จิงซิงอี้เห็นว่าป้าซ่งมีรูปร่างท้วมยิ่งทำให้เข่าเสื่อมและเสียรูปมากกว่าปกติ เขาจึงอธิบายอาการให้หญิงสูงวัยฟังว่า
“โรคที่ป้าเป็ คือข้อเข่าเสื่อมนะครับ เกิดขึ้นได้จากอายุที่มากขึ้นทำให้เสื่อมแล้วก็น้ำหนักที่มากกว่าปกติ บางคนก็เกิดจากการทำงานหนัก ยกของหนักมานาน”
ป้าซ่งรีบตอบว่า“ใช่เลยจ้ะ ป้าทำไร่ทำสวนมาั้แ่สาวๆ บางทีก็ต้องแบกปุ๋ย แบกผักผลไม้ไปขาย่นี้ป้าปวดเข่ามาก มันตึงไปหมด พอนั่งๆนอนๆน้ำหนักก็เลยขึ้นอย่างที่หมอเห็นนี่ละจ้ะ”
ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยนั้นลุงซ่งฮ่าวเทียน ก็ถือขวดใส่นมแพะ 3 ขวดเดินเข้าบ้านมาถามว่า
“เท่านี้พอมั้ยหมอจิง”
เมื่อเห็นป้าซ่งเขาจึงถามด้วยความเป็ห่วงว่า
“อายี่ ออกมาทำไมจะเอาอะไรเหรอ”
ป้าซ่งรีบตอบว่า
“ไม่มีอะไรฉันเห็นว่าหมอจิงมา เลยเดินออกมาทัก”
จิงซิงอี้สังเกตเห็นว่าป้าซ่งไม่อยากพูดถึงอาการของตนต่อหน้าสามี เขาจึงหันไปพูดกับซ่งฮ่าวเทียนว่า
“เท่านี้ก็พอครับพรุ่งนี้สัก 5 โมงเย็นจะแวะมาซื้ออีกนะครับ ขอบคุณครับลุงซ่ง”
จากนั้นเขาก็จ่ายเงินให้ไป50 หยวน ก่อนที่จะเดินออกไป เขาพูดกับป้าซ่งว่า
“โรคนี้ใช้เวลารักษานานก็จริงแต่ถ้ารักษา อาการจะดีขึ้นจนเดินได้เกือบเหมือนปกติ”
ระหว่างปั่นจักรยานกลับบ้านเขาสงสัยว่าเหตุใดป้าซ่งจึงไม่อยากพูดเื่การรักษาต่อหน้าสามี เขารู้ดีว่า ไม่ใช่ทุกคนจะเชื่อถือการรักษาด้วยแพทย์แผนจีนและสองสามีภรรยาคู่นี้อาจเคยมีประสบการณ์ไม่ดีมาก่อน
เมื่อกลับมาถึงบ้านเขาเอานมแช่ตู้เย็นเอาไว้ จากนั้นก็ใช้โทรศัพท์สั่งซื้ออาหารสำหรับสุนัขจากร้านขายอาหารสัตว์ในหมู่บ้านใกล้ๆ ซึ่งจะมาส่งให้ในตอนเย็น
จากนั้นเขาก็เตรียมทำอาหารให้สุนัขจิ้งจอกโดยจะทำเก็บเอาไว้ให้พวกมันกินได้ 2-3 วัน เขาเตรียมไข่ไก่ เนื้อไก่และหมูและเดินไปสวนหลังบ้านเพื่อเก็บผักบางอย่าง แอปเปิ้ลและสาลี่จากสวนหลังบ้านเพื่อให้ทั้งคนและสุนัขจิ้งจอก เพราะพวกมันก็ต้องกินผักผลไม้เช่นเดียวกับคนด้วย
ในระหว่างที่เขาเตรียมอาหารสุนัขจิ้งจอกก็มีเสียงเตือนว่ามีข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือของเขา เมื่อเปิดอ่าน ก็พบว่ามาจากเย่เฉินเพื่อนสนิทที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแพทย์เดียวกันเขาส่งข้อความมาชวนจิงซิงอี้ไปเป็แพทย์อาสา เพื่อตรวจคนไข้ฟรีตามชุมชนกับอาจารย์ที่เคยสอนพวกเขาในมหาวิทยาลัย
ชายหนุ่มคิดสักพักก่อนจะพิมพ์ตอบตกลงเขาเองก็อยากจะพบอาจารย์ที่เขาเคารพนับถือ และยังได้ไปฝึกประสบการณ์ในการรักษาโรคด้วย
คลินิกของเขาเพิ่งเปิดมาไม่กี่วันยังไม่มีคนป่วยมารักษามากนัก ทำให้เขาคิดถึงการโปรโมทร้าน และการทำธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องไปด้วย
เมื่อเตรียมอาหารให้สุนัขจิ้งจอกเสร็จ เขาก็เริ่มวางแผนการโปรโมทคลินิกด้วยการอาสาตรวจโรคฟรีในวันเสาร์่เย็น ที่หมู่บ้านข้างๆและแจกถุงหอมสมุนไพรที่มีชื่อคลินิกและเบอร์ติดต่อเอาไว้ เขาเชื่อว่าการแจกของฟรีจะทำให้คนอยากเข้ามาตรวจโรคด้วย
แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดคิดเมื่อได้ยินเสียงเ้าตัวเล็กเห่าเรียก เขาจึงรีบเดินออกไปดูและเห็นแม่สุนัขจิ้งจอกที่ย้ายมานอนบนผ้าห่มที่พื้นมุมห้อง พยายามจะลุกขึ้นมาโดยมีเ้าตัวเล็กเดินวนเวียนส่งเสียงเห่า และคอยเลียหน้าเลียตาแม่ของมันอยู่
จิงซิงอี้ค่อยๆ เดินเข้าไปเพื่อไม่ให้มันใมันมองมาที่จิงซิงอี้อย่างระแวดระวัง เขาถามมันว่า “ฟื้นแล้วหรือ เจ็บตรงไหนบ้าง”
เขารู้ดีว่าตอนนี้ไม่ควรเข้าไปใกล้และััตัวมันเขาจึงเดินกลับไปที่ห้องครัว เทน้ำใส่ถ้วย และตักไก่ต้มใส่ผักและยกถ้วยกลับมา แม่สุนัขจิ้งจอกขยับจมูกเมื่อได้กลิ่นอาหารจิงซิงอี้วางถ้วยน้ำและอาหารไว้ด้านหน้า และถอยออกมานั่งมองห่างๆ
แม่จิ้งจอกขยับตัวเข้าไปใกล้ถ้วยอาหารมันมองเขาเหมือนชั่งใจ ชายหนุ่มยิ้มให้มัน และพูดด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “กินซะจะได้มีแรง”
เหมือนจะเข้าใจ แม่สุนัขจิ้งจอกก้มหน้าก้มตากินอาหารในถ้วยจนหมดและหันไปเลียกินน้ำในถ้วยต่อ ในขณะที่เ้าตัวเล็กเดินไปเดินมาและนอนลงข้างแม่เพื่อที่จะดูดนม จิงซิงอี้บอกมันว่า
“เ้าหนู แม่ยังาเ็อยู่จะเอานมที่ไหนมาให้ กินนมแพะไปก่อนนะ”
จากนั้นเขาก็เดินกลับไปอุ่นนมแพะและยกถ้วยนมมา เขาเรียกจนเ้าตัวเล็กยอมเดินมาใกล้มันดมถ้วยนมและเลียกินอย่างหิวโหย
ในระหว่างนั้น จิงซิงอี้เช็คอายุของเ้าตัวเล็กจากอินเทอร์เน็ตและพบว่ามันน่าจะมีอายุประมาณ 1-2 เดือน กินได้ทั้งนมและอาหารสุนัขแบบอ่อนเขาจึงสั่งอาหารลูกสุนัขเพิ่มเติมจากร้านที่สั่งเอาไว้ก่อนหน้านี้
เขาปล่อยพวกมันเอาไว้ในห้องโดยเปิดประตูเอาไว้เล็กน้อย เพื่อให้พวกมันเดินเข้าออกได้และไปหาจิงเซียวที่ห้องยาสมุนไพร
เขาบอกชายชราว่า แม่สุนัขจิ้งจอกฟื้นแล้วและกำลังกินอาหารพรุ่งนี้เขาจะตรวจเช็คแผลของมันอีกครั้งหนึ่ง
จากนั้น จิงซิงอี้ก็ช่วยจิงเซียวเตรียมยาสมุนไพรหรือการเผาจี้อสมุนไพรจีน
ทุกวันนี้จิงเซียวไม่ค่อยได้รักษาคนไข้แล้วเพราะเขาเริ่มเดินทางไม่สะดวก ประกอบกับอายุที่มากขึ้นทำให้เขาอยากทำในสิ่งที่ชอบมากกว่า ่หลังมานี้เขาจึงใช้เวลากับการเก็บรวบรวมสมุนไพรจากหลากหลายแหล่งเพื่อนำมาเป็ยาทั้งใช้กับคนไข้และขาย
สำหรับจิงซิงอี้ ่ที่ใกล้จะเรียนจบเขาแทบจะไม่มีเวลาว่างทำสมุนไพรเอง จึงพักการขายไประยะหนึ่ง แต่ในตอนนี้เขาพร้อมแล้วที่จะทำธุรกิจสมุนไพรของตนเองโดยมีจิงเซียวคอยให้คำแนะนำ
โดยปกติแล้วจิงเซียวและจิงซิงอี้จะสั่งซื้อยามาจากเ้าประจำพวกเขาจะการทำยาสมุนไพรเอง เฉพาะที่เก็บมาจากป่าและบนูเาโดยเฉพาะสมุนไพรหายากที่ไม่มีวางขายทั่วไป
ตอนนี้ จิงซิงอี้กำลังจะทำถุงหอมสมุนไพรเพื่อแจกมีส่วนผสมหลักคล้ายกับของคนอื่น แต่เขาเพิ่มสมุนไพรพิเศษที่จัดเตรียมเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดผลข้างเคียงบางอย่างของสมุนไพร
สูตรเหล่านี้ได้มาจากสูตรยาสมุนไพรของจิงเซียวที่มีความพิเศษซึ่งมีเพียงจิงซิงอี้คนเดียวที่ได้รับการถ่ายทอดถึงแม้หมอจีนหลายคนจะอ้อนวอนขอให้จิงเซียวช่วยสอนมานานนับสิบปีแต่ชายชราก็ปฏิเสธอย่างไม่ไยดี
จิงซิงอี้หั่นสมุนไพรหลักๆตามสูตรถุงหอมปกติเตรียมใส่กระด้งนำไปตากแดด เขาเพิ่มขิง ตะไคร้ พริกไทยและผิวส้มกับมะนาวลงไปด้วยเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยหรือยูจีนอลเพราะ่นี้อากาศเปลี่ยนแปลงจากเย็นไปสู่ร้อนชื้น ทำให้คนส่วนใหญ่เป็หวัดคัดจมูกและปวดหัว
สำหรับถุงหอมที่ใส่นั้น เขาเลือกผ้ามีลวดลายปักแบบจีนและติดชื่อคลินิกและวิธีติดต่อเอาไว้ อย่างไรก็ตาม เขายังคิดจะใช้ถุงผ้าแบบอื่นๆและถุงกระดาษสีน้ำตาลอ่อนด้วย ซึ่งแบบหลังเป็สมุนไพรสำหรับวางในบ้านและในรถเพื่อช่วยขับไล่แมลงและกำจัดกลิ่นอับ
หลังจากตากสมุนไพรเสร็จแล้วเขาใช้คอมพิวเตอร์ค้นหาข้อมูลสมุนไพร และตำรับยาต่างๆ เพื่อเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง
ตลอด่บ่ายคล้อยจนถึงตอนเย็นสองตาหลานใช้เวลาด้วยกันไปกับการจัดเตรียมสมุนไพร ทั้งการนำไปรักษาคนไข้และเตรียมทำถุงหอมสมุนไพร ทั้งสูตรเก่าและสูตรใหม่
จิงซิงอี้ขอให้จิงเซียวช่วยหาข้อมูลบริษัทที่ปลูกสมุนไพรเพราะเขา้าจะปลูกสมุนไพรบางส่วนเอง จิงเซียวเห็นด้วยเพราะตอนนี้ชายหนุ่มเรียนจบแล้วสามารถทุ่มเทเวลาในการรักษาคนและทำธุรกิจได้เต็มที่
สำหรับสถานที่ปลูกนั้นเขาตั้งใจจะไปปรึกษาคณะกรรมการหมู่บ้านเพื่อดูว่าเขาจะสามารถใช้พื้นที่หลังบ้านที่เป็รอยต่อกับูเาและพื้นที่บนูเาบางส่วนได้หรือไม่ และต้องทำอย่างไรบ้าง
จิงเซียวให้เสรีภาพกับจิงซิงอี้ในการทำสิ่งที่ชอบซึ่งแตกต่างจากลูกศิษย์คนอื่นๆ ที่ถูกอบรมสั่งสอนและควบคุมอย่างเข้มงวดแต่ลูกศิษย์สองคนแรกของเขา คือ ลั่วเยี่ยนและซุนเฉิงต่างก็เข้าใจดี เพราะจิงซิงอี้มีอายุห่างจากพวกเขามากทำให้พวกเขาเอ็นดูชายหนุ่มเหมือนกับลูกหลานของตนเอง
นอกจากนี้ จิงซิงอี้ยังนิสัยดี อ่อนน้อมและฉลาดเฉลียวเกินวัย พวกเขาเรียนวิชาจากจิงเซียว และออกเดินทางไปด้วยกันหลายครั้งั้แ่จิงซิงอี้ยังเป็เด็ก จึงมีความสนิทสนมกันมากการที่จิงเซียวรักและเอ็นดูชายหนุ่มมากจึงไม่เป็เื่น่าแปลกใจสำหรับศิษย์พี่คนอื่นๆ