เปรี้ยง!
เสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่าลงกลางวันแสกๆ ปลุกมหานครดาราที่กำลังหลับใหลให้ตื่นตระหนก ม่านพลังสีฟ้าใสที่ครอบคลุมอาคารโรงพยาบาลเซนต์เอเดน ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็หนึ่งในระบบป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีป บัดนี้กลับปรากฏรอยร้าวขนาดมหึมาลุกลามไปทั่วเหมือนใยแมงมุม ก่อนจะแตกกระจายออกเป็เศษแสงนับล้านชิ้น ร่วงหล่นลงสู่พื้นดินราวกับเกล็ดหิมะแห่งหายนะ
แรงกระแทกจากการทำลายล้างส่งคลื่นกระแทกพัดพากระจกหน้าต่างอาคารรอบข้างจนสั่นะเื สัญญาณกันขโมยของรถยนต์ทุกคันในลานจอดรถดังระงมขึ้นพร้อมกัน สร้างความโกลาหลวุ่นวายไปทั่วบริเวณ
บอดี้การ์ดร่างั์สองคนที่ยืนเฝ้าหน้าประตูปลิวลอยละลิ่วไปกระแทกกับเสาหินอ่อนด้านหลังอย่างแรงจนสลบเหมือดคาที่ โดยที่พวกเขายังไม่ทันจะได้ชักอาวุธหรือเปล่งเสียงร้องออกมาแม้แต่คำเดียว
ฝุ่นควันจางลง เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มในชุดขอทานยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูทางเข้าหลักที่เป็กระจกหมุนอัตโนมัติหรูหรา กวินทร์ไม่รอช้า เขาก้าวเท้าเดินตรงเข้าไปยังล็อบบี้อันโอ่อ่าของโรงพยาบาล พื้นหินอ่อนราคาแพงส่งเสียงดังกึกก้องทุกครั้งที่เท้าเปล่าที่เปื้อนโคลนของเขาย่ำลงไป ทิ้งรอยเท้าสีดำตัดกับความขาวสะอาดของสถานที่แห่งนี้อย่างชัดเจน
[แจ้งเตือน! แจ้งเตือน! มีผู้บุกรุกระดับอันตราย ตรวจพบคลื่นพลังงานไม่ทราบระบุ ขอให้เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและฮันเตอร์เวรประจำการเข้าสกัดกั้นทันที!]
เสียงระบบอัตโนมัติดังขึ้นทั่วทั้งตึก ไฟฉุกเฉินสีแดงหมุนวูบวาบสาดส่องไปทั่ว เปลี่ยนบรรยากาศที่เคยสงบเงียบและหรูหราให้กลายเป็สมรภูมิรบในพริบตา
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ! ยกมือขึ้น!"
เสียงะโดังมาจากเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชุดเกราะเบานับสิบคนที่วิ่งกรูกันเข้ามาจากทั่วทุกทิศทาง พวกเขาถือกระบองไฟฟ้าที่อัดแน่นด้วยพลังมานาและปืนยิงตาข่าย เล็งเป้ามาที่กวินทร์เป็จุดเดียว
กวินทร์ไม่ได้ปรายตามองพวกมดปลวกเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย ดวงตาของเขาจ้องมองเขม็งขึ้นไป้า ทะลุผ่านเพดานคอนกรีตและโครงสร้างเหล็กกล้า มุ่งตรงไปยังชั้นสูงสุดของอาคารที่ซึ่งสายใยโลหิตของเขากำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือที่แ่เบาลงทุกวินาที
'รอพ่อก่อนลูก อดทนไว้'
เขาคิดในใจด้วยความร้อนรน ขายาวก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องโดยไม่ลดความเร็วลง
"ยิง! มันไม่ยอมหยุด!"
หัวหน้ายามะโสั่ง ะุตาข่ายและลำแสงจากกระบองไฟฟ้าพุ่งเข้าใส่ร่างของกวินทร์จากทุกทิศทาง
แต่ทว่าสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น ก่อนที่การโจมตีเ่าั้จะััโดนตัวเขา มันกลับชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น ะุตาข่ายะเิออกกลางอากาศ ลำแสงไฟฟ้าสลายหายไปราวกับถูกดูดกลืน กวินทร์ยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ ราวกับเดินผ่านอากาศธาตุ
เมื่อเขาเดินผ่านกลุ่มเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเ่าั้ ไม่มีการออกท่าทาง ไม่มีการร่ายเวท มีเพียง 'แรงกดดัน' มหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างกาย จิตสังหารของจักรพรรดิเซียนหนักอึ้งราวกับูเาทั้งลูกทับลงมา
"อ๊าก!"
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นระงม เหล่ายามร่างกำยำต่างพากันทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น บางคนเข่าทรุดกระแทกพื้นจนกระดูกร้าว บางคนหน้ามืดหมดสติไปทันทีเพราะทนรับแรงกดดันทางิญญาไม่ไหว กวินทร์เดินผ่านร่างที่นอนเกลื่อนกลาดเ่าั้ไปโดยไม่แม้แต่จะชำเลืองมอง
เขาเดินมาหยุดที่โถงลิฟต์แก้วกลางอาคาร แต่เมื่อเห็นตัวเลขดิจิทัลที่ค่อยๆ ไต่ระดับลงมาอย่างเชื่องช้า ความหงุดหงิดก็ปะทุขึ้นในอก
'ช้าเกินไป!'
กวินทร์ตัดสินใจละทิ้งวิธีการปกติ เขาย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วะโพุ่งตัวขึ้นไปในช่องว่างบันไดวนขนาดใหญ่ที่เจาะทะลุกลางตึกั้แ่ชั้นล่างจนถึงชั้นดาดฟ้า ร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นสู่ที่สูงดั่งลูกศรสีดำที่แหวกว่ายอากาศ ทิ้งเสียงะเิของกำแพงเสียงไว้เื้ั
"นั่นมันตัวบ้าอะไรกัน! มันบินได้เหรอ?"
ผู้ป่วยและญาติที่ยืนมองเหตุการณ์จากระเบียงทางเดินชั้นต่างๆ ต่างพากันกรีดร้องและวิ่งหนีตาย แต่กวินทร์ไม่สนใจ เขาพุ่งผ่านชั้นที่สิบ ยี่สิบ สามสิบ ขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าเมื่อถึงชั้นที่สี่สิบ ซึ่งเป็เขตหวงห้ามสำหรับวีวีไอพี ฮันเตอร์ระดับบีและเอจำนวนห้าคนะโออกมาขวางทางกลางอากาศ พวกเขาสวมชุดเกราะเต็มยศและถืออาวุธครบมือ ทั้งดาบใหญ่ หอก และปืนเวทมนตร์
"หยุดเดี๋ยวนี้เ้าผู้บุกรุก! นี่คือเขตหวงห้ามของตระกูล"
ฮันเตอร์คนหนึ่งะโก้อง พยายามจะใช้ชื่อตระกูลใหญ่ข่มขวัญ แต่กวินทร์ไม่มีเวลามาฟังเื่ไร้สาระ
"ไสหัวไป!"
กวินทร์ตวาดลั่น เสียงคำรามนั้นผสมผสานลมปราณเข้าไปด้วย เกิดเป็คลื่นกระแทกที่รุนแรงยิ่งกว่าะเิ ฮันเตอร์ทั้งห้าคนที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศยังไม่ทันได้ขยับอาวุธ ก็ถูกคลื่นเสียงกระแทกจนเกราะแตกกระจาย ร่างกระเด็นปลิวไปกระแทกกับผนังตึกคนละทิศละทาง ร่วงหล่นลงไปเบื้องล่างเหมือนแมลงที่ถูกปัด
ในที่สุด กวินทร์ก็มาถึงชั้นสูงสุด ชั้นที่ห้าสิบ
เท้าของเขาแตะลงบนพื้นพรมกำมะหยี่สีแดงหรูหราของทางเดินยาว บรรยากาศบนชั้นนี้แตกต่างจากชั้นล่างอย่างสิ้นเชิง มันเงียบสงบ เย็นะเื และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตายที่ลอยอบอวลออกมาจากห้องสุดท้ายที่ปลายทางเดิน
ตลอดทางเดินมีบอดี้การ์ดสวมสูทสีดำยืนเรียงรายอยู่สองข้างทาง พวกนี้ไม่ใช่ยามธรรมดา แต่เป็ยอดฝีมือระดับเอที่ถูกจ้างมาด้วยค่าตัวมหาศาลเพื่อคุ้มกันบุคคลสำคัญในห้องนั้น
เมื่อเห็นกวินทร์ปรากฏตัวขึ้นในสภาพมอมแมม บอดี้การ์ดเ่าั้ก็ชักดาบและปืนออกมาทันที ปฏิกิริยาตอบสนองของพวกเขารวดเร็วสมราคาคุย
"ฆ่ามัน! อย่าให้มันเข้าใกล้ห้องคุณหนู!"
หัวหน้าบอดี้การ์ดะโสั่งพร้อมกับพุ่งเข้ามาเป็คนแรก ดาบยาวในมืออาบด้วยออร่าสีแดงฉานฟันฉับลงมาที่คอของกวินทร์
เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังก้อง แต่ไม่ใช่เสียงดาบกระทบเนื้อ ดาบระดับเอที่ตัดเหล็กไหลได้กลับหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ ห่างจากคอของกวินทร์เพียงไม่กี่เิเ โดยมีเพียง 'นิ้วชี้และนิ้วกลาง' ของกวินทร์คีบใบดาบเอาไว้แน่น
ดวงตาของหัวหน้าบอดี้การ์ดเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขาพยายามออกแรงกดดาบลงหรือดึงกลับ แต่ดาบนั้นกลับนิ่งสนิทราวกับถูกหล่อติดไว้ในูเา
"วิชากระจอก"
กวินทร์เอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะสะบัดข้อมือเพียงเล็กน้อย
เพล้ง!
ใบดาบเหล็กกล้าเนื้อดีแตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆ เศษเหล็กปลิวว่อนบาดใบหน้าของหัวหน้าบอดี้การ์ดจนเืสาด กวินทร์ใช้จังหวะที่อีกฝ่ายกำลังใ ซัดฝ่ามือเบาๆ เข้าที่กลางอก
อั๊ก!
ร่างของหัวหน้าบอดี้การ์ดปลิวละลิ่วผ่านฝูงลูกน้องไปกระแทกกับประตูลิฟต์ด้านหลังจนยุบลงไป กวินทร์ไม่ได้หยุดดูผลงาน เขาเดินฝ่าวงล้อมของบอดี้การ์ดที่เหลือเข้าไป ทุกครั้งที่มีคนพุ่งเข้ามาขวาง จะถูกพลังที่มองไม่เห็นดีดกระเด็นออกไปติดผนังบ้าง เพดานบ้าง ราวกับกวินทร์มีสนามพลังแม่เหล็กที่ผลักดันทุกสิ่งออกไป
เขาเดินมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูไม้สักบานมหึมาสลักลวดลายทองคำ ซึ่งเป็ปราการด่านสุดท้ายก่อนจะถึงห้องไอซียู
มือที่สั่นเทาเล็กน้อยของกวินทร์เอื้อมไปจับลูกบิดประตู ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความหวาดหวั่นที่จะได้เห็นสภาพของลูกสาวข้างใน
ปัง!
กวินทร์กระชากประตูไม้สักให้หลุดออกมาจากวงกบทั้งบานแล้วโยนทิ้งไปด้านข้าง เผยให้เห็นห้องพักผู้ป่วยขนาดใหญ่ที่หรูหรายิ่งกว่าโรงแรมห้าดาว
ภายในห้องนั้นเต็มไปด้วยเครื่องมือแพทย์ล้ำสมัยที่มีแสงไฟกะพริบวิบวับ หน้าจอโฮโลแกรมแสดงค่าชีพจรที่เต้นอ่อนแรงจนน่าใจหาย ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสวมชุดกาวน์สีขาวห้าหกคนกำลังยืนล้อมรอบเตียงผู้ป่วยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและสิ้นหวัง
และที่ข้างเตียงนั้น มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งฟุบหน้าอยู่
ผมยาวสลวยสีดำขลับของเธอแผ่สยายอยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาว ไหล่บางของเธอสั่นเทาตามแรงสะอื้น แม้จะไม่เห็นหน้า แต่กวินทร์ก็จำแผ่นหลังนั้นได้แม่นยำ มันคือแผ่นหลังของหญิงสาวที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดห้าพันปีในโลกเซียน
"ศิรินทร์"
กวินทร์เรียกชื่อเธอแ่เบา เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือ
แต่ทว่าความสนใจของเขาถูกดึงดูดไปที่ร่างเล็กๆ บนเตียงนอนเสียก่อน
เด็กหญิงตัวน้อยวัยประมาณห้าขวบ นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ผิวของเธอขาวซีดจนเกือบโปร่งใส ริมฝีปากเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำ ร่างกายผอมแห้งจนเห็นกระดูก เส้นผมสีดำสนิทเหมือนแม่แผ่กระจายอยู่บนหมอน และที่น่ากลัวที่สุดคือมีไอความเย็นสีขาวขุ่นแผ่ออกมาจากร่างกายของเธอตลอดเวลา ทำให้เครื่องมือแพทย์และสายน้ำเกลือรอบเตียงมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะจับ
นั่นคือลูกสาวของเขา เืเนื้อเชื้อไขของจักรพรรดิเซียน
สภาพของเด็กน้อยย่ำแย่กว่าที่เขาจินตนาการไว้ร้อยเท่า คำสาปจากโลกปีศาจได้หยั่งรากลึกลงไปในอวัยวะภายใน กัดกินพลังชีวิตของเธอจนเกือบหมดสิ้น หากเขามาช้ากว่านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมง เขาคงไม่มีโอกาสได้เรียกเธอว่าลูก
ความเ็ปแล่นพล่านเข้าสู่หัวใจของกวินทร์ น้ำตาแห่งลูกผู้ชายที่เขาไม่เคยเสียให้ใครแม้แต่ตอนที่เกือบตายในการต่อสู้กับจอมมาร ไหลรินออกมาอาบแก้มที่เปื้อนฝุ่น
"ใครอนุญาตให้เข้ามา! การ์ด! เอาตัวมันออกไป!"
หมอคนหนึ่งที่มีอายุมากที่สุด ะโขึ้นด้วยความใเมื่อเห็นชายแปลกหน้าบุกเข้ามาในห้องปลอดเชื้อ
เสียงะโนั้นทำให้หญิงสาวที่ข้างเตียงสะดุ้งสุดตัว เธอรีบปาดน้ำตาแล้วหันขวับกลับมามองผู้บุกรุกด้วยสัญชาตญาณความเป็แม่ที่้าปกป้องลูก
ใบหน้าของศิรินทร์ยังคงงดงามตราตรึงใจเหมือนในความทรงจำ แต่บัดนี้มันซูบซีดและอิดโรย ขอบตาแดงช้ำจากการร้องไห้ติดต่อกันหลายวัน แต่สิ่งที่เด่นชัดที่สุดคือดวงตาคู่สวยที่เคยอ่อนโยน บัดนี้กลับลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวเมื่อเธอเห็นใบหน้าของชายผู้บุกรุกชัดเจน
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนลงชั่วขณะ
กวินทร์ยืนนิ่งค้างอยู่ที่หน้าประตูห้องที่เป็กระจกนิรภัย (ซึ่งเขากำลังจะเดินทะลุเข้าไปในโซนปลอดเชื้อ) สายตาของทั้งสองสบประสานกัน ท่ามกลางเสียงสัญญาณชีพจรของลูกสาวที่ดัง ติ๊ด ติ๊ด แ่เบา
ศิรินทร์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยอารมณ์ที่ะเิออกมา ทั้งความเสียใจ ความผิดหวัง และความแค้นที่สั่งสมมาตลอดห้าปีที่เขาหายไปโดยไม่บอกลา ทิ้งให้เธอต้องเผชิญกับโลกที่โหดร้ายและเลี้ยงดูลูกที่ป่วยหนักเพียงลำพัง
เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ จ้องมองกวินทร์ราวกับจะกินเืกินเนื้อ บรรยากาศในห้องเย็นะเืยิ่งกว่าไอความเย็นจากร่างเด็กน้อย
ริมฝีปากบางที่สั่นระริกของเธอขยับเอ่ยวาจาที่บาดลึกลงไปในใจของจักรพรรดิเซียนยิ่งกว่าคมดาบใดๆ
"นาย"
เสียงของเธอสั่นเครือแต่ก้องกังวานไปด้วยความเ็ป
"นายยังกล้าโผล่หัวมาอีกเหรอ!"