การจากลาคือจุดเริ่มต้นของการพบกันใหม่
หรือแท้จริงแล้วเป็เพียงคำหลอกลวงให้หลงคอยอย่างทรมานเท่านั้น
การเดินทางมักพาเราไปเจอผู้คนใหม่ๆเื่ราวใหม่ๆ ไม่ว่าสิ่งที่เจอจะร้ายหรือดี มันจะมีบางอย่างที่เราได้เรียนรู้
ฉันชื่อลัลทริมาวิกรานต์วรสริต
นี่คือการเดินทางใน่รอโรงเรียนเปิดเทอมของชีวิตการเป็นักเรียนม.5 โรงเรียนนิศาพาณิชย์มันก็คงเป็การเดินทางธรรมดาเหมือนคนทั่วไปหากว่าฉันไม่ใช่คนที่มีััพิเศษที่ทำให้มองเห็นสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติและรับรู้ได้ถึงพลังงานบางอย่างความสามารถของฉันถูกเรียกว่า...ญาณอาถรรพ์
และคนคนหนึ่งก็ชอบมันมากๆเสียด้วย เขาคือเพื่อนร่วมทางของฉันเองคนที่ในหัวหมกมุ่นแต่เื่ราวดำมืดของศาสตร์อาถรรพ์ ไสยศาสตร์ มนตร์ดำเขามักจะพูดเสมอว่าการอยู่ใกล้ฉันทำให้เขาได้สนุกและตื่นเต้น
แต่ถ้าเป็ไปได้ฉันก็อยากให้การเดินทางของฉันเป็เหมือนคนทั่วๆไป ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่น่ากลัวหรือความเป็ความตายของใครซึ่งนั่นคงทำให้ ‘เขา’ เบื่อหน่ายไม่น้อย
“รอฉันด้วยสิการิน”
เนื่องจากเป็จุดท่องเที่ยวเปิดใหม่ของจังหวัดอำเภอเล็กๆ ที่เพิ่งเปิดตัวและเพิ่งมีท่ารถโดยสารข้ามจังหวัดเป็ของตัวเองร้านขายของจึงยังมีคนจับจองไม่มากนัก ผู้คนที่ลงจากรถก็ดูจะเป็คนท้องถิ่นมากกว่านักท่องเที่ยวทำให้เด็กหนุ่มสาวสองคนที่เพิ่งแบกเป้เดินออกมาจากท่ารถดูผิดที่ผิดทางพอสมควร
แต่ถึงอย่างไรอากาศวันนี้ก็สดใสสำหรับจังหวัดที่ได้ชื่อว่าฝนแปดแดดสี่ถือว่าเป็โชคดีมาก
ลัลทริมาสะพายเป้ขึ้นหลังเดินตามเด็กหนุ่มซึ่งกำลังยืนทำหน้าเซ็งอยู่ริมถนน
การเดินทางในจังหวัดที่ไม่คุ้นเคยจ้างรถรับจ้างก็ดีไปอย่างตรงที่คนในพื้นที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้เราได้หรือจะเช่ารถขับเองก็ดีไปอีกอย่างเพราะเดินทางได้อย่างอิสระกว่าซึ่งผู้ร่วมทางของเธอยืนยันว่าจะลองเช่ามอเตอร์ไซค์ขับกันเอง
ทว่าเมื่อเดินออกมาหน้าสถานีขนส่งกลับไม่มีร้านไหนเปิดเลยแม้แต่ร้านเดียว
“ทำไมปิดหมดแบบนี้ล่ะ”เด็กสาวพึมพำ ใบหน้าภายใต้หน้ากากอนามัยแดงระเรื่อ
“อาจจะเพราะเป็วันธรรมดาแถมตอนนี้เพิ่งเปิดให้เที่ยวได้นักท่องเที่ยวที่ไหนจะมาไกลขนาดนี้เล่าเธอนี่เลือกที่ทำรายงานได้เก่งจริงๆ”
“หัวข้อรายงานของเราคือแหล่งท่องเที่ยววิถีใหม่มันก็ต้องเป็ที่ที่เปิดใหม่อยู่แล้วอีกอย่างเพราะโรงเรียนอยากให้นักเรียนที่ยังไม่มี่ต้องเข้าเรียนได้ออกมาเที่ยวไม่ใช่เหรอโครงการรายงานของพวกเราถึงผ่านความเห็นชอบของอาจารย์” ลัลทริมาอธิบายยังคงมั่นใจในการเลือกจุดหมายปลายทางของตัวเองอยู่ “หมู่บ้านนี้มีประเพณีงานบุญประจำปีที่ไม่เหมือนใครฉันว่านายน่าจะสนใจ”
“รายงานกลุ่มที่มีแค่เธอทำอยู่คนเดียวน่ะเหรอหึ...หึ”
“คนเดียวที่ไหนทุกคนก็ช่วยกันอยู่ ตอนนี้ก็มีนายกับฉันไง...การิน” ลัลทริมาลองเดินหาร้านค้าที่ยังเปิดหรืออย่างน้อยถ้าเจอคนท้องถิ่นเธอก็ยังพอขอความช่วยเหลือได้ “นีกับเอมต้องตามที่บ้านไปต่างจังหวัดก็แยกกันช่วยพวกเราหาข้อมูลอยู่นะ อีกอย่างเอมก็บอกแล้วว่าคุณพ่อจะขับรถมาส่งตอนเราไปเจอกันที่ถัดไป อ๊ะ!...ตรงนั้นมีร้านเปิดอยู่ด้วยล่ะ”
เหมือนพวกเธอยังไม่อับโชคเสียทีเดียวตึกแถวสองชั้นห่างออกไปไม่ถึงห้าสิบเมตรมีร้านขนาดเล็กเปิดอยู่หน้าร้านเต็มไปด้วยมอเตอร์ไซค์จอดเรียงราย ป้ายไวนิลพิมพ์ภาพของชายหาดและเขียนด้วยตัวหนังสือสีแดงเด่นสะดุดตา
'ที่พัก รถเช่าจองเรือข้ามเกาะ'
ภายในร้านเด็กหนุ่มที่ดูอายุน้อยกว่าทั้งคู่กำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือพอเห็นมีลูกค้าเดินเข้ามาก็เอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้า
“ที่พัก เช่ารถจองเรือ จะเอาอะไร”
ช่างเป็คำถามที่ต้อนรับลูกค้าได้ดีจนการินเดินกลับไปรอนอกร้าน
“เราอยากเช่ามอเตอร์ไซค์คิดราคายังไงคะ”
ได้ยินเสียงคนถามเป็เด็กสาวเด็กหนุ่มตัวผอมผิวเข้มก็เงยหน้าจากจอมือถือแล้วกุลีกุจอลุกขึ้นมาดูแล
“วันละห้าร้อยบาทมัดจำพันนึง ขอบัตรประชาชนแล้วแอดไลน์ด้วยนะจ๊ะ” ใบหน้ายิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวส่งมือถือที่มีคิวอาร์โค้ดไลน์ของตัวเองให้ “มีคนพาเที่ยวหรือยังเราบริการพิเศษ ไม่คิดเพิ่มนะ”
เด็กสาวยังไม่ทันตอบก็มีมือซึ่งพันไว้ด้วยผ้าพันแผลยื่นบัตรประชาชนมาจนแทบจะแปะหน้าคนถามซ้ำยังมาจากเด็กหนุ่มที่ตัวสูงกว่า และกำลังเหยียดตามองเขาราวกับเห็นกิ้งกือไส้เดือน
“อ้าว...มากับแฟนก็ไม่บอก”
“หา!?! ไม่ใช่นะ เข้าใจผิดแล้ว”
ดูเหมือนคำแก้ตัวของลัลทริมาจะไม่เป็ผลเด็กหนุ่มจัดการทำเื่เช่ารถเสร็จอย่างรวดเร็วไม่มีการพูดพร่ำเพรื่อแล้วยื่นบัตรคืนให้การินกวาดตามองข้อมูลที่เด็กหนุ่มกรอกให้ในไลน์
“อยู่บ้านพักของผู้ใหญ่บ้านเหรอเคยมาหรือยัง แถวนั้นน่ะซอยย่อยเยอะ Google Map ชอบพาคนหลงเข้าป่ายาง”
หายากลึกลับ ง่ายต่อการหลงทาง
สามข้อนี้กลายเป็คุณสมบัติหลักของแหล่งท่องเที่ยววิถีใหม่ไปแล้วหรือไงนะ
เด็กสาวทำเป็ไม่สนใจสายตาพิฆาตของเพื่อนร่วมทางขอให้ผู้รู้อธิบายทางไปบ้านพักแล้วพยายามจำจุดสังเกตให้ได้พอจัดการเอกสารเรียบร้อยการินก็สะพายเป้ของตัวเองไว้ด้านหน้าส่วนลัลทริมาสะพายไว้ด้านหลัง
ระยะทางในGPS ไม่กี่กิโลเมตรแต่ทางไปกลับซับซ้อนพวกเขาต้องเลี้ยวเข้าถนนเลนเดียวลัดเลาะไปตามป่ายางต้นยางที่ปลูกถี่ทำให้มองเห็นแสงแดดส่องลงมา ทั้งงดงามและวังเวง
บ้านพัก‘มีชีวา’ ตั้งอยู่ในชุมชนชาวประมงขนาดกลาง เป็บ้านไม้สองชั้นยกพื้นสูงตัวบ้านไม่ได้อยู่ติดริมหาดแต่แทรกตัวอยู่กลางสวนกลิ่นดอกกระดังงาหน้าบ้านหอมโชยให้ความรู้สึกสดชื่น
เมื่อรถมอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้าจอดตรงที่โล่งใต้ถุนบ้านหญิงร่างท้วมสวมผ้าปาเต๊ะสีสดก็เข้ามาทักทายและกุลีกุจอช่วยเอาของลงจากรถก่อนพาไปนั่งพักที่ม้านั่งและรินน้ำสีแดงอมน้ำตาลใส่น้ำแข็งส่งให้
“น้ำฝางจ้ะคลายร้อนได้ดีนะ หนูลัลทริมาที่จองที่พักมาใช่ไหมจ๊ะ”
เด็กสาวที่แก้วน้ำยังคาปากพยักหน้าหันไปยักคิ้วกับการิน เพราะโดนปรามาสมาตลอดั้แ่ที่เธอเคยหลงไปผิดรีสอร์ต
“ป้าเตรียมห้องไว้ให้แล้วเดี๋ยวป้าจะพาไปนะ”
พอลัลทริมาและการินพักดื่มน้ำเรียบร้อยก็ลุกขึ้นตามป้าเ้าของบ้านไปภายในบ้านถูกทาสีด้วยสีฟ้าดูกลางเก่ากลางใหม่ มีข้าวของเครื่องใช้ไม่มากนักไม้ปูพื้นทำจากไม้แผ่นใหญ่พอเดินแล้วเกิดเสียงเอียดอาดให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต
หญิงวัยกลางคนพาทั้งคู่มาส่งที่ห้องพักชั้นสองส่งกุญแจให้แล้วก็ทำท่าจะเดินจากไป
“เดี๋ยวค่ะไม่ใช่สองห้องเหรอคะ”
“ห้องเดียวจ้ะบ้านนี้มีแบ่งให้พักแค่ห้องเดียวแต่ไม่ต้องกลัวแคบนะ ปกติอยู่กันได้สามสี่คนแหนะพวกหนูมากันสองคนนอนได้สบายเลยจ้ะส่วนห้องน้ำจะใช้ในห้องหรือมาใช้ห้องรวมตรงสุดทางเดินชั้นหนึ่งก็ได้”
“แต่...หนูจองมาสองห้องนะคะ”
เ้าของบ้านอมยิ้มหัวเราะเบาๆ แล้วตบไหล่เด็กสาว
“ไม่ต้องเขินๆตามสบายนะหนู ตอนเย็นป้าจะเตรียมข้าวไว้ให้ ถ้าหิวเมื่อไหร่ก็ลงมานะ ป้าไม่กวนล่ะ”
หญิงวัยกลางคนทิ้งให้ลัลทริมายืนอึ้งปล่อยกระเป๋าเป้ตกพื้นดังตุบ ขณะการินเดินเข้าไปในห้องแบบไม่เดือดร้อนเด็กสาวรู้ดีว่าถ้าไม่ยอมแชร์ห้องด้วยก็คงเป็เธอที่ได้มาปูที่นอนอยู่นอกห้องคืนนี้
......................................
ห้องพักเป็ห้องพัดลมลัลทริมาออกมาจากห้องน้ำหลังล้างหน้าล้างตาเรียบร้อยก็ไม่เห็นการินอยู่ในห้องแล้ว
เมื่อมองดูเวลายังไม่เย็นมากจึงทิ้งตัวลงนั่งบนฟูกและส่งไลน์หาเพื่อนรักทั้งสองของเธอ
ลัล: มาถึงที่พักแล้วจ้ะ คืนนี้จะไปงานวัด รอดูรูปนะ
เธอส่งข้อความพร้อมรูปบ้านซึ่งถ่ายเอาไว้ตอนมาถึงให้เพื่อนทั้งสองดูเห็นยังไม่มีใครอ่านเธอจึงส่งรายงานส่วนที่เป็หมู่บ้านชาวประมงที่เพิ่งทำเสร็จพร้อมกับรูปที่จัดหมวดเอาไว้แล้วเข้ากลุ่ม
ในบ้านไม่มีสัญญาณWifi ส่วนสัญญาณโทรศัพท์ก็มีน้อยนิด
แค่รูปไม่กี่รูปก็ต้องรออยู่หลายอึดใจ
แกรก...
“การินไปไหนมาน่ะ”
ไม่มีเสียงตอบหางตาเหลือบเห็นว่าคนที่เพิ่งเข้ามานั่งลงบนฟูกข้างๆ เธอจึงเงยหน้าขึ้นจากจอมือถือ
“คืนนี้เราจะออกไป...!”
ตุบ!
โทรศัพท์ร่วงจากมือในทันทีดวงตากลมโตเบิกค้าง
ที่นั่งอยู่บนฟูกฝั่งตรงข้ามไม่ใช่การินแต่เป็ร่างสีดำทะมึนเหมือนหมอกทึบใบหน้าที่มองไม่เห็นเครื่องหน้าจ้องตรงมายังเธอจนสันหลังเย็นวาบก่อนจะยื่นมือออกมาหาแล้วโผเข้าใส่เธอทันที
“กรี๊ดดด!”