ห้องสงบเงียบมีแค่ตัวเองเหมือนทุกครั้ง แต่ทำไมมันกลับต่างออกไปจากเดิมมากมายขนาดนี้
ความรู้สึกที่ไม่จำเป็จะเก็บมาใส่ใจทำไมอีก?
อยู่มาจนตายไปรอบหนึ่งแล้วยังจะหวังอะไรจากใครอีก?
ยิ่งเงียบความคิดยิ่งเตลิด อันจื่อเทาเริ่มควบคุมตัวเองยากขึ้นทุกทีจนน่าใ
“อึก!”ความปวดร้าวจากท้ายทอยแล่นจู่โจม ลามไปจนถึงศีรษะทวีความเ็ปขึ้นเรื่อยๆ ตามมาด้วยภาพเื่ราวต่างๆกรอขึ้นมาในหัวอย่างกับน้ำป่าไหลหลาก ก้อนเนื้อในอกเต้นกระหน่ำสลับบีบรัดตามแรงความรู้สึกที่เอ่อล้นขึ้นมาในอก
ความรู้สึกที่ไม่ใช่ของเขาแต่มันช่างคล้ายกันเหลือเกิน
ความรู้สึกโดดเดี่ยวไร้ซึ่งคนเหลียวแล
ความรู้สึกของเ้าของร่างเดิม
ปัง!
ประตูกระทบเสียงดังพาให้คนบนเตียงสะดุ้งเฮือกหันไปยังต้นเสียง อี้หย่งหยางเจี๋ยเดินหน้าตึงเข้ามา บรรยากาศรอบกายมองด้วยตาเปล่ายังรู้ได้ถึงความกราดเกรียว
“เ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่!”มือใหญ่บีบเข้าที่ไหล่บางตามแรงโทสะ คุณชายใหญ่ที่พึ่งเห็นมารดาร่ำไห้ทั้งปลอบประโลมท่านน้าเฉินที่สะอื้นไห้ไม่ต่างกัน ในใจเกิดความรู้สึกไม่พอใจ ท่านแม่ของเขาต้องเสียความรู้สึกกับเด็กนิสัยเสียเช่นอี้หย่งเพ่ยซานไปถึงเมื่อไหร่ นางยอมมาตลอดแม้กระทั่งไม่เปลี่ยนมาใช้แซ่กับท่านพ่อ ยอมโดนตราหน้าว่าเป็น้อยทั้งๆที่นางมาก่อน นี่น่ะหรือคือสิ่งที่นางควรได้รับ! อี้หย่งหยางเจี๋ยจะไม่นิ่งเฉยปล่อยผ่านเช่นทุกทีอีกแล้ว
ความเจ็บที่อีกคนส่งมาไม่เบาเลยผสมรวมกับความปวดร้าวทั้งกายและใจที่ยังไม่ทุเลาเบาบางลงสักนิด อันจื่อเทากัดฟันกดเสียงต่ำ “ปล่อย”
“เหอะ!ปล่อยหรือ!ข้าไม่หักคอเ้ามันตรงนี้ก็นับว่าดีแค่ไหนแล้ว!"เดิมโทสะก็มีมากเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งเจอท่าทางอวดดี ไม่สะทกสะท้านใดๆยิ่งทำให้อี้หย่งหยางเจี๋ยโมโหมากขึ้นไปอีก "ตอนเด็กว่านิสัยเสียมากแล้วโตมายิ่งทวีความร้ายกาจจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้แล้วเ้าไม่รู้ตัวเลยรึ!"
วาจาร้ายกาจเปรียบดั่งน้ำเย็นจัดที่สาดซัดทั้งร่างจนชาหนึบไปหมด ความรู้สึกที่ยังไม่คงที่ความทรงจำทั้งของตนเองและเ้าของร่างผสมปนเปกันไปหมดเกินจะควบคุมขึ้นทุกที
เจ็บทั้งกายทั้งใจ
“พูดจบรึยัง”
“เ้า!”ดวงตากราดเกรี้ยวแรงที่ไหล่ก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
“อึ่ก…พูดจบแล้วก็ออกไป”ฟันคมขบกันแน่นส่งเป็เสียงเล็ดลอดออกมา อันจื่อเทารวบรวมแรงทั้งหมดที่มีผลักร่างใหญ่ออกจากกาย
คุณชายใหญ่ตะกูลอี้หย่งถูกทั้งมือทั้งเท้าผลักออกจนเสียการทรงตัวถอยหลังไปสองก้าว เมื่อตั้งตัวได้ก็พุ่งเข้าใส่หมายสั่งสอนคนบนเตียงที่นับวันยิ่งไม่เห็นหัวใคร
อันจื่อเทาตั้งรับไว้ก่อนแล้วเบี่ยงกายหลบอาศัยทีเผลอเพียงเสี้ยววินาทีกระชากคอเสื้อจับทุ้มลงบนเตียงแล้วตามไปนั่งทับใช้เข่ากดลงยังจุดหนึ่งบนหน้าอกส่งผลให้อีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะ
รู้จุดในร่างกายด้วยหรือ?
“อย่าเอาโทสะมาลงที่ข้า ข้าไม่เคยขอสิ่งใดจากพวกเ้า ทุกสิ่งพวกเ้าล้วนคิดกันไปเองพอไม่เป็ดั่งใจนึกก็โยนมาใส่หัวข้าหรือ”ดวงตาแดงกล่ำเอ่อคลอไปด้วยน้ำใสที่จวนเจียนจะไหลได้ทุกเมื่อ ความปวดร้าวในคราแรกไม่ได้ลดลงไปแม้แต่น้อย ขยับตัวมากก็ยิ่งเจ็บมาก เจ็บจนชาแต่ไม่สามารถหยุดได้
“ไม่รู้จักสำนึกเลยจริงๆ”
“อี้หย่งเพ่ยซานก็เคยมีวัยเด็กที่สดใส หากไม่ใช่พวกผู้ใหญ่ทำลายไหนเลยจะเป็ดั่งเช่นทุกวันนี้”ระดับเสียงที่ใช้เริ่มดังขึ้น มือบางกำแน่นกระหน่ำชกไปยังคนใต้ร่างไม่หยุด เบาแรงตามแรงในจังหวะนั้นจะเอื้ออำนวย “พวกเ้าเอาแต่โทษเขา เคยนึกย้อนถึงสาเหตุบ้างรึไม่ว่าเป็เพราะอะไร”
“พร่ามอะไรของเ้า!!”อี้หย่งหยางเจี๋ยตวาดลั่นรับกำปั้นที่กระหน่ำชกอย่างกับห่าฝน พอจับได้เข่าที่กดหน้าอกตนไว้ก็เพิ่มแรงกดจนต้องปล่อยมือ เมื่อมือเป็อิสระก็กระหน่ำลงมาอีก
“เ้าเอาแต่มองคนด้วยอัคติ เคยเข้าหาข้าดีๆสักครั้งไหม พอถูกมึนตึงใส่เ้าก็เหมาเอาเองแล้วว่านิสัยไม่ดี”ความรู้สึกผสมปนเปกันไปหมด สิ่งที่เอ่ยออกมาอันจื่อเทาไม่รู้แล้วว่าเป็ความรู้สึกของใคร “อี้หย่งเพ่ยซานเคยเป็ลูกรักคนเดียวของท่านพ่อท่านแม่ ครอบครัวเขามีพร้อมทั้งบิดามารดา วันหนึ่งถูกใครไม่รู้มาแย่งพ่อไปซ้ำแม่ยังตรอมใจตาย พวกเ้าจะให้เขาดีใจหรือ จะให้เขาอ้าแขนรับคนที่เป็สาเหตุให้แม่เขาตายเข้ามาด้วยความยินดีหรือ”
หยาดน้ำอุ่นร้อนหยดกระทบใบหน้า อี้หย่งหยางเจี๋ยพูดไม่ออกสบกับดวงตาแดงกล่ำฉายชัดถึงความปวดร้าวขึ้นทุกขณะที่เอื่อยเอ่ย
“พวกเ้าจงเกลียดจงชังเขา แล้วจะไม่ให้เขามีสิทธิเกลียดชังพวกเ้าได้เลยหรือ”อันจื่อเทาสะอื้นพรั่งพรูทุกอย่างออกมาราวสายน้ำทะลักยามภาชนะบรรจุแตก “พวกเ้ามีพร้อมมิตรสหายคนรอบกายเข้าหาไม่ขาด มีพ่อแม่ที่รักเ้าห่วงใยเ้า จะมาเข้าใจอะไรกับคนไม่เคยมีใครเหลียวแลอย่างข้า ในขณะพวกเ้าหัวเราะมีความสุขกันข้ามีอะไรบ้าง ในขณะพวกเ้าฉลองเทศกาลรอยยิ้มเต็มหน้า เคยได้ยินความทุกข์ใจของข้าสักนิดไหม”
เสียงโวยวายภายในดังออกไปถึงด้านนอก บ่าวแถวนั้นใรีบวิ่งไปรายงานเ้านาย เ้าสำนักเร่งฝีเท้าไปก่อนใครคนที่เหลือตามหลังไปติดๆ ทุกคนหยุดนิ่งอยู่หน้าประตูทันได้ยินทุกประโยคของอันจื่อเทา
"พวกเ้าเอาแต่ตั้งแง่กับข้า ตัดสินข้าตามอำเภอใจ ดวงตาเต็มไปด้วยอัคติมองเห็นแต่สิ่งเลวร้าย คุณธรรมของพวกเ้าเอาไปโยนให้สุนัขมันยังรู้เลยว่าจอมปลอม!”กลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วห้อง กำปั้นขาวอาบย้อมไปด้วยโลหิตทั้งของตนและคนใต้ร่างผสมปนเปกันจนยากจะแยกว่าาแใครสาหัสกว่ากัน
“……”อี้หย่งหยางเจี๋ยนอนนิ่งไม่ขยับ ไม่ใช่เพราะหมดแรงจะรับมือ หากแต่แก้วตาเื้ัหยาดน้ำใสมันสะท้อนความรู้สึกคนพูดชัดเจนเกินไป
“เกลียดข้ามากก็อย่ามายุ่งกับข้า ต่างคนต่างอยู่ไปข้าไม่ได้ร้องขอสิ่งใดจากใคร”ความอดทนอดกลั้นที่ทำได้ดีมาตลอดใช้การไม่ได้โดยสิ้นเชิง โวยวายเหมือนคนบ้าให้ใครไม่รู้เห็น
“เ้าทุกข์ใจเพียงนี้เลยหรือ.….”อี้หย่งเพ่ยซานเช่นนี้ใช่ว่าจะไม่เคยเห็น ตลอดเด็กจนโตที่รู้จักยามไม่ได้ดั่งใจมักอาระวาดบ่อยครั้งเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่้า ทว่ายามนี้กลับต่างออกไป แววตาฉายชัดถึงความเศร้าหมองหาใช่ดื้อดึงจะเอาให้ได้ ความรู้สึกมากมายที่เ้าตัวเก็บไว้ในใจคล้ายน้ำที่ทะลักออกจากภาชนะกักเก็บ ไร้ซึ่งเป้าหมาย ไร้ซึ่งทิศทางยากเกินจะควบคุมได้
“ฮ่าๆๆๆนอกจากความเลวร้ายคนอย่างข้าคงไม่มีสิทธิมีความรู้สึกอื่น”เขาเงยหน้าหัวเราะเสียงดังราวกับคนเสียสติ ไอสังหารแผ่รอบกายดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายบัดนี้ฉาบไปด้วยความเ็ามองลงมาด้วยสายตามองคนที่ตายไปแล้ว
อี้หย่งหยางเจี๋ยแผ่นหลังเย็นวาบ น้ำหนักจากเข่ากดลงมาต่อเนื่องแรงที่มีหดหายไปทีละน้อยลมหายใจค่อยๆถูกริบทอน ชายหนุ่มเบิกตากว้าง อี้หย่งเพ่ยซานคิดจะฆ่าตนหรือ!
ปัก!
ท้ายทอยถูกกระทบอย่างแรงการรับรู้พลันดับวูบไปก่อนร่างไร้ซึ่งสิ่งยึดเหนียวจะฟุบลงตามแรงโน้มถ่วง เจิ้งเหยียนรับไว้ส่งสายตาให้คนบนเตียงลงไป
อี้หย่งหยางเจี๋ยรีบสูดลมหายใจเข้าปอดไหลลงไปนั่งข้างเตียงแทน เขาเงยหน้ามองสหายวางร่างในอ้อมแขนลงนอนบนเตียง
“เมื่อครู่…"
“ค่อยคุย”เจิ้งเหยียนตัดบทส่งมือให้สหาย อี้หย่งหยางเจี๋ยจับไว้พยุงตัวเองลุกขึ้น
กลุ่มคนหน้าห้องเดินเข้ามาสีหน้าย่ำแย่ไม่ต่างกัน
อี้หย่งหยางเฉินเดินไปหยุดข้างเตียงมองดวงหน้าเปื้อนน้ำตาของลูกชาย ปวดหน่วงใจไม่ต่างจากโดนบีบขย่ำ “เป็พ่อผิดต่อเ้า เพ่ยเอ๋อร์พ่อขอโทษ”
จ้าวจินสั่วเข้ามายืนเคียงสามีนางยกแขนเสื้อซับน้ำตาอยากเข้าไปดูแลหากแต่ร่างเล็กๆไม่รู้บอบช้ำแค่ไหนนางไม่กล้าแม้แต่จะแตะมือลงไป
เจิ้งเหยียนกลับมาอีกครั้งพร้อมยาและผ้าพันแผล “กลับไปพักกันก่อนเถิดขอรับหากเขาตื่นข้าจะรีบแจ้งให้ทราบ”
ทุกคนเห็นพ้องกัน อัดแน่นอยู่ในห้องห้องเดียวรังแต่จะทำให้คนป่วยหลับไม่สบายจึงพากันออกไปสะสางเื่ค้างคาของตัวเอง เลี่ยงชิงอยู่คอยหยิบจับข้าวของให้สองคุณชาย เจิ้งเหยียนนั่งลงขอบเตียงจับมือที่เต็มไปด้วยเืขึ้นมาเช็ดออกทีละน้อยจนสะอาดทั้งสองข้างจากนั้นทายาบางๆลงไป
“นายของเ้ามีท่าทางแปลกไปั้แ่เมื่อใด”เลี่ยงชิงกำลังทำแผลบนหน้าอี้หย่งหยางเจี๋ยชะงักไป บ่าวน้อยสูดน้ำมูกทว่าน้ำตากลับไหลลงมาแทน
“หลังจากพวกท่านออกเดินทาง ไม่กี่วันต่อมาคุณชายก็เริ่มล้มป่วย ไข้สูงเช็ดตัวยังไงก็ไม่มีทีท่าจะลดลง บ่าวจนปัญญาจึงไปแจ้งฮูหยินใหญ่ขอให้ฮูหยินใหญ่ช่วยตามหมอมารักษาคุณชาย แต่รอเท่าไหร่ก็ไม่มีหมอมาสักที จนถึงกลางดึก…”ถึงตรงนี้เลี่ยงชิงหลุดเสียงสะอื้นออกมายกมือขึ้นเช็ดน้ำหูน้ำตาที่ไหลออกมาราวกับทำนบแตก “จู่ๆคุณชายก็ไม่หายใจ บ่าว ฮึก บ่าวใทำอะไรไม่ถูกไปขอความช่วยเหลือจากเรือนใหญ่ก็ถูกไล่กลับมา บ่าวคิดจะไปแจ้งกับท่านเ้าสำนักเลยกลับไปหยิบหยกประจำตัวคุณชายเพื่อใช้ผ่านทาง แต่เมื่อกลับไปถึงก็เห็นคุณชายลุกขึ้นมานั่งแล้ว”
“เ้าจะบอกว่าเขาตายแล้วฟื้นจากนั้นนิสัยก็เปลี่ยนไป?”อี้หย่งหยางเจี๋ยสรุปความ
บ่าวน้อยพยักหน้า “เป็เช่นนั้นขอรับ วันนั้นไม่ว่าบ่าวจะถามสิ่งใดคุณชายไม่พูดกับบ่าวสักคำ บ่าวจนใจเลยได้แต่รับใช้คุณชายตามปกติ เป็เช่นนั้นอยู่หลายวันเลยขอรับกว่าคุณชายจะยอมพูดกับบ่าว”
คนฟังมองหน้ากัน รู้สึกยากจะเชื่ออยู่บ้าง
“เล่ามาให้หมดั้แ่นายเ้าฟื้นจนถึงตอนนี้เขามีท่าทียังไงทำอะไรไปบ้าง”
“ขอรับ”บ่าวน้อยเช็ดน้ำตาพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่นเกินไปขณะเล่า ั้แ่วันที่คุณชายฟื้นจนถึงปัจจุบันบ่าวน้อยถ่ายทอดออกมาได้ระเอียดยิบชนิดถอดแบบคำพูดออกมาด้วยแทบทุกเหตุการณ์
อี้หย่งเพ่ยซานหลับไปหนึ่งวันเต็มๆตื่นขึ้นมาอีกทีก็่หัวค่ำของอีกวัน ร่างบนเตียงนอนนิ่งไม่ขยับแม้จะตื่นนานแล้วยังคงนอนมองเพดานคิดทบทวนเื่ที่ผ่านมาทั้งในโลกนี้และโลกก่อนเงียบๆ
“ฮูหยิน!”เสียงเปิดประตูมาพร้อมร่างของบ่าวน้อยที่ถลาเข้ามา ดวงตาคลอไปด้วยหยาดน้ำมองมือที่พันด้วยผ้าพันแผลด้วยพรางเป่าให้เบาๆ“เจ็บมากไหมขอรับ”
อันจื่อเทาปรายตามองเงียบๆ บ่าวน้อยส่งยิ้มให้รอคอยเ้านายอยู่ที่เดิม เนินนานกว่าจะปริปากเอ่ยออกมา “ไม่”
“ฮูหยินกระหายน้ำหรือไม่ขอรับ อยากกินอะไรไหม ท่านหลับไปหนึ่งวันเต็มๆปวดศีรษะหรือปวดตรงไหนหรือเปล่าขอรับ”บ่าวน้อยรัวคำถามขึ้นมา อันจื่อเทาไม่ทันได้ตอบสักคำเสียงจากคนมาใหม่ก็ขัดขึ้นเสียก่อน
“เพ่ยเอ๋อร์!”เฉินซือเยว่มาพร้อมหลัวผู่เยว่เมื่อเห็นคนที่หลับไปนานตื่นเสียทีพลันโล่งใจรีบปรี่เข้าไปหาทันที
“เพ่ยเอ๋อร์เป็อย่างไรบ้าง หิวหรือไม่ดื่มชาแก้กระหายก่อนดีไหม ผู่เออร์รินชามาให้เพ่ยเอ๋อร์ทีลูก”เฉินซือเยว่เอ่ยด้วยความกระตือรือร้น หลัวผู่เยว่รับคำแข็งขันรีบไปรินชามาให้ถึงมือ
“มือเ้าเจ็บ มา ให้แม่ป้อนะจ้ะ”หญิงวัยกลางคนรับจอกชามาจากบุตรสาว เลี่ยงชิงประคองเ้านายลุกนั่งนางจึงยื่นชาไปจ่อริมฝีปากอิ่มส่งยิ้มละมุนสายตาเต็มไปด้วยความรักเช่นเดิม
“ขอบคุณ”เป็นานกว่าอันจื่อเทาจะเปิดปาก เฉินซือเยว่ยิ้มยินดีวางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มลูบเบาๆด้วยความอ่อนโยน
“เพ่ยเอ๋อร์เ้าหิวหรือไม่”หลัวผู่เยว่เอ่ยถาม อันจื่อเทาชั่งใจสักพักก่อนพยักหน้ารับแทนคำตอบ ส่งให้คนถามฉีกยิ้มกว้างดวงตาเป็ประกายด้วยความยินดี“ข้าจะไปจัดเตรียมสำรับให้ เ้าอยากทานในห้องคนเดียวหรือทานรวมกับคนอื่นดี”
“ที่ไหนก็ได้”มุมปากยกเป็รอยยิ้มบางเบาทำเอาคนมองตื่นตันระคนปรีดา หลัวผู่เยว่รีบไปทำกับข้าวให้น้องสะใภ้เดี๋ยวนั้นมีเลี่ยงชิงตามหลังไปเป็ลูกมือให้ด้วย
ในห้องเหลือเพียงแม่สามีกับลูกสะใภ้ เฉินซือเยว่กุมมือที่พันผ้าไว้ด้วยความระมัดระวังเอ่ยขึ้น “เพ่ยเอ๋อร์เื่วันนั้นแม่ขอโทษนะลูก”
ความรู้สึกผิดก่อขึ้นในใจ ว่ากันตามจริงในสถานการณ์แบบนั้นหากจะเกิดความกลัวก็ไม่แปลกอะไร เป็เขาที่โลกแคบไปเองไม่ใช่ความผิดของใครเลย
“ท่านแม่อย่าได้คิดมากเลยขอรับ เป็ข้าวู่วามไปเอง”
นางส่ายหน้าอยากจะกุมมือคู่นี้ให้แน่นอีกสักหน่อยแต่ก็กลัวคนเจ็บ“กลับเรือนของเรานะเพ่ยเอ๋อร์ ถึงแม่จะอ่อนแอไม่ได้ความแต่แม่สัญญาจะดูแลเ้าให้ดีสุดกำลังเท่าที่คนอ่อนแออย่างแม่จะทำได้"
อันจื่อเทาเม้มปากครั้นจะตอบตกลงก็มีเื่กังวลหลายอย่างจึงเลือกจะเงียบไปก่อน
“หากเ้ากังวลเื่ฮูหยินหู อย่าได้เก็บมาใส่ใจ”เสียงบุคคลที่สามแทรกขึ้น จ้าวจินสั่วพร้อมด้วยอี้หย่งหยางเฉินและคนอื่นๆอออยู่หน้าประตู
“….?”คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อย จ้าวจินสั่วเดินเข้ามาพร้อมสามี ม่อหวังฟันลากเก้ามาให้ทั้งสองนั่งข้างเตียง
“ทั้งหมดเป็แค่การป้องกันตัว ท่านพ่อของเ้าช่วยไกล่เกลี่ยให้แล้ว ไม่มีใครกล่าวโทษเ้าได้อีก เ้าสบายใจได้”
อันจื่อเทานิ่งไปไม่นานจึงพยักหน้ารับรู้
“เพ่ยเอ๋อร์ อย่าได้แบกทุกสิ่งไว้คนเดียว แบ่งมาให้พ่อไม่ได้เื่คนนี้แบกรับมันไปพร้อมกับเ้าด้วยได้ไหม"เ้าสำนักอี้หย่งยื่นมือไปลูบศีรษะบุตรชาย “พวกเราคือครอบครัวเดียวกัน เ้าหาได้อยู่ตัวคนเดียวไม่”
ความรักห่วงใยสะท้อนขึ้นในแววตา ความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับจากคนเป็พ่อในโลกก่อน มายามนี้ถูกหยิบยื่นให้โดยบิดาของเ้าของร่าง ความรู้สึกหนึ่งตีตื้นขึ้นในใจอันจื่อเทา
ก็ไม่ได้แย่ไปเสียหมด…
**************************