ตอนที่ 7 ชุดของขวัญสำหรับมือใหม่ ระบบช่วยมอบพลังให้ข้าที
เมื่อได้ทราบข่าวคราวเกี่ยวกับซูชิงเกอแล้ว กู้ฉางเกอก็เงียบจมอยู่ในความคิด
“คุณชาย ข้าน้อยมีสิ่งหนึ่งที่ยังค้างคาใจมิกระจ่าง”
ผู้าุโิเผยสีหน้าเจือแววสงสัยออกมา
ตามอุปนิสัยของกู้ฉางเกอแล้ว
เื่ที่คุณชายกู้ดำเนินการทุกครั้งล้วนมีเหตุมีผล มิเคยทำสิ่งใดโดยไร้ความชัดเจนเลยสักครั้ง
ทว่าครั้งนี้เขากลับมิอาจเข้าใจได้เลยว่า เหตุใดคุณชายจึงให้เขาไปกดข่มพลังรอบกายของเย่เฉินในวันนี้
การที่ผู้าุโิถามเช่นนี้ก็ถือว่าเป็เื่ปกติเป็อย่างยิ่ง
สำหรับกู้ฉางเกอซึ่งเป็ผู้ข้ามมิติ และได้หลอมรวมความทรงจำของร่างเดิมไว้นั้น เขาได้เตรียมคำตอบไว้ล่วงหน้าแล้ว
สายตาของเขายังคงนิ่งสงบ พลางกล่าวอย่างไม่รีบร้อนว่า “เย่เฉินเป็ผู้มีวาสนาอันยิ่งใหญ่ ข้าจึงสามารถอาศัยเขาเป็ช่องทางเพื่อแสวงหาโอกาสให้กับตัวข้าเองได้”
คำพูดนี้ แท้จริงแล้วก็ถือว่ากล่าวได้ไม่ผิดนัก
ถึงอย่างไร เขาก็ยังคงต้องเก็บเกี่ยวค่าวาสนาจากตัวเย่เฉิน
ยิ่งไปกว่านั้น โชควาสนาที่ติดมากับตัวผู้ครองชะตาฟ้าลิขิตย่อมต้องมีอยู่มากมายอย่างแน่นอน
การแย่งชิงโชควาสนาของเขา นี่มิใช่สิ่งที่ข้าพึงกระทำหรอกหรือ
กู้ฉางเกอคิดเช่นนี้ พลางส่ายศีรษะเล็กน้อย
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้เอง” ผู้าุโิพยักหน้าอย่างเข้าใจ
คุณชายนั้นได้รับการขนานนามจากตระกูลมาั้แ่เล็กว่า เป็ผู้มีพร์เลิศล้ำดุจเทพประทานพรมาั้แ่เยาว์วัย
หลายสิ่งหลายอย่างที่คุณชายมองเห็นนั้นล้วนกว้างไกลและแจ่มชัดยิ่งกว่าคนรุ่นก่อนทั้งหลาย
เขาจึงมิเคลือบแคลงสงสัยในคำพูดเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย
ถึงอย่างไรการที่คุณชายลงมาสู่แดนล่างนี้ แม้ในนามจะลงมาเพื่อการฝึกฝน แต่แท้จริงแล้วกลับออกเดินทางมาเพื่อค้นหาโชควาสนา
“ท่านจงไปคอยจับตาดูทุกการเคลื่อนไหวของเย่เฉินในคุกอย่างใกล้ชิด แต่ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น ก็อย่าได้ลงมือเข้าไปแทรกแซงเด็ดขาด” กู้ฉางเกอนึกถึงบางสิ่งขึ้น จึงได้สั่งการเพิ่มเติม
เขาได้เข้าใจถึงวิธีการลดทอนค่าวาสนาของเย่เฉินอย่างถ่องแท้แล้ว
การโจมตีเย่เฉินนั้นก็ถือเป็วิธีการหนึ่ง
แต่การแย่งชิงโชควาสนาของเขามาให้ได้ก็เป็อีกหนทางหนึ่งเช่นเดียวกัน
เื่บางเื่อย่างเช่นความสัมพันธ์นั้น ต่อให้เป็ชะตาฟ้าลิขิต ก็คงไม่อาจช่วยเหลือได้ตามใจเสมอไป
เหมือนอย่างเช่นตอนนี้ ระหว่างซูชิงเกอผู้เป็นางเอกกับเย่เฉินก็เกิดรอยร้าวขึ้นในความสัมพันธ์มากมายทีเดียว
“ขอรับคุณชาย”
ผู้าุโิรับคำ ก่อนร่างของเขาจะค่อยๆ เลือนหายไปในห้วงมิติ
การใช้ซูชิงเกอเพื่อลดทอนค่าวาสนาของเย่เฉิน นับว่าเป็วิธีการที่ดีเลยทีเดียว
เมื่อย้อนคิดถึงเหตุการณ์ในมหาวิหารนั้น เพียงแค่ใช้ซูชิงเกอเป็เครื่องมือเล็กน้อย ก็สามารถทำลายสภาวะจิตใจของเย่เฉินได้
เห็นได้ชัดว่า การทำลายความสัมพันธ์ระหว่างผู้ครองชะตาฟ้าลิขิตกับนางเอกนั้นเป็แนวทางที่ได้ผลมิน้อย
นอกจากนี้ เมื่อตนควบคุมจุดอ่อนของซูชิงเกอได้แล้ว ก็ยังสามารถวางแผนลงมือกับนางได้
“อีกทั้งบนตัวของซูชิงเกอก็ยังมีค่าวาสนาอีก 300 กว่าแต้ม นี่มันช่างเย้ายวนใจกันเสียจริง”
เมื่อคิดได้เช่นนี้ กู้ฉางเกอก็ส่ายศีรษะเล็กน้อยด้วยสีหน้าที่แฝงแววซับซ้อน ขณะที่ตัวเขาก็เริ่มคุ้นชินกับสถานะใหม่ของตนทีละน้อย
ทันใดนั้น เขาก็เรียกระบบของตนออกมา
หน้าต่างคุณสมบัติปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
ผู้ระบบ: กู้ฉางเกอ
สถานะ: ศิษย์เอกแห่งตำหนักเซียนมรรคา์
สายเืและร่างกาย: กระดูกมรรคาจิตมาร
ขั้นบำเพ็ญเพียร: ระดับจ้าวศักดิ์สิทธิ์ ขั้นสูงสุด
เคล็ดวิชา: คัมภีร์เซียนมรรคา์ กายาอสูรหมื่นแปรผัน (พร์) วิชามหามารกลืนเทพ…
ค่าชะตา์: 550
ค่าวาสนา: 30 (ระดับสีดำ)
ระบบร้านค้า: สามารถเปิดใช้งานได้เมื่อค่าชะตา์มีค่าเท่ากับ 1,000 แต้ม
คลังเก็บของ: ชุดของขวัญสำหรับมือใหม่ *1 (ยังไม่ได้รับ)
“นี่มันชุดของขวัญสำหรับมือใหม่หรือ”
กู้ฉางเกอรู้สึกสะดุดใจขึ้นมา ราวกับเพิ่งนึกอะไรบางอย่างได้
ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้สนใจเลยว่ามีคลังเก็บของอยู่ในระบบด้วย
“้ารับหรือไม่” เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้น
กู้ฉางเกอแค่นยิ้มในใจ เวลาแบบนี้จะเลือกไม่รับได้อย่างไรกัน
“รับ”
ทันทีที่เขาพูดตอบรับในใจ
พรึ่บ!
ทันใดนั้น กล่องสีทองที่ส่องแสงประกายเจิดจ้าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ตัวกล่องแผ่รัศมีอันลึกลับออกมา เปล่งประกายสว่างไสวสะกดสายตา ก่อนจะค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับนายท่านผู้มีโชควาสนาประเสริฐ ท่านได้รับยันต์ทำลายมิติ *1 ผ้าอาภรณ์ห้าสี *1 และหนึ่งส่วนสามของเมล็ดพันธุ์โลกที่แตกหัก *1”
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นข้างหู
กู้ฉางเกอครุ่นคิดในใจว่า การได้รับของรางวัลพวกนี้ก็คล้ายกับการเปิดกล่องสุ่มโชค ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับโชคทั้งนั้น
แม้ว่าตัวเขาเองจะมีเคราะห์ติดตัว แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบ
สิ่งของทั้งสามชิ้นนี้ ดูแล้วไม่เลวเลยจริงๆ
ยันต์ทำลายมิติ จากชื่อก็บ่งบอกได้ว่าสามารถใช้ทำลายขอบเขตของมิติ และใช้เดินทางข้ามผ่านระหว่างสองมิติได้
ส่วนผ้าอาภรณ์ห้าสีนั้นเป็อาวุธเวทสำหรับเป็เครื่องป้องกัน ซึ่งจากการที่กู้ฉางเกอกวาดสายตาอ่านคำอธิบายคร่าวๆ แล้ว ก็พบว่ามันทรงพลังไม่น้อยเลยทีเดียว
โดยการสวมใส่ผ้าอาภรณ์ห้าสีนี้สามารถต้านทานการโจมตีอย่างเต็มกำลังจากผู้แข็งแกร่งระดับขอบเขตเทวะมายาได้
ขั้นกายเนื้อ ขั้นทะเลิญญา ขั้นวังิญญา ขั้นมรรคาเทพ ขั้นมหาปราชญ์ ขั้นจ้าวศักดิ์สิทธิ์ ขั้นเ้าครองแคว้น ขั้นจอมราชัน และขั้นเทวะมายา
ล้วนเป็การแบ่งระดับขั้นการฝึกบำเพ็ญเพียรที่เขาคุ้นเคย
ส่วนระดับที่เหนือขึ้นไปจากขั้นเทวะมายานั้น ราวกับพลิกเป็อีกโลกหนึ่งโดยแท้ ซึ่งเพียงผู้พลังนั้นพลิกเคลื่อนไหวหนึ่งฝ่ามือก็สามารถล้างผลาญฟ้าดินได้เพียงชั่วพริบตา ยากจะหาคำใดมาพรรณนาได้
ไม่นานนัก กู้ฉางเกอก็จัดการสวมผ้าอาภรณ์ห้าสีอย่างเรียบร้อย
เมื่อมองจากภายนอก ผ้าอาภรณ์ห้าสีนั้นดูราวกับอาภรณ์ชั้นในสีขาวนวลราวแสงจันทร์ เนื้อผ้าดูลี้ลับคล้ายเป็อาภรณ์ของเซียน ตัวผ้าแผ่ประกายเรืองรองบางเบา
นอกจากรูปลักษณ์ของอาภรณ์ที่ดูสูงค่าแล้ว ก็มิได้มีอะไรโดดเด่นสะดุดตาเป็พิเศษ
จากนั้นเขาก็หันไปสนใจเมล็ดพันธุ์โลกที่แตกหักและเริ่มอ่านรายละเอียดคำอธิบาย
“เมล็ดพันธุ์โลกที่สมบูรณ์ หากหลอมรวมแล้ว จะสามารถก่อกำเนิดโลกภายในร่างกาย หล่อเลี้ยงสรรพสิ่งอย่างไม่สิ้นสุด เป็แหล่งกำเนิดแห่งชีวิตและความตายในตัวเอง”
“น่าสนใจไม่น้อย...สามารถก่อกำเนิดโลกภายในร่างกายหรือ”
ของเช่นนี้สมควรได้ชื่อว่าเป็สมบัติล้ำค่าศักดิ์สิทธิ์โดยแท้
แววตาของกู้ฉางเกอทอประกายขึ้นเล็กน้อย
เขาเคยครุ่นคิดว่า หากวันใดต้องเผชิญกับวิกฤตภัยอันตราย จะใช้วิธีใดเพื่อหลบหนี
การมีโลกส่วนตัวอยู่ภายในร่างกายเช่นนี้ ย่อมเป็สถานที่หลบภัยชั้นดี
ท้ายที่สุดก็มิมีผู้ใดสามารถรับประกันได้ว่า เขาจะไม่มีวันวางหมากพลาดท่า
แต่ช่างน่าเสียดายที่ในตอนนี้เขามีเพียงแค่หนึ่งในสามส่วนเท่านั้น
กู้ฉางเกอถอนหายใจ “ช่างเถิด เื่นี้ไว้ค่อยว่ากัน ข้าควรจะเร่งบำเพ็ญเพียรเพิ่มระดับฝึกตนเสียก่อน”
ไม่ว่าจะเป็ฟ้าหรือดิน ก็มิอาจเทียบกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างพลังได้
ไม่ว่าผู้ใดก็จะขัดขวางให้เขาฝึกบำเพ็ญเพียรไม่ได้
“เ้าตัวขี้โกง! ช่วยเพิ่มพลังให้ข้าที”
“ไม่สิ กล่าวผิดแล้ว ต้องพูดเป็ เ้าระบบ! ช่วยมอบพลังให้ข้าที”
ค่าชะตา์ที่เขาหามาได้ด้วยความพยายาม จะนับว่าเป็การโกงได้อย่างไรกันเล่า