เมื่อถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย ผลประกอบการของมุ้งดักปลาก็ปรากฏ มีปลาขนาดครึ่งกิโลกรัมอยู่สี่ห้าตัวซึ่งสามารถใช้ทำกับข้าวได้หลายมื้อ ตงหยางจึงปรึกษากับเฟยฉีว่าตนจะเอาไปครึ่งตัวเพื่อนำไปทำข้าวต้มสำหรับเย็นนี้ ส่วนที่เหลือให้ทำข้าวต้มแบ่งทั้งกลุ่มที่บริเวณกระท่อมรวมพล อย่างน้อยก็คงพอที่จะให้ทุกคนได้ลิ้มรสปลาสดกันบ้าง เพราะยังไงหากคืนนี้ได้วางมุ้งดักปลาอีกครั้ง พรุ่งนี้ก็อาจจะได้ปลาเพิ่มอีกสักหน่อย
“ตงลงตามนั้น ข้าต้องขอบใจเ้ามากนะอาตง เ้าช่างมีน้ำใจจริงๆ”
“ไม่เป็ไรขอรับ เดี๋ยวข้าจะวางมุ้งดักปลาอีกครั้ง พรุ่งนี้ก็อาจจะได้ปลาเพิ่มอีก และถ้าหากทุกคนมีมุ้งดักปลา เดี๋ยวก็หาปลากินกันได้เองขอรับ”
“ทุกคนก็มีกำลังใจจะทำมุ้งดักปลาเพิ่มกันแล้ว แค่เห็นผลก็จูงใจได้ไม่รู้ตั้งเท่าไร แล้วหัวหน้าน้อยของเราจะทำอะไรต่อไปหรือ?”
“เห็นว่าจะทำอาวุธขอรับ หากมีอาวุธ นางจะขอให้ข้าพาเข้าป่าให้ลึกสักหน่อยเพื่อสำรวจขอรับ”
“โฮ่! ไม่งอแงให้เ้าพาไปตอนนี้หรอกหรือ? อย่างน้อยพอทุกบ้านในกลุ่มเราทำมุ้งดักปลาเสร็จ ก็น่าจะพาไปได้อยู่นะ”
“นางไม่วางใจขอรับ เพราะสัตว์จำศีลดุร้ายมาก หากไปแบบไม่ระวังอาจจะเกิดอันตรายได้ขอรับ”
“คิดได้ถึงขนาดนี้ ปีหน้าสงสัยข้าคงจะต้องยกตำแหน่งหัวหน้าให้จริงๆ แล้วสินะ ฮ่าๆๆ”
“เลิกพูดเล่นเถอะขอรับ”
“ข้าพูดจริงนะ นางมีความเป็ผู้นำกว่าข้ามากนัก อย่างน้อยก็เพื่อความอยู่รอดของกลุ่มเรา ข้าไม่ใจคอคับแคบจนไปปิดเส้นทางของผู้มีความสามารถหรอกนะ”
“แต่นางก็ยังเด็กนะขอรับ”
“เอาน่าๆ สรุปว่านางจะทำอาวุธอะไรหรือ?”
“หน้าไม้ขอรับ”
(-)
“อร่อยจังเลยเ้าคะท่านแม่ เนื้อปลาหวานฉ่ำ”
“อร่อยก็กินเยอะๆ นะหนิงเอ๋อร์”
หนิงเอ๋อร์เริ่มตักข้าวต้มปลาใส่หน่อไม้เข้าปากน้อยๆ ของเธอ และกล่าวชมผู้เป็แม่อย่างสนุกสนาน แต่พอมองไปในหม้อ ปริมาณข้าวต้มนั้น ดูยังไงก็ไม่พอให้ผู้ใหญ่อีกสองคนกินได้อิ่มอยู่ดี ถ้าหากไม่มีมันฝรั่งที่นึ่งอยู่ด้วยกัน อาจไม่อิ่มท้องเลยก็ได้
“ท่านแม่เ้าคะ ข้าวของส่วนกลางเหลือมากน้อยเท่าใดหรือเ้าคะ?”
“ก็น่าจะมีพอสิ้นหนาวนี้พอดี เพราะมีหลายบ้านที่สิ้นไป ทำให้สเบียงเหลือเยอะขึ้นน่ะลูก”
“ข้าวมีเยอะขึ้น แต่ก็ไม่น่าดีใจเลยนะเ้าคะ”
“ยังดีที่มีมันฝรั่งของเ้า อย่างน้อยเอาไว้กินหลังข้าวสักสองสามลูก น่าจะเติมท้องให้อิ่มได้นะ”
“ลูกเดียวก็พอแล้วเ้าค่ะ ท้องของลูกเล็กนิดเดียวเอง”
“เ้าต่างหากที่ต้องกินเยอะๆ จะได้โตไวๆ”
“งั้นลูกจะพยายามกินมากๆ แล้วกันเ้าค่ะ”
หนิงเอ๋อร์ยิ้มแห้งให้กับผู้เป็แม่ เพราะมันฝรั่งที่กำลังนึ่ง ลูกหนึ่งก็ถือว่าใหญ่มากสำหรับเด็กอย่างเธอแล้ว
แอ๊ดด!!
ไม่นานเสียงเปิดประตูเข้าบ้านมาของตงหยางก็ดังขึ้น และเอ่ยถามสองแม่ลูกที่กำลังนั่งกินข้าวต้มปลากันอยู่
“ลูกพ่อ อาหลี่ ปลาอร่อยไหมเล่า?”
“ท่านพ่อๆ ข้าวต้มปลาอร่อยม๊ากมากเ้าค่ะ”
“งั้นหรือ?! งั้นขอพ่อสักชามสิ”
“นี่เ้าค่ะท่านพี่ กำลังร้อนๆ เลยเ้าคะ” หลี่จินเร่งตักข้าวต้มยื่นให้กับตงหยาง ก่อนที่ตงหยางจะเอ่ยขอด้วยซ้ำ
“ขอบใจมาก”
“ข้างนอกเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ อากาศเริ่มเย็นแล้วด้วยสิ”
“ทุกคนกำลังแจกจ่ายข้าวต้มปลาใส่หน่อไม้กันคนละชาม อย่างน้อยก็พอกินกันทั้งกลุ่ม แต่ก็แค่พอได้ลิ้มรสปลาสดกันเท่านั้นเอง”
“ถ้าหากทุกคนมีมุ้งดักปลา พวกเราอาจจะได้กินปลาเพิ่มสินะเ้าคะ”
“ตามที่เ้าว่า ตอนนี้ทุกคนกำลังกระตือรือร้นที่จะทำมุ้งดักปลาให้เสร็จมาก คิดว่าสองสามวันนี้คงได้ใช้งานกันเพิ่มขึ้น”
“ดีจริงๆ เ้าคะ”
หนิงเอ๋อร์ก้มหน้าก้มตากินข้าวต้มอย่างเอร็ดอร่อย และฟังพ่อแม่คุยกันเื่ของคนในกลุ่มบ้านไปด้วย อย่างน้อยตอนนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น หนิงเอ๋อร์จึงเริ่มหยิบมันฝรั่งที่นึ่งสุกแล้วออกมาบี้ตรงกลาง โรยเกลือเข้าดันในเล็กน้อย และเป่าให้เย็น
“ฟู่ๆ”
“หนิงเอ๋อร์ ลูกพ่อ” เสียงผู้เป็พ่อหันมาถามลูกน้อยด้วยความเอ็นดู “ท่านหัวหน้าเขาให้พ่อทำหน้าไม้ให้เ้าได้เลย”
“ดีเลยเ้าค่ะ ลูกอยากไปสำรวจูเาแล้ว เผื่อจะเจอสมุนไพร กับสัตว์จำศีลบ้าง และจะได้หาลู่ทางทำกับดักด้วย”
“แสดงว่าเ้าวางแผนจะเดินทางไกลด้วยงั้นหรือ?”
“ไม่ไกลขนาดนั้นหรอกเ้าค่ะ เอาแค่ระยะไปกลับภายในหนึ่งวันก็พอ แล้วยังมีอีกหลายอย่างเลยที่ลูกอยากได้ด้วยสิ”
“ลูกพอจะเล่าให้พ่อฟังได้หรือไม่ ว่าเ้า้าสิ่งใดอีก เผื่อว่าพ่อจะได้ไปแจ้งหัวหน้า จะได้แบ่งหน้าที่ให้คนที่เหลือได้บ้าง พ่อคิดว่าอะไรๆ มันน่าจะเร็วขึ้นถ้าหากเราแบ่งงานให้กลุ่มของเราทำด้วย เพราะถ้าหากมุ้งดักปลาทำเสร็จกันทุกบ้านแล้ว ก็คงไม่ต้องกังวลเื่อาหารกันแล้ว”
“เอาจริงๆ ลูกอยากได้เหล็กเ้าค่ะ”
“เหล็กงั้นหรือ? ราคาค่อนข้างแพงเลยนะ”
“ท่านพ่อเ้าคะ ในกลุ่มเรามีผู้ที่ถลุงเหล็ก หรือตีเหล็กเป็หรือไม่เ้าคะ?”
“มีสิ มีสองสามคนที่ทำได้…ถ้าพ่อจำไม่ผิดนะ”
“แล้วแถวนี้มีที่ๆ เคยเป็สนามรบหรือไม่เ้าคะ?”
“หรือว่า…ลูก!”
เพื่อพัฒนาหมู่บ้าน หนิงเอ๋อร์ผู้นี้จะไม่อ่อนข้อให้แน่นอน ไม่ว่าล่าสัตว์ วางกับดัก หรือแม้แต่การนำอาวุธของคนตายมาหลอมใช้ใหม่ก็เถอะ
(-)
เช้าวันรุ่งขึ้น ตงหยางก็นำมุ้งดักปลาขึ้นมาจากน้ำอีกครั้ง ครั้งนี้ก็ได้ปลาขนาดประมาณครึ่งกิโลกรัมอีกห้าตัว และยังมีกุ้งและปลาเล็กอีกส่วนหนึ่ง ก่อนที่จะทำการแบ่งปลาให้สำหรับตัวเองครึ่งตัว กับปลาตัวเล็กอีกเล็กน้อย ที่เหลือก็ทำข้าวต้มปลากินกันทั้งกลุ่มเช่นเคย และหลายคนก็เริ่มทำมุ้งดักปลากันต่ออย่างเร่งรีบ ซึ่งอาจจะเสร็จภายในเย็นนี้ก็เป็ได้
ส่วนบ้านของหนิงเอ๋อร์ หลังมื้ออาหารเช้า หลี่จินก็พาเหล่าแม่บ้านหลายคนไปขุดหน่อไม้ ส่วนตงหยางกับหนิงเอ๋อร์ก็ช่วยกันทำหน้าไม้ตัวต้นแบบ โดยมีหนิงเอ๋อร์ช่วยขัดไม้ให้กลมเนียนเพื่อทำเป็ศรของหน้าไม้
ทักษะงานไม้ของตงหยางนั้นดีมากขึ้น ไม่ว่าจะเหลา ดัด เจาะ หลายอย่างก็ไม่จำเป็ต้องให้หนิงเอ๋อร์ต้องบอกแล้ว เตาไฟที่อยู่ข้างๆ ก็ถูกวางด้วยเหล็กแหลมที่ยืมเฟยฉีมา เพราะหน้าไม้ต้นแบบทำทุกอย่างด้วยไม้ไผ่ การเจาะจึงใช้วิธีแทงด้วยเหล็กเผาไฟ ส่วนตัวคันศรก็ต้องใช้ไม้แผ่นบางซ้อนกันเป็ชั้น และมัดด้วยเชือกหลายทบ ทำไกยิงใส่ และขึงด้วยด้ายถักหลายชั้นเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ก่อนนะนำไปทดลองใช้จริงก็ปาเข้าไปสามวันหลังจากนั้นแล้ว
“หากเรามีขนนกมากกว่านี้ เราอาจจะทำลูกศรได้มากกว่านี้เ้าค่ะท่านพ่อ”
“เราค่อยๆ หาก็ได้ แต่แค่นี้ก็เพียงพอกับการลองยิงแล้วนะ”
สองพ่อลูกเดินนำคนในกลุ่มเดินออกไปตรงกระท่อมรวมพล เป้ายิงถูกทำขึ้นอย่างง่ายๆ โดยใช้แผ่นไม้ และกองฟางด้านหลัง ชาวบ้านหลายคนต่างก็ตั้งหน้าตั้งตามองสิ่งที่อยู่ในมือด้วยความตื่นเต้น
“โอ้! เป็ยังไงสาวน้อย นี่คืออาวุธใหม่ของเ้าหรือ?”
“เ้าค่ะท่านลุงเฟย แต่ข้ายังไม่รู้ว่ามันจะยิงได้ดีหรือไม่เ้าค่ะ”
“รูปทรงก็เหมือนธนูเลยนะ เราใช้ธนูเลยไม่ได้หรือ?”
“เพราะธนูมันค่อนข้างใหญ่ เวลาขึ้นยิง เราต้องยืนขึ้นกว่าครึ่งตัวก่อนจะยิงใช่หรือไม่เ้าคะ แต่ถ้าใช้หน้าไม้ ขอเพียงแอบซ่อนให้ดีและมีมุมเล็ง ก็ยิงได้แล้วเ้าค่ะ”
“เหมาะสำหรับการลอบโจมตีสินะ อืมๆ…ดี! งั้นมาลองดูกันเถอะ!”
ระยะเริ่มยิงอยู่ที่ยี่สิบห้าเมตร ลมสงบ เป็ระยะคร่าวๆ ที่ตงหยางประมาณขึ้นว่าใกล้ที่สุดที่จะสามารถเข้าใกล้สัตว์ที่กำลังจะล่าได้ หากระยะนี้ยิงไม่พลาด ก็คิดว่าจะฝึกให้ยิงไกลขึ้นกว่าตอนนี้ในครั้งต่อไป
“พ่อจะเริ่มเลยนะหนิงเอ๋อร์”
“ท่านพ่อไม่ถอยห่างกว่านี้อีกหรือเ้าคะ?”
“พ่อตั้งใจจะทดสอบความแม่นยำก่อน แล้วค่อยถอยเพิ่มอีกหน่อยนะลูก”
“เ้าค่ะ แต่ลูกไม่ห่วงหรอกนะเ้าคะ ว่าท่านพ่อจะยิงไม่โดน”
“อืม”
ตงหยางส่งยิ้มให้ลูกสาว ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับเหล่าคนในกลุ่มที่กำลังจ้องมองด้วยความสนใจ และตรวจสอบว่าไม่มีใครอยู่ข้างหลังเป้ายิง
ตงหยางขึ้นสายหน้าไม้ ยกขึ้นใส่ลูกศร และเล็งให้สูงกว่าเป้าเล็กน้อย พร้อมทั้งสูดหายใจเข้า และ…ลั่นไก
ปึก!!
แม้จะไม่เข้าตรงจะกลาง แต่ลูกศรก็เข้าไปในระยะหวังผลอย่างน่าพึงพอใจ ทุกคนต่างก็ยกยิ้มดีใจกับผลที่ได้ หน้าไม้มีความรุนแรงและแม่นยำกว่าธนูมากนัก แถมยังไม่ต้องเปลี่ยนท่าในการยิง จึงทำให้เสียงที่เกิดจากการขยับร่างกายน้อยลงไปด้วย จึงทำให้มั่นใจเื่การหวังผลจากการล่าได้มากเลยทีเดียว
เมื่อเห็นดังนั้น เฟยฉีจึงเริ่มสั่งให้เหล่าชายฉกรรจ์เริ่มทำหน้าไม้เพิ่มขึ้น เพื่อหัดใช้ให้เป็ก่อนที่หิมะจะละลายในปลายเดือนนี้ เพราะเป็่เดือนแห่งการล่าของสัตว์ร้ายด้วยนั่นเอง
ไรท์
ั้แ่ตอนหน้าเป็ต้นไป จะขออนุญาติติดเหรียญนะขอรับ เพราะว่าจำนวนตอนในภาคนี้ จะมีอยู่ 50 ตอน และไรท์จะเร่งเขียนภาคต่อไปมาลงนะครับ เพราะอย่างน้อยเนื้อหาจะได้จบเป็ภาคๆ ไปครับ
ปะแล่ม ปะแล่ม