บทที่ 5 ถ้าเป็อุจจาระยังจะชิมไหมว่าเค็มหรือไม่เค็ม (รีไรท์)
หลิวเยว่ได้ยินคำพูดของลูกสาวแบบนี้ก็ย่อมรู้สึกดีใจ ไม่ว่าคำพูดของเสิ่นทิงหงจะพูดไปอย่างนั้นเองหรือไม่ก็ตาม เพราะถึงยังไงลูกสาวก็ยังเรียนหนังสืออยู่ และหลิวเยว่ก็รู้สึกสบายใจมากที่ได้ยิน
“เฮ้อ ต่อไปแม่จะได้สบายด้วย เลี้ยงลูกสาวดีกว่าเยอะ ดูพี่ชายสองคนของลูกสิ จนป่านนี้ยังไม่เจอคู่ชีวิตของตัวเองเลย ต้องให้แม่คอยเป็ห่วง โตจนป่านนี้แล้ว ตอนนี้ไม่รู้หายหัวไปไหนอีกแล้ว”
เท่าที่จำความได้ หลิวเยว่มักจะพูดถึงเื่ทำนองนี้อยู่เสมอ ซึ่งเสิ่นทิงหงเห็นเป็เื่ปกติไปแล้ว
“พวกพี่ ๆ เขารู้จักคิดน่ะ แม่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ”
“มีลูกชายก็เหมือนเป็หนี้...”
สองแม่ลูกคุยกันสักพัก หลิวเยว่ก็ออกไปพร้อมถ้วยและตะเกียบ
ส่วนเสิ่นทิงเหวินและเสิ่นทิงอู่ สองพี่น้องที่ถูกหลิวเยว่แขวะว่าไม่รู้หายหัวไปไหน เวลานี้เพิ่งเดินเข้ามาจากข้างนอกพอดี ในมือถือถังอยู่ใบหนึ่ง เนื้อตัวสกปรกมอมแมม
“ไอ้ลูกเวร พวกแกไปไหนมา สกปรกไปทั้งตัว แม่จะไม่ทำให้พวกแกแล้ว ไปซักเสื้อผ้าเองเลยนะ!”
เมื่อเห็นสภาพของลูกชายทั้งสอง หลิวเยว่ผู้เป็แม่ก็เดือดดาลทันที
“แม่ครับ พวกเราไปตกปลาให้น้องเล็กที่แม่น้ำมาน่ะ”
เสิ่นทิงอู่ลูบหลังศีรษะตัวเองอย่างใสซื่อ โคลนในมือเลยเปื้อนผมไปด้วย
เมื่อได้ยินลูกชายพูดแบบนี้ สีหน้าของหลิวเยว่ก็ดูดีขึ้นมาก นี่มันสองมาตรฐานชัด ๆ “แล้วตกได้ไหม?”
“ตกได้ครับ ๆ แต่ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ครับ มีปลาจี้ไม่กี่ตัว ถึงจะตัวเล็กไปหน่อย แต่ก็ทำพวกน้ำแกงให้น้องเล็กได้สบาย” เสิ่นทิงอู่ตอบทันที
กิจกรรมแบบนี้เขาถนัดมากที่สุด ส่วนเสิ่นทิงเหวินเป็แค่ผู้ช่วยเท่านั้น แม้ว่าพี่น้องทั้งสองจะเป็ฝาแฝดกัน แต่ตัวพวกเขาก็เหมือนกับชื่อของแต่ละคน คนหนึ่งมาแนวบุ๋น อีกคนมาแนวบู๊
เสิ่นทิงเหวินเรียนจบชั้นมัธยมปลาย ตอนนี้ทำงานเป็ครูในโรงเรียนประถมของหมู่บ้าน มีรายได้เดือนละ 10 หยวน
เสิ่นทิงอู่มีชื่อเสียงในหมู่บ้านละแวกนี้เื่พละกำลัง แตกต่างจากพี่ชายของเขา เมื่อเขาเรียนจบชั้นประถมก็ไม่ยอมเรียนต่อ แต่เมื่ออายุได้ 12-13 ปีก็สามารถเก็บชั่วโมงงานได้เต็มแล้ว
มันจริงที่ว่าโลกใบนี้มีผู้คนมากมายหลากหลายประเภท ในยุคสมัยนี้ ทุกคนต่างพากันรัดเข็มขัดแน่น กินอะไรเหมือน ๆ กัน แต่เสิ่นทิงอู่แข็งแกร่งเหมือนลูกวัวมาั้แ่เด็ก
หลิวเยว่ยกถังน้ำขึ้นดู มีปลาจี้อยู่ไม่กี่ตัวจริง ๆ บางตัวมีขนาดเล็กมาก แต่เอาไว้ต้มเป็น้ำแกงก็เพียงพอแล้ว พอคิดแบบนั้นสีหน้าของเธอก็ผ่อนคลายลง
“เอาละ ๆ ดูพวกแกสิ สกปรกมอมแมมจัง รีบถอดเสื้อผ้าออกซะ เดี๋ยวแม่จะเอาไปซักให้”
สองพี่น้องเสิ่นทิงเหวินและเสิ่นทิงอู่มองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะออกมา ยังไงแม่ก็ปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความรักในแบบของตัวเองนั่นแหละ
ควรจะบอกดีไหมนะว่า ผู้ชายในครอบครัวของบ้านสามตระกูลเสิ่น ถูกหลิวเยว่ล้างสมองจนเสียคนกันไปหมดแล้ว แต่ละคนเห็นเสิ่นทิงหงเป็ศูนย์กลาง ที่สำคัญคือค่อย ๆ เรียนรู้วิธีการจีบสาวเป็ของตัวเอง และจะถือว่าเป็อันดับหนึ่งของครอบครัว
จางซู่ฉินกับอู๋อวิ๋นได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวข้างนอก จึงโผล่หน้ามาจากห้องของตัวเอง และเมื่อเห็นถังในมือของหลิวเยว่จึงเข้าใจ
“โอ๊ย พูดได้ไหมว่าเ้าหนูอู่ของพวกเรามีความสามารถจับปลาได้แล้ว? ไม่เลวเลยจริง ๆ พรุ่งนี้พวกเราทุกคนก็ลาภปากแล้วสินะ”
คนที่พูดคืออู๋อวิ๋นจากบ้านรอง ส่วนจางซู่ฉินนั้นเพิ่งถูกหลิวเยว่ด่าทอระหว่างมื้อาหารไป แม้จะติดใจ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
หลิวเยว่กลอกตาใส่ ถือถังปลาจี้ตรงเข้าไปในห้องของเธอ เดินไปปากก็สาปแช่งไป
“คนเราเดี๋ยวนี้หน้าหนายิ่งกว่าโม่หินเสียอีก เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อยากจะฉกฉวยไปเป็ของตัวเอง อันนี้สำหรับบำรุงร่างกายนีเอ๋อร์ของฉัน เป็ผู้ใหญ่แล้วไม่รู้สึกไร้ยางอายบ้างหรือยังไง ถ้าเป็ขี้ในห้องส้วมเธอยังอยากจะชิมไหมว่าเค็มหรือไม่เค็ม?”
พูดจบก็กระแทกปิดประตูห้องตัวเองดัง ‘ปัง’
อู๋อวิ๋นโกรธจนหน้าดำหน้าแดง สู้ก็สู้ไม่ได้ ด่าก็ด่าไม่ชนะ น่าหดหู่ใจเป็ที่สุด จากนั้นก็ปิดประตูห้องตัวเองไปพร้อมกับความโกรธเช่นกัน
ท่าทางสมน้ำหน้าของจางซู่ฉินไม่ได้เด่นชัดจนเกินไป ซึ่งอู๋อวิ๋นก็ไม่แม้แต่จะแยแสด้วยซ้ำ
ปลาในวันพรุ่งนี้ไม่มีส่วนแบ่งของตน จางซู่ฉินรู้ดีอยู่ในใจ แต่เมื่อได้เห็นบ้านรองเสียหน้าก็รู้สึกสบายใจเป็ที่สุด
สองพี่น้องเสิ่นทิงเหวินกับเสิ่นทิงอู่ก็ไม่ได้สนใจเื่พวกนี้เช่นกัน รีบกลับเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าที่สกปรกออก ถึงเมื่อครู่แม่บอกว่าจะซักให้พวกเขา แต่ตอนนี้แม่ดูไม่มีความสุขเลย งั้นก็ช่างมันเถอะ...
พวกเขาเป็คนดีมีสายตาหลักแหลม
แม้พื้นที่ลานบ้านของบ้านตระกูลเสิ่นจะไม่ถือว่าน้อย แต่บ้านในยุคนี้ว่ากันว่าไม่มีฉนวนป้องกันเสียง อย่างเช่นถ้ามีใครทำอะไรที่ไม่เหมาะกับเด็ก ก็จะได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวนั้นด้วย
แต่คนสมัยนี้ก็ใช้ชีวิตกันแบบนี้ ไม่มีอะไรต้องพิถีพิถันมากนัก
ความเคลื่อนไหวข้างนอกเสิ่นทิงหงย่อมได้ยินอย่างครบถ้วน เธอแอบทอดถอนใจอย่างช่วยไม่ได้ ดูเหมือนว่าครอบครัวใหญ่นี้เต็มไปด้วยเจตนาร้ายวางแผนสกปรกทั้งนั้น
แม้ว่าในความทรงจำจะมีเื่ราวแบบนี้มากมาย แต่การได้เห็นด้วยตาของตัวเองก็เป็อีกเื่หนึ่ง
เสิ่นทิงหงไม่อยากอยู่ในครอบครัวที่มีบรรยากาศแบบนี้ต่อไป แต่ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิมก็เข้าใจได้ การแยกครอบครัวในยุคสมัยนี้ไม่ใช่เื่ง่าย โดยทั่วไปแล้วหากผู้สูงอายุยังมีชีวิตอยู่และสุขภาพยังแข็งแรงดี การจะแยกครอบครัวก็ไม่ใช่เื่ง่าย ๆ
หยุดคิดเื่นี้ไปก่อนดีกว่า เมื่อสภาพแวดล้อมโดยรอบเงียบสงบลง เสิ่นทิงหงก็หลบเข้าไปในห้วงมิติของเธอ
ภายในห้วงมิติยังคงสว่างจ้าเหมือนเวลากลางวัน เสิ่นทิงหงหยิบกระจกขึ้นมา แล้วค้นหาพวกยาทาแผลภายนอกและผ้าพันแผล เธอข่มความเ็ปแล้วทำแผลที่ศีรษะของตัวเองใหม่อีกครั้ง
ตอนหัวค่ำกินอะไรไปน้อยมาก ท้องของเสิ่นทิงหงเริ่มส่งเสียงร้องโครกครากอีกครั้ง คราวนี้เธอนำอาหารปรุงสุกที่เตรียมไว้ออกมา มันคือซุปไก่หนึ่งถ้วยและข้าวสวยหนึ่งชาม
หลังจากกินเสร็จเสิ่นทิงหงก็รู้สึกสบายตัวขึ้นมาก นอกจากนี้เธอยังอาบน้ำในห้วงมิติด้วย บ่อน้ำในห้วงมิติดูมหัศจรรย์อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อััจะไม่รู้สึกหนาวเย็น อุณหภูมิของมันสบายเลยทีเดียว เสิ่นทิงหงอาบน้ำให้ตัวเองด้วยความเ็ประคนมีความสุข
เ้าของร่างเดิมก็เป็สาวน้อยผู้รักความสะอาดสะอ้าน เนื้อตัวไม่สกปรกมากนัก แต่ตอนนี้อยู่ใน่ฤดูร้อน เสิ่นทิงหงอบอ้าวอยู่ในห้องทั้งวัน ทั้งยังเหงื่อออกไปทั้งตัว
เนื่องจากตำแหน่งของาแเกิดขึ้นที่ไรผมพอดี จึงไม่สามารถสระผมได้อย่างแน่นอน เสิ่นทิงหงต้องดูแลตัวเองให้ดี ไม่เช่นนั้นถ้าทิ้งแผลเป็ไว้จะดูไม่ดีได้
แม้เธอจะไม่ใช่คนที่ใส่ใจเื่รูปร่างหน้าตาเป็พิเศษ แต่ถ้าสวยได้ ใครล่ะจะอยากน่าเกลียด?
เธอค้นหาเสื้อและกางเกงชั้นในที่ได้ซื้อมาก่อนหน้านี้สวมใส่ให้ตัวเอง มันทำให้เธอรู้สึกสบายตัวขึ้นมาก
หลังจากตักน้ำในบ่อมาแปรงฟัน เธอก็ล้างหน้าอย่างระมัดระวังไม่ให้โดนาแ ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นบนเตียงในห้อง ณ ปัจจุบัน
เครื่องนอนของเสิ่นทิงหงน่าจะดีที่สุดในบ้านตระกูลเสิ่นแล้ว ส่วนของที่เสิ่นต้าเฉียงกับหลิวเยว่ใช้นั้นเป็ของที่เด็กสาวโละทิ้งแล้ว
พวกใยฝ้ายล้วนนำมาจากบ้านเดิมของหลิวเยว่ ดังนั้นแม้บ้านใหญ่และบ้านรองอยากได้ก็ทำอะไรไม่ได้