- ผมไม่รู้หรอกน่ะว่าคุณเคยได้ยินการทดลองนี้มาบ้างรึเปล่า ถ้ายังไม่รู้ลองขยับเข้ามาซิ ผมจะเล่าให้คุณฟังเอง ว่าการปลูกฝังความกลัวมันเป็อย่างไร -
เื่นี้เกิดขึ้นเมื่อนักจิตวิทยาคนหนึ่ง ้าทดลองอะไรบางอย่างกับเด็กไม่กี่ขวบ การทดลองเริ่มขึ้นโดยการปล่อยให้เด็กอยู่กับหนูสีขาวขนปุกปุยไร้พิษสงตัวหนึ่งในห้องที่ไม่มีอะไรเลย เด็กน้อยที่ไม่รู้ความเมื่อเห็นสิ่งที่น่าสนใจเพียงหนึ่งเดียวกลับเข้าไปหาโดยที่ตัวเองไม่รู้เลยว่า มันจะกลายเป็สิ่งที่เขาหวาดกลัวไปชั่วชีวิต
นักจิตวิทยารอจนมือของเด็กใกล้ที่จะัักับหนูทดลอง แล้วเขาจึงทำการสร้างเสียงที่เด็กกลัวขึ้นมาโดยทันที มันได้ผลมือของเด็กหยุดชะงักกลางอากาศ และเมื่อเด็กน้อยผู้น่าสงสารทำการเอื้อมมือจะไปแตะหนูทดลองอีกครั้งเขาก็สร้างเสียงนั้นขึ้นมาอีก ทำแบบนี้ทุกวันๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อเด็กเห็นหนูที่อยู่กลางห้อง โดยไม่ต้องคิดเด็กแผดเสียงร้องอย่างหวาดกลัวทั้งๆที่ยังไม่ได้สร้างเสียงเลยด้วยซ้ำ หลังจากนั้นเด็กคนนี้ก็กลายเป็คนที่กลัวหนูขึ้นสมองโดยทันที
หืมถามว่าที่กล่าวมาข้างต้นมันเกี่ยวอะไรกับนิยายเื่นี้งั้นหรอ หึๆๆๆ มันเกี่ยวแน่นอน
ไรท์
.
.
.
.
" หัวหน้ากำลังจะไปที่ไหนครับ "
หินที่ตอนนี้กำลังเดินตามเรย์ถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะว่านับั้แ่ปะทะกับหน่วย C จากครั้งที่แล้ว เรย์ก็เอาแต่มุ่งหน้าเดินทางอย่างไม่หยุดพักเหมือนกำลังรีบไปที่ไหนซักแห่ง จนตอนนี้พวกเขาก็เดินทางกันมากว่า 2 ชม.
" นายว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่ทำให้คนจากหลายๆที่สามารถมาอยู่รวมกันได้ล่ะ "
" กฎระเบียบงั้นหรอครับ "
" มันเรียบง่ายกว่านั้นเยอะเลยล่ะ "
" หรือว่าการสื่อสาร "
" ถูกต้องแล้ว สิ่งที่จะทำให้ควบคุมหรือออกคำสั่งกับคนหลายๆคนได้ มันต้องใช้การสื่อสาร เพราะงั้นสิ่งที่ควรทำอันอับแรกในการจัดคนหมู่มากที่ดีที่สุดคือ การตัดการ
สื่อสารมันซ่ะ "
กล่าวจบตึกที่เป็ศูนย์วิทยุก็ปรากฎตรงหน้าพวกเรย์แล้ว
" แต่หัวหน้าครับ ผมคิดว่ามันจะต้องมีคนคอยป้องกันตึกนี้อยู่แน่เลยครับ "
" ก็น่ะ เก็บมันให้หมดก็สิ้นเื่ "
" โอ๊ะดูจากสภาพตึกนี้แล้ว นายคิดว่ายังไง "
เรย์กล่าวพร้อมชี้ให้ดูตึกตรงหน้าที่ดูมั่นคงแข็งแรง และมีหน่วย C ลาดตระเวนอยู่ประมาณ 5-6 คน
" จากที่เห็นพวกมันคงเข้าไปยึดตึกนี้เรียบร้อยแล้วครับ แถมดูจากโครงสร้างที่สร้างมาให้มีทางเข้าแค่ทางเดียวแค่ทางเดียวอีก ทำให้เหลือทางเลือกแค่ 2 ทางคือทำลายตึกนี้ทิ้งหรือไม่ก็บุกเข้าไปตรงๆเลย แต่ผมไม่แนะนำทั้งสองวิธีครับ "
" หืมงั้น จะเป็อะไรไหมถ้าชั้นจะเพิ่มทางที่ 3 เข้าไป "
" ทางที่ 3 ? "
" นายเห็นนั่นไหม " กล่าวจบหินก็ชี้ไปที่หน้าต่างที่อยู่ชั้น 3 ที่เปิดค้างเอาไว้
" นั่นมันสูงกว่า 15 เมตรเลยน่ะครับ เป็ไปไม่ได้หรอกครับ " หินค้านหัวชนฝา
" นี่ล่ะแหละข้อเสียของนาย นายน่ะสามารแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี รวมถึงระบบความคิดและการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมอีก แต่นายไม่รู้จักการคิดพลิกแพลง พูดง่ายๆ ระบบความคิดนายมันเป็เส้นตรงจนเกินไป ทำให้อ่านออกง่ายในการต่อสู้ "
" อึก " หินถึงกับไปไม่เป็เมื่อโดนเรย์ชี้ข้อบกพร่องของตน
" เอาล่ะชั้นรู้ว่านายไม่ใช่พวกอีโก้สูงดังนั้นเอามันไปปรับปรุงด้วยล่ะ "
" ครับ "
" งั้นนายรอตรงนี้ชั้นจะทำให้ดูเองว่า เราจะขึ้นไปได้ยังไง "
จบคำเรย์ก็หันไปมองทีู่เาแล้วเดินออกมาจากพุ่มไม้เดินเข้าไปด้านหลังหน่วย C ทันที
- เดินเข้าไปโต้งๆ เลยเรอะ - หินที่เห็นดังนั้นก็ได้แต่ทำหน้าเหรอหรา
" เฮ้ยนั่นใครน่ะ " หากถามว่าในหนังสยองขวัญส่วนมากใครมักจะตายเป็คนแรก ก็คงต้องตอบว่ามันคงเป็คนที่ขี้สงสัยจนเกินเหตุล่ะมั้ง ( พูดง่ายๆคนชอบเผือกนั่นเอง ) แน่นอนว่าไอ้คนที่พูดนี่ได้ตายก่อนเพื่อนตามสเต็บเป๊ะ
ไวเท่าความคิดมีดสนามในมือซ้ายของเรย์ก็ตัดผ่านลำคอของทหารผู้โชคร้ายรายแรกทันทีที่มันเอ่ยจบคำ
" ฉัวะ " เสียงเรียกของเพื่อนและเสียงที่เหมือนว่ามีของมีคมตัดผ่านอะไรซักอย่าง ต่างก็ดึงดูดความสนใจของคนอีกสามคนได้เป็อย่างดี
แต่การเคลื่อนไหวต่อมาของเรย์นั่นกลับพลิ้วไหวดั่งสายน้ำ มีดสนามในมือขวาตัดผ่านเอ็นร้อยหวายของคนที่อยู่ใกล้ที่สุดด้านขวามือ ตามด้วยมีดในมือซ้ายที่เสียบใต้คางทหารอีกคนที่อยู่ด้านซ้ายจนมิดด้าม
แม้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดจะดูเหมือนนานแต่มันกลับกินเวลาไปแค่สามวินาทีเท่านั้น
" แก " ทหารคนสุดท้ายที่ดูเหมือนจะได้สติจึงหันปืนมาทางเรย์ทันที
" เดี๋ยวก่อนพี่ชาย " เรย์กล่าวพร้อมยกมือห้ามทหารคนนั้นไว้
" มีอะไร ถ้าคิดจะร้องขอชีวิตน่ะไม่มีทาง "
" เปล่าหรอก แต่นี่มันคืออะไรกันน้าาาา " เรย์กล่าวพร้อมกับชูอะไรบ้างอย่างในมือ
" เห้ยยยย "
" บาย "
ตูม!!! แน่นอนว่าที่เรย์หยิบออกมานั้นคือสลักลูกะเิที่อยู่ข้างเอวทหารคนสุดท้ายนั่นเอง
" ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น " จากเสียงที่ดังจากหน้าตึกเรียกเอาหน่วย C ที่เหลือออกมาดูทันที แต่ที่พวกมันเห็นคือเพื่อนของพวกมันทั้ง 4 คนสภาพเละเทอะดูไม่ได้ แต่กลับไม่เห็นตัวคนทำเลย แต่ไม่ใช่กับหินที่หลบอยู่ข้างๆ
" อ ไอ้เ้าหัวหน้านั่น "
" ที่ว่าเก็บคนสี่คนในไม่กี่วิก็น่าทึ่งแล้วน่ะ แต่นี่กลับใช้ศพเพื่อลดแรงะเิ พร้อมกับส่งตัวเองไปที่ชั้นสามเนี่ยน่ะ ยังใช่คนอยู่รึเปล่าว่ะนั้น " หินบ่นอุบอิบหลังจากที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
ด้านเรย์ที่ลอยมาตกที่ชั้นสามแล้ว
" ชิ นี่ถ้าไม่ติดว่าไม่มีดาบในมือน่ะ พ่อจะฟันทั้งคนทั้งตึกนี่ทิ้งไปพร้อมๆกันเลย ช่างเถอะยังไงก็เข้ามาด้านในแล้ว งั้นคงต้องไปที่ห้องควบคุมล่ะน่ะ ส่วนเ้าพวกด้านนอกนั่นให้เ้าพวกนั้นจัดการไปก็แล้วกัน " เรย์กล่าวพร้อมกับเดินไปหาห้องควบคุม
ด้านไม้กับสิงห์
" หัวหน้านี่ทำอะไรตูมตามซ่ะจริง " ไม้เอ่ยขึ้นมา
" หัวหน้าทำอะไรหรอ " สิงห์ถามอย่างงุนงง
" ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่หัวหน้ายังจะใช่คนอยู่รึเปล่าเนี่ย เราอยู่ไกลขนาดนี้ยังจะเห็นเราอีก " ไม้เอ่ยเซ็งๆ
" คิดมากไปรึเปล่า " สิงห์เอ่ย
" ก็อยากจะคิดอย่างนั้นอยู่หรอก ถ้าไม่ติดว่าหัวหน้ามองมาทางเราแล้วพูดว่า ช่วยเก็บเ้าพวกที่ออกมาทีน่ะ "
" ถ้าเป็อย่างนั้นก็ไม่ใช่คนแล้วล่ะ " สิงห์กล่าวปลงๆ
" นั่นซิน่ะเอาเป็ว่า มาเปิดฟลอเต้นรำให้เ้าพวกนั้นกันดีกว่า " ไม้กล่าวพร้อมยิ้มเหี้ยม
2 ชม. ต่อมา ณ ตึกที่เป็ค่ายชั่วคราวของหน่วย C
" ว่าไงน่ะหน่วยที่ไปยึดตึกวิทยุขาดการติดต่อไปงั้นหรอ " โจเซฟที่ได้ยินลูกน้องรายงานก็โมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง
" ไอ้พวกกระจอกเอ๊ย เรียกคนของเราทั้งหมดกลับมา " โจเซฟเอ่ยอย่างฉุนเฉียว
" เอ่อคือ นอกจากที่พวกนั้นขาดการติดต่อไปแล้ว ทางเราเองก็โดยสัญญานรบกวนจนไม่สามารถติดต่อกันได้เลยครับ "
" แกว่าอะไรน่ะ "
" หัวหน้าครับมีผู้รอดชีวิตจากหน่วยที่ไปยึดตึกวิทยุเรามาขอพบครับ "
" ให้มันเข้ามา "
หลังจากนั้นไม่นานก็ปรากฏทหารที่มีสีหน้าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุดเดินเข้ามา
" หะ หัวหน้าครับพวกมันเป็ปิศาจ เราสู้มันไม่ไหวหรอกครับ ยอมแพ้เถอะครับ "
" แกพูดอะไรของแกกัน กินยาลืมเขย่าขวดรึไง "
" จริงๆ น่ะครับเ้าพวกนั้นมันน่ากลัวมากเลยโดยเฉพาะเ้าเด็กใหม่ที่เป็หัวหน้านั่น "
" ชั้นว่าแกควรไปนอนพักน่ะ ดูถ้าแกอาจจะเหนื่อยจนเกินไป เอาไปให้พ้นหน้าชั้น " โจเซฟกล่าวพร้อมโบกมือไล่ทันที
" หัวหน้าต้องฟังผมน่ะ เราสู้พวกมันไม่ได้หรอก มันบอกว่าจะให้เวลาแค่สามวัน หัวหน้าฟังผมก่อน หัวหน้าาาาาาาาา " แล้วทหารผู้โชคร้ายก็ถูกหิ้วออกไป
" สั่งคนของเราเอาพวกที่เก่งที่สุด ออกไปสืบซิว่ามันเกิดอะไรขึ้น "
" ครับ "
แต่แทบที่จะทันทีที่ทหารที่รับคำสั่งก้าวพ้นตัวตึกได้สามก้าว หัวของมันก็ถูกเจาะด้วยลูกตะกั่วทันที
" พลซุ่มยิง !!! พวกเราหาที่กำบัง "
" มันยิงมาจากทางไหน "
" ไม่ทราบครับ "
" แล้วพวกที่อยู่บนดาดฟ้าทำไมไม่เห็นรายงานอะไรมาเลย "
" พะ พวกนั้นตายหมดแล้วครับ "
" อะไรน่ะ โธ่เว้ย ตึกนี้ดันออกแบบให้มีทางออกแค่ทางเดียวอีก "
" เราลองบุกออกไปไหมครับ "
" งั้นลองส่งคนซักสิบคนออกไปซิ "
กล่าวจบ หน่วย C สิบคนก็กรูออกไปที่ประตูหน้าโดยพร้อมเพรียง แต่ทันใดนั้นเองภาพที่หัวทั้งสิบคนหลุดออกจากบ่าพร้อมกันก็ได้เกิดขึ้น ทำเอาคนที่อยู่ถึงกับหวาดกลัวไปทั่วทั้งหน่วยเลยทีเดียว
" ห หัวหน้าครับ "
" ไปเอาโทรศัพย์ดาวเทียมมาแล้วติดต่อหาหน่วยข่าวกรองทันที "
" ครับ "
ไม่นานทหารคนนั้นก็กลับมาพร้อมโทรศัพท์ดาวเทียม
" สวัสดีครับอยากซื้อหรือขายครับ "
เสียงจากปลายสายทั้งทุ่มนุ่มลึกชวนสนทนาเป็อย่างมากแต่ดูแล้วอีกคนคงไม่อยากสนทนาด้วยเป็แน่
" เห้ยแกหน่วยข่าวกรอง ไหนว่าไอ้พวกหน่วย 13 มันกระจอกไงทำไมถึงเป็แบบนี้ "
" ขอโทษด้วยน่ะครับ ถ้าไม่คิดจะทำการค้าก็จะขอวางสายเพียงเท่านี้ ขอบคุณที่ใช้บริการของเราน่ะครับ คุณโจเซฟ" กล่าวจบก็ตัดสายไป
" ไอ้พวกบัดซบ แกไอ้พวกหน่วย 13 " โจเซฟกล่าวรอดไรฟังอย่างโกรธแค้น
หน่วย 13 เหลือ 4 คน VS หน่วย C เหลือ 40 คน
...........................................................................................................................