“ชีวิตของฉันมีเงินทองมากมายก็จริงแต่คนที่อยู่รายรอบตัวฉันไม่มีใครที่จะจริงใจ ฉันเป็นักธุรกิจฉันรู้ว่าคนทุกคนย่อมทำดีเพื่อหวังสิ่งตอบแทนเหมือนการลงทุนทั้งสิ้นแต่จะว่าไปฉันก็ไม่ถึงกับเดียวดายนักหรอกเพราะฉันยังมีลูกชายอยู่อีกคน...อีธาน...ลูกชายคนเดียวของฉันแต่เขาค่อนข้างดื้อรั้นและไม่เคยยอมใครเลยตอนนี้เขาดูแลงานให้ฉันอยู่ที่ประเทศเกาหลีอีธานเป็คนจริงจังกับงานจนเรียกว่าบ้างานเลยล่ะ ฉันรอคอยว่าเขาจะมีครอบครัวเมื่อไหร่เพราะฉันอยากอยู่กับหลานในบั้นปลายชีวิตแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าลูกชายของฉันจะตกลงปลงใจกับใครสักทีบางครั้งฉันกับเขาก็ไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่ แต่อย่ากังวลไปเลยนะเื่ที่ให้เธอไปคอยดูแลฉัน...ฉันจะอธิบายให้เขาเข้าใจ”
หญิงสาวระบายลมหายใจเบาๆดูเหมือนนาธาเนียลจะไม่เป็กังวลกับความรู้สึกลูกชายของเขาและคำกล่าวนั้นก็ทำให้ชาคริยาเบาใจแต่ไม่ว่าเธอจะพบเจออะไรข้างหน้า สำหรับตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือมารดาของเธอเพราะนาธาเนียลจ่ายเงินมาให้เธอแล้วครึ่งหนึ่งและเธอก็นำไปใช้จ่ายเป็ค่ารักษาและจ้างนางพยาบาลมาดูแลมารดาอย่างดีที่สุด
ชาคริยานั่งรออีกสักครู่ก็มีรถเก๋งสีดำเป็มันปลาบแล่นเข้ามาจอดและมีชายคนหนึ่งในชุดสุภาพก้าวลงมาจากรถคันนั้นและมุ่งตรงมายังเธอ
“สวัสดีครับคุณชาคริยา...ผมเป็คนของคุณนาธาเนียลครับท่านให้ผมมารับคุณไปที่สนามบิน”
ชายคนนั้นกล่าวขึ้นแต่หญิงสาวก็ไม่ได้นึกแปลกใจเพราะมหาเศรษฐีสูงวัยได้บอกเธอเอาไว้ให้เตรียมตัวเพราะคนของเขาจะมารับ ร่างบางลุกจากที่นั่งขณะมีชายอีกคนเข้ามาหิ้วกระเป๋าของเธอไปไว้ที่กระโปรงท้ายรถหญิงสาวมองหน้าคนของนาธาเนียลก่อนเอ่ยถาม
“ค่ะ...เอ้อ...แล้วนี่เราจะเดินทางไปแซนแฟรนซิสโกเลยเหรอคะ?”
“ครับ...ผมจะพาคุณไปที่สนามบินเพื่อขึ้นเครื่องบินส่วนตัวของท่านเพื่อเดินทางไปยังแซนแฟรนซิสโกครับ”
เขากล่าวและก้มศีรษะให้เล็กน้อยแสดงความนอบน้อมราวกับเธอเป็คนสำคัญหญิงสาวเปรยยิ้มน้อยๆก่อนเดินตามเขาไปขึ้นรถซึ่งก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหลังก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นไปยังระเบียง้าของห้องพักและเห็นมารดายืนโบกมือให้เธอพร้อมด้วยรอยยิ้ม
ชาคริยาก้าวขึ้นรถด้วยความรู้สึกที่ว่าการตัดสินใจของเธอนั้นถูกต้องอย่างที่สุดแล้วเพราะคงจะมีไม่กี่คนที่พบกับความโชคดีเช่นนี้ได้รู้จักกับมหาเศรษฐีและได้ทำงานแลกกับเงินค่าจ้างสูงลิ่วที่จะหาจากที่ไหนไม่ได้ได้ง่ายๆ
การเดินทางจากนิวยอร์คไปยังแซนแฟรนซิสโกด้วยเครื่องบินส่วนตัวของนาธาเนียลใช้เวลาเกินครึ่งวันและมีคนของมหาเศรษฐีนำรถลีมูซีนมารับเธอถึงสนามบินเพื่อเดินทางต่อไปยังสถานที่แห่งใหม่ในชีวิตของชาคริยานั่นมารีนาซึ่งมีอาณาเขตติดกับอ่าวแซนแฟรนซิสโกและเต็มไปด้วยบ้านแสนสวยของคนมีเงินในย่านที่แวดล้อมด้วยไม้ดอกและพันธุ์ไม้ดึงดูดสายตายิ่งนัก
หญิงสาวมองผ่านกระจกรถด้วยความตื่นตาตื่นใจก่อนที่รถคันหรูจะพาเธอเข้าสู่อาณาจักรของตระกูลอัลเบิร์ตสันซึ่งเป็คฤหาสน์หลังงามท่ามกลางทัศนียภาพอันตระการตาของท้องทะเลสีฟ้าครามและเมื่อรถจอดลงสนิทหญิงสาวชาวเอเชียร่างเล็กจึงก้าวลงไปยืนด้วยความตื่นเต้นเธอไม่เคยเห็น บ้าน ที่อลังการอย่างนี้มาก่อนเพราะแม้แต่ประตูทางเข้าก็ยังถูกสร้างขึ้นอย่างวิจิตรจนเธอคิดว่าที่นี่เหมือนราชวังมากกว่าที่อยู่ของคนธรรมดา
“เชิญด้านในครับ...คุณชาคริยา”
บุรุษร่างสูงใหญ่ที่ไปรับเธอจากสนามบินเชื้อเชิญชาคริยาก้าวเข้าไปในคฤหาสน์ด้วยความประหม่าทว่าเธอกลับไม่เห็นเงาของนาธาเนียลภายในห้องโถงขนาดใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องประดับตกแต่งมากมายหญิงสาวกำลังจะหันกลับไปถามคนของเขาแต่กลับไม่พบใครในที่นั้นแม้แต่คนเดียว
ชาคริยายืนนิ่งและมองดูกระเป๋าเดินทางที่ถูกนำมาวางไว้บนพื้นห้องเธอพยายามชะเง้อหาหากก็ไม่กล้าจะส่งเสียงเรียกก่อนที่สายตาจะเลื่อนไปหยุดที่แจกันดอกไม้ขนาดใหญ่หญิงสาวเดินเข้าไปและจ้องดูดอกไม้สดในแจกันลายครามที่คงจะมีมูลค่าสูงลิ่วร่างเล็กเผลอดึงดอกไม้แสนสวยออกมาหนึ่งดอกแต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“นั่นใคร?”
ชาคริยาเผลอทำดอกไม้ร่วงหล่นจากมือเพราะสะดุ้งกับเสียงทุ้มกังวานที่ก้องขึ้นเธอหันกลับไปมองก็พบว่ามีใครคนหนึ่งยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าห้องโถงเขาไม่ใช่นาธาเนียลทว่าเป็บุรุษรูปร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองสีหม่นและใบหน้าคมเข้มมากจนเรียกได้ว่าดุดันแม้เธอจะประมาณอายุเขาในใจว่าไม่น่าจะเกินสามสิบปีเมื่อตั้งสติได้ชาคริยาก็กล่าวออกมาด้วยเสียงอึกอัก
“เอ้อ...คือ...เอ้อ...สวัสดีค่ะ”
“คุณใช่มั้ยที่พ่อผมให้คนไปรับที่สนามบินวันนี้?”
เขากล่าวขณะสืบเท้าเข้ามาใกล้และนั่นยิ่งทำให้ชาคริยามองเห็นโครงหน้าหล่อเหลาใต้กรอบเรือนผมสีบรูเน็ตและั์ตาสีเดียวกันฉายประกายออกมาเหมือนเพชรสีน้ำตาลเจิดจรัสแต่ขรึมเข้มและลุ่มลึกหากก็สะกดหญิงสาวให้เผลอหยุดมองเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ
“ค่ะ...คุณนาธาเนียลให้คนไปรับฉันที่สนามบินและฉันก็พึ่งมาถึงค่ะ”
“ชื่ออะไร?”
“ชาคริยาค่ะ...เรียกฉันว่าจีนก็ได้ค่ะ”
หญิงสาวแนะนำตัวทั้งที่อีกฝ่ายไม่ยอมบอกชื่อเสียงเรียงนามเลยว่าเขาเป็ใครมีแต่คำถามซักไซ้ไล่เลียงด้วยน้ำเสียงดุดันและชั่วแว่บที่เธอเห็นประกายวาบวับในดวงตาคู่นั้นฉายอะไรบางอย่างออกมาซึ่งยังไม่นับรวมรอยเหยียดบนมุมปากหยักหนาที่เลิกขึ้น