“ ก๊อก ก๊อก, ก๊อก ก๊อก ”
ทางด้านมู่เสี่ยวหลันที่เพิ่งจะเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ต้าเป่าเสร็จ ก็รีบอุ้มลูก ๆ ออกมาจากในมิติเมื่อได้ยินเสียงเคาะที่ประตูห้องนอนในบ้านเว่ย
เมื่อเธอเปิดประตูออกไปดูว่าใครที่กำลังเคาะประตูห้องนอนของพวกเธออยู่นั้น มู่เสี่ยวหลันก็ถึงกับแปลกใจว่าทำไมสามีถึงได้กลับบ้านมาเร็วนักทั้งที่เพิ่งจะออกไปยังไม่ถึงสี่ชั่วโมงดีเลยด้วยซ้ำไป การวางกับดักล่าสัตว์มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?เธอนึกว่าจะต้องใช้เวลาเกือบทั้งวันเสียอีก
“ อ้าว คุณเองเหรอคะ ทำไมถึงได้กลับมาเร็วนักล่ะ หรือว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับพ่อหรืออาหยางคะ ” มู่เสี่ยวหลันมองดูสามีตั้งแต่บนลงล่าง เพราะเธอคิดว่าการไปล่าสัตว์ไม่น่าจะใช้เวลาน้อยขนาดนี้ แต่ทำไมสามีของเธอถึงได้กลับมาเร็วแบบนี้ หรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับพวกเขาคนใดคนหนึ่ง เมื่อเห็นว่าสามีร่างกายดูปกติดีและไม่มีบาดแผลก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก จึงนึกไปถึงน้องชายสามีกับพ่อสามีที่ขึ้นเขาไปล่าสัตว์ด้วยกัน
“ เปล่าหรอกครับ แต่เป็นเพราะผิงกั่ววิเศษของคุณต่างหากล่ะ ที่ทำให้พวกเราล่าไก่แล้วก็กระต่ายป่าได้ถึงสิบตัวภายในเวลาไม่นาน เสียดายที่วันนี้ผมทำได้เพียงแค่วางกับดักจับสัตว์เล็ก เพราะไม่ได้เตรียมอุปกรณ์สำหรับทำกับดักล่าสัตว์ใหญ่ไปด้วย แต่เดี๋ยววันหน้าผมจะลองขึ้นไปใหม่เผื่อว่าจะโชคดีจับได้กวางหรือไม่ก็หมูป่าสักตัว ”
“ อ้อ! ดีเลยค่ะที่จับได้หลายตัวทุกคนจะได้กินเนื้อบำรุงสุขภาพเยอะ ๆ เห็นคุณกลับมาเร็วผิดปกติแบบนี้ฉันก็ตกใจหมด นึกกลัวว่าพวกคุณเกิดอุบัติเหตุขึ้นถึงได้รีบกลับมาแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นฉันออกไปทำอาหารมื้อเที่ยงให้พวกคุณกินดีไหม คุณอยากกินตุ๋นกระต่ายกับหมั่นโถวแล้วก็ไก่คั่วพริกเกลือไหมคะ ”
“ ตามใจคุณเลยครับ อาหยางคงอยากให้คุณรีบออกไปทำอาหารจะแย่แล้วตอนนี้ คุณไม่รู้หรอกว่าพอพวกเราจับสัตว์พวกนี้ได้เขาตื่นเต้นแค่ไหน เจ้าเด็กตะกละนั่นยืนมองไก่กับกระต่ายตัวเป็น ๆ ตาเป็นประกาย พล่ามชื่ออาหารที่อยากกินจนน้ำลายไหลอยู่ตลอดทางกลับบ้าน บอกว่ากลับมาจะให้พี่สะใภ้ทำให้ทานแล้วเขาก็จะกตัญญูต่อพวกเรา แถมยังจะแต่งเมียเข้าบ้านไม่แยกครอบครัวอีกต่างหาก ฮึ! เจ้าเด็กตัวเหม็นแผนสูง ทำเป็นมาอ้างว่าตัวเองเป็นเด็กกตัญญูไม่อยากแยกบ้าน อันที่จริงก็คงติดใจฝีมือทำอาหารคุณนั่นแหละครับ ”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เหรอคะ ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไปเตรียมกระต่ายกับไก่ไว้ให้ฉันสัก…เอ่อ…อย่างละสามตัวก็แล้วกัน อากาศร้อน ๆ แบบนี้เนื้อจะเน่าหมดหากไม่รีบทำกินซะก่อน ฉันจะได้ทำเผื่อเป็นอาหารเย็นด้วยเลยทีเดียว ตุ๋นไฟอ่อนทิ้งไว้นาน ๆ เนื้อจะได้เปื่อยนุ่มอร่อยอีกด้วย อ้อ! เครื่องในไก่ไม่ต้องทิ้งนะคะ ส่วนกระต่ายนั่นทิ้งไปได้เลย ”
“ ครับ ผมจะไปจัดการเตรียมเนื้อทั้งหมดไว้ให้ตามที่คุณบอก แล้วนี่คุณกินข้าวเที่ยงรึยัง ” เว่ยอี้หานถามเสียงนุ่มเอ็นดูท่าทางกระตือรือร้นอยากจะทำอาหารให้กับทุกคนในครอบครัวกินของภรรยาตัวน้อย
“ ฉันกินตั้งแต่อยู่ในมิติแล้วค่ะ อันที่จริงตอนที่ลูกหลับ ฉันแอบไปทำหมั่นโถวฟักทองนมสดเก็บไว้เกือบห้าสิบลูกแน่ะ เพราะในมิติอาหารที่ทำเก็บไว้จะไม่เน่าเสีย ฉันก็เลยทำไว้เยอะเลยเผื่อว่าทุกคนกลับมาแล้วหิวจะได้กินทันทีเลย ที่เหลือก็มีผัดมะเขือม่วงแล้วก็ไข่ผัดมะเขือเทศด้วย คุณหิวไหมคะ จะกินรองท้องก่อน หรือจะรอกินตอนที่ฉันปรุงเนื้อกระต่ายกับไก่เสร็จแล้วค่อยทานทีเดียว ”
“ รอกินทีเดียวพร้อมกันเลยก็ได้ครับ เราอุ้มลูกออกไปนอนเล่นที่แคร่ไม้หลังบ้านหน้าห้องครัวก็ได้ จะได้ให้พ่อเฝ้าดูลูก ๆ รอระหว่างที่คุณทำอาหาร ”
“ ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นคุณไปจัดการถอนขนลอกหนังไก่กับกระต่ายเถอะค่ะ คุณเพิ่งกลับมาจากป่า เดี๋ยวลูกจะเป็นผื่นคันเอาถ้าหากคุณอุ้มลูกตอนนี้ เดี๋ยวฉันอุ้มทั้งสองคนออกไปเองค่ะ คุณออกไปก่อนเถอะ ”
“ ครับ เอาแบบนั้นก็ได้ ตอนนี้เสื้อผ้าผมก็สกปรกจริง ๆ นั่นแหละ มีแต่ฝุ่นและก็เหงื่อเต็มไปหมด ”
“ ถึงสกปรกยังไง คุณก็ยังหล่อเหมือนเดิมค่ะ ฮิฮิ ”
“ คุณนี่นะ เฮ้อ ” เว่ยอี้หานยิ้มให้กับความช่าง….ของคนตรงหน้า ชอบทำให้ชายหนุ่มตัวโต ๆ อย่างเขาใจเต้นแรงอยู่เรื่อย
……….
เว่ยอี้หานหลังจากที่กลับออกมาจากห้องนอน เขาก็เดินไปหาพ่อที่กำลังจุดเตาต้มน้ำร้อนสำหรับใช้ถอนขนไก่
“ พ่อครับ พ่อไปอาบน้ำ แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะครับ ผมจะฝากให้พ่อดูแลสองแฝดที่แคร่ด้านนอกห้องครัวระหว่างที่เสี่ยวหลันทำอาหารน่ะครับ ส่วนพวกไก่กับกระต่ายทั้งหมดนี่เดี๋ยวผมจะจัดการที่เหลือเอง ”
“ อ้อ ดีเลยถ้าอย่างนั้นแกก็รีบมาทำซะ ฉันจะรีบไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวจะไม่มีคนคอยดูแลหลาน ” พ่อเว่ยยิ้มแป้นถูกใจ ที่ถูกลูกชายวานให้ดูแลหลานตัวน้อย ๆ จึงรีบเดินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาก็เจอสองแฝดนอนรอบนผ้ารองนุ่ม ๆ อยู่บนแคร่หน้าห้องครัวเรียบร้อยแล้ว
ก่อนหน้านี้มู่เสี่ยวหลันอุ้มเด็กน้อยทั้งสองคนออกมานอนหลบแดดร้อนบนแคร่ไม้ที่ครอบครัวเว่ยใช้นั่งเล่นสูดอากาศนอกบ้านอยู่เป็นประจำใต้ต้นไม้ใหญ่หลังบ้านที่อยู่เยื้องจากห้องครัวไม่ไกลนัก
“ ฝากด้วยนะคะคุณพ่อ ”
“ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร นาน ๆ ทีพ่อจะได้มีเวลาว่างได้เล่นกับหลาน ๆ บ้าง ”
“ ค่ะถ้าอย่างนั้นหนูไม่เกรงใจแล้ว แม่ไปทำอาหารก่อนนะเด็ก ๆ เป็นเด็กดี ห้ามดื้อกับคุณปู่ล่ะ ไม่งั้นแม่จะให้อดกินนมหนึ่งมื้อ ”
“ แอ๊ะ! ”
เหมือนจะรู้ว่าแม่พูดอะไรเพราะเสียงแอ๊ะที่มาถูกจังหวะเป๊ะนี้มาจากต้าเป่าจอมตะกละนั่นเอง ส่วนเสี่ยวเป่าตัวน้อยก็นอนยิ้มหวานเล่นตามแบบฉบับของเด็กเรียบร้อยเลี้ยงง่าย ขอเพียงกินอิ่มและรู้สึกสบายตัวเจ้าแฝดคนน้องก็แทบจะไม่ร้องไห้งอแงเลยสักนิด ไม่ขี้โวยวายเอาแต่ใจเหมือนกับพี่ชายฝาแฝดของตัวเอง
มู่เสี่ยวหลันทิ้งลูก ๆ ให้พ่อสามีดูแลชั่วคราวส่วนตัวเองก็เดินเข้าห้องครัว เห็นกระต่ายตัวอวบอ้วนวางไว้ในถาดบนโต๊ะทำกับข้าว ก็เริ่มลงมือทำตุ๋นกระต่ายใส่หอมหัวใหญ่ มันฝรั่งและแครอททันที ที่สำคัญหลังจากที่ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยดำแล้วเธอยังแอบเทไวน์ขาวและหย่อนใบกระวานลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอมให้ตุ๋นกระต่ายหม้อนี้อีกด้วย
จากนั้นเธอก็นำไก่ทั้งสามตัวมาสับเป็นชิ้น ๆ แบ่งครึ่งหนึ่งไปหมักกับเครื่องปรุงรสจากนั้นก็นำไปคลุกกับแป้งทอดกรอบบาง ๆ แล้วนำลงไปทอดในน้ำมันที่เธอแอบเอาออกมาจากในมิติ
ระหว่างรอทอดไก่ให้สุก เธอก็สับกระเทียมและพริกสดเป็นชิ้นหยาบ ๆ แยกกัน จากนั้นก็นำไปคลุกเคล้ากับแป้งทอดกรอบโดยไม่ผสมน้ำ
มู่เสี่ยวหลันนำพริกและกระเทียมลงไปทอดในน้ำมันทีละอย่างจนเหลืองกรอบตักขั้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน จากนั้นเธอก็เทน้ำมันทั้งหมดออกจากกระทะ
มาถึงขั้นตอนสุดท้ายเธอเทกระเทียมและพริกทอดลงไปในกระทะอีกครั้ง ปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือคลุกเคล้าให้เข้ากัน สุดท้ายจึงเทไก่ที่เพิ่งทอดจนเหลืองกรอบลงไปผัดกับพริกและกระเทียมทอดในกระทะ คลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างรวดเร็วแล้วจึงตักขึ้นมาใส่จานพร้อมเสิร์ฟ
จากนั้นหันไปเปิดฝาหม้อตุ๋นกระต่ายดูเมื่อเห็นว่าได้ที่แล้วจึงยกลงมาจากเตาจากนั้นจึงตักใส่ชาม มู่เสี่ยวหลันหันซ้ายมองขวา เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้นเธอจึงนำหมั่นโถวฟักทอง ผัดมะเขือม่วงแล้วก็ไข่ผัดมะเขือเทศที่ทำเอาไว้ก่อนหน้านี้ออกมาจากในมิติ
มู่เสี่ยวหลันวางอาหารลงบนถาดแล้วทยอยยกบางส่วนที่เตรียมไว้ออกไปด้านนอก ขณะที่กำลังจะเดินถือถาดใส่อาหารไปยังโต๊ะกินข้าวที่อยู่ภายในบ้าน ก็เหลือบเห็นพ่อสามีและสามีนั่งเล่นอยู่กับสองแฝดจึงถามทั้งสองคนว่าพวกเขาอยากนั่งกินข้าวที่ตรงไหน
“ พ่อกับอี้หานอยากกินข้าวตรงนี้หรือเข้าไปกินที่โต๊ะอาหารด้านในคะ "
“ พ่อว่ากินข้างนอกบนแคร่นี่ก็ได้ลูก ข้างในอากาศมันร้อน ”
" ได้ค่ะพ่อ แล้วนี่อาหยางหายไปไหนคุณ ทำไมไม่เห็นน้องล่ะ ”
“ผมให้เจ้าเด็กตัวเหม็นนั่นไปตามแม่แล้วก็น้องสาวกลับมากินข้าวเที่ยงที่บ้าน อ๊ะ! นั่นไง พูดถึงก็มาพอดีเลย ”
เว่ยอี้หยางเดินผ่านประตูรั้วบ้านเข้ามาก็ทำจมูกฟุดฟิดเมื่อได้กลิ่นอาหารลอยมาตามอากาศ
“ พี่สะใภ้ทำอาหารเสร็จแล้วแน่เลย แม่กับพี่สาวเดินช้าผมไม่รอแล้วนะ ” พูดเสร็จเจ้าตัวก็วิ่งแจ้นอ้อมไปทางห้องครัวที่อยู่หลังบ้านทันที
ส่วนแม่เว่ยกับพี่สาวทั้งสองคนก็ได้แต่หัวเราะตามหลัง แต่พวกเธอก็พากันเร่งฝีเท้าเดินเร็วขึ้นกันทุกคน
มู่เสี่ยวหลันเห็นน้องชายคนเล็กโผล่มาเป็นคนแรกก็ร้องเรียกทันที “ อาหยางกลับมาแล้ว รีบไปล้างมือเร็วเข้า พี่เพิ่งจะทำอาหารเสร็จพอดีเลยจะได้กินตอนที่ยังร้อน ๆ อยู่ ”
“ กลับมาแล้วครับพี่สะใภ้ ” เว่ยอี้หยางยิ้มแป้นแล้นรีบวิ่งไปตักน้ำในอ่างล้างมือทันทีหลังจากที่ตอบเสียงดังฟังชัดเพราะเขาตั้งตารอคอยอาหารฝีมือพี่สะใภ้ตั้งแต่จับไก่ป่าตัวแรกได้แล้วด้วยซ้ำ
“ แม่กับชิงชิงแล้วก็อิงอิงกลับมาพอดีเลยค่ะ หนูทำอาหารไว้เยอะเลย วันนี้พวกหนุ่ม ๆ ล่ากระต่ายและไก่ป่ากลับมาตั้งสิบตัว วันนี้ทุกคนกินกันให้เต็มที่เลยนะคะ ”
“ จ้ะ ลำบากเสี่ยวหลันแล้วที่ต้องทำอาหารคนเดียวให้ทุกคนกิน ไปสองคนนี้ก็รีบไปล้างหน้าล้างมือแล้วมากินข้าวไป เดี๋ยวจะกินไม่ทันน้องชายพวกเธอ ดูสิวิ่งหน้าตั้งออกมาแล้วนั่น ”
“ อาหยางไปช่วยพี่สะใภ้แกยกอาหารที่เหลือออกมาเร็ว ”
“ ครับพ่อ พี่สะใภ้มานั่งพักเถอะ ส่วนที่เหลือเดี๋ยวผมไปยกออกมาเอง ” ได้ยินที่พ่อสั่งเว่ยอี้หยางก็รีบไปยกอาหารที่เหลือออกมาจากห้องครัวทันที
“ เสี่ยวหลันคุณมานั่งพักก่อนเถอะ เพิ่งจะทำอาหารมาเหนื่อย ๆ ที่เหลือไม่กี่จานก็ปล่อยให้อาหยางยกออกมาเองเถอะ” เว่ยอี้หานเห็นภรรยาเหงื่อไหลเต็มหน้าผากไปหมดก็รู้สึกสงสาร เพราะเธอต้องทำอาหารร้อน ๆ ตรงหน้าเตาไฟตั้งนานอีกทั้งอากาศภายในห้องครัวก็ร้อนอบอ้าวมากในตอนนี้
“ ไม่เป็นไรค่ะ ยังมีเนื้อสดกับเครื่องในไก่วางไว้ในครัว ถ้าทิ้งไว้นานฉันกลัวว่าแมลงวันจะมาตอมเสียก่อน ทุกคนกินอาหารที่ฉันทำให้อร่อยก็พอแล้วค่ะ ”
“ ขอบใจนะลูก ที่ทำอาหารอร่อย ๆ ให้พวกเราทุกคนกิน แล้วทำไมเสี่ยวหลันไม่มากินข้าวเที่ยงพร้อมกันก่อนล่ะ เนื้อที่เหลือไม่ต้องรีบทำก็ได้ลูก มากินข้าวกันก่อนเถอะ” เว่ยชิงเทียนถามลูกสะใภ้เมื่อได้ยินว่าเธอจะแยกตัวไปทำอาหารต่อทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะทำอาหารมากมายขนาดนี้อีกทั้งยังไม่ยอมกินข้าวอีกด้วย
“ พอดีฉันกินจนอิ่มมาก่อนหน้าที่ทุกคนจะกลับมาแล้วค่ะ ตอนนี้ยังรู้สึกแน่นท้องอยู่เลย ” มู่เสี่ยวหลันยิ้มรับความอาทรที่พ่อสามีมีให้ ก่อนที่จะหันมาพูดกับสามี
“ โอ้ ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจหนูเถอะ พ่อขอกินข้าวก่อนก็แล้วกัน ดูสิอาหารที่เสี่ยวหลันทำดูน่ากินทุกอย่างเลยแม้แต่หมั่นโถวก็ยังเป็นสีเหลืองน่ากินมากเลยเลย ” เว่ยชิงเทียนพยักหน้ารับและชมอาหารที่ลูกสะใภ้ทำไม่ขาดปาก
“ ถ้าอย่างนั้นคุณพ่อกินให้เยอะ ๆ นะคะ หนูขอตัวก่อน
อ้อ! อี้หาน คุณดูลูกด้วยนะคะฉันจะไปทำอาหารที่เหลือให้เสร็จเสียก่อน ”
“ นี่ยังจะทำเพิ่มอีกเหรอลูก ที่เจ้าอาหยางยกออกมานี่ก็เยอะมากแล้วนะ หนูไม่ต้องลำบากไปทำเพิ่มหรอก แค่นี้ก็คงเหนื่อยจะแย่แล้ว ” แม่เว่ยที่เดินกลับมาได้ยินพอดีว่าลูกสะใภ้จะกลับไปทำอาหารเพิ่มก็ออกปากห้ามทันทีเพราะนางมาไม่ทันได้ยินบทสนทนาก่อนหน้านี้และกลัวว่าลูกสะใภ้จะเหนื่อยเกินไป
“ แค่ทำแกงจืดไก่ใส่ฟักกับเห็ดหอมแล้วก็ผัดเครื่องในไก่ใส่ขิงเองค่ะ หนูทำแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว จะทำไว้เผื่อมื้อเย็นนี้ทำให้เสร็จจะได้ตัวเหม็นทีเดียว แล้วหนูก็กลัวว่าเนื้อจะมีกลิ่นเสียก่อนถ้าทิ้งไว้นานเพราะวันนี้อากาศร้อนมาก นี่ก็ยังเหลืออีกหลายตัวเลยค่ะที่ชำแหละไว้แล้ว ”
“ โอ้นี่สามพ่อลูกไปได้อะไรมาบ้างล่ะวันนี้ " แม่เว่ยอุทานด้วยความตกใจเมื่อรู้ว่าวันนี้มีเนื้อจำนวนมากจนต้องรีบทำกับข้าวก่อนที่เนื้อจะเน่าเสียก่อนแบบนี้
“ ได้ไก่ป่ากับกระต่ายมาสิบตัวเลยแม่ ” เว่ยอี้หยางตอบยืดอกตอบด้วยความภูมิใจแม้ว่าจะเป็นฝีมือพี่ใหญ่และพ่อทำกับดักทั้งหมดส่วนตนเองเพียงแค่ตามขึ้นเขาไปเรียนรู้หาประสบการณ์ด้วยเท่านั้น
“ โอ้ดีจริง เจ้าใหญ่ลูกแบ่งไปให้บ้านยายกับบ้านป้าใหญ่ด้วยสิ อากาศร้อนขนาดนี้เนื้อเน่าง่าย บ้านเราก็คงกินเนื้อทั้งหมดนี้ไม่ทันอยู่แล้ว ที่บ้านป้าใหญ่เองอาหารก็ไม่ค่อยจะมีกินกัน ”
“ ได้ครับแม่เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วผมจะเอาไปให้ทั้งสองบ้านเอง ” เว่ยอี้หานรับคำแม่อย่างง่ายดายแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบคนบางคนที่บ้านยาย แต่สำหรับบ้านป้าแล้วเขาเองก็ตั้งใจเอาไว้อยู่แล้วว่าจะนำไปให้หลังจากนี้แม้ว่าแม่จะไม่ได้บอกให้แบ่งไปก็ตาม
“ เฮ้อ…ขอบใจนะลูก ” แม่เว่ยถอนหายใจแล้วก็ถอนใจอีกกับชะตากรรมครอบครัวของพี่สาวคนโตของเธอที่เป็นม่ายตั้งแต่ยังสาวและต้องเลี้ยงลูกสองคนด้วยตัวคนเดียว เพราะครอบครัวเดิมของสามีไม่สนใจเนื่องจากหลาน ๆ ทั้งสองคนเป็นเด็กผู้หญิง
สุดท้ายเพราะกลัวลูกสองคนจะอดตาย เพราะนอกจากพวกเธอจะโดนใช้ทำงานบ้านทุกอย่างแล้วอาหารที่ได้ทานก็มีเพียงโจ๊กที่เหลวเป็นน้ำเพียงวันละสองมื้อ
นางหลิงเหมยจึงบากหน้ากลับมาขอความช่วยเหลือจากครอบครัวเดิม แต่เนื่องจากครอบครัวหลิงก็อยู่กันอย่างแออัดมากอยู่แล้วจึงไม่มีห้องว่างให้พวกเธออาศัยอยู่ด้วย
แต่โชคดีที่คนในหมู่บ้านสงสารจึงจัดสรรที่ดินว่างเปล่าผืนเล็ก ๆ ให้ จากนั้นก็ช่วยกันสร้างบ้านดินหลังเล็ก ๆ ให้พวกเธออยู่กันสามคนแม่ลูกโดยเงินค่าซื้ออุปกรณ์สร้างบ้านยี่สิบหยวนนั้นมาจากเงินเดือนทหารของเว่ยอี้หานนั่นเอง