“เ้าโกหกเ้าซ่อนสมบัติที่แท้จริงเอาไว้!” ฟ่านอินเหวินเกรี้ยวโกรธ “เ้าล้อเล่นกับข้างั้นหรือ!”
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็สีหน้าเปลี่ยนต่อให้โง่เขลาสักเพียงใดก็รู้ว่าตนตกหลุมพรางของฟ่านเสวี่ยหลีแล้ว
สมบัติตกทอดที่กล่าวมานั้นเป็เพียงข้ออ้างที่เขาหวังแย่งชิงสมบัติของฟ่านเสวี่ยหลี
หากไม่มีคนอื่นอยู่ด้วยก็แล้วไป แต่ตอนนี้มีผู้คนมากมายล้อมดูเช่นนี้หากเื่นี้แพร่งพรายออกไป เกรงว่าชื่อเสียงของเขาจะพังทลายในทันทีอีกทั้งยังถูกตระกูลฟ่านขังคุกหลายปี!
ตอนนี้ความโกรธภายในใจของเขาเปรียบดั่งกระแสธารอันปั่นป่วนและกำลังจะปะทุออกมาเขาจ้องมองฟ่านเสวี่ยหลีประหนึ่งิญญาร้าย ตัวเขาราวกับปีศาจบ้าคลั่งกระบี่์ส่องแสงไปทั่วสารทิศ ลมปราณอันทรงพลังไหลเวียนและกระเพื่อม
ทันใดนั้นบนร่างกายของเขาก็พันเกี่ยวไปด้วยเงางูเหลือมนับไม่ถ้วนและกลืนกินไปที่ฟ่านเสวี่ยหลี
แม้จะจมน้ำ เขาก็ต้องดึงชีวิตฟ่านเสวี่ยหลีจมไปด้วยกัน!
อีกทั้งตอนนี้เขายังอยู่ระดับเนื้อกายขั้นสี่สูงสุดแม้จะคุณธรรมบกพร่องไปเสียบ้างแต่เชื่อว่าตระกูลไม่มีทางทอดทิ้งทายาทสายตรงที่มีอนาคตรุ่งโรจน์อย่างเขา!
ตอนนี้เขาเปี่ยมไปด้วยพลังต่อสู้อันยิ่งใหญ่ เส้นเอ็นทุกส่วนรัดแน่นประหนึ่งเสือร้ายที่พร้อมกระโจนหาเหยื่ออย่างโเี้
ผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างใจสั่น “หมื่นนาคาเข้าเฝ้าอย่างนั้นหรือมันเป็กระบวนท่าที่ทรงพลังที่สุดของวิชากระบี่นาคา์ เขาฝึกสำเร็จแล้วหรือ”
สำหรับตระกูลฟ่านนั้นหมื่นนาคาเข้าเฝ้าถือเป็กระบวนท่าที่ประหลาดและอันตรายที่สุดแต่ก็ได้รับการยกย่องมากที่สุดเช่นกัน ยามปลิดชีพศัตรูสนใจเพียงผลลัพธ์หาได้สนใจวิธีการ และมีทายาทตระกูลฟ่านจำนวนมากที่พยายามศึกษาวิชานี้ทั้งชีวิตแต่ก็ไม่สามารถเข้าใจถึงแก่นแท้ของมัน
ทุกคนนิ่งเงียบในทันที ภายใต้การโจมตีนี้เกรงว่าฟ่านเสวี่ยหลีคงหลบไม่พ้นและยังถูกฟ่านอินเหวินทำลายตบะถึงเวลานั้นจะเป็จริงหรือเท็จ ก็เป็ฟ่านอินเหวินที่เป็ผู้กำหนดไม่ใช่หรือ
ในใต้หล้านี้ เหตุผลเป็สิ่งสำคัญที่สุดอย่างนั้นหรือ ไม่ใช่แพ้ชนะวัดกันที่พลังต่างหาก
ขณะที่เผชิญกับการโจมตีที่หมายปลิดชีพนี้ฟ่านเสวี่ยหลีกลับแน่นิ่งมิไหวติง
บรรดาผู้ที่มีสายตาหลักแหลมก่อนหน้านี้ต่างประหลาดใจเพราะพวกเขามองออกว่าตอนนี้ฟ่านเสวี่ยหลีไม่สะทกสะท้าน เห็นได้ชัดว่าปราศจากความหวาดกลัวหรือว่าเขาจะมีทางหนีทีไล่?
หลังจากที่ฟ่านอินเหวินลงมือเงากระบี่หมื่นนาคากลืนกินเ่าั้ก็เข้าใกล้ฟ่านเสวี่ยหลีแล้ว และแทบจะห่อหุ้มเขาไปทั้งตัว
“งูน้อยแค่นี้เองหรือ” ฟ่านเสวี่ยหลีพูดอย่างเฉยเมย
ท่ามกลางสายตาอันตื่นตระหนกและลังเลของผู้คนฟ่านเสวี่ยหลีกลับสายตาแน่นิ่ง มือของเขาเปล่งแสงจ้าร่างกายเรืองแสงราวกับเป็ผู้แข็งแกร่งที่สุดในฟ้าดิน
แสงสีทองนับไม่ถ้วนหมุนวนและห้อมล้อมตัวเขาแล้วกวาดออกเงานาคาที่อยู่ตรงหน้าราวกับถูกสายลมพัดแล้วสลายเป็ผุยผงนับไม่ถ้วนในทันที
แสงทองแห่งโชคชะตาที่เขาเพิ่งได้รับไม่เพียงใช้เพื่อดูดซับแสงแห่งอาทิตย์อุทัยอีกทั้งยังเป็สัญลักษณ์แห่งปัญญาด้วย ซึ่งมันมีพลังป้องกันอันแกร่งกล้าเมื่ออยู่ภายใต้ภัยอันตรายก็จะก่อตัวเป็แสงขนาดใหญ่เพื่อป้องกันด้วยมันเอง
ฟ่านเสวี่ยหลีคว้าแสงทองแห่งโชคชะตาแล้วขว้างไปข้างหน้า!
ทันใดนั้น แสงทองแห่งโชคชะตาก็จู่โจมราวกับันำมาซึ่งความชอบธรรมแห่งฟ้าดิน และผนึกตบะทั้งหมดของฟ่านอินเหวิน!
ท่ามกลางลมฟ้าอันแปรปรวน ฟ่านเสวี่ยหลีปลดปล่อยพลังทั้งหมดปัดกระบี่์ในมือของฟ่านอินเหวินออก พุ่งผ่ากลางกระแทกไปที่ใบหน้าของฟ่านอินเหวิน
ใบหน้าของฟ่านอินเหวินถูกตบจนเืไหลจมูกบิดเบี้ยวไปข้างหนึ่งพร้อมกับใบหน้าที่บวมปูด
ฟ่านอินเหวินเ็ปจนล้มลงกับพื้น เขาดิ้นรนและพูดอย่างโกรธเคือง“เ้ากล้าตบข้าอย่างนั้นหรือ” เขาถูกเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงมมาโดยตลอดหาได้เคยถูกตบตีเช่นนี้ ตอนนี้เขาพยายามดิ้นรนสุดชีวิตแต่พบว่าร่างกายแสดงพลังออกมาไม่ได้ สีหน้าจึงเผยความหวาดกลัวออกมาอย่างมิอาจข่มกลั้น
ฟ่านเสวี่ยหลีพูดอย่างเ็า “วันที่หิมะปกคลุมผืนดินเ้าจงใจขี่ม้าเหยียบขอทานริมถนน ชั่วช้าสิ้นดี! เ้าชิงกระบี่์ของข้าไปเป็ของตัวเองอีกทั้งยังยั่วยุข้าอยู่ตลอดเวลา ต่ำช้ายิ่งนัก!”
เมื่อพูดจบฟ่านเสวี่ยหลีก็ต่อยไปที่ใบหน้าของฟ่านอินเหวินอย่างแรงอีกครั้ง
หางตาของฟ่านอินเหวินถูกต่อยจนแตก ฟันส่วนใหญ่แตกหักหูของเขาราวกับได้ยินเสียงระฆังนับไม่ถ้วน สติพล่าเบลอใบหน้าราวกับถูกมีดนับไม่ถ้วนเฉือน เ็ปเสียจนหายใจไม่ออก
ฟ่านอินเหวินทนต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาจึงพูดอ้อนวอน “น้องเจ็ดยกโทษให้ข้าเถิด ข้าผิดไปแล้ว! ข้ามอบกระบี่์ให้เ้า ข้าไม่เอาแล้ว!”
ตอนนี้เขาพูดอย่างฟังไม่รู้ความ หวังเพียงผ่านพ้นครั้งนี้ไปให้ได้
ฟ่านเสวี่ยหลีพูดอย่างเ็า “เดิมทีกระบี่์ก็เป็ของข้าเ้ามีสิทธิ์อะไรมามอบให้ข้า สวะอย่างเ้ามีค่าให้ข้าขโมยของของเ้าด้วยหรือ! หมัดที่สามนี้ สำหรับเ้าที่เมื่อเห็นผู้อื่นมีสมบัติที่ทรงพลังกว่าแล้วใส่ร้ายว่าผู้อื่นขโมยสมบัติตกทอดของตระกูล!คนอย่างเ้ามีคุณสมบัติอะไรในการเป็ลูกหลานตระกูลฟ่าน”
เขากำหมัดที่สามแล้วชกไปที่กลางอกของฟ่านอินเหวินอย่างแรงราวกับฟ้าผ่า
ร่างกายของฟ่านอินเหวินปรากฏแสงเส้นเอ็นสีเืแล้วต้านเอาไว้มันคือการป้องกันด้วยตัวเองของจอมยุทธ์ระดับบ่มเพาะเส้นเอ็นแต่ตอนนี้เขาสูญเสียอำนาจไปแล้ว แล้วจะต้านทานได้อย่างไรเส้นเอ็นสีเืเ่าั้ถูกสลายในชั่วพริบตา เขากรีดร้องอย่างอนาถพบว่าลมปราณที่ตนได้รับจากการขัดเกลาอาทิตย์อุทัยในวันนี้สลายหายไปจนหมดสิ้น
ในเวลาเดียวกัน เขาก็เ็ปราวกับร่างกายแตกสลายกรีดร้องด้วยเสียงอันแหบแห้ง ในที่สุดก็สลบไป
ฟ่านเสวี่ยหลีจึงชักกำปั้นกลับ ดูจากร่างกายของฟ่านอินเหวินที่ชุ่มไปด้วยเืเกรงว่าต้องพักฟื้นครึ่งปีจึงจะหายดี เขารู้สึกสบายใจยิ่งนัก
จากนั้นก็หยิบกระบี่์ขึ้นมาและถูเบาๆ สายตาเปี่ยมด้วยความหวงแหน
มันคือกระบี่์ที่เติบโตมาพร้อมกับเขาั้แ่ตอนเด็กและเป็รางวัลที่ท่านแม่สร้างคุณประโยชน์ให้กับตระกูลแต่มันเกือบถูกผู้อื่น่ชิงไป ซึ่งเป็การ่ชิงความทรงจำเ่าั้ของเขา
เขานำกระบี่์เก็บเข้าไปในฝักอย่างเบาๆและเดินจากไปโดยที่ไม่เหลียวมองฟ่านอินเหวินสักนิด
เขามีความสุขที่ได้เอาชนะฟ่านอินเหวินแต่ในเวลาเดียวกันเขาก็รู้ว่าฮูหยินใหญ่และผู้าุโซ่งเิเฉวียนที่อยู่เื้ัฟ่านอินเหวินต่างไม่ใช่คนดีพวกเขาจะกดขี่ตนอย่างสุดกำลังแน่นอน เกรงว่าหลังจากนี้ตนจะอันตรายมากยิ่งขึ้นและพบเจอกับแผนการร้ายสารพัด
แต่การที่อีกฝ่ายรังแกตนเช่นนี้แล้วยังไม่ยอมตอบโต้ นั่นก็ไม่เรียกว่าคนแล้ว
ความลำบากและรุ่งโรจน์หาใช่ฟ้าลิขิต ทุกสิ่งต้องไขว่คว้าด้วยตัวเอง!
ฟ่านเสวี่ยหลีเปล่งประกายแววตาอันมุ่งมั่น
ผู้คนอื่นๆ ที่อยู่หลังเขาต่างเข้าใจในทันทีและแสดงสีหน้ารังเกียจฟ่านอินเหวิน
ทันใดนั้นก็มีผู้มีสายตาหลักแหลมคนหนึ่งพูดออกมา “แสงทองแห่งโชคชะตา! ที่แท้คุณชายเจ็ดได้รับแสงทองแห่งโชคชะตา!”
คำพูดนี้ราวกับโยนหินก้อนใหญ่ลงไปในทะเลสาบอันนิ่งสงบะเืจิตใจอันนิ่งสงบของทุกคน
หัวใจของทุกคนแทบะเิออก
“แสงทองแห่งโชคชะตาจริงๆ ด้วย! แสดงว่าคำตอบของเขาโดดเด่นที่สุด ลึกล้ำถึงแก่นแท้ของบทกวีอีกทั้งยังได้รับลมปราณมหาศาล จนนำไปสู่การถอดรกเปลี่ยนกระดูก ชะล้างไข!”
“ไม่แปลกใจที่เขาสามารถต้านการโจมตีของฟ่านอินเหวิน!”
เมื่อสังเกตเห็นฟ่านเสวี่ยหลีที่รุกถอยอย่างมีหลักการและมีบุคลิกอันสงบสุขุม จึงมีคนชื่นชมอย่างแ่เบาว่า“เ้าดูบุคลิกอันไม่ธรรมดาของคุณชายเจ็ดสิ ปราศจากความใจร้อน วางตัวสง่างาม และเปี่ยมด้วยความมั่นใจเขาอดทนมานานหลายปี ไม่แปลกที่ไม่ยินดีด้วยเื่วัตถุ จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน ไม่แปลกใจเลย!”
ทันทีที่พูดเช่นนี้ คนอื่นๆ ก็นิ่งเงียบ เห็นได้ชัดว่าต่างเห็นด้วย
พวกเขาต่างเป็ทายาทตระกูลฟ่านเมื่อเห็นฟ่านเสวี่ยหลีเป็เช่นนี้ก็รู้สึกละอายใจ และคิดว่านี่คือบุญตระกูลฟ่าน
แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็กังวลใจเล็กน้อยไม่ใช่เื่ผิดที่ฟ่านเสวี่ยหลีชิงกระบี่์คืนแต่เกรงว่ามันจะเป็การตั้งตัวเป็ศัตรูกับฮูหยินใหญ่และซ่งเิเฉวียนเกรงว่าอนาคตเขาจะอยู่ในจวนตระกูลฟ่านได้ยากยิ่งขึ้นแล้ว
ซ่งเิเฉวียนยืนมือไพล่หลังอยู่บนเวทีขัดเกลากวาดสายตามองไปโดยรอบ สายตานั่นเปี่ยมด้วยจิตหาร
ผู้พิทักษ์ชั้นนอกของตระกูลฟ่านที่อยู่ฝั่งตะวันออกเป็วีรบุรุษแห่งเมืองฉางซานมาสิบกว่าปีแต่ตอนนี้กลับเย็นเยือกไปทั้งกายใจและก้มหน้าลง
ผู้าุโชั้นนอกของตระกูลฟ่านที่อยู่ฝั่งตะวันตกเป็ผู้ที่มีระดับเนื้อกายขั้นหกซึ่งระดับสูงกว่าซ่งเิเฉวียนมาก และเคยสังหารคนมานับไม่ถ้วนแต่บัดนี้กลับไม่กล้าสบตาซ่งเิเฉวียนโดยตรง
ซ่งเิเฉวียนพยักหน้าเล็กน้อยอย่างหยิ่งทะนงการที่ผู้อื่นเกรงกลัวเขาไม่ใช่เพราะหวั่นเกรงในระดับเนื้อกายของเขาและไม่ได้หวั่นเกรงต่อสถานะของเขา แต่เป็เครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่เขา
เครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ทุกชิ้นจะถูกผู้คนนับไม่ถ้วนเคารพบูชาส่วนเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ของเขาสามารถควบคุมิญญาและก่อค่ายกลอีกทั้งยังสามารถบีบผู้คนที่อยู่ตรงหน้าให้ตกสู่ความสิ้นหวัง
เขาหันสายตาไปที่ศาลไท่อี หากอิงตามเวลาพิธีขัดเกลาน่าจะใกล้สิ้นสุดลงแล้วครั้งนี้คุณชายสามจะต้องได้อันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัยหากอิงตามข้อกำหนดกับฮูหยินใหญ่ที่ตั้งใจเลือกสมุนไพรเหอโส่วอูพันปีเป็รางวัลก็จะทำให้คุณชายสามบรรลุระดับพลังขึ้นอีกขั้นได้แน่นอนและทำให้มีโอกาสได้รับสิทธิ์ร่วมงานประชุมศักดิ์สิทธิ์ของเทือกเขาคุนหลุนจากงานประชุมเมืองฉางซานในอีกหลายวันให้หลัง
สาเหตุที่เขาช่วยเหลือคุณชายสามไม่เพียงเพราะได้รับผลประโยชน์มากมายจากฮูหยินใหญ่และฮูหยินสามแต่ยังรวมไปถึงแผนการที่เขาวางเอาไว้
“ถ้าแผนการนี้สำเร็จ เมื่อนั้นทั่วทั้งเมืองฉางชานข้าก็จะมีอำนาจเป็รองเพียงผู้นำตระกูลและเ้าเมืองฉางซาน!” เมื่อคิดเช่นนี้ซ่งเิเฉวียนก็เปี่ยมด้วยความลำพอง
แต่ตอนนี้เขากลับตกตะลึงเมื่อพบว่าผู้คนเดินออกจากศาลไท่อีแล้วส่วนคุณชายสามฟ่านอินเหวินกลับสีหน้าซีดเซียว ร่างกายชุ่มไปด้วยเืและถูกเด็กรับใช้หลายคนแบกออกมา หมดสติอย่างสมบูรณ์ลมปราณบนตัวเหลือไม่ถึงเศษหนึ่งส่วนสิบ ตบะถูกทำลายไปกว่าครึ่ง
ตอนนี้ซ่งเิเฉวียนรู้สึกหัวแทบะเิ และะโถามเสียงดังว่า“นี่เป็เื่อะไรกัน”
หากฟ่านอินเหวินาเ็สาหัส แผนการของเขาก็จะถูกกระทบอย่างรุนแรง
บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด ทุกคนมองดูเหตุการณ์นี้อย่างสับสน
ผู้เข้าร่วมการทดสอบเดินออกจากศาลไท่อีทีละคนๆเดิมทีพวกเขายำเกรงซ่งเิเฉวียนดุจเซียน์แต่สายตาของพวกเขาในตอนนี้กลับเฉยเมยอีกทั้งสายตาที่มองไปยังฟ่านอินเหวินยังแฝงด้วยความรังเกียจ