ตอนที่สาม คัลแห่งไคมีเรียน
“คุณคัลนะคะ”
แกร่ก แกร่ก
สาวกิลด์กรอกข้อความด้วยปากกาขนนกทั้งที่โลกนี้มีอาวุธปืนและหุ่นยนต์เวทย์และอะไรอื่นๆอีกมากมายแล้วก็ตาม
“ เคยมีประสบการณ์ต่อสู้มาบ้างหรือเปล่าคะ?”
สาวกิลด์เอ่ยถาม
“ไม่ใช่จะสงสัยคุณนะคะแค่ตามระเบียบน่ะคะ”
ฮืม
ผมพยักหน้า
“ข้าเคยสู้มานับครั้งไม่ถ้วนและเคยพ่ายแพ้และชนะมานับครั้งไม่ถ้วน”
ผมกล่าวตามความจริงแต่เหมือนกับไม่กล่าวอะไรไป
“ข้ายังไม่ค่อยรู้จักคุ้นเคยกับอาณาจักรนี้ต้องอาศัยคำแนะนำจากเ้าด้วย”
นี่คือโลกจริงของผมแล้วไม่ใช่ในเกมส์ที่ทำให้ความพานานอยด์ของผมเพิ่มขึ้นอีกตามสไตล์นักเล่นเกมส์
แผนการที่ผมจะใช้ต่อไปนี้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่า Min-Max มากนักในโลกเกมส์กระดานที่เคยเล่นกัน
แต่จะสมเหตุสมผลมากหากเรามองว่านี่คือโลกความเป็จริงที่เราตายได้จริงๆแล้วๆ
ผมสามารถทำตัวเป็บาบาเรี่ยนที่ไม่ต้องกังวลอย่างอื่นมากนักนอกจากการจัดการศัตรูที่อยู่ตรงหน้าก็เพราะว่ามีเพื่อนในปาร์ตี้คอยสนับสนุนผมอยู่
เราเรียกมันว่า action economy เศรษฐศาสตร์การกระทำ
การเคลื่อนไหวต่างๆในเกมส์นั้นคนที่สามารถเคลื่อนไหวได้มากกว่าคือคนที่ได้เปรียบกว่า
โมมอนกะแห่ง Overlord อาจจะบัฟตนเองด้วยคาถาสารพัดก่อนจะสู้ได้
แต่การต่อสู้จริงเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าฝ่ายตรงข้ามจะยอมให้เราบัฟร่างกายด้วยคาถาจนแข็งแกร่งที่สุดแล้วก่อนจะต่อสู้?
เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าหนูแมวหรือเก้าอี้ที่เราเห็นนั้นไม่ใช่พ่อมดฝ่ายศัตรูปลอมตัวมาและคอยลอบโจมตีในขณะที่เราเผลอ?
การต่อสู้ไม่ได้เกิดในสถานที่ที่เรา้าเท่านั้นเราอาจจะโดนโจมตีในตอนที่เราหลับอยู่
ตอนทานอาหาร ตอนมีเพศสัมพันธ์อย่างที่บากิว่าเอาไว้
นักสู้ต้องเตรียมพร้อมต่อสู้อยู่เสมอ
หมายความว่าผมตอนที่อยู่คนเดียวนั้นแข็งแกร่งไม่เท่าผมที่มีเพื่อนร่วมปาร์ตี้อยู่ด้วย
ผมจึงต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
ซึ่งร่างกายนี้ของผมนั้นจิตใจแข็งแกร่งอย่างหินผา
ที่ผมในภาวะปรกติแม้จะมีความรู้เกี่ยวกับโลกนี้มากแค่ไหน
มาอยู่ในโลกที่คนเสกซอมบี้มาถล่มไดทั้งเมืองนี้ผมคงนอนไม่หลับหรือหันซ้ายหันขวาตลอดเวลาแน่ๆ
แต่ร่างกายของคัลมีสัญชาตญาณที่เฉียบคมและจิตใจที่แข็งแกร่ง
ทำให้ผมสามารถผสานความรู้ของผมเข้ากับสัญชาตญาณของร่างนี้ได้
ทำให้ผมยังสงบและพูดคุยกับสาวกิลด์อย่างนี้อยู่ได้
แผนการของผมตอนแรกนั้นเป็เพียงแค่อยากััความรู้สึกแบบเก่าเท่านั้นแต่ดันโดนส่งมาในโลกนี้ด้วยตัวละครที่ผมสร้างมาจริงๆ
ไม่ใช่ว่านี่ไม่ใช่เื่ที่ดีเหมืนฝันเพราะผมถึงกับเขียนแบ็กกราวด์ ประวัติตัวละครของคัลยาวกว่ายี่สิบหน้าส่งให้ DM ของผมในบางที
และตอนที่เล่นเกมส์ใหม่ๆด้วยตัวละครอื่นๆก็กล่าวถึงคัลในบางกรณีและแม้แต่One-Shot การเล่นแบบสั้นๆในระดับที่เจอมอนสเตอร์ระดับสูงด้วย
นานๆทีผมก็แวะเวียนมาที่คัลเป็บางครั้งคราว
จะเรียกว่าผมทั้งรู้จักเขาดีและเป็ดั่งคนแปลกหน้าในเวลาเดียวกันก็ว่าได้
“คืนนี้เ้าว่างหรือไม่? ข้า้าคนนอนด้วย”
และคัลสามารถพูดเื่แบบนี้ได้อย่างธรรมดานั่นเอง
สาวกิลด์ถึงกับหยุดปากกาขนนกและหน้าแดงขึ้นมา
“อะไรนะคะ อย่ามาจีบกันสิคะ ไม่เป็มืออาชีพนะคะอย่างนั้น”
ผมพยักหน้าและกอดอกคอย
ครุ่นคิดในใจว่านี่ผมแค่หาที่พักนะ แต่คัลก็ยังสามารถชวนสาวๆมาขึ้นเตียงได้อย่างง่ายดายเช่นนี้จนเหมือนเป็เื่ธรรมดา
เพราะผมดันกำหนดตัวละครของเขาให้ชอบดื่มเหล้าร้องเพลง จีบสาวตามบาร์
เพื่อการที่ผมจะได้ xp ค่าประสบการณ์เพิ่มจากการโรลเพลย์นั่นเองนอกเหนือไปจากการฆ่ามอนสเตอร์
พอมาเป็ตัวเขาจริงๆแล้วผมก็ต้องสวมบทบาทไปตามเื่สินะ?...หรืออย่างน้อยก็จนกว่าผมจะมีcharacter development การพัฒนาการของตัวละครที่ทำให้นิสัยบางอย่างนั้นหายไป