บทที่ 1 ลิงโคลน
“กินเสร็จแล้วให้นั่งลงกับที่ รอจนกว่าข้าจะเรียกตามหมายเลขค่อยลุกมา”
ณ ลานกว้างนอกเมืองหลงสิง นักพรตชราผู้มีรูปลักษณ์สง่างาม ยืนเอามือไพล่หลัง พลางมองเด็ก ๆ สามสิบกว่าคนที่อยู่เบื้องหน้า ดวงตาฉายแววคาดหวัง เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เด็ก ๆ เหล่านี้อายุั้แ่แปดเก้าปีไปจนถึงสิบสามสิบสี่ปี ในมือต่างก็ถือยาเม็ดเรืองแสงสีทอง เขียว ฟ้า แดง และน้ำตาลเหลือง สีละเม็ด ทุกคนล้วนมีสีหน้าตื่นเต้น
โดยรอบนักพรตชราและเด็ก ๆ ชาวเมืองหลงสิงและชาวบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียงต่างก็มาห้อมล้อมดู ส่วนใหญ่เป็พ่อแม่ของเด็ก ๆ เหล่านี้ พวกเขาต่างก็หวังว่าลูกของตนจะได้รับเลือก ไม่ใช่เพียงเพราะการบำเพ็ญเซียน ที่สำคัญกว่านั้นคือเงินรางวัล
ใช่แล้ว เมืองหลงสิงตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของแคว้นต้าเฉียน ในเขตทุรกันดารของเหลียงโจว ชาวบ้านส่วนใหญ่ขาดแคลนอาหาร แม้ว่าพวกเขาจะแทบไม่มีความรู้เื่การบำเพ็ญเซียน แต่พวกเขาก็รู้ว่าถ้าลูกของตนได้รับเลือกจากเซียน จะได้รับเงินหนึ่งพันตำลึงทันที และสามารถออกจากหมู่บ้าน ไปยังเมืองหรือที่ที่ดีกว่านี้ได้
นี่คือสิ่งที่พ่อแม่คิด
ส่วนความคิดของเด็ก ๆ เหล่านี้ ไม่มีใครล่วงรู้
ท่ามกลางสายตาที่คาดหวังและเสียงดังจอแจ เด็ก ๆ ต่างกลืนยาในมือลงท้อง จากนั้นนั่งลงกับพื้น ยกป้ายหมายเลขในมือขึ้น รอฟังนักพรตชราเอ่ยปาก
เมื่อนักพรตชราเห็นดังนั้น ดวงตาที่เปล่งประกายก็กวาดมองไปยังเด็ก ๆ ทันที
สิบลมหายใจ
ห้าสิบลมหายใจ
ร้อยลมหายใจ
ทันใดนั้น สีหน้านักพรตชราก็ปรากฏแววดีใจ มองไปที่เด็กหญิงตัวน้อยหน้ากลมที่อยู่ด้านหลังสุด แล้วะโว่า “หมายเลขสามสิบสาม!”
เมื่อได้ยินดังนั้น เด็ก ๆ ต่างก็หันไปมองเด็กหญิงตัวน้อยคนนั้น เห็นร่างกายของนางเปล่งประกายรำไร ก็อดที่จะรู้สึกอิจฉาไม่ได้
“เสี่ยวอวิ๋น เสี่ยวอวิ๋นถูกเลือกแล้ว! ดีจริง ๆ ยอดเยี่ยมจริง ๆ ...” ท่ามกลางผู้คนมากมาย หญิงวัยกลางคนใบหน้าซีดเซียวคนหนึ่งร้องไห้ด้วยความตื้นตันจนเกือบจะเป็ลม ชาวบ้านที่อยู่ข้าง ๆ รีบเข้าไปประคองนางไว้
“ไม่คิดเลยว่าเด็กสาวคนนั้นจะมีคุณสมบัติของเซียน นี่มันวาสนาของตระกูลหลิงชัด ๆ หวังว่าลูกชายบ้านข้าจะสามารถชักพาโชคลาภได้สำเร็จ ได้เงินมาให้ข้าสักพันตำลึงทอง...”
“ใช่แล้ว ตระกูลหลิงร่ำรวยแล้ว... ตั้งพันตำลึงทองเชียวนะ”
“...”
ชาวบ้านบางคนที่ได้ยินนักพรตชราเรียกชื่อ ต่างก็พากันอิจฉา
ครู่ต่อมา
“หมายเลขยี่สิบ!”
นักพรตชรามองไปที่เด็กชายอายุแปดเก้าปีที่นั่งอยู่ตรงกลางแถวที่สาม ร่างกายของเด็กคนนั้นก็มีประกายจาง ๆ แผ่ออกมาเช่นกัน
“ฮ่า ๆ เสี่ยวหู่ เสี่ยวหู่ถูกเลือกแล้ว!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงอุทานดังขึ้นท่ามกลางฝูงชน ชายวัยกลางคนร่างกำยำคนหนึ่งตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น มือข้างหนึ่งวางลงบนไหล่ชายชราที่อยู่ข้าง ๆ “ท่านผู้ใหญ่บ้าน เห็นหรือเปล่า นั่นเสี่ยวหู่ เสี่ยวหู่ของพวกเรานี่... รวยแล้ว!”
“...”
มีคนถูกนักพรตชราเลือกไปแล้วสองคน คนที่เหลือก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลใจ ทุกครั้งที่สำนักชิงหยางคัดเลือก อย่างมากสุดก็มีแค่สองคน ตอนนี้มีสองคนแล้ว คาดว่าที่เหลือคงไม่มีหวัง
เวลาผ่านไปอย่างเร็ว
พริบตาเดียวก็ผ่านไปครึ่งชั่วยามแล้ว
น่าเสียดายที่ั้แ่เสี่ยวอวิ๋นและเสี่ยวหู่ถูกเลือกออกมา ก็ไม่มีใครถูกเรียกชื่ออีกเลย ราวกับว่าเมืองหลงสิงครั้งนี้จะมีคนผ่านการคัดเลือกเพียงสองคนเท่านั้น
ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวังของนักพรตชราหรี่ลง ยาที่เขามอบให้เรียกว่า ยาปลุกรากิญญา สามารถช่วยให้ผู้ที่ไม่ได้ฝึกตนปลุกรากิญญาได้ ในสถานการณ์ปกติ หากเกินกว่าครึ่งเค่อ*[1] แล้วยังไม่สามารถปลุกรากิญญาได้ แสดงว่าบุคคลผู้นั้นไม่มีพลังิญญา อย่างน้อยที่สุดก็ต่ำกว่าห้าิญญา
ผู้ที่มีพลังิญญาต่ำกว่าห้าเรียกว่า รากิญญาผสม ซึ่งอาจมีถึงเจ็ด แปด หรือเก้าประเภทก็ได้ แม้ว่ารากิญญาผสมจะสามารถดูดซับพลังิญญาได้ แต่เพียงเส้นเดียว ใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยากที่จะปลุกพลังให้สำเร็จ ทำให้ไม่อาจเข้าสู่ขอบเขตก่อลมปราณขั้นแรกได้
ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร อย่าว่าแต่ รากิญญาผสมเลย แม้แต่รากิญญาห้าธาตุก็ยังถูกเรียกว่ารากิญญาเทียม และถือเป็ระดับชั้นล่างสุดของผู้ฝึกตน ไม่มีใครที่ไหนจะยอมเสียทรัพยากรไปช่วยปลุกพลังิญญาให้กับคนที่อาจจะเป็เพียงรากิญญาผสม
หลังจากรออยู่ครู่หนึ่ง นักพรตชราก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ มองไปยังเด็ก ๆ ที่นั่งอยู่บนพื้นแล้วพูดว่า "เอาละ พิธีปลุกพลังิญญาสิ้นสุดลงแล้ว พวกเ้าไม่มีพลังิญญา ไม่มีวาสนาในการบำเพ็ญเซียน จงแยกย้ายกันไปเถอะ"
เมื่อเด็ก ๆ ได้ยินดังนั้น ทุกคนต่างก็มีสีหน้าเศร้าสร้อย ในขณะเดียวกันก็มีเสียงถอนหายใจดังมาจากฝูงชนที่มามุงดู พ่อแม่ต่างพากันก้าวไปข้างหน้าเพื่อพาลูก ๆ ของตนกลับบ้าน
"บำเพ็ญเป็เซียนอะไรกัน ไม่คิดเลยว่าเ้าอ้วนขนาดนี้แล้วยังบำเพ็ญเซียนไม่ได้อีก"
เด็กหนุ่มร่างกำยำโอบไหล่เด็กหนุ่มผอมบางที่อยู่ข้าง ๆ ขณะเดินก็พึมพำว่า "เ้าลิงโคลน*[2] เ้าคิดว่าที่ข้ากินเยอะไป พลังิญญาเลยถูกปิดกั้นหรือเปล่า"
เด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่าเ้าลิงโคลน ในตอนนี้ก็มีสีหน้าหดหู่เช่นกัน "ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร"
"เ้าลิงโคลน เ้าอ้วนเฉิน รอข้าด้วย"
เด็กหนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้านคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน วิ่งไล่ตามมา เอามือวางบนไหล่ของไอ้ลิงโคลนอย่างสนิทสนมพร้อมกับพูดว่า "ไอ้ลิงโคลน เ้าคิดว่าคนไม่รู้หนังสืออย่างข้ากับไอ้อ้วนเฉิน จะบำเพ็ญเซียนไม่ได้ก็ไม่เป็ไร แต่เ้าไม่ควรจะเป็แบบนี้สิ ั้แ่เด็กเ้าอ่านหนังสือมามากมาย ทำไมถึงเป็เหมือนกับพวกข้า"
"เฮ้อ คงเป็ลิขิตฟ้ากระมัง" ไอ้ลิงโคลนส่ายหัว พ่อของเขาเคยเป็ครูสอนหนังสือในหมู่บ้านต้าสือ เขาอ่านหนังสือมามากมายั้แ่เด็ก แต่จะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อโลกใบนี้ไม่ใช่โลกของบัณฑิต
ถ้าหากการอ่านหนังสือมากมายทำให้เก่งกาจแล้วละก็ พ่อของเขาก็คงไม่ถูกสัตว์ร้ายบนูเากัดตายหรอก
เ้าลิงโคลน มีชื่อจริงว่า ลู่หลี เพราะเขาผอมเหมือนลิง จึงถูกทั้งสองคนเรียกว่า เ้าลิงโคลน
ทั้งสามคนมาจากหมู่บ้านต้าสือซึ่งอยู่ห่างจากเมืองหลงสิงไปยี่สิลี้*[3] นอกจากลู่หลีแล้ว เด็กอ้วนคนนั้นชื่อ เฉินจง มีฉายาว่า เ้าอ้วนเฉิน ส่วนเด็กหนุ่มร่างผอมอีกคนชื่อ ฉินโซ่วเหริน
ในปีนี้ทั้งสามคนอายุสิบสามปีแล้ว เติบโตมาด้วยกันั้แ่เด็ก ความสัมพันธ์ดีมาก ในหมู่บ้านต้าสือต่างก็เป็ที่พึ่งพิงได้แล้ว ดังนั้นในพิธีปลุกรากิญญาครั้งนี้ พ่อแม่ของเฉินจงและฉินโซ่วเหรินจึงไม่ได้มาด้วย
ส่วนลู่หลี แม่ของเขาเสียชีวิตั้แ่ตอนที่เขาเกิด ส่วนพ่อก็เสียชีวิตจากการถูกสัตว์ร้ายฆ่าเมื่อสองปีก่อน
หลังจากนั้นเขาก็คิดอยากจะฝึกตนให้แข็งแกร่ง แต่โชคชะตากลับเล่นตลก เขาไม่มีพร์ในการบำเพ็ญเซียน
ข้างหลังของทั้งสามคนยังมีเด็กชายอายุเก้าปีตามมาด้วย ชื่อหลี่เซี่ยงอวิ๋น ก็เป็คนหมู่บ้านต้าสือเช่นกัน ครั้งนี้พ่อแม่ของเขาก็ไม่ได้มา จึงฝากฝังให้ลู่หลีช่วยดูแล
ตอนนี้เป็่เดือนหก อากาศร้อนอบอ้าว
ไม่นานนัก ทั้งหมดก็มาถึงริมแม่น้ำสายเล็ก ๆ เพราะฉินโซ่วเหรินไม่อยากกลับไปช่วยงานที่บ้าน จึงชวนกันลงไปจับปลาเล่นจนมืดค่อยกลับ
แม่น้ำสายนี้มีชื่อว่าแม่น้ำถานสุ่ย ลู่หลีและทั้งสามคนมักจะมาอาบน้ำที่นี่ พวกเขาคุ้นเคยกับสภาพน้ำเป็อย่างดี พอมาถึงริมน้ำก็พากันะโลงไปโดยไม่ถอดเสื้อผ้า
แม้หลี่เซี่ยงอวิ๋นจะอายุยังน้อย แต่ก็ชอบเล่นน้ำ ว่ายน้ำก็ไม่เลว เห็นดังนั้นจึงร้องเรียกแล้วตามลงไป
"ฝั่งนี้ลึก เซียงอวิ๋น เ้าไปทางนั้น" ลู่หลีร้องบอกหลี่เซี่ยงอวิ๋นพลางว่ายไปยังที่ลึก แม้ว่าอีกฝ่ายจะว่ายน้ำเป็ แต่ก็ไม่มีอะไรแน่นอน หากเกิดอะไรขึ้น เขาคงไม่สามารถอธิบายกับพ่อของหลี่เซี่ยงอวิ๋นได้
"อ้อ" หลี่เซี่ยงอวิ๋นตอบรับ แล้วว่ายน้ำไปยังที่ตื้น
"ฮ่า ๆ ปลาช่อน! ข้าจับปลาช่อนได้แล้ว!" ทันใดนั้นฉินโซ่วเหรินก็โผล่ขึ้นมาจากน้ำ มือชูปลาช่อนสีเหลืองน้ำตาลไว้ ร้องะโด้วยความดีใจ
"ข้าก็ได้!" หัวโต ๆ ของเฉินจงโผล่ขึ้นมาจากน้ำ มือถือปลาไหลตัวหนึ่ง
"ดูข้าบ้าง!"
ลู่หลีไม่ยอมแพ้ ดำลงไปคลำหาในซอกหิน ทันใดนั้นคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน รู้สึกว่ามือของเขาได้ัักับบางอย่างที่ไม่น่าจะเป็ปลา มันนุ่มนิ่มแปลก ๆ แล้วยังมีอะไรบางอย่างแข็ง ๆ ติดอยู่
เขาพยายามดึงมันออกมาดูว่ามันคืออะไร แต่กลับออกแรงมากเกินไปจนถูกหินบาดมือเข้า เืไหลออกมาทันที ลู่หลีรู้สึกเจ็บ เลยปล่อยมือจากสิ่งนั้นแล้วชักมือกลับ
ขณะที่เขากำลังจะขึ้นฝั่งเพื่อทำแผล ทันใดนั้นก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น
[1] หนึ่งเค่อ = สิบห้านาที
[2] ลิงโคลน เปรียบเปรยถึง เด็กซุกซนที่เล่นสนุกจนเนื้อตัวมอมแมม
[3] หนึ่งลี้ = ห้าร้อยเมตร