ยอดชายาหัตถาโลหิต [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 53 พัดเฉียนคุน


            เมื่อหานโม่ก้าวลงมาจากเวทีสายตาของนางก็มองเห็นหานเฉินต้งที่นั่งอยู่ด้านบน สายตาของเขาแฝงไปด้วยแววดูถูกเหยียดหยามฉับพลันนางก็เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทันที

            แน่นอนว่าการจับฉลากเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการวางหมาก

            หานเฉินต้งสังเกตเห็นกระบวนท่าแปลกๆ ของนางที่ทำให้หานเซียงพ่ายแพ้ แน่นอนว่าเขาคงจะไม่ยอมปล่อยให้ผู้ใดมาเผชิญหน้ากับหานโม่อีก หานเฉินต้งจึงสั่งให้คนอื่นในตระกูลหานหลบเลี่ยงหานโม่ให้ได้

            ท่ามกลางการประลองในสนามที่ดำเนินต่อไป หานโม่เป็นคนแรกที่ผ่านเข้ารอบต่อไปนางจึงมีช่วงพักระยะสั้นๆ

            หานโม่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงเดินเข้าไปในศาลาที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลจากสนามประลองนัก

            หานเซียงกำลังรอพบนางอยู่ที่นั่นเช่นกัน

            ตอนที่หานเซียงพ่ายแพ้และกำลังถูกบ่าวรับใช้พาตัวไปนั้น นางลอบพูดกับหานโม่เบาๆสองสามคำ

            เมื่อหานเซียงเห็นว่าหานโม่กำลังใกล้เข้ามา นางก็ลุกขึ้นยืนพร้อมรอยยิ้มทันที"น้องเจ็ด เจ้ามาจริงๆ ด้วย เจ้าตกลงเป็นพันธมิตรกับพวกเราแล้ว"

            น้ำเสียงและรูปร่างหน้าตาของนางนั้นนุ่มนวลและแฝงไปด้วยความอ่อนแอ ทำให้ผู้ที่ได้ฟังรู้สึกอยากปกป้อง

            อย่างไรก็ตามหานโม่รู้ว่าผู้ใดที่แสดงว่าตนอ่อนแออย่างมาก เมื่อคนผู้นั้นไร้ความปรานีขึ้นมาก็จะกลายเป็นคนน่ากลัว คล้ายกับอสรพิษที่ยิ่งมีสีสันมากเท่าไหร่พิษของมันก็ร้ายแรงมากขึ้นเท่านั้น

            หานโม่ชำเลืองมองหานเซียงด้วยสายตาว่างเปล่า นางเอ่ยถามอย่างเย็นชาว่า"ข้ารู้ว่าตัวเองไม่ได้มีในสิ่งที่ฮูหยินสามต้องการ เช่นนั้นการผูกมิตรของพวกเราจะมีประโยชน์อันใดงั้นหรือ?"

            หานเซียงไม่แปลกใจเลยที่หานโม่สามารถคาดเดาได้ว่าข้อเสนอให้ผูกมิตรในครั้งนี้เป็นสิ่งที่อี๋เหนียงของนางเสนอขึ้นมา

            นางพ่ายแพ้ให้แก่หานโม่โดยที่ไม่ได้แสดงฝีมือใดๆ เลย นี่เป็นคำสั่งของจางซื่อที่ต้องการแสดงให้หานโม่เห็นถึงความจริงใจของพวกนาง

            จริงๆ แล้วถึงแม้ว่าหานเซียงจะไม่แกล้งยอมแพ้นางก็ไม่มีทางเอาชนะหานโม่ได้ ในตอนนี้หานโม่ถูกศัตรูขนาบทั้งหน้าและหลังนางจึงต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในเมื่อจางซื่อเป็นฝ่ายเริ่มแสดงความต้องการที่จะปรองดองและยอมผ่อนปรนต่อนางก่อน เช่นนั้นหานโม่จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องสร้างศัตรูเพิ่ม

            อย่างน้อยนางต้องการแน่ใจว่าถ้าหากจางซื่อและหานเซียงมาอยู่ฝ่ายเดียวกับนาง สองแม่ลูกคู่นี้จะไม่สร้างปัญหา

            เมื่อหานโม่กลับมายังสนามประลอง นางได้ยินเสียงตะโกนโห้ร้องด้วยความยินดีดังสนั่น

            นางฟังเสียงโห่ร้องที่สับสนวุ่นวายนั้นสักครู่ จึงตระหนักได้ว่าผู้ที่ผ่านเข้ารอบต่อไปได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้ว ทายาทสายตรงของตระกูลหานต่างผ่านเข้ารอบต่อไปได้ทั้งหมด ยกเว้นหานเซียง

            ข่าวดีเช่นนี้ไม่น่าแปลกใจเลยที่หานเฉินต้งจะยิ้มกว้างจนมองไม่เห็นดวงตา

            นอกจากทายาททั้งห้าของตระกูลหานแล้วก็ยังมีคนจากตระกูลอื่นที่ผ่านเข้ารอบที่สองมาอีกห้าคนรวมแล้วทั้งสิ้นสิบคน 

            หานโม่เดินไปต่อท้ายกลุ่มที่ผ่านการคัดเลือก ด้านหน้าของนางคือหานซิน แสดงท่าทางราวกับไก่ชนที่กำลังกางกรงเล็บทันทีเมื่อหานโม่เข้ามาใกล้

            "หานโม่ ถึงเจ้าจะผ่านรอบแรกมาได้ง่ายๆ แต่ในการประลองรอบที่สองเจ้าระวังตนเองไว้ให้ดีเถิด"

            หานโม่ชำเลืองมองหานซินอย่างเฉยเมย ทำราวกับว่านางกำลังผายลม [1] และไม่สนใจอีกต่อไป

            เมื่อหานซินเห็นว่าหานโม่ไม่สนใจนาง สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นโกรธเคืองและเอื้อมมือไปข้างหน้าทำท่าจะจัดการกับหานโม่

            ทว่าเพียงแค่ถูกหานโม่มองด้วยสายตาเย็นชา หานซินก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในใจ

            ความทรงจำเมื่อครั้งถูกหานโม่ลงมือที่ตลาดแวบเข้ามาในหัวทันทีแม้ว่าหานซินจะเกลียดชังหานโม่มากแค่ไหนแต่นางก็ไม่กล้าลงมือจริงๆ

            ถึงอย่างไรถ้าต้องเผชิญหน้ากันผู้ที่เสียเปรียบจะต้องเป็นนางอย่างแน่นอน

            ไม่นานมานี้ระดับพลังยุทธ์ของนางพัฒนาขึ้นมาก แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดหานซินถึงรู้สึกว่าหากนางได้เผชิญหน้ากับหานโม่แล้วมันจะต้องกลายเป็นสิ่งที่ทำให้นางรู้สึกเสียใจอย่างสุดชีวิตแน่

            คนอื่นๆ ไม่ได้สังเกตถึงความเคลื่อนไหวของหานซินเลย

            หลังจากที่ทั้งสิบคนออกมาจากลานต่อสู้ของตระกูลหานแล้ว พวกเขาทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปขึ้นรถม้าของใครของมันเพื่อไปยังสนามประลองในรอบต่อไป

            เมื่อเข้าไปในรถม้าเรียบร้อยแล้ว หานโม่จึงมองเห็นสิ่งตระกููลหานที่เตรียมไว้ให้ผู้เข้ารอบ

            สิ่งนั้นคือ เครื่องแต่งกายชุดหนึ่ง โดยตั้งแต่หัวจนถึงรองเท้าล้วนแล้วแต่เป็นของที่สามารถนำมาใช้ป้องกันตัวได้

            หานโม่ตรวจสอบของทุกชิ้นอย่างละเอียด หลังจากที่แน่ใจแล้วว่ามันไม่ชำรุดและไม่มียาพิษนางก็เปลี่ยนเสื้อผ้าทันที

            เสื้อผ้าที่ตระกูลหานเตรียมไว้ให้ผู้เข้ารอบทุกคนเป็นอาภรณ์สีเขียว ที่ตัวชุดจะมีช่องว่างอยู่หนึ่งรูบนแขนเสื้อขนาดเท่าฝ่ามือ

            หานโม่รู้สึกได้ว่ารถม้านั้นวิ่งวนไปรอบๆเมืองหลิงหยวนและสุดท้ายก็ออกจากเมืองไป

            ความสามารถในการจดจำเส้นทางของหานโม่นั้นไม่เลวเลย นางไม่เคยลืมเส้นทางที่ตนเองเคยเดินผ่านเลยสักครั้งดังนั้นจึงรู้ทันทีว่ารถม้ากำลังมุ่งหน้าไปยังป่าไร้วิญญาณ

            “ไม่คิดเลยว่าสนามประลองรอบที่สองจะอยู่ที่ป่าไร้วิญญาณ”

            ระหว่างทางมีผู้เข้ารอบบางคนจำได้ว่าจุดหมายปลายทางของพวกเขาคือที่ใดจากนั้นก็เริ่มพูดคุยถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทันที

            ในขณะที่หานโม่ฟังคำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นเงียบๆ นางก็พูดคุยปรึกษาหารือกับโตวโตวไปด้วย

            “นายท่านจะไม่ให้ข้าเผยตัวออกมาจนกว่าชีวิตท่านจะอันตรายจนถึงชีวิตอย่างนั้นหรือ?”

            ตั้งแต่โตวโตวติดตามหานโม่มานั้นมันไม่เคยแสดงความสามารถของตัวเองออกมาเลย แต่ในฐานะสัตว์ผู้พิทักษ์ของหานโม่แล้ว ครั้งนั้นที่หานโม่ถูกถังชิงยุ่นทำร้ายจนบาดเจ็บมันไม่ได้อยู่ข้างกายนางภายในใจของโตวโตวจึงยังโทษตัวเอง ถ้างั้นแล้วเหตุใดครั้งนี้หานโม่ถึงไม่ให้มันแสดงฝีมือเล่า?

            อีกประการหนึ่งพวกเขาเจอกันที่ป่าไร้วิญญาณ มันคุ้นเคยมากกว่าคนอื่นแน่นอน

            โตวโตวมองไปยังหานโม่มันทำท่าราวกับว่าเสียใจจนเหมือนจะส่งเสียงร้องไห้"โฮ" ออกมาได้ทุกเมื่อ

            หานโม่เอื้อมมือไปแตะหัวของมันเบาๆ "ข้ารู้ว่าเจ้าสามารถช่วยข้าได้แต่ตอนนี้ลมปราณของข้ากำลังติดขัด ข้าต้องการทะลวงผ่านเข้าไปสู่ระดับเสวียนซือ หากเจ้าช่วยเหลือข้าทุกอย่าง ข้าคงเป็นระดับเสวียนซือไม่ได้แน่"

            เมื่อโตวโตวได้ยินหานโม่อธิบายเช่นนี้ ภายในใจของมันก็รู้สึกดีขึ้นมา มันขยับปากคล้ายต้องการจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ

            มันอยู่กับหานโม่มานาน ดังนั้นจึงรู้นิสัยใจคอของเจ้านายตัวเองเป็นอย่างดี มันนับถือนายท่านมากแม้ว่าในใจจะยังคงเป็นกังวลอยู่แต่ก็ทำได้เพียงสนับสนุนความคิดของหานโม่เท่านั้น

            “ถ้าถึงเวลาที่ท่านทนไม่ไหว ก็ไม่ต้องฝืนนะขอรับ”ในที่สุดโตวโตวก็พูดออกมาอย่างไม่เต็มใจนัก

            หานโม่พยักหน้าและมอบของว่างให้โตวโตวไปหนึ่งห่อ "อะนี่ กินให้อร่อยเล่า บางทีตอนเจ้ากินหมดข้าอาจจะชนะการประลองแล้วก็ได้"

            ภายในใจขิงโตวโตวรู้ดีว่าไม่มีการประลองใดกันที่จะจบลงอย่างรวดเร็วแต่ก็หายากนักที่ผู้เป็นนายจะปลอบใจใคร ดังนั้นมันจึงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม หอบของว่างเอาไว้ในอ้อมแขนแล้วมุดกลับเข้าไปในแขนเสื้อของหานโม่

            หลังจากที่ทั้งคู่พูดคุยกันจบ ความเร็วของรถม้าก็เริ่มลดลง

            หานโม่เปิดผ้าม่านมองออกไปข้างนอกและพบว่าพวกเขาใกล้ถึงป่าไร้วิญญาณแล้ว

            รถม้าคันแรกได้หยุดลงแล้ว หลังจากนั้นขบวนรถม้าทั้งหมดก็หยุดลงเช่นเดียวกัน

            หลังจากที่หานโม่ได้ยินเสียงคนอื่นๆ เริ่มทยอยลงมาจากรถม้า นางก็ปิดผ้าม่านและก้าวลงไปเช่นกัน

            ทั้งสิบคนที่ผ่านเข้ารอบถูกเรียกให้มายืนรวมกันบริเวณทางเข้าป่าไร้วิญญาณ หานโม่เป็นคนสุดท้ายที่เดินไปถึง

            ตอนที่ผู้ผ่านเข้ารอบพากันแนะนำตัวหานโม่ไม่ได้อยู่ด้วย ดังนั้นนางจึงไม่รู้จักคนอื่นๆอีกห้าคนดีนัก เวลานี้จึงถือโอกาสตอนที่ทุกคนยืนอยู่พร้อมหน้ากันลอบสังเกตพวกเขาทีละคนอย่างละเอียดอีกครั้ง

            ตระกูลที่สามารถเอาชนะทายาทสายตรงคนอื่นของตระกูลหานจนผ่านเข้ารอบมาได้ ฝีมือต้องไม่ใช่เล่นๆ แน่

            รอจนกระทั่งทั้งสิบคนมาพร้อมกันเรียบร้อยแล้ว หานเฉินต้งจึงเดินมายืนอยู่ด้านหน้าพวกเขา

            “การประลองในรอบที่สองเป็นการประลองแบบคู่ พวกเจ้าทั้งสิบคนจะถูกจับคู่รวมทั้งหมดห้าคู่แล้วเข้าไปในป่าไร้วิญญาณก่อนเริ่มการแข่งขันข้าได้ให้คนนำพัดเฉียนคุนซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าของตระกูลหานเข้าไปซ่อนไว้ในป่าไร้วิญญาณแห่งนี้เรียบร้อยแล้ว ภารกิจของพวกเจ้าก็คือการนำพัดเฉียนคุนกลับมาโดยที่ยังมีชีวิตรอด"

            หานเฉินต้งกวาดตามองไปยังใบหน้าทายาทของตระกูลหานทุกคน เมื่อพบกับสายตาที่เย็นชาของหานโม่เขาก็เอ่ยถามขึ้นมาทันทีว่า"เสี่ยวชี เจ้ารู้หรือไม่ว่าพัดเฉียนคุนคือสิ่งใด?"

            ........................................................................

                     

            เชิงอรรถ

            [1] ผายลม หมายถึง พูดไร้สาระเหมือนตดออกมา

     

    คล้ายกับเรื่องยอดชายาหัตถาโลหิต [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730