หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

    บ่มเพาะสามปี

    เมื่อตัวของลั่วอู่หลินได้หายไปพร้อมกับแก่นของพฤกษาบรรพกาล เหล่าเซียนรวมไปถึงคนต่างๆพากันหยุดการต่อสู้ในทันทีพร้อมมองไปยังสถานที่ๆเด็กหนุ่มหายไปเป็นตาเดียวในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายเกินบรรยาย

     

    เด็กหนุ่มระดับวีรชนที่พวกเขาไม่ได้สนใจตอนนี้ได้ถือครองแก่นพฤกษาบรรพกาลแล้ว แถมยังหลบหนีไปอย่างง่ายดาย ที่สำคัญที่สุดคือก่อนจากไปพวกเขาสัมผัสได้ถึงการฉีกขาดของมิติอย่างชัดเจน นี่มันเป็นไปได้อย่างไรกัน?

     

    ต้องบอกก่อนว่ามีเพียงระดับเซียนขึ้นไปเท่านั้นที่จะสัมผัสและศึกษากฏของมิติได้ แต่เห็นชัดๆอยู่ว่าชายคนนั้นเป็นเพียงระดับวีรชนแล้วใช้พลังมิติได้อย่างไร สิ่งนี้เป็นปริศนาค้างคาใช้เหล่าเซียนทุกคนอย่างยิ่ง

     

    "อ๊า คนเราไม่ควรมองจากภายนอกจริงๆ คิดไม่ถึงว่าชายคนนั้นจะถึงกับหายไปในมิติที่สูงกว่าที่พวกเราเข้าใจได้..........หืม น้องพี่เจ้าเป็นอะไรไป??"จ้าวหลานหลินกล่าวและหันไปมองน้องสาวที่ตอนนี้เหม่อลอยจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

     

    "หล่อเหลาเกินไปแล้ว" นางพึมพำออกมาหนึ่งประโยคทำเอาจ้าวหลานหลินถึงกับหัวเราะอย่างขบขัน เห็นทีดวงใจน้อยๆของจ้าวหยูอินจะถูกช่วงชิงโดยหน้าตาอันหล่อเหลาของหัวขโมยน้อยนั่นไปเสียแล้วกระมัง และนั่นก็ถือว่าช่วยไม่ได้จริงๆแม้จะได้เห็นหน้าตาของลั่วอู่หลินเพียงไม่นานขนาดเขาที่เป็นผู้ชายแท้ๆก็ยังหวั่นไหวเลย

     

    ในขณะเดียวกันทางด้านจ้าวเทียนจินและเฮยเฟิงตอนนี้ยังคงยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น และก็เป็นจ้าวเทียนจินที่เอ่ยปากขึ้นมาก่อน "การต่อสู้นี้ยุติเถอะ ถึงอย่างไรแก่นพฤกษาบรรพกาลก็ถูกชิงไปแล้ว ต่อสู้กันไปก็ไร้ประโยชน์"

     

    "บัดซบๆนี่ข้าถึงขนาดพลาดให้เด็กเมื่อวานซืนระดับวีรชนงั้นหรือ"เฮยเฟิงกล่าวใบหน้าบิดเบี้ยวราวกับไม่ยินยอม แต่ทว่าตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ แก่นพฤกษาบรรพกาลถูกช่วงชิงไปแล้วนั่นคือความจริงแถมมันยังโดนระดับวีรชนชิงไป หากราชาแห่งการสังหารคนอื่นได้ยินเรื่องนี้เห็นทีคงหลีกเหลี่ยงการโดนหัวเราะเยาะไม่ได้เป็นแน่แท้

     

    "ก็ได้การต่อสู้วันนี้เป็นอันยุติ!"เฮยเฟิงตัดสินใจก่อนที่จะฉีกมิติและกลับไปยังดินแดนของตนเองในทันที ส่วนจ้าวเทียนจินเองก็ถอนหายใจยาวออกมาและบินไปหาลูกๆทั้งสองของเขาในทันที

     

    "กลับกันเถอะ ไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่แล้ว"จ้าวเทียนจินกล่าวกับลูกๆก่อนที่จะพากันบินกลับเมืองไป

     

    ในเวลาเดียวกันด้านในหอคอยมหาสมบัติลั่วอู่หลินนั่งอยู่ที่หอคอยชั้นที่ห้าเบื้องหน้ามีคัมภีร์โบราณกับแก่นพฤกษาบรรพกาลที่แม้ว่าจะถูกน้ำแข็งของชายหนุ่มผนึกเอาไว้ก็ยังแผ่ไอปราณแห่งชีวิตออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง

     

    ลั่วอู่หลินหยิบคัมภีร์โบราณออกมาอ่านก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยความสามารถของหอคอยมหาสมบัติแน่นอนลั่วอู่หลินสามารถที่จะอ่านมันออกได้

     

    "นะ นี่มัน !!"ลั่วอู่หลินดวงตาสั่นสะท้านเมื่อได้อ่านคัมภีร์ทั้งหมด ปรากฏว่ามันคือบันทึกและแผนที่สมบัติของขุมกำลังดินแดนปีศาจที่มีชื่อว่า 'เผ่ามารฟ้า' ซึ่งเป็นขุมกำลังโบราณที่ล่มสลายไปของพิภพปีศาจ

     

    จากบันทึกนี้ทำให้ลั่วอู่หลินได้พบเห็นว่าเผ่ามารฟ้านี้เมื่อก่อนคือเฝ่าที่แข็งแกร่งที่สุดในพิภพปีศาจ แต่ทว่าด้วยความคิดที่อยากเป็นมิตรกับทุกเผ่าพันธุ์และความสามารถของพวกเขาที่เป็นธาตุแสงซึ่งมันเป็นสิ่งที่ปีศาจไม่ควรจะมี เผ่าปีศาจอื่นๆจึงร่วมมือกันลอบฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เผ่ามารฟ้า

     

    มีเพียงหนึ่งคนเท่านั้นที่หนีรอดมาได้พร้อมกับสมบัติสมบัติทั้งหมดของเผ่าพันธุ์ แต่ทว่าชายคนนั้นก็บาดเจ็บสาหัสเกินเยียวยาจึงได้ใช้วิธีสุดท้ายคือซ่อนสมบัตินั้นเอาไว้ จากนั้นก็เขียนบันทึกโบราณนี้ขึ้นมาและได้ตายจากไป

     

    "เหอะๆดูเหมือนว่าเผ่าพันธุ์มารฟ้านี้จะเป็นเผ่าพันธุ์ที่เป็นมิตรที่สุดในดินแดนปีศาจ ช่างน่าสงสารนักเพราะความอ่อนโยนเกินไปของพวกเขาแท้ๆถึงได้ทำให้พบจุดจบเช่นนี้"ลั่วอู่หลินถอนหายใจ พิภพปีศาจขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายและการฆ่าฟันยิ่งกว่าดินแดนโบราณแห่งความว่างเปล่าเสียอีก มันจึงไม่แปลกที่เผ่าพันธุ์ที่ผิดแผกเช่นนี้จะโดนกำจัดทิ้ง

     

    "อืม เผ่ามารฟ้าอย่างนั้นหรือ น่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่อยู่ในยุคบรรพกาลเลยทีเดียว เอาเถอะๆเดี๋ยวเจ้าก็จะลงไปพิภพปีศาจอยู่แล้ว งั้นก็ต้องเป้าหมายนี้เป็นเป้าหมายแรกเลยก็แล้วกัน"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าว ลั่วอู่หลินพลันพยักหน้ายอมรับก่อนที่เขาจะหันไปมองแก่นพฤกษาบรรพกาลที่วางอยู่ตรงหน้า

     

    "พี่สาวท่านว่าข้าจะใช้เวลาเท่าไรกว่าที่จะดูดซับมันหมด??"

     

    "สามปี"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวอย่างไม่ลังเลทำให้ลั่วอู่หลินถึงกับถอนหายใจ

     

    "สามีปีเชียวหรือ นานเหลือเกินแต่ทว่าก็ไม่นับเป็นอะไรได้"ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนและเดินไปยังชั้นล่างสุดและบอกกล่าวเรื่องที่เขาจะปิดด่านเป็นเวลาสามปีให้เหล่าภรรยาได้รับทราบกันเอาไว้

     

    แน่นอนว่าพวกนางไม่ได้ขัดข้องอะไร ทั้งสิบคนตอนนี้เรียกได้ว่าตอนนี้มีงานอดิเรกที่สุดแสนจะหลากหลาย เวลาสามีปีที่สามีปิดด่านก็ยังไม่ทำให้พวกนางเหงาได้อย่างแน่นอน

     

    ชายหนุ่มใช้เวลาอยู่กับพวกนางและลูกๆสองสามวันก่อนที่เขาจะหอมแก้มลูกๆหอมแก้มเหล่าภรรยา และเดินกลับไปยังหอคอยชั้นที่ห้า ปิดผนึกทั้งชั้นเอาไว้เหลือเพียงบันไดให้เหล่าภรรยาได้ใช้สำหรับการขึ้นลงชั้นอื่นๆ

     

    "เอาละพี่สาวข้าพร้อมแล้ว เรามาลงมือกันดีกว่า"

     

    "ลงมืออะไร? ครั้งนี้พี่สาวอย่างข้าทำได้เพียงนั่งดูเฉยๆ เจ้าต้องใช้พฤกษาจรัสแสงของเจ้าในการดูดซับมันเข้าใจหรือไม่"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าว ลั่วอู่หลินก็ทำหน้ามุ่ยในทันทีและพยักหน้ายอมรับคำของไฉ่เยว่เอ่อร์ไป

     

    เขาปลดผนึกแก่นพฤกษาบรรพกาลจากนั้นก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการบ่มเพาะโดยใช้พฤกษาจรัสแสงเป็นในการดูดซับพลังงานแห่งชีวิตที่มากมายมหาศาลเข้าไป

     

    ด้านในทะเลแห่งจิตใจของลั่วอู่หลิน พฤกษาเริ่มเติบโตขึ้นอย่างช้าๆแต่มั่นคง ใบของมันมีแสงสีทองเปล่งประกายออกมา แต่ทว่าในขณะเดียวกันพื้นที่หมอกสีดำก็ดูดกลืนพลังชีวิตนี้ไปเช่นเดียวกันทั้งยังมากถึงสามส่วน ซึ่งลั่วอู่หลินก็ไม่ได้คิดว่ามันแปลกอะไรแถมในใจยังคาดหวังอีกว่าตัวเขาอาจจะได้ล่วงรู้ความลับของหมอกสีดำนี้ก่อนไปถึงระดับเซียนก็เป็นได้

     

    "ขอให้เป็นอย่างที่ข้าคิดด้วยเถอะ"ขณะบ่มเพาะลั่วอู่หลินบ่นพึมพำออกมา ก่อนที่จะดำดิ่งสู่กระบวนการบ่มเพาะอันแสนยาวนานต่อไป

    คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน