากไป!!!
เทพตัวน้อยโมโหต่อการห้ามปรามของพี่ใหญ่ นางไม่รู้จะทำยังไงเพราะระดับความแข็งแกร่งเพิ่งฟื้นฟูขึ้นมาได้เพียงสองในพันส่วนฉะนั้นระดับความแข็งแกร่งเท่านี้เทียบเคียงได้กับเด็กอายุเพียงห้าถึงหกเดือนเท่านั้นซึ่งไม่เพียงพอในการต่อกรกับพี่ใหญ่ผู้มีรูปร่างกำยำใหญ่โตได้
“โอ๋ ๆ ไม่ร้อง ๆ เหยี่ยนเอ๋อร์ ถ้าพรุ่งนี้ยังสบายดี ไม่ป่วยไม่ไข้แบบวันนี้ ปู่จะพาเราไปดูโรงเรียนด้วย จะได้พาพวกพี่ ๆไปสมัครเรียนยังไงเล่า อย่าร้องไห้ดังนักเลย เงียบซะ เงียบนะเด็กดี”
ชายชรารีบยื่นมือเข้ามาอุ้มปลอบใจหลานสาวตัวน้อยต่อจากหลานชายทันทีเนื่องจากสังเกตเห็นชัดเจนว่าเ้าก้อนแป้งพยายามดิ้นหนีอ้อมกอดจากหลานชายคนรองจึงเข้าใจได้ว่าคงอยากให้ตนเป็คนอุ้มเขารีบพูดเอาใจโดยไม่ได้รู้เท่าทันความคิดอันซับซ้อนเกินวัยของทารกแรกเกิดแต่คาดเดาจากหลายสถานการณ์แล้วสรุปได้ว่า หลานสาวชื่นชอบการเดินทางและพบปะผู้คนมากกว่าจะนอนหลับพักผ่อนให้ร่างกายเติบโตเหมือนทารกคนอื่น
ค่อยยังชั่ว.....ตาแก่นี่ก็รู้จักความ้าของข้าด้วยแฮะก็ดีที่จะพาข้าไปโรงเรียนด้วย ถ้ามันวุ่นวายนัก ข้าก็จะยอมอยู่แต่บ้านไปก่อนแต่ถ้าไม่.....ข้าจะหาทางไปโรงเรียนกับพวกพี่ชายให้ได้...คอยดูสิ!
“..........”
ซูหนิงหลงกลั้นหัวเราะทันใดเพราะเหลือบเห็นการหยุดร้องไห้ฉับพลันของทารกแล้วน้องน้อยยังหรี่ตาจ้องมองชายชราดังคนเจนโลกจึงรับรู้ทันทีว่าน้องสาว้าหาทางไปโรงเรียนกับพวกตนด้วยทว่าเขายังไม่คิดบอกความ้าของน้องสาวให้พี่น้องรับรู้เพราะยังมีเวลาพูดคุยกันอีกมาก
ซูเทียนเหยี่ยนตวัดสายตามองผ่านพี่ชายคนรองอย่างไม่พอใจนางรู้สึกได้ว่าพี่ชายคนนี้รู้เท่าทันตนเกินไปโดยคิดว่าเขาจะต้องเข้าใจถึงความ้าไปโรงเรียนด้วยแน่เพียงแต่เขายังไม่พูดออกมาเท่านั้นจึงหลับตานอนเม้มริมฝีปากแน่นแสดงความไม่พอใจออกมาโดยตรง
“ฮ่า ๆ ดูนั่นสิเหยี่ยนเอ๋อร์งอนก็เป็ด้วย สงสัยจะอยากไปโรงเรียนกับพวกเราแน่เลย”
ซูหนิงหวงจับตามองพฤติกรรมประหลาดของน้องสาวตัวน้อยตลอดเวลาพอเห็นการแสดงท่าทีคล้ายผู้ใหญ่จึงคาดเดาได้ไม่ยากนักเขาไม่เป็กังวลหากจะต้องพาน้องไปร่วมเรียนด้วย แต่ในทางกลับกันก็เห็นด้วยกับความห่วงใยของพี่ใหญ่เพราะน้องยังเป็เด็กเล็กอ่อนแอซึ่งอาจติดเชื้อจากเด็กนักเรียนทั้งหลายอย่างไม่ตั้งใจได้
ประการสำคัญหากทารกแรกเกิดเจ็บป่วยแล้วการดูแลรักษาจะยิ่งยากกว่าผู้ใหญ่เพราะยังมีปัญหาเื่การสื่อสารระหว่างกันอยู่ ซึ่งต้องอาศัยการรักษาจากกุมารแพทย์หรือทักษะอันเก่งกาจของชายชราซูเกอ
เวลานี้ทุกสายตาต่างจับจ้องมายังตำแหน่งนอนของทารกตัวน้อยด้วยความสนใจหลังจากชายชราเห็นว่าหลานสาวหยุดร้องไห้จึงอุ้มพาไปนอนบนเตียงเหมือนเดิม ทว่าทุกคนมองเห็นเพียงทารกนอนหลับตาปิดปากแน่นเท่านั้นจึงละความสนใจไปก่อน
ชายชราโบกมือไล่หลานชายทุกคนไปนอนพักผ่อนพลางถามความสมัครหลานชายด้วยท่าทางอิดโรยเล็กน้อยว่า
“ไว้ไปดูโรงเรียนก่อนแล้วกันค่อยตัดสินใจอีกที เอาละ.....พากันไปพักผ่อนซะเถอะวันนี้จะให้เหยี่ยนเอ๋อร์นอนกับปู่ไหม”
ซูหนิงหลงััได้ว่าชายชราอ่อนเพลียจากการเดินทางไปมาหลายที่แล้วยังต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจสอนสั่งความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรให้แก่ตนอีกด้วย จึงอาสาดูแลน้องสาวในคืนนี้เองเพราะห้องนอนเดิมของซูหวางมีเบาะนอนสองหลังซึ่งสามารถให้น้องนอนอยู่ข้างกายได้ว่า
“คืนนี้ให้ผมดูแลน้องดีกว่าครับปู่เกอจะได้นอนพักผ่อนเต็มที่ ไว้คืนพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”