แต้มตรังคะก้าวเข้าไปในร้านปรุงยาอย่างระมัดระวัง
"สวัสดีค่ะ คุณดาราใช่ไหมคะ เ้าของร้านจากฝั่งตะวันตกให้มาหาค่ะ"
"โอ้~ ดารินเทเลพาทีมาบอกแล้วล่ะ ฝาแฝดสินะ แหม ต่อให้จะเป็เมืองหลวงแห่งนี้ก็ยังพบเห็นไม่ได้บ่อยเลย"
หญิงวัยกลางคนที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากเ้าของร้านขายอุปกรณ์นักผจญภัยอย่างไม่ผิดเพี้ยนพูดรับด้วยท่าทางนุ่มนวล
"ใช่ค่ะ สวัสดีค่ะ 'แต้มตรังคะ' ค่ะ"
เธอเอ่ยรับอย่างสุภาพ
"จ้า~ แต้มสินะ ชื่อของข้าก็คงได้ยินมาแล้ว เรียกป้าได้เลยไม่ต้องเกรงใจ"
เ้าของร้านพูดอย่างใจดี
"สนใจการปรุงยาไหม ถึงจะไม่นิยมเท่ากับการไปที่โบสถ์แต่ก็เป็ของที่พกพาง่าย พวกนักผจญภัยน่ะเข้าร้านปรุงยาบ่อยกว่ากลับบ้านเสียอีกนะ"
"ก็.. พึ่งจะมาถึง อันที่จริงก็ยังไม่มีความสนใจอะไรเป็พิเศษค่ะ แค่มาเที่ยวเล่นกับขุน เอ่อ แฝดอีกคนน่ะค่ะ"
"งั้นหรือ สนิทกันดีสินะ เมื่อก่อนข้ากับดารินก็ไปผจญภัยด้วยกันบ่อย ๆ ดารินน่ะแม้แต่พวกผู้ชายยังสู้แรงเธอไม่ได้เลย เป็นักผจญภัยหญิงแนวหน้าเลยล่ะน้า~"
ดาราพูดด้วยน้ำเสียงที่หวนนึกถึง แต่แต้มตรังคะกลับรู้สึกได้ถึงความเศร้าหมองเล็กน้อยในคำพูดนั้น
"เมื่อก่อนข้าน่ะต้องคอยตามไปดูแล เป็ผู้หญิงที่ไม่ระมัดระวังเอาเสียเลย เงินที่หาได้ก็หมดไปกับการซื้อวัตถุดิบมาทำยารักษานั้นล่ะ"
พูดจบก็หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหลุบตาลงเล็กน้อย
"เอ้อ~ คนแก่ก็ชอบพูดเื่เก่า ๆ แบบนี้ล่ะน้า~ แม่หนูก็ทนฟังหน่อย"
หลังจากนั้น ดาราก็สอนให้แต้มตรังคะสังเกตวัตถุดิบ
"เดี๋ยวจะให้ช่วยคัดแยกสมุนไพร แม่หนูก็ดูตามสมุดนี้ได้เลยนะ มีแยกง่ายแยกยากต่างกันไป ค่อย ๆ ทำ ไม่ต้องรีบร้อน ระหว่างนี้ข้าจะไปปรุงยาที่ลูกค้าสั่งมาที่ห้องด้านหลังนี่ล่ะ เ้าก็นั่งแยกไปตรงนี้ ถ้าลูกค้ามาค่อยมาเรียกข้า แค่เคาะประตูก็พอ"
หลังพูดจบอีกฝ่ายก็หายเข้าไปหลังประตูที่อยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์คิดเงิน
แต้มตรังคะก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เริ่มทำการแยกสมุนไพรอย่างใจเย็น
ก่อนหน้านี้เธอเคยอ่านกระทู้ในฟอรัมอยู่บ่อย ๆ เห็นพวกผู้เล่นที่เข้ามาก่อนหน้านี้ก็เคยพูดถึงการได้ค่าสถานะจากสิ่งที่ทำ
ในเมื่ออย่างไรก็ต้องรออีก 10 วัน เพิ่มค่าสถานะไปพลาง ๆ ก็ดูเป็ทางเลือกที่ดีทีเดียว
อีกด้านหนึ่ง ขีดขุนเขากำลังช่วยเ้าของร้านจัดชั้นสินค้าใหม่
"จะว่าไปผมควรเรียกเ้าของร้านว่าอะไรดีครับ?"
เขาถามขึ้นเพราะนึกขึ้นได้ว่ายังไม่รู้ชื่อของอีกฝ่ายเลย NPC ในเกมนี้แม้แต่ชาวบ้านทั่วไปก็มี [???] กันทั้งนั้น ที่เห็นก็มีแค่ในสลัมที่ไม่มีเครื่องหมายนี้ปรากฏ เป็ฟังก์ชันที่แม้แต่ในคู่มือเกมยังบอกว่าถ้ารู้สึกรำคาญตาก็ปิดได้เลย แต่เขาก็เปิดมันไว้ อย่างน้อยก็ใช้แยก NPC กับผู้เล่นได้ แถมยังได้เจอกับวิธูที่ดูเหมือนจะเป็คนนอกที่เข้าไปแฝงตัวในสลัมอีกด้วย
"ก็เรียกเ้าของร้านนั่นล่ะ"
อีกฝ่ายบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจนัก
"อันนั้นวางชั้นบน ใช่ ตรงนั้น"
ขีดขุนเขาพยักหน้ารับ ก่อนจะวางเกราะส่วนหัวลงในตำแหน่งที่อีกฝ่ายพูดถึง
ต่างคนต่างไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก เ้าของร้านดูเป็คนไม่ชอบพูด ส่วนเขาก็ไม่รู้จะพูดอะไร ปกติอยู่กับแต้มตรังคะตลอด ถ้าคุยกับผู้ชายเขาจะเป็คนพูด ถ้าคุยกับผู้หญิงแต้มตรังคะจะเป็คนพูด พอมาแบบนี้ ไม่รู้ว่าจะเอาเื่ไหนมาพูดดี สุดท้ายก็จัดของเงียบ ๆ ไปดีกว่า
ทำงานไปเรื่อย ๆ จากวันเป็คืน หลังจากนั้นก็เข้าห้องพักไปออกจะระบบ แล้วค่อยกลับมาเข้าสู่ระบบใหม่ตอนรุ่งสาง แต้มตรังคะไม่ได้กลับมาที่ร้าน ดูเหมือนว่าจะปักหลักอยู่ที่ร้านปรุงยาเลย
ถือได้ว่าเป็ครั้งแรกที่พวกเขาแยกออกจากกันนานขนาดนี้ แม้ถ้าคำนวณจริง ๆ จะเป็เวลาแค่ 4-5 ชั่วโมงก็ตาม
"เ้าน่ะ.. สนิทกับแฝดไหม?"
หลังจากทำงานไปได้ 4 วัน เ้าของร้านก็ไม่รู้ว่านึกอะไร จู่ ๆ ถึงได้ถามขึ้นมา
"ครับ ตัวติดกันตลอดเลยครับ"
ขีดขุนเขาตอบกลับอย่างเป็ธรรมชาติ
"รู้ใจกันมากไหม"
"ก็น่าจะนะครับ แบบแค่มองตาก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร"
"แล้วถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกันล่ะ?"
"ครับ?"
"สมมุติว่าต้องไปอยู่ในที่ที่หนึ่งแล้วไม่สามารถติดต่อกันได้ แต่ว่าต้องทำอะไรให้เหมือนกัน"
ขีดขุนเขารู้สึกงุนงงกับคำถามแปลก ๆ นั้น
"เอ่อ อย่างพวกให้ยกมือขึ้นแล้วดูว่าจะยกมือเดียวกันไหมอะไรแบบนั้นหรือเปล่าครับ?"
เขาก็เคยเล่นอะไรทำนองนั้น ตอนที่เพื่อน ๆ นึกสนุกแล้วให้เขากับแต้มตรังคะยืนกันคนละฝั่งของบานประตูแล้วให้หยิบแก้วขึ้นมาแบบสุ่ม เพื่อดูว่าจะใจตรงกันไหม อะไรทำนองนั้น
"อืม.. ก็ราว ๆ นั้น"
"ก็.. น่าจะไม่ต่างกันนะครับ"
ตอนนั้นพวกเขาหยิบเหมือนกันหมดเพราะนึกถึงการไล่สีของสายรุ้งขึ้นมา ก็คงจะนับได้ว่าใจตรงกันล่ะมั้ง
"งั้นเหรอ ดีเลย"
"ครับ?"
"ไม่มีอะไร"
แล้วบทสนทนาแปลก ๆ ก็จบลงไปเช่นนั้น เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรอีก
และแล้ววันที่ 10 ก็มาถึง เหล่าผู้เล่น Closed Beta ที่อดทนจนแทบลงแดงต่างกู่ร้องกันในฟอรัมเป็การตีกลองศึกเริ่มเคลื่อนกระบวนทัพ ก่อนจะหายเงียบไปไม่เห็นแม้แต่ฝุ่น ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเข้าสู่ระบบกันไปหมดแล้ว ส่วนฝาแฝดก็มารวมตัวกันที่สลัมตามคำนัดของ NPC ที่มีชื่อหนึ่งเดียวในสลัม
"ท่านวิธู!!!"
สองแฝดหันไปมองตามเสียง พบเข้ากับผู้เล่นคนหนึ่งที่พุ่งเข้ามาเร็วมาก เห็นได้ชัดถึงความแตกต่างขอค่าสถานะ
'ไม่ต้องเดายังรู้ว่าเป็ผู้เล่น Closed Beta'
"ผมกลับมาแล้ว!!!"
ท่าทางตื่นเต้นนั้นเล่นเอาสองพี่น้องที่มักจะมีนิสัยเอื่อยเฉื่อยััได้ถึงคำว่าสีสันขึ้นมา
"อืม สองคนนี้เป็คนเผ่าเดียวกับเ้า รู้จักกันไหม"
อีกฝ่ายได้ยินก็ชะงักไป ก่อนจะหันมามองพวกเขาสองคน
"โอ้ ผู้เล่นใหม่สินะครับ ตาแหลมจริง ๆ ที่มาเจอท่านวิธู ผมลมวสันต์ครับ เพิ่มเพื่อนกันไหม?"
เห็นอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทางเย่อหยิ่งของคนที่เลเวลสูงกว่า พวกเขาก็ผ่อนคลายลงไปหลายส่วน
"สวัสดีครับ ผมขีดขุนเขาครับ ส่วนนี่แต้มตรังคะ เป็พี่สาวผมเอง"
ลมวสันต์พยักหน้ารับก่อนจะกดเพิ่มเพื่อนอย่างไม่คิดมาก
"ผู้เล่น Open Beta ไม่ได้มีกรอบเวลาห้ามออกจากเมืองนี่ครับ พวกคุณยังไม่เริ่มเก็บเลเวลกันอีกเหรอครับ"
เพราะผู้เล่นที่เข้าเกมมีจำนวนมาก ทางผู้พัฒนาแจ้งว่าจะใช้ระบบสุ่มเกิด ทำให้เงื่อนไขที่ว่าไม่อนุญาตให้ออกจากเมืองจนกว่าจะเข้าสู่วันที่สิบถูกยกเลิกไป
"ครับ พอดีท่านวิธูบอกว่าจะมอบภารกิจให้วันนี้ กลัวว่าออกนอกเมืองไปแล้วเกิดไปได้ภารกิจติดพันจะกลับมารับภารกิจของท่านวิธูไม่ทันครับ"
ลมวสันต์พยักหน้าเข้าใจ
"ดีแล้วล่ะ ทั้งสองคนเลือกถูกแล้ว.. จริงสิ กำลังจะรับภารกิจสินะ ผมต้องออกไปก่อนไหม"
"ไม่จำเป็"
เป็วิธูที่กล่าวขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
"เื่นี้ไม่ใช่ความลับอะไร ไปถามใคร ใครก็รู้ เกี่ยวกับเ้าของร้านที่เ้าทำงานนั่นแหละ"
"หือ? คุณดารินน่ะเหรอครับ?"
อีกฝ่ายมีท่าทีกระตือรือร้นขึ้นมา ทิ้งตัวลงนั่งพื้นอย่างไม่คิดมาก ตั้งท่าราวกับกำลังรอฟังนิทานเต็มที่
ส่วนขีดขุนเขาที่ตอนแรกงุนงงว่าดารินคือใครก็ได้รับคำตอบจากแฝดตัวเอง
"เ้าของร้านที่นายทำงานน่ะ"
เธอกระซิบบอก
พอได้ยินก็แปลกใจเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้ารับคำพูดของแต้มตรังคะ แล้วหันไปสนใจ NPC ที่กำลังเหยียดตัวขึ้นนั่งหลังตรงตรงหน้าของตนต่อ
"ไม่รู้ว่าพวกเ้าสังเกตหรือไม่ แต่พวกนางน่ะ ไม่เคยเอ่ยนามตัวเองเลยสักครั้ง ทั้งทางวาจา ท่าทาง หรืออักษร ไม่มีอะไรที่ใช้แสดงถึงตัวตนของพวกนางได้เลย พวกเ้ารู้ไหมว่าเพราะอะไร?"
ผู้ฟังที่ดีทั้งสามคนต่างส่ายหน้า โดยไม่ได้พูดแทรกอะไร
"พวกเ้าเป็คนต่างถิ่นคงจะไม่รู้ เดี๋ยวข้าจะเล่าให้ฟัง"
"..."
"เื่มันมีอยู่ว่า..."
TBC.