บทที่ 17 พวกคุณอย่าดูถูกเธอเชียวนะ
หลินเยี่ยนพูดขณะที่กำลังติดพลาสเตอร์ปิดแผลที่คอของเธอ “เพื่อนร่วมชั้นของซีซี ที่ชื่อเถียนซือซือน่ะค่ะ อยู่ ๆ ก็อยากจะมาซื้อบ้านที่ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ แต่ว่าวันนี้เราเพิ่งขึ้นราคา แม่ของเธอเลยมาด่าว่าพวกเราจงใจโก่งราคาพวกเธอ จะไปแจ้งตำรวจให้มาปิดสำนักงานขายของเรา และจะไปหาสื่อมาแฉพวกเรา...พี่หลี่โกรธมากเลยสวนกลับไปคำหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นลงมือลงไม้กับพี่หลี่ ฉันเข้าไปห้ามเลยโดนเล็บยาวๆ ของเธอข่วนเอา”
“ขึ้นราคาอีกแล้วเหรอ? ถ้าซื้อไม่ไหวก็ไม่ต้องซื้อสิ ทำไมต้องลงไม้ลงมือกันด้วย” เฉินเยว่อิงเห็นว่าหลินเยี่ยนติดพลาสเตอร์เบี้ยวก็ช่วยติดให้ใหม่
“ใช่ค่ะ ไม่ซื้อก็ไม่ต้องซื้อสิ พวกเธอยังมาบอกว่าจะซื้อทีเดียวสิบชุด พอได้ยินว่าเราขึ้นราคาก็เริ่มด่าใหญ่เลย คนที่ชื่อเถียนซือซือยังระบุว่าอยากจะได้บ้านชั้นบนของพวกคุณด้วยนะ!”
เฉินเยว่อิงและหลิ่วซิ่งฟางได้ยินแบบนั้น สีหน้าของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไปทันที
“ไม่ได้ บ้านชั้นบนของพวกเราขายให้พวกเธอไม่ได้” เฉินเยว่อิงเกือบจะร้องออกมาด้วยความใ
เมื่อคืนลูกสาวของเธอเพิ่งจะฝันร้าย เธอจะปล่อยให้คนที่ชื่อเถียนซือซือมาอยู่ชั้นบนได้ยังไง นั่นมันไม่เรียกว่าแกล้งกันเหรอ?
“ใช่ ขายให้พวกเธอไม่ได้ บ้านชั้นบนของพวกเราสองบ้านยังขายไม่ออกไม่ใช่เหรอ? พวกเราซื้อเอง” หลิ่วซิ่งฟางก็อุทานออกมาด้วยความใ
เดิมทีเธอไม่ได้งมงายอะไร แต่ว่าเมื่อคืนซีซีเพิ่งจะฝันร้ายว่าเถียนซือซือย้ายมาอยู่ชั้นบน วันนี้ครอบครัวของเถียนซือซือก็จะมาซื้อบ้านชั้นบน มันน่ากลัวเกินไปแล้ว
“พวกคุณ...พวกคุณอยากจะซื้อเหรอ?” หลินเยี่ยนใจนทำอะไรไม่ถูก
“ใช่ ก่อนหน้านี้พวกเราช่วยซีซีกับจิ่นเฉิงซื้อบ้านชั้นล่างของตึกข้าง ๆ ใช่ไหม? บ้านหลังนั้นเรายังไม่ได้เริ่มตกแต่งเลย รบกวนคุณช่วยสลับบ้านให้พวกเราหน่อยนะ ขอสลับมาอยู่ที่ชั้นล่างของบ้านพวกเรา พวกเรา้าซื้อบ้านทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ต้องไม่ให้ครอบครัวนั้นมาอยู่ทั้งชั้นบนและชั้นล่างของบ้านเราเด็ดขาด”
หลินเยี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นว่า “งั้นฉันซื้อบ้านที่ตึกเดียวกับพวกคุณด้วยดีไหม? เมื่อวานฉันเพิ่งยื่นเื่ขอสวัสดิการซื้อบ้านสำหรับพนักงานไปเอง”
“เยี่ยมไปเลย มีเพื่อนบ้านที่ดีก็สำคัญเหมือนกัน” เฉินเยว่อิงพยักหน้าอย่างยินดี
“งั้นฉันกลับก่อนนะคะ ขอกลับไปดูว่าจะจัดการเื่นี้ยังไง ครอบครัวนั้นจะยังซื้อบ้านอยู่ไหม วันนี้บ้านของเราราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 8,800 หยวนต่อตารางเมตรเชียวนะ!”
พอพูดจบ หลินเยี่ยนก็รีบกลับไปที่สำนักงานขาย
ส่วนเฉินเยว่อิงกับหลิ่วซิ่งฟางได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ “ราคาขึ้นเร็วขนาดนี้เลยเหรอ 8,800 หยวนต่อตารางเมตรแล้ว พวกเราจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อบ้านทั้งชั้นบนและชั้นล่างล่ะเนี่ย”
หลิ่วซิ่งฟางกระแอมเบา ๆ “หรือว่า...ลองขอให้พวกเขาลดราคาให้หน่อยดีไหม? เมื่อวานซีซีบอกว่าเ้าของโครงการ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ ยังขายร้านค้าให้พวกเราในราคาเดิมไม่ใช่เหรอ?”
“รอให้ซีซีกับจิ่นเฉิงกลับมาค่อยปรึกษากันดีกว่า”
เวลาผ่านไปประมาณยี่สิบนาที ฟ่านซีซีกับฟ่านจิ่นเฉิงก็กลับมาถึงบ้าน
เมื่อรู้ว่าครอบครัวของเถียนซือซือ้าซื้อบ้านชั้นบน ฟ่านจิ่นเฉิงก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ดวงตาฉายแววเย็นเยียบ เขาพูดกับแม่ว่า “แม่ ผมขอตัวออกไปข้างนอกก่อนนะครับ”
หลิ่วซิ่งฟางเรียกเขาไว้ “ลูกจะออกไปกู้เงินใช่ไหม? ไม่ได้นะ เดี๋ยวแม่ไปขอยืมจากน้าชายลูกเอง ตอนนี้เขารื้อบ้านไปแล้ว น่าจะมีเงินก้อนอยู่”
ฟ่านซีซีได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ตึกนี้มีสิบสองห้อง เราซื้อทั้งหมดไม่ไหวหรอก เอาแบบนี้ดีกว่า บ่ายนี้ฉันจะชวนเพื่อนสนิทมาดู ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ กัน”
เฉินเยว่อิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเตือน “ตอนนี้ราคาบ้านขึ้นไป 8,800 หยวนแล้วนะ”
“ไม่เป็ไร ยิ่งแพงยิ่งดี พี่จิ่นเฉิง ฉันหิวแล้ว”
เดิมทีฟ่านจิ่นเฉิงตั้งใจจะออกไป แต่พอเห็นใบหน้าซีดเซียวไร้เรี่ยวแรงของ ฟ่านซีซี เขาก็พยักหน้า
“เรากลับบ้านกันก่อนเถอะ”
“พี่กลับไปก่อนเลย ฉันจะไปหาพี่หลินเยี่ยนสักหน่อย”
ฟ่านจิ่นเฉิงทำอะไรไม่ได้ แต่ก็ให้เวลาเธออย่างอิสระ แล้วกลับบ้านไปก่อน
ฟ่านซีซีไม่ได้ตรงไปที่สำนักงานขาย แต่ให้แม่ของเธอโทรหาหลินเยี่ยนออกมาถามอะไรบางอย่าง เมื่อรู้ว่าตอนนี้เ้าของ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ กำลังตรวจงานอยู่ที่ ‘ฝูจิ่งหยวน’ ฝั่งตรงข้าม เธอจึงอุ้มกระถางต้นไม้จากร้านค้าตรงไปหาเขา
……
เวลาบ่ายสองโมง หลังจากฟ่านซีซีไปโรงเรียนแล้ว ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็มาที่ร้านอีเหริน พร้อมกับหลินเยี่ยน
เมื่อเห็นฟ่านจื้อซิงและเฉินเยว่อิง ชายวัยกลางคนก็ยิ้มและพูดว่า “พี่ชายกับพี่สะใภ้ ผมคือเ้าของ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ ชื่อจ้าวเซิง พวกคุณเลี้ยงลูกสาวได้เก่งจริง ๆ! นี่คือสัญญาที่ผมเซ็นกับหนูซีซี ลองดูนะครับ”
ฟ่านจื้อซิงรู้สึกงงและประหม่าเล็กน้อย “เด็กคนนั้นเซ็นสัญญาอะไรกับคุณเหรอ? เธอไม่ได้บอกพวกเราเลย!”
ชายวัยกลางคนหัวเราะลั่นแล้วอธิบายว่า “เด็กคนนั้นฉลาดเป็กรดเลยล่ะครับ สัญญาที่ผมเซ็นกับเธอนั้น เธอจะเป็คนจัดหาต้นไม้ทั้งหมดสำหรับโครงการห้าโครงการใกล้ ๆ นี้ให้ผม แล้วยังดูแลให้ฟรีหนึ่งปี ผลไม้ที่บ้านของคุณขายก็จะแบ่งส่วนที่สดใหม่ที่สุดไว้ให้ผมทุกวัน จนกว่าร้านของคุณจะเลิกกิจการ เพื่อเป็การหักล้างค่าใช้จ่ายของร้านทั้งหมดที่เธอเลือกไว้ รวมถึงค่าห้องสองห้องชั้นบนและหนึ่งห้องชั้นล่างของบ้านคุณด้วย ลองดูนะครับว่ามีปัญหาอะไรไหม”
“เอ่อ...แบบนี้ก็ได้เหรอ? คุณไม่ขาดทุนแย่เหรอ” ฟ่านจื้อซิงพูดอย่างซื่อ ๆ
เฉินเยว่อิงก็พูดว่า “ใช่ค่ะ คุณจ้าว ซีซียังเด็ก เธออาจจะคิดไม่รอบคอบ”
แต่จ้าวเซิงกลับส่ายหัว “ไม่หรอกครับ เด็กคนนั้นคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว อย่าดูถูกเธอเชียว แถมต้นไม้ก็ไม่ได้ถูก ๆ นะครับ”
หลินเยี่ยนมองหน้าเ้านายของตัวเอง แล้วแสดงจำนวนเงินที่เธอคำนวณไว้ให้เฉินเยว่อิงและสามีดู
“ต้นไม้ของโครงการห้าแห่ง ถ้าคิดตามมาตรฐานของเ้านายฉัน ราคารวมแล้วสูงถึงสองแสนกว่าหยวน ค่าดูแลรักษาก็ไม่น้อย แล้วซีซียังรับปากกับเ้านายฉันว่าจะทำให้ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ เป็ย่านที่อยู่อาศัยของเด็กเรียนเก่ง นักเรียนที่เธอชวนให้มาอยู่ที่นี่สอบเข้ามหาลัยได้แปดสิบเปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นแค่แปะป้ายโฆษณา ลงข่าวหนังสือพิมพ์ ออกโทรทัศน์ โปรโมตเข้าไป มูลค่าของ ‘ไจ้สุ่ยอีฟาง’ ก็จะสูงขึ้น โครงการอื่น ๆ ก็จะขายดีขึ้นตามไปด้วย...”
“นี่...เด็กคนนั้นจะชวนเพื่อน ๆ มาซื้อจริง ๆ เหรอ?” หลิ่วซิ่งฟางอุทานอย่างใ
ซีซีช่างกล้าหาญจริง ๆ เธอคิดว่าที่เด็กคนนี้พูดไปก่อนหน้านี้เป็แค่การพูดเล่น ๆ
เฉินเยว่ยิงรู้สึกเหมือนไม่จริง “ทำแบบนี้ได้เหรอ?”
หมายความว่า พวกเขาจะได้บ้านสามหลังและร้านค้าอีกหลายคูหาไปฟรี ๆ โดยไม่ต้องจ่ายเงินเลยอย่างนั้นเหรอ?
มันช่างดีเกินไปแล้ว เหมือนฝันเลย!
“ตอนที่หนูน้อยซีซีมาคุยเื่ข้อเสนอพิเศษ ผมเห็นแววตาที่มุ่งมั่นและความมั่นใจในตัวเองของเธอ ผมเลยคิดว่าผมเชื่อใจเธอได้ หากคุณไม่ขัดข้องกับสัญญา สามารถลงนามในฐานะผู้ปกครองได้เลยครับ”
“คุณจ้าวคะ ไม่ทราบว่าจะฝากสัญญาไว้ที่นี่ก่อนได้ไหม รอซีซีกับจิ่นเฉิงเลิกเรียนกลับมาค่อยเซ็น แล้วเราค่อยเอาไปให้คุณ” เฉินเยว่ยิงรู้สึกว่าสัญญานี้ควรให้จิ่นเฉิงกลับมาดูก่อนจะดีกว่า