ใน่ปลายฤดูสารท สายลมอ่อนๆ พัดเอาใบไม้แห้งมาตามแรงลม ผ่านหน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งไว้เข้ามายังห้องนอนใหญ่ ด้านในถูกตกแต่งอย่างหรูหรา บนเตียงไม้กว้างมีหญิงสาวรูปร่างบอบบางนอนอยู่ นางกระชับผ้าห่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อสายลมพัดผ่าน และความหนาวเหน็บนี้กลับทำให้นางไม่สามารถนอนต่อได้อีกแล้ว ดวงตางามกะพริบตาช้าๆ ไล่ความง่วง จากนั้นลุกขึ้นบิดี้เีเล็กน้อยและเดินหยิบเมล็ดข้าวโพดที่เธอเตรียมไว้ทุกวันมาวางไว้ข้างหน้าต่าง ไม่นานนกน้อย 2 ตัวก็บินเข้ามากินอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนไม่กลัวหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย มันจิกกินแบบไม่รีบเหมือนอย่างเคยชิน
"เฮ้อ~~~"
หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ และเหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย วันนี้ครบ 1 อาทิตย์แล้วที่นางมาอยู่ที่นี่ โลกที่คล้ายดั่งจีนโบราณไม่ว่าจะผู้คน การแต่งตัว การพูดจาก็แปลกไปจากโลกที่เคยอยู่ นางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ หญิงสาวตัดสินใจจบชีวิตและยุติปัญหาทุกอย่างแต่ใครจะคิดว่าชีวิตหลังความตายกลับต้องมาอยู่ในร่างของใครก็ไม่รู้ หญิงสาวไม่มีความทรงจำหรือรู้เื่ราวอะไรเกี่ยวกับร่างนี้เลยด้วยซ้ำเพื่อนสักคนก็ไม่มี แถม 1 อาทิตย์ที่ผ่านมานางยังััได้ว่าร่างที่มาอยู่นั้น ยังเป็คนที่คนทั่วทั้งเมืองคงไม่ชอบเป็แน่ เดิมทีคิดว่าในร่าง ถิงถิง โลกเก่าโดดเดี่ยวแล้ว ในร่างของ ฟางเหนียงโลกนี้กลับโดดเดี่ยวเสียกว่า หญิงสาวคิดได้เท่านี้ก็เดินเข้าห้องอาบน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว
ในกระจกบานใหญ่สะท้อนภาพหญิงสาวใบหน้ารูปไข่ ผิวขาวเนียนไปทั้งตัว ผมยาวดกดำครึ่งบนถูกจัดทรงเล็กน้อยและปักด้วยปิ่นหยกรูปใบไม้เล็กๆ คิ้วดำถูกแต่งทรงจนสวยงาม ดวงตาโตสีน้ำตาลอ่อน ขนตางอนยาวทำให้หญิงสาวดูน่ารัก จมูกโด่งเข้ากับใบหน้าที่ปลายเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างดื้อรั้น ปากบางเล็กดูชุ่มชื่นอมชมพู หญิงสาวยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างพอใจเมื่อเห็นผลลัพธ์ในกระจก
"มองกี่ครั้งก็ตะลึงทุกครั้ง ไม่ชินจริงๆ ที่ฉันสวยขนาดนี้ ไม่สิข้าสวยขนาดนี้"
ฟางเหนียงเอ่ยกับตนเองในกระจก จากนั้นหมุนตัวตรวจดูความเรียบร้อย วันนี้เธอเลือกสวมชุดเรียบๆ สีเขียวมิ้นต์ นี่เป็ชุดที่สีเบาที่สุดในชั้นเสื้อผ้าแล้ว เพราะตัวอื่นๆ นั้นมีแต่สีฉูดฉาด ไม่สีชมพูบานเย็น ก็เหลือง ส้ม แดง สงสัยเ้าของร่างเก่าจะชอบดูงิ้ว มือเรียวยาวเปิดประตูออกจากห้องพัก หญิงสาวมองบรรยากาศด้านนอกก็รู้สึกหนักอึ้ง เพราะ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมานางไม่สบายจนไม่สามารถที่จะออกจากห้องได้เลย ข้าวและยาก็มีคนนำมาส่งและออกไป ไม่มีแม้แต่คนดูแลเหมือนว่านางนั้นเป็โรคร้ายอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อ 3 วันก่อนตอนที่นางฟื้นมาอีกครั้งและได้รู้ว่าตัวเองเข้ามาอยู่โลกนี้ และเมื่อวานมีคนมาบอกว่าวันรุ่งขึ้นให้ไปพบท่านรองเ้าสำนัก หยงอี๋ แต่นางจะไปอย่างไรล่ะในเมื่อหญิงสาวก็ไม่รู้จักที่นี่เลยด้วยซ้ำ
'เอาว่ะเดินไปมั่วๆ ก่อน เจอคนค่อยถามก็ได้'
หญิงสาวกล่าวกับตัวเองในใจและเดินไปตามทางเชื่อมเรื่อยๆ ไม่นานก็ได้ยินคล้ายเสียงผู้คนโห่ร้องมากมาย หญิงสาวจึงยิ้มกว้างออกมาเพราะนั่นหมายความว่าจะมีคนให้นางถามทางแล้ว และเป็อย่างที่คิดไว้ เมื่อเดินมาถึงก็พบกับกลุ่มชายที่กำลังเตะลูกที่ทำจากไม้สาน มีรูปร่างคล้ายฟุตบอล
"นั่นมันคุณหนูฟางเหนียงหนิ วันนี้นางแต่งตัวแปลกไป สงสัยจะไปงานศพเป็แน่ ฮ่าๆๆๆ"
ชาย 1 ในนั้นะโออกมาทางหญิงสาวและตามด้วยเสียงหัวเราะของคนบริเวณนั้น ฟางเหนียงจากที่กำลังก้าวเท้าเดินไปหา ต้องหยุดฝีเท้าลงและรอยยิ้มบนหน้าก็หุบลงเช่นกัน
"นั่นสิ วันนี้หิมะคงตกเป็แน่ แม้แต่เครื่องประดับนางยังไม่สวมใส่เหมือนทุกวัน ได้ยินว่าจมน้ำจนป่วยสติคงเลอะเลือนไปแล้วเป็แน่ ฮ่าๆๆ"
หญิงสาวที่อยู่บริเวณนั้นเอ่ยขึ้นเสริม เื่ที่ฟางเหนียงจมน้ำเมื่อ 1 อาทิตย์ที่แล้วเป็ที่รู้กันไปทั่วทั้งสำนัก ว่านางเรียกร้องความสนใจจากเ้าสำนัก แต่เ้าสำนักกลับไม่สนใจกว่าคนจะเข้าไปช่วยได้ทัน นางถึงขนาดที่หยุดหายใจไปแล้วแต่ปฏิหาริย์กลับเกิดขึ้นกับคนอย่างนาง ที่จู่ๆ ก็ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งและนั้นคือตอนที่ ถิงถิง ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้ หญิงสาวกำมือแน่นอย่างอดกลั้นอารมณ์ตนเองไม่ให้โมโหและกำลังจะหันหลังกลับ แต่ในจังหวะนั้นลูกบอลที่ทำจากไม้สานกลับตกมากระแทกที่ตัวนางอย่างแรง ฟางเหนียงไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ล้มลงไปกับพื้นทันที และเป็อย่างที่คาดเมื่อนางล้มลงกับพื้นดิน เสียงหัวเราะของคนบริเวณนั้นก็ดังขึ้น นางน้ำตาแทบร่วงให้กับตนเองในตอนนี้ แต่ทำได้เพียงอดกลั้นไม่ให้หยาดน้ำตาไหลลงพื้นเพื่อไม่ให้ตนเองต้องดูน่าสมเพชไปมากกว่านี้ แต่จังหวะที่นางกำลังจะหยัดกายลุกขึ้นกลับมีมือหนึ่งยื่นมา หญิงสาวมองไปตามมือและพบเข้ากับรอยยิ้มที่นางเคยเห็น เมื่อ 3 วันที่แล้วนางใที่ฟื้นขึ้นมาบนโลกใบใหม่ ก็คือเขาที่เข้ามาช่วยและนี่ก็เป็เขาอีก หญิงสาวน้ำตาแทบร่วงอีกครั้งเมื่อเห็นชายหนุ่ม นางยิ้มและยื่นมือให้เขา
"ข้ารอเ้าอยู่นาน เหตุใดถึงได้มาอยู่ที่นี่"
เสียงนุ่มเอ่ยอย่างอ่อนโยนถามหญิงสาว ฟางเหนียงใบหน้ามึนงงเล็กน้อย แต่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้ได้ทันที 'รอข้าเช่นนั้นหรือ นั่นก็แสดงว่าท่านผู้นี้คือรองเ้าสำนัก หยงอี๋ ที่ข้าตามหา' หญิงสาวเอ่ยกลับตนเองในใจและยิ้มกว้างให้ชายหนุ่ม
"ข้าเพียงหลงทางเ้าค่ะ ขออภัยท่านที่ทำให้รอนาน"
หญิงสาวจำเป็ต้องโกหก เพื่อให้เขาพาออกไปจากที่ตรงนี้เร็วๆ
"หลงเช่นนั้นหรือ เ้าอยู่ที่นี่มา 3 ปีแล้วมิใช่หรือ"
"เ้าค่ะ"
ฟางเหนียงเอ่ยเพียงสั้นๆ หยงอี๋ที่เห็นนางตอบเช่นนั้นก็ไม่อยากเซ้าซี้อีก เขาเดินหันหลังนำนางไปแต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หยุดฝีเท้าลง
"พวกเ้าที่เหลือฝึกตั้งสมาธิปลดปล่อยลมปราณเป็เวลา 2 ชั่วยามซะ" หยงอี๋เอ่ยสั่งเสียงดังไปทางศิษย์ที่หัวเราะและเตะลูกบอลที่ทำจากไม้สานใส่ฟางเหนียงเมื่อสักครู่
"ขอรับ/เ้าค่ะ ท่านรองเ้าสำนัก"
เสียงเหล่าศิษย์เอ่ยอย่างไม่เต็มใจมากนัก ฟางเหนียงเดินตามแผ่นหลังกว้างอย่างอบอุ่นหัวใจ 'นับว่าท่านรองเ้าสำนัก หยงอี๋ ผู้นี้ก็ไม่เลวเห็นทีข้าคงต้องผูกมิตรกับเขาไว้เยอะๆ แล้วล่ะ'
.
ณ หอผดุงคุณธรรม
ฟางเหนียงถูกพามายังด้านในหอ ด้านในถูกตกแต่งอย่างอลังการและสวยงาม ด้านในเป็ห้องโถง ตรงกลางเป็ทางเดินไปยังด้านหน้าสุดมีโต๊ะไม้ที่ถูกแกะสลักมาอย่างดี ข้างทางเดินมีโต๊ะเช่นเดียวกัน ภาพวาดและของตกแต่งสวยงามจนนางเองก็ไม่สามารถประเมินราคาได้ นี่ถ้าในโลกเก่านางหากนำไปขายคงสบายไปร้อยชาติเชียวล่ะ แต่ก่อนที่หญิงสาวจะได้เพลิดเพลินกับสิ่งรอบข้างไปมากกว่านี้ก็ต้องรู้สึกเจ็บที่ปลายเล็บเท้า เมื่อตนเผลอเตะเข้าอย่างแรง
"โอ๊ย~~~"
หญิงสาวอุทานออกมาอย่างลืมตัว
"เ้าเป็อันใดหรือไม่"
หยงอี๋เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง วันนี้นางเปลี่ยนไปจากที่เขารู้จักจริงๆ นางดูเงียบมากขึ้นและการแต่งกายนางยังแปลกไปเสียด้วย
"ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะ"
"เช่นนั้นเ้านั่งก่อนเถอะ"
หญิงสาวเดินเข้าไปนั่งกับที่ และมองไปทางรองเ้าสำนัก เป็การส่งสัญญาณว่าตนพร้อมแล้วกับเื่ที่เขาเรียกนางมาวันนี้
"เ้าหายป่วยดีแล้วใช่หรือไม่"
"หายดีแล้วเ้าค่ะ ขอบคุณท่านรองเ้าสำนักที่เป็ห่วง"
หญิงสาวเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ เขาคือคนแรกที่ช่วยและเอ่ยถามนางด้วยความเป็ห่วง หลังจากที่มาอยู่ในโลกนี้
"เช่นนั้นก็ดี เอาล่ะเข้าเื่เลยแล้วกัน ที่ข้าเรียกเ้ามาพบในวันนี้ ก็คือเื่งานสมรสของเ้า" หยงอี๋เอ่ยเข้าเื่อย่างไม่อ้อมค้อม
"งานสมรส..?"
"ใช่ งานสมรส ปีนี้เ้าอายุ 24 ปีแล้ว เ้าสำนักหนิงเฟิ่ง เห็นพร้อมให้เ้าสมควรออกเรือนได้แล้ว"
หยงอี๋พยายามอธิบายให้หญิงสาวฟัง อันที่จริงหลายปีที่ผ่านมา หญิงสาวสร้างเื่ตลอด เ้าสำนักหนิงเฟิ่งเองก็จนปัญญาชายหนุ่มไม่ได้ชอบพอหญิงสาวเลย อีกทั้งยังเกลียดนางอีกต่างหาก แต่ที่เขาต้องรับนางไว้และดูแลอย่างดีเป็เพราะคำสัญญาของเ้าสำนักคนก่อน นั้นก็คือบิดาของเ้าสำนักหนิงเฟิ่งคนปัจจุบัน ที่สัญญาว่าจะดูแลนางให้อย่างดีก่อนที่บิดา มารดา นางจะเสียไป พอบิดามารดานางเสียไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว นางจึงถูกพามาอยู่ที่นี่ในฐานะผู้อาศัย และเมื่อ 2 ปีที่แล้วเ้าสำนักคนก่อนก็พึ่งเสียไป จึงทำให้หนิงเฟิ่งต้องขึ้นเป็เ้าสำนักคนต่อไป และเป็คนที่หญิงสาวชอบพอแต่ชายหนุ่มกลับไม่ หลายปีมานี้หญิงสาวสร้างเื่ ตามหึงหวงตลอดจนเ้าสำนักหมดความอดทน ในที่สุดทางเดียวที่จะไม่ให้เื่เช่นนี้เกิดขึ้นอีก นั้นก็คือนางตกแต่งกับผู้ชายสักคนและออกไปจากสำนักนี้ซะ
"เ้ามิต้องห่วง เ้าสำนักไม่มีทางปล่อยให้เ้าแต่งกับคนไม่ดีเป็แน่"
หยงอี๋เอ่ยขึ้นเสริมเมื่อเห็นท่าทางของนาง
"ข้าไม่แต่งได้หรือไม่เ้าคะ"
ฟางเหนียงเอ่ยอย่างกังวล พึ่งเข้ามาอยู่ในโลกนี้ก็จะถูกจับแต่งงานแล้วอย่างนั้นหรือ หยงอี๋ส่ายหน้าเป็คำตอบให้หญิงสาว เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าหญิงสาวต้องปฏิเสธ เื่ที่นางชมชอบเ้าสำนักทำไมเขาจะไม่รู้ เป็ไปได้ยากที่จะทำให้นางเห็นด้วย
"เช่นนั้นข้าขอเวลาหน่อยได้หรือไม่ ข้าพึ่งหายจากอาการป่วย อีกอย่างขอให้ข้าได้เลือกคนที่ท่านหามาให้ดีๆ หน่อยนะเ้าคะ"
หญิงสาวเอ่ยออกไปเสียงเรียบ หยงอี๋ที่ได้ยินไม่อยากที่จะเชื่อหูตนเอง เขาเองก็ไม่คิดว่านางจะเชื่อฟังมากขนาดนี้ นิสัยหลายปีที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็น แต่นิสัยเช่นนี้เขาไม่เคยเห็นจริง ทั้งคู่เอ่ยกันต่อเล็กน้อยก่อนที่หญิงสาวจะออกมาจากหอผดุงคุณธรรม หญิงสาวมีใบหน้าไม่ดีนักหลังผ่านประตูใหญ่ คำว่าแต่งงานยังก้องอยู่ในหู ทุกอย่างในโลกใบนี้ทำไมมันดูวุ่นวายไปหมด ขนาดคนที่นางพึ่งรู้จักหน้าและรู้จักชื่อยังมีแค่คนเดียว
"เฮ้อ~~~"
หญิงสาวถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินกลับห้องพักตนเอง แต่จังหวะนั้นกลับมีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาเสียก่อน ใบหน้าของเขาทำให้หญิงสาวที่ได้เห็นถึงกับตะลึงนิ่งค้าง ชายหนุ่มรูปร่างสมส่วน สวมชุดสีขาวทั้งตัว ท่าทางการเดินดูสง่างาม ผมยาวดูสุขภาพดีครึ่งบนถูกมัดและปล่อยตัวสยายไปกับครึ่งล่าง คิ้วเข้มดกดำเรียงตัวสวย ดวงตาคมเข้มสีอิฐ จมูกโด่งเป็สันเข้ารูป ปากหนาดูชุ่มชื่นสุขภาพดี ผิวขาวหน้าอกเต็มไปด้วยมัดกล้ามถึงแม้จะมีชุดปิดอยู่ก็ตาม เขาสง่างามเหมือนอย่างภาพวาดเดินได้อย่างไรอย่างนั้น
ชายหนุ่มเมื่อเห็นหญิงสาวก็ไม่ได้สนใจ เพียงทำหน้านิ่งอย่างที่เคยทำและเดินเลยนางเข้าไปด้านในทันที
"คารวะเ้าสำนัก"
บ่าวรับใช้หน้าหอผดุงคุณธรรมเอ่ยขึ้นเมื่อเ้าสำนักเดินไป และเปิดประตูให้ชายหนุ่ม
"นี่สินะเ้าสำนัก หนิงเฟิ่ง ที่ใครก็กล่าวหาว่าข้าชอบเขา รูปร่างหน้าตาเขาเป็เช่นนี้ก็ไม่แปลกที่ร่างนี้จะชมชอบ ขนาดข้าเห็นเขาครั้งแรกยังต้องตกตะลึงเลย" หญิงสาวพึมพำกับตนเองเบาๆ ก่อนที่จะเดินออกไป
——-
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
วสันต์ = ฤดูใบไม้ผลิ คิมหันต์= ฤดูร้อน สารท= ฤดูใบไม้ร่วง เหมันต์= ฤดูหนาว
——————————