Otter Dungeon Studio แหม ธุรกิจดันเจี้ยนทำกำไรน้อยจริงๆ

    Chapter 40 : ดันเจี้ยนเฟสติวัล [เทศกาลสงกรานต์]

    ตอนที่ 40 : ดันเจี้ยนเฟสติวัล [เทศกาลสงกรานต์]

     

    ติ๊ง!

    [ทำการสร้างโฮมุนครุสเสร็จสิ้น]

    สิ้นเสียงหุ่นยนต์ของซิสเตมที่ดังขึ้นในหัว พลันดวงตาสีม่วงประกายสวยของหญิงสาวเบื้องหน้าของเขาก็กะพริบตาถี่ๆ ก่อนจะขยับตัวไปมา

    เธอหันมามองหามินก่อนจะก้มโค้งเป็นการทักทายพลางกล่าวเสียงเข้มคำว่า “มาสเตอร์”

    “อืม ใช่ได้ๆ” ชายหนุ่มจับคางตัวเองพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย เขาคิดอยู่แป๊บหนึ่งก่อนจะเริ่มกล่าวต่อ

    “ที่นี้ก็-” แต่ไม่ทันที่เขาจะได้พูดจบประโยค พลันก็มีเสียงหุ่นยนต์อันคุ้นเคยดังขึ้นมาแทรกเสียก่อน

    [ซิสเตมกำลังดำเนินรายการเคลื่อนย้ายไคสะเข้าสู่มอนสเตอร์ฮอล]

    “เฮ้ยเดี๋ยวดิซิสเตม ฉันยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย ไม่คิดจะให้ฉันคุยกับไคสะหน่อยรึไง” รีบถามขึ้นทันควันเมื่อได้ยินประโยคเมื่อสักสักครู่ของอีกฝ่าย

    [ตอบคำถามของยูสเซอร์]

    [ยูสเซอร์สามารถพบเจอกับโฮมุนครุสของท่านได้ตราบใดที่ไคสะได้รับการอนุญาตให้ออกมาข้างนอกได้เท่านั้น]

    [เงื่อนไขคือหากยูสเซอร์ยังมีระดับพลังไม่ถึงขั้นเทียร์สองแรงก์จี ไคสะจะยังไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในโลกภายนอก]

    [หรืออีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ยูสเซอร์สามารถพูดคุยกับโฮมุนครุสของท่านได้คือในมอนสเตอร์ฮอล]

    “แล้วฉันยังเข้ามอนสเตอร์ฮอลไม่ได้ไม่ใช่รึไง ถ้าจำไม่ผิด เงื่อนไขในการเปิดมอนสเตอร์ฮอลคือต้องมีดันเจี้ยนครบห้าใช่ไหม กว่าจะถึงตอนนั้นโฮมุนครุสของฉันเหงาตายแย่” เสียงทุ้มเอ่ยยาวเหยียด

    [ยูสเซอร์อย่าได้กังวลไป ในมอนสเตอร์ฮอลยังมีก็อบลินทั้งสาม ดีเอโก้ คุณยายวรนาถและเรนะ]

    [นอกจากโฮมุนครุสของท่านจะไม่เหงาแล้ว เธอยังสามารถเรียนรู้ทักษะจากเรนะได้อีกด้วย]

    [ฉะนั้นยูสเซอร์โปรดได้อย่ากังวลไป]

    เขาแอบตกใจเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าข้ออ้างของตนจะถูกซิสเตมตอบกลับมาอย่างจริงจังจนทำให้แอบรู้สึกผิดนิดๆ แถมเมื่อได้ยินว่าหญิงสาวตรงหน้าของเขาจะได้เรียนวิชาการต่อสู้จากเรนะด้วยแล้วทำให้ความคิดของมินเริ่มเอียนเอียงไปในเชิงเห็นด้วย

    ชายหนุ่มหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมา “ได้ แต่ว่าให้ฉันส่งความคิดใส่เข้าไปในหัวของไคสะก่อนได้ปะ จะได้ให้เธอเห็นว่าเธอต้องใช้พลังที่ฉันเลือกให้ไปในทางไหน”

    [คำขอของยูสเซอร์ได้รับการอนุมัติ]

    เมื่อได้ยินดังนั้น มินจึงเดินไปหาไคสะทันที ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาและใช้นิ้วชี้แตะไปเบาๆ ที่หน้าผากของเธอ

    การกระทำดังกล่าวไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร สิ่งที่มินต้องทำมีเพียงแค่แตะหัวของอีกฝ่ายและส่งความคิด ภาพและเจตนาไปให้เท่านั้น

    สิ่งนี้ไม่ใช่วิชาหรือเวทมนตร์อะไร ถึงแม้ว่าเขาพอจะรู้ว่าในโลกก็นี้มีวิชาที่สามารถทำได้แบบเดียวกันก็ตามแต่ในกรณีของเขานั้นมันไม่ใช่

    ไม่ว่าจะมินจากอีกโลกก่อนหรือมินจากโลกนี้ พวกเขาทั้งคู่นั้นแทบไม่มีความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์เลย สิ่งที่เขาทำก็เพียงแค่ให้ซิสเตมช่วยเท่านั้น

    ที่เขารู้ว่าตัวเองสามารถทำเช่นนี้ได้ก็เพราะลุงนากในแบล็กสมิธช็อปเคยทำแบบนี้กับเขาในตอนที่ชายหนุ่มไปรับปืนคู่ของตนมาและเนื่องจากไม่รู้วิธีใช้ ลุงนากจึงขอให้ซิสเตมช่วยและทำแบบเดียวกันกับที่เขากำลังทำกับไคสะอยู่นั่นเอง

    หญิงสาวหลับตาน้อมรับความคิดของเจ้านายของเธอ และเมื่อเธอได้เห็นภาพและเจตนาที่ถูกเจ้านายของตนส่งมา ไคสะก็พลันยิ้มและลืมตาขึ้นพร้อมกับกล่าวเสียงห้าวกับชายหนุ่มเบื้องหน้า

    “ข้าจะพยายามทำตามคำสั่งของมาสเตอร์อย่างเต็มที่”

    “อืมดีมาก ที่นี้ก็ไปได้แล้ว” เขาตอบ

    เมื่อชายหนุ่มพูดจบประโยคของเขา ร่างของหญิงสาวเบื้องหน้าก็พลันสลายไปพร้อมกับเสียงของซิสเตมที่ดังขึ้น

    [ทำรายการเสร็จสิ้น]

    [ยูสเซอร์กรุณาสร้างดันเจี้ยนเฟสติวัล: เทศกาลสงกรานต์ให้เสร็จสิ้นก่อนเวลาเปิดสตูดิโอ]

    “รู้แล้วน่า ไม่ต้องเตือนหรอก” 

    มินเอ่ยตอบอีกฝ่ายเสียงเรียบก่อนจะหยิบสมาร์ตโฟนของตนขึ้นมาเพื่อเปิดแอปพลิเคชันโดยมีเป้าหมายว่าจะสร้างดันเจี้ยน แต่แล้ว เสียงหัวในของเขาก็ดังแทรกความคิดของชายหนุ่มขึ้นอีกครั้ง

    [แจ้งยูสเซอร์]

    [ยูสเซอร์สามารถทำการสร้างดันเจี้ยนผ่านโฮโลแกรมวินโดว์แล้วได้]

    “ฮะ? หมายความว่าไงซิสเตม” เขาถามอย่างสงสัย

    [เนื่องจากยูสเซอร์มอบเงินกำไรทั้งหมดของดันเจี้ยนเฟสติวัล: เทศกาลสงกรานต์ให้กับซิสเตม]

    [ท่านจงได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าถึงความสามารถของดันเจี้ยนสตูดิโอระดับสอง]

    [คือหน้าต่างโฮโลแกรมสามมิติสำหรับสร้างดันเจี้ยน]

    “อ่า หวานหมูดิงี้ ไม่ต้องนั่งกดโทสับแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างดีใจ

    และทันใดนั้นเองหน้าต่างโฮโลแกรมขนาดสี่สิบสองนิ้วก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของชายหนุ่ม มินมองมันอย่างถี่ถ้วนก่อนที่นิ้วมือของเขาจะยื่นไปกดที่หน้าเจอซึ่งมีคำว่า สร้าง เขียนไว้

    และหลังจากนั้นหน้าจอโฮโลแกรมที่ตอนแรกแบนเรียบก็แปลงเปลี่ยนเป็นภาพสามมิติของพื้นดิน มีรอยนูนของภูเขา มีต้นไม้ใบหญ้าที่มีความสมจริง ไม่ใช่ภาพสองมิติอย่างที่เขาเห็นตอนดูในโทรศัพท์อีกแล้ว

    “ฟังก์ชันใหม่เจ๋งใช้ได้” อุทานชมออกมาเมื่อได้ลองกดไปมากดมาดู

    “อืม ก่อนอื่นก็ต้องเลือกก่อนสินะว่าจะใช้ดันเจี้ยนเซิร์ฟเวอร์แบบไหน แบบปกติหรือเซิร์ฟเวอร์รวมเหรอ ต้องเป็นเซิร์ฟเวอร์รวมแน่นอนว่าอยู่แล้ว มีของให้ใช้ฟรีก็ต้องใช้ให้คุ้มสิ

    ต่อมาก็ระบบนิเวศของดันเจี้ยนงั้นเหรอ เลือกพื้นที่แบบไหนดีนะ” พูดขึ้นพลางกดเลือกดูตัวเลือกเบื้องหน้า

    “ป่าดิบชื้น ทุ่งราบ อ๊ะ มีช้อยส์ให้เลือกเพิ่มนอกจากสองอันนี้ด้วย ไหนดูสิว่ามีอะไรอีก ที่เพิ่มมาก็มีทุ่งหญ้าเขตร้อน ป่าสนกับเกาะ”

    เมื่อชายหนุ่มเห็นตัวเลือกใหม่ที่ปรากฏขึ้นมา มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นและนิ้วของเขาก็ยื่นไปสัมผัสเลือกตัวเลือกที่ตนต้องการทันทีอย่างไม่รีรอ เกาะ

    เมื่อกดเลือกดันเจี้ยนแบบเกาะแล้ว หน้าจอโฮโลแกรมสามมิติเบื้องหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง เผยให้เห็นถึงภาพของเกาะสามมิติอันว่างเปล่าขนาดย่อมโดยมีข้อความรายละเอียดเขียนไว้ด้านข้าง

     

    [ดันเจี้ยนเกาะ: ยังไม่ได้ตั้งชื่อ]

    ขนาด: เส้นผ่านสูงกลาง 25 กิโลเมตร

    เนื้อเรื่องและบทบาทต่างๆ : (ใส่รายละเอียดที่นี่)

    มอนสเตอร์: -กรุณาเลือก-

    ทรัพยากร: -กรุณาเลือก-

    NPC: -กรุณาเลือก-

    ของรางวัลสำหรับเพลเยอร์: -กรุณาเลือก-

     

    “ไม่ต่างจากที่ใช้ในโทรศัพท์เท่าไหร่แฮะ”

    เอ่ยขึ้นก่อนจะเริ่มบรรจงวางมือลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมที่ปรากฏออกมาอย่างอัตโนมัตหลังจากที่เขาตั้งใจจะใส่เนื้อเรื่องของดันเจี้ยนแห่งนี้โดยชายหนุ่มนั้นได้ใส่เนื้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับไคสะลงไปด้วย

    พิมพ์ไปก็รู้สึกประหม่าไปเนื่องจากมินไม่แน่ใจว่าลูกค้าของตนจะชอบดันเจี้ยนที่เขากำลังสร้างอยู่หรือเปล่า

    เนื่องจากมันต่างจากดันเจี้ยนทั้งสองอันก่อนหน้านี้มากนักเพราะว่าตอนนั้นเขาไม่ได้มีเงิน (ตอนนี้ก็ไม่มีแต่ใช้ฟรีจากซิสเตม) ทำให้เขาสร้างดันเจี้ยนออกมาอย่างลวกๆ

    และเพราะว่ามันสร้างมาแบบลวกๆ นี่แหละ เขาจึงไม่ได้คาดหวังเสียงตอบรับอะไรจากลูกค้าของเขา

    แต่ดันเจี้ยนที่เขากำลังสร้างนี้ต่างกัน แม้จะไม่ใช่เงินของตนที่สร้างก็ตามแต่เขาจะเป็นคนจัดการเกี่ยวกับดันเจี้ยนนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเนื้อเรื่อง มอนสเตอร์ ncp หรือจะอื่นๆ รวมไปถึงของรางวัลที่พวกลูกค้าจะได้รับอีกด้วย

    ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้มินรู้สึกเริ่มประหม่า กลัวว่าหากทำออกมาได้ไม่ได้แล้วจะโดนลูกค้าของเขาด่าหรือไม่พอใจ คงรู้สึกเสียใจแย่ถ้าเป็นแบบนั้น

    “เลิกคิดมากแล้วตั้งสติ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นข้างหลังของเขา

    ชายหนุ่มสะดุ้งตัวโหยงเมื่อได้ยินเสียงดังกล่าวเนื่องจากไม่ทันตั้งตัว “เชี้ย!! ตกใจหมด!”

    “คนสวยนะไม่ใช่ผี” เจ้าของเสียงหวานเอ่ยอย่างกวนๆ

    “ชิ สวยตายแหละ” มินสวนกลับพลางเบะปากใส่อีกฝ่ายก่อนจะถาม “ละไหนบอกจะไปนอน”

    “ฉันเป็นผู้ช่วยนายนะ จะไปนอนก่อนไปยังไง” เธอตอบ

    “ถามจริง” ถามกลับไปด้วยน้ำเสียงประหลาด

    มายเดาะลิ้นอย่างหัวเสียเล็กน้อยเมื่อเจอคำถามของชายหนุ่ม เธอกลอกตามองบนก่อนจะพูดกับเขา “พูดมาก รีบสร้างดันเจี้ยนได้แล้ว แล้วก็ไม่ต้องคิดมากด้วย ตั้งใจทำก็พอ”

    “เค” 

    เพราะไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับหญิงสาว ชายหนุ่มเลิกคิดแล้วจึงหันกลับไปตั้งใจพิมพ์เนื้อเรื่องที่ตนคิดไว้ต่อโดยมีมายนั่งอ่านข้อความที่เขากำลังพิมพ์ลงไป

    “โอ้ว ตอนจบมีหลายแบบสินะ ใช้ได้ ใช้ได้” หญิงสาวเอ่ยชมเมื่ออ่านตัวอักษรสุดท้ายที่ชายหนุ่มพิมพ์

    “อืม อยากลองทำแบบนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว ติดที่ว่าไม่มีเงินซื้อของในช็อป” พูดขึ้นเสียงเรียบ

    มือหนายื่นลงไปแตะที่ตัวเลือกของมอนสเตอร์พร้อมกับเลือกเหล่าเซิร์กทั้งหมดที่ตนมี หลังจากนั้นร่างจำลองสามมิติของเซิร์กหลายร้อยตัวก็ปรากฏขึ้นมาบนเกาะเบื้องหน้าของเขา

    หยิบพวกมันไปวางจุดที่ต้องการทันที ก่อนจะเลือกแฮตเชอรี่ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของพวกเซิร์กออกมาวางไว้ใกล้ๆ เช่นกัน

    เมื่อมาถึงจุดนี้ ชายหนุ่มก็พลันนึกถึงบางสิ่งขึ้นได้เมื่อเขาเห็นตัวลาวาของเซิร์กซึ่งถูกวางอยู่ใกล้ๆ กับแฮตเชอรี่ เขาจึงหันไปหาหญิงสาวข้างกายทันทีก่อนจะถามขึ้น

    “ว่าแต่ไอ้พวกคริสตัลพลังงานตอนนั้นอยู่ไหนอะ เธอเก็บมันมาไหม”

    มายกะพริบตาปริบๆ กับคำถามของชายหนุ่มเบื้องหน้าของเธอ ก่อนจะยิ้มแห้งๆ ออกมา พลางใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้างจิ้มกันก่อนจะกล่าว

    “ก็นายสลบไป ฉันก็เลยเก็บเอาไป”

    “งั้นก็ดีเลย เธอเอามาให้ฉันหน่อย ตอนฉันกดเลือกในทรัพยากรมันไม่เห็นขึ้นเลย” มินกล่าว

    หญิงสาวในชุดวันพีชสีขาวทำหน้าเหยเกทันทีที่เจอประโยคของอีกฝ่าย เธอพูดเสียงแผ่วออกมา “-มดแล้ว”

    “ฮะ เธอพูดว่าไรนะ ฉันไม่ได้ยิน” ขอให้อีกฝ่ายพูดอีกครั้งเนื่องจากได้ยินคำพูดของเธอไม่ชัด แม้จะอยู่ใกล้กันก็ตาม

    มายเดาะลิ้นหนึ่งทีก่อนจะค่อยๆ ขยับริมฝีปากของเธอ “ฉัน…ใช้ไปหมดแล้ว”

    มินเบิกตากว้างทันทีที่ได้ยินประโยคของหญิงสาว คิ้วหนาขมวดขึ้นทันทีพลางนึกเสียใจที่นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ถ้าเขาลืมๆ มันไปเขาก็มีความสุขกับการสร้างดันเจี้ยนไปแล้วแท้ๆ

    “คอเย็นเลยเว้ย!” กัดฟันพูดออกมาพร้อมกับกดอารมณ์โมโหไว้

    “อย่ามาขี้งกน่า นายหมดสติไปเอง ถ้าฉันไม่เอามานายก็เอาไม่ได้อยู่ดี” เธอเอ่ย

    อดไม่ได้ที่จะต้องส่งสายตามองแรงไปหาหญิงสาวพลางกล่าว “อย่ามาอ้าง”

    “พูดจริง ไม่เชื่อถามซิสเตม” มายรีบพูดถึงซิสเตมทันที

    และเมื่อเขาได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มจึงรีบถามเสียงหุ่นยนต์ในหัวของตนอย่างไม่รอช้า “จริงปะซิสเตม”

    [ตอบคำถามของยูสเซอร์]

    [สิ่งที่ผู้ช่วยของท่านพูดมาเป็นความจริงทุกประการ]

    [หากท่านไม่สามารถเก็บมันมาด้วยตัวเองได้ ผู้ช่วยของท่านมีสิทธิ์ในการเก็บทรัพยากรต่างๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องแบ่งกับยูสเซอร์]

    “เห็นไหม ฉันมีสิทธิ์!” ยิ้มอย่างผู้มีชัยหลังจากที่ซิสเตมได้อธิบายออกมา

    “เหอะ พวกขี้โกง ซิสเตมก็ขี้โกง เธอก็ขี้โกง ตูต้องแจ้งให้หมด!!” ก่นด่าอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

    ถึงแม้จะรู้สึกว่าตนกำลังโดนโกงอยู่ ไม่ว่าจากซิสเตมหรือจากหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกัน แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า อย่างน้อยๆ มันก็สมเหตุสมผลที่เขาไม่ได้คริสตัลพลังก็เพราะตัวเองหมดสติไปก่อนที่จะเก็บของพวกนั้นมา

    “คราวหน้าถ้าอยากได้ก็ต้องอดทนให้ตัวเองคงสติได้นานกว่านี้นะ” ว่าแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมชายหนุ่ม

    “รู้แล้วน่า คราวหน้าฉันจะมีสติอยู่ครบแล้วจะกวาดทุกอย่างมาเป็นของตัวเองให้เรียบเลย!” กล่าวปฏิญาณกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง

    มายหรี่ตามองเขาพลางยิ้มแล้วเอ่ย “ทำให้ได้แล้วกัน”

    ไม่ได้ตอบอะไรอีกฝ่ายกลับไป พลางหันกลับมามองหน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้า ก่อนจะเอ่ยถาม “แล้วที่นี้ฉันจะทำไงกับพวกลาวาล่ะ ไม่มีคริสตัลพลังงานแล้วเซิร์กแฮตเชอรี่จะสร้างลาวาให้ฉันยังไง”

    “นายลืมไปอีกอย่างนะ นอกจากไม่มีคริสตัลพลังงานแล้ว นายยังไม่มีควีนอีกด้วย” หญิงสาวกล่าวเตือน

    และเมื่อมินได้ยินคำเตือนของคนเบื้องหน้า อดก็พลันรีบตรวจสอบทันทีก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงแผ่ว “เออว่ะ จริงของเธอ ไม่มีควีนจริงๆ ด้วย”

    และในขณะที่เขากำลังตั้งคำถามภายในใจอยู่นั้นเองว่าเหตุใด เซิร์กที่เขาได้รับมาถึงไม่มีควีนรวมอยู่ในนั้นด้วย เสียงของซิสเตมก็ดังขึ้นในหัวของเขา

    [เนื่องจากยูสเซอร์ไม่ใช่คนที่จัดการกับควีนด้วยตนเอง]

    “หือ? แล้วใครจัดการ” ถามออกไปโดยลืมนึกไปเลยว่าตอนนั้นไม่ใช่ตนคนเดียวที่จัดการกับพวกเซิร์ก

    [เรนะ]

    เมื่อได้ยินคำพูดจากอีกฝ่าย ชายหนุ่มก็พลันร้องอ๋อขึ้นมาทันทีเพราะนึกขึ้นได้ถึงจำนวนตัวเลขเปอร์เซ็นต์ค่าความเสียหายที่หญิงสาวบริวารของเขาทำ

    “แต่เรนะก็เป็นบริวารของฉันไม่ใช่รึไง ลูกน้องทำ เจ้านายอย่างฉันก็สมควรได้เครดิตดิ” ถามด้วยน้ำเสียงจริงจังออกไป

    [ขอแสดงความเสียใจ ยูสเซอร์ยังไม่มีอำนาจต่อรองพอ]

    ‘งั้นก็คงต้องทำแบบตามมีตามเกิดล่ะนะ’

    เขาคิดในใจพลางยิ้มแห้งๆ ออกมาโดยไม่พูดอะไรก่อนจะกลับมามีสมาธิกับงานของตนเบื้องหน้าต่อเพราะไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี

    แต่แล้ว เสียงของซิสเตมก็ดังขึ้นภายในหัวของเขาอีกครั้ง

    [แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ายูสเซอร์จะไม่สามารถรับควีนได้หากเพียงยูสเซอร์มีสิ่งแลกเปลี่ยน]

    คิ้วหนาขมวดขึ้นทันทีเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าว พร้อมกับเริ่มรู้สึกตงิดๆ อย่างบอกไม่ถูก เมื่อรู้ว่าตนอาจจะต้องเสียอะไรอีกแน่นอน

    “ว่ามา อย่าพูดพร่ำทำเพลง จะให้แลกกับอะไร” กล่าวเสียงเรียบๆ ออกไป

    [ยูสเซอร์สามารถซื้อควีนได้ในราคาหนึ่งหมื่นบาท]

    “เดี๋ยวดิ ไม่ใช่ว่าฉันสามารถซื้อของใส่ดันนี้ได้ฟรีหรอกเหรอ ไหงแกให้ฉันซื้อควีน แถมยังโคตรแพงอีก” เขาถาม

    [ตอบคำถามของยูสเซอร์]

    [ในกรณีนี้มีความแตกต่างกัน ของที่ยูสเซอร์ซื้อทั้งหมดในดันเจี้ยนเฟสติวัล: เทศกาลสงกรานต์นั้น จะถือว่าเป็นทรัพย์สินของซิสเตม]

    [แต่ควีนนั้นต่างกัน เนื่องจากควีนเป็นส่วนหนึ่งของเซิร์กซึ่งเป็นทรัพย์สินของยูสเซอร์]

    [ทำให้ซิสเตมที่มีควีนในครอบครองเพียงตัวเดียวไม่สามารถใช้ประโยชน์กับสิ่งนี้ได้]

    “พูดง่ายๆ ก็คือกะขายต่อฉันว่างั้นเพราะตัวเองใช้ไม่ได้ แล้วทำไมถึงแพงขนาดนี้อะ ไหนๆ มันก็เป็นของเหลือแล้ว ลดหน่อยไม่ได้เหรอซิสเตม”

    ชายหนุ่มเริ่มต่อรองกับเสียงในหัวของเขาทันที ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วก็เถอะว่าไอ้เจ้าซิสเตมนี่มันไม่มีทางยอมเขาแน่เพราะว่ามัน ขี้งก!!

    [คำขอของยูสเซอร์ไม่ได้รับการอนุมัติ]

    “ตามคาด” พูดขึ้นก่อนจะพ่นลมหายใจหนักๆ ออกมาครั้งหนึ่ง ทำให้มินครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจ “ฉันไม่เอาก็ได้ซิสเตม ตามมีตามเกิดไปแห-”

    เมื่อได้ยินดังนั้น เสียงในหัวของเขาก็ดังแทรกขึ้นมาทันทีโดยไม่ปล่อยให้เขาพูดจบประโยค

    [หากยูสเซอร์คิดว่าหนึ่งหมื่นบาทแลกกับควีนนั้นไม่คุ้ม]

    [ซิสเตมขอเสนอ]

    [หากท่านซื้อควีนตอนนี้ รับไปเลยคริสตัลพลังงานจำนวนหนึ่งพันกรัมเพื่อให้ลาวาของท่านสามารถขนย้ายไปยังแฮตเชอรี่ได้]

    คิ้วหนาเลิกขึ้นอย่างประหลาดใจ ไม่คิดว่าซิสเตมจะมีโปรโมชันให้กับเขาอีกครั้ง

    “ช่วงนี้ร้อนเงินเหรอซิสเตม ดูทำตัวเป็นทีวีไดเร็คบ่อยนะ” อดเหน็บแนมอีกฝ่ายไปอย่างเสียไม่ได้

    [ยูสเซอร์โปรดตัดสินใจ โปรโมชันดีๆ เช่นนี้ไม่ได้มีมาบ่อยนัก]

    “เหอะ เมื่อก่อนหน้านี้ยังมีเลย อย่ามาพูด”

    พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายพลางนึกไปถึงเรื่องที่ตนตัดสินใจรับข้อเสนอเอาโฮมุนครุส

    [ยูสเซอร์โปรดตัดสินใจ โปรโมชันดีๆ เช่นนี้ไม่ได้มีมาบ่อยนัก]

    ซิสเตมย้ำอีกครั้งโดยไม่มีทีท่าว่าจะต่อล้อต่อเถียงกับประโยคเหน็บแนมของชายหนุ่ม มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นอย่างมีเลศนัยก่อนจะกล่าว

    “ฉันไม่เอา แพงเกิน เงินฉันเหลือแค่หมื่นเดียวเอง เกิดซื้อไปได้แค่ควีนกับคริสตัลมานาแค่หนึ่งพันกรัมยังไงก็ไม่คุ้ม อย่ามาตีตัวเลขให้ดูเยอะหน่อยเลย หนึ่งพันกรัมมันก็แค่หนึ่งกิโลไม่ใช่รึไง”

    [หากยูสเซอร์คิดว่าหนึ่งหมื่นบาทแลกกับควีนและคริสตัลหนึ่งพันกรัมนั้นไม่คุ้ม]

    [ซิสเตมขอเสนอ]

    [หากท่านซื้อควีนตอนนี้ รับไปเลยคริสตัลพลังงานจำนวนหนึ่งหมื่นกรัมเพื่อให้ลาวาของท่านสามารถขนย้ายไปยังแฮตเชอรี่ได้]

    “ไม่ซื้อ” มายตอบกลับไปทันทีโดยไม่คิด

    [หากยูสเซอร์คิดว่าหนึ่งหมื่นบาทแลกกับควีนและคริสตัลหนึ่งหมื่นกรัมนั้นไม่คุ้ม]

    [ซิสเตมขอเสนอ]

    [หากท่านซื้อควีนตอนนี้ รับไปเลยคริสตัลพลังงานจำนวนสองหมื่นกรัมเพื่อให้ลาวาของท่านสามารถขนย้ายไปยังแฮตเชอรี่ได้]

    “ไม่”

    [หากยูสเซอร์คิดว่าหนึ่งหมื่นบาทแลกกับควีนและคริสตัลสองหมื่นกรัมนั้นไม่คุ้ม]

    [ซิสเตมขอเสนอ]

    [หากท่านซื้อควีนตอนนี้ รับไปเลยคริสตัลพลังงานจำนวนสามหมื่นกรัมเพื่อให้ลาวาของท่านสามารถขนย้ายไปยังแฮตเชอรี่ได้]

    “ไม่”

    [หากยูสเซอร์คิดว่าหนึ่งหมื่นบาทแลกกับควีนและคริสตัลสามหมื่นกรัมนั้นไม่คุ้ม]

    [ซิสเตมขอเสนอ]

    [หากท่านซื้อควีนตอนนี้ รับไปเลยคริสตัลพลังงานจำนวนสี่หมื่นกรัมเพื่อให้ลาวาของท่านสามารถขนย้ายไปยังแฮตเชอรี่ได้]

    “ไม่”

    […]

    เมื่อเห็นว่าซิสเตมเงียบไปอยู่นานสองนาน เขาก็อดประหลาดใจไม่ได้เนื่องจากสาเหตุที่ชายหนุ่มตอบกลับไปว่าไม่ซื้อก็เพราะเขาต้องการทดลองว่าซิสเตมจะเสนออะไรที่ดีกว่านี้มาให้เขาอีกไหม

    และเมื่อผ่านไปอีกสักพัก เสียงหุ่นยนต์ในหัวของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง

    [หากยูสเซอร์คิดว่าหนึ่งหมื่นบาทแลกกับควีนและคริสตัลสี่หมื่นกรัมนั้นไม่คุ้ม]

    [ซิสเตมขอเสนอ]

    [หากท่านซื้อควีนตอนนี้ รับไปเลยคริสตัลพลังงานจำนวนห้าหมื่นกรัมเพื่อให้ลาวาของท่านสามารถขนย้ายไปยังแฮตเชอรี่ได้]

    [และโฆษณาที่ซิสเตมจะโปรโมทดันเจี้ยนสตูดิโอของท่านในช่วงเทศกาลสงกรานต์]

    “หือ?” อดประหลาดใจไม่ได้เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายจากซิสเตม ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าอีกฝ่ายจะสามารถทำเช่นนี้ได้ด้วย

    แต่แล้วอยู่ๆ พลันเสียงหวานก็พ่นขำแล้วหัวเราะขึ้นข้างๆ ของเขา “พรืด! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

    ชายหนุ่มรีบหันไปยังต้นเสียงทันทีพลางถาม “เธอขำอะไร”

    หญิงสาวที่นั่งกุมท้องตัวเองอยู่เนื่องจากกำลังขำอย่างหนักหน่วงก็ตอบกลับเขา “หัวเราะคนโดนต้อนจนจนมุม ฮ่าฮ่า”

    “เธอหมายถึงฉันเหรอ” มินรีบถาม ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอีกฝ่ายรู้อะไร ทำไมถึงบอกว่าเขาโดนต้อนจนมุม

    มายรีบโบกมือปฏิเสธทันที “ไม่ใช่ๆ ฉันไม่ได้ถึงนาย ฮ่าฮ่าฮ่า” พลางหัวเราะเสียงดัง

    เมื่อได้ยินคำตอบของเธอ ชายหนุ่มก็เลิกคิ้วก่อนจะเข้าใจว่าหญิงสาวหมายถึงใคร มุมปากเขายกยิ้มขึ้นทันทีแล้วจึงเริ่มขยับริมฝีปาก

    “ไม่ซ-”

    และในจังหวะที่มินกำลังจะปฏิเสธข้อเสนอของซิสเตมเพื่อที่จะดูว่าอีกฝ่ายจะมีอะไรเสนอมาให้อีก เสียงของซิสเตมก็ดังแทรกคำปฏิเสธของเขา

    [ยูสเซอร์โปรดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนก่อนจะปฏิเสธ]

    [นี่คือข้อเสนอสุดท้ายที่ซิสเตมสามารถให้ได้]

    [หากท่านปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวรอบนี้ ซิสเตมจะถือว่าท่านไม่รับข้อเสนอทันที]

    “ชิ” เดาะลิ้นอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะกล่าวกับอีกฝ่าย “ก็ได้ ฉันรับข้อเสนอ”

    [ยืนยันการทำรายการ]

    [สินค้าทั้งหมดถูกเคลื่อนย้ายเข้าไปในดันเจี้ยนเรียบร้อยแล้ว]

    [ยูสเซอร์สามารถบริหารทรัพยากรดังกล่าวได้แล้ว]

    “เค” ตอบกลับไปโดยไม่ได้สนใจอะไรเพราะมองสิ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาในหน้าต่างโฮโลแกรมสามมิติอยู่ เขาเริ่มจัดการจัดวางควีนและคริสตัลพลังงานทันที

    “ต่อไปก็ซื้อตึกในช็อป”

    เอ่ยกับตัวเองพลางเปิดหน้าต่างร้านค้าของซิสเตมขึ้นแล้วเลือกไปที่หน้าอาคารซึ่งมีตึกหลากรูปแบบให้เลือกซื้อ

    เลื่อนดูอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดซื้ออาคารทรงไทยที่มีรูปแบบเหมือนกับวัดของศาสนาพุทธ ไม่ว่าจะเป็นตัวโบสถ์ อุโบสถ เจดีย์ ปรางค์ ลานวัด กำแพง โบสถ์ วิหาร หอไตร หอระฆัง ศาลาการเปรียญ รวมทั้งกุฏิ

    จัดวางเป็นระเบียบอย่างสวยงามเท่าที่ตนจะสามารถทำได้เนื่องจากเขาไม่ใช่คนประณีตอะไร

    “ส่วนเอ็นพีซีก็หึหึ” เมื่อพูดถึงตัวละครที่จะใส่ให้มีบทบาทในดันเจี้ยนแห่งนี้ อดไม่ได้ที่มินจะหัวเราะในลำคอออกมาพลางนึกภาพในหัว

    “อยากเห็นหน้าของพวกลูกค้าตอนเห็นเอ็นพีซีพวกนี้แล้ว ฮ่าฮ่า” หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อพูดถึงเรื่องดังกล่าว

    “ฉันว่าน่ารักดีออก” มายเอ่ยขึ้นเมื่อมองเหล่าเอ็นพีซีหลายตัวที่มินซื้อในร้านค้าของซิสเตมแล้วลากลงไปจัดในดันเจี้ยน

    “มองไงว่าน่ารัก แปลกจะตาย เธอไม่ว่ามันแปลกเหรอ” ชายหนุ่มหันขวับไปถามหญิงสาวทันทีพลางชี้ไปที่เหล่าเอ็นพีซีที่เขาเพิ่งจะวางลงไปในลานวัด

    “ฉันว่าพวกลูกค้าผู้หญิงส่วนใหญ่คงชอบแหละ ส่วนพวกผู้ชายก็คงมองแล้วขำ” เธอตอบด้วยความสัตย์จริงหลังจากที่มองไปที่เหล่าเอ็นพีซีหลายตัวตรงหน้า

    “นั่นแหละที่ฉันต้องการ!” โพล่งขึ้นออกมาทันที

    “ว่าแต่นายคิดว่ามันจะไม่เป็นไรเหรอ ฉันขอเตือนเอาไว้ก่อนนะว่าขนาดคันคากยังเป็นไม่ได้เลย” เธอถามชายหนุ่ม

    “คันคาก? คันคากอะไร” เขาถามกลับอย่างสงสัยเมื่อได้ยินชื่ออันไม่คุ้นหูจากอีกฝ่าย

    หญิงสาวพ่นขำออกมา ก่อนจะส่ายมือของตนไปมาพลางกล่าว “หึ ไม่มีอะไรอะ นายไม่ต้องสนใจหรอก ถือว่าฉันไม่ได้พูดแล้วกัน”

    “อะไรของเธอ พูดไม่รู้เรื่อง” บ่นอีกฝ่ายก่อนจะกลับไปสนใจกับการสร้างดันเจี้ยนต่อ

    ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดจุดเทเลพอร์ตที่เหล่าลูกค้าของเขาจะปรากฏตัวขึ้น บทพูดของเหล่าเอ็นพีซี รวมถึงของไคสะเช่นกัน

     

    สามชั่วโมงผ่านไป

     

    “เสร็จสักที!!” มินตะโกนเสียงดังหลังจากกดยืนยันการสร้างดันเจี้ยน พลางกล่าว “จะได้นอนแล้ว”

    แต่เมื่อชายหนุ่มหันไปดูนาฬิกาบนหน้าจอสกรีนสมาร์ตโฟนของตน “ฉิบหาย หกโมงแล้ว!!”

    มือหนาทั้งสองข้างกุมหน้าตัวเองทันทีแล้วถอนหายใจออกมาอย่างเศร้าสร้อยที่ตนนั้นจะได้นอนไม่ถึงสามชั่วโมงอีกวัน

    “เปิดดันเจี้ยนสตูดิโอนี่มันยุ่งจังนะ”

    เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเฉยเมยราวกับคนตายพร้อมกับรอยคล้ำใต้ตาที่เริ่มปรากฏขึ้นมาจากการอดนอนมาสองคืนติด

     

    อ่านตอนล่วงหน้าได้ที่ : https://writer.dek-d.com/DungeonCreator/writer/view.php?id=2050019

    คล้ายกับเรื่องOtter Dungeon Studio แหม ธุรกิจดันเจี้ยนทำกำไรน้อยจริงๆ ที่คุณอ่าน