ตอนที่ 15 การช่วยเหลือ
เื่ าาปีศาจกลับมาจากต่างโลก
“วันอาทิตย์นี่ว่างจังน่า” แม็กม่านอนเล่นมือถืออยู่เตียง ในวันอาทิตย์ที่ไม่มีเรียนนั้น
ดูเหมือนจะไม่มีอะไรให้ทำมากนัก แม็กม่าจึงนอนเล่นอยู่บนเตียงแทบทั้งวัน
“ออกไปเดินเล่นหน่อยก็เป็ความคิดที่ไม่เลวนะ” แม็กม่าที่ไม่มีอะไรทำจึงออกไปเดินเล่น
วันนี้แมวสาวเหมือนจะี้เีที่จะทำอะไรให้มันวุ่นวายเธอจึงนอนอยู่บนห้องของแม็กม่า
แม็กม่าออกมาเดินเล่นตรงทางน้ำของเมือง ที่นั่นเป็ที่วิ่งเล่นตอนเขายังเด็กๆ
ในขณะที่เดินเล่นอยู่บนทางน้ำ มีชายในชุดสูทสีดำจำนวนมากกำลังเดินมาทางเขา
ทำให้แม็กม่ารู้สึกแปลกใจที่ทำไมถึงมีคนใส่สูทมาเดินอยู่แถวๆ นี้
และในเวลานั้นเอง มีรถหลายคนมาจอดอยู่บนถนนเหมือนว่ากำลังล้อมตัวแม็กม่าอยู่
“นี่มันเื่อะไรวะเนี่ย” แม็กม่าคิดในกับเื่ที่กำลังจะเกิดขึ้น
เขาไม่รู้ว่าคนพวกนี้้าอะไร ทำไมถึงมาล้อมเขาเอาไว้ด้วย
ย้อนกลับไปหลายวันก่อนหน้านั้น หลังเหตุการณ์คืนที่มีคนออกอาละวาดในเขตเมือง
(ตอนที่10 ตอนที่อดีตผู้กล้าถูกเทพธิดาแห่งความมืดส่งมายังโลกนี้) อีฟไม่ได้รายงานสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่ไม่ได้มีแค่อีฟและจิน่าที่เห็นเหตุการณ์ นักปราบปีศาจคนอื่นๆ ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเช่นกัน
นักปราบปีศาจคนอื่นได้รายงานไปยังต้นสังกัดของพวกเขา นั้นก็คือ” นครวาติกัน”
สำนักงานใหญ่ของเหล่านักปราบปีศาจ พวกเขากดดันให้อีฟบอกข้อมูลมา
จนในที่สุดก็รู้ถึงตัวจริงๆ ของปีศาจในเหตุการณ์นั้น พวกเขาจึงได้ส่งคนมาจัดการ
อีฟที่ไม่เห็นด้วยจึงถูกกล่าวหาว่าเป็พวกเดียวกันกับปีศาจตัวนั้น จึงถูกคุมตัวในวันเสาร์
“คนตรงนั้นนะ ช่วยมากับเราด้วย” ชายในชุดสูทที่พึ่งลงมาจากรถบอกให้แม็กม่าไปกับพวกเขา
ตอนนี้คนใส่ชุดสูทได้ล้อมไว้หมดแล้ว แม็กม่าจึงตามน้ำและยอมขึ้นรถไปกับพวกเขา
ขณะนั่งในรถยังโดนนั่งประกบสองข้าง ตอนนี้แม็กม่าเริ่มรู้สึกไม่ดีกับสถานการณ์แบบนี้
เขาเปิดสกิลป้องกันของตัวเองเพื่อเอาไว้ก่อน รถขับไปเรื่อยๆ จนมาถึงตึกแห่งหนึ่งนอกตัวเมือง
ชายในชุดสูทพาตัวแม็กม่าเข้าไปด้านใน รอบๆ ตึกไม่มีบ้านเรือนสักหลัง มีแต่หญ้าขึ้นเต็มไปหมด
มีคนรออยู่ด้านใน ชายในชุดบาทหลวงสีขาวพร้อมคนที่เหมือนบอดิ้การ์ดยืนอยู่นับสิบ
แม็กม่าหันไปเห็นอีฟอยู่ตรงมุมห้อง ด้วยความสงสัยั้แ่พาขึ้นรถมาแล้วแม็กม่าจึงถามเหตุผล
“พาผมมาที่ทำไม ้าอะไร” แม็กม่าถามบาทหลวงในชุดสีขาว
“หุบปาก! พวกปีศาจไม่มีสิทธิ์ถาม จงตายไปอย่างเงียบๆ ซะ” บาทหลวงคนดังกล่าว
ทำอะไรบางอย่างแท่งเหล็กจำนวนหนึ่งได้ถูกปล่อยลงมาจาก้า
แท่งเหล็กเสียบลงพื้นเสียงดังสนั่น มันตกลงมาล้อมตัวแม็กม่าเอาไว้แถมยังมีสายไฟติดอยู่ตรง
ปลายแท่งเหล็กอีกด้านหนึ่งด้วย กระแสไฟฟ้าจำนวนมหาศาลได้ไหลไปบริเวณ
แม็กม่าเองก็โดนไฟฟ้าช็อตเอาไว้ด้วย บาทหลวงคนเดิมได้ใช้ยันต์สะกดอย่างแรงขว้างใส่แม็กม่า
โดยบาทหลวงหวังว่าจะจัดการปีศาจที่อยู่ตรงหน้าไป ร่างของแม็กม่ายังยืนนิ่งอยู่
“สำเร็จหรือเปล่าครับ” ชายในชุดสูทถามบาทหลวงคนนั้น
“ต้องสำเร็จอยู่แล้ว ไม่มีการตอบโต้อะไรเลย” บาทหลวงพูดอย่างมั่นใจ
“คิดว่าแค่นี้ นายท่านของเราจะตายหรือไง มนุษย์อย่างพวกแกนี้โง่สิ้นดี”
เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นไปทั่วห้องขนาดใหญ่ที่พวกเขาอยู่
“นั้นใครนะ” บาทหลวงตอบกลับเสียงดังกล่าว
“คนของฉันเองแหละ” ร่างที่กำลังโดนไฟฟ้าช็อตอยู่พูดขึ้นมา ในห้องแทบไม่อยากจะเชื่อสายตา
ร่างที่ควรจะแน่นิ่งไปแล้วกลับขยับได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขาเดินออกจากกรงไฟฟ้าได้อย่างง่ายดาย
คนจากนครวาติกันได้ถอยหลังไปรอที่ประตู แต่มีบางสิ่งมาขว้างทางออกของพวกเขา
หญิงสาวที่มีหูแมวหาวแมวได้ะโลงมาขว้างทางออก
“อาการอีฟเป็ยังไงบ้าง เอ็น” แม็กม่าถามแมวสาวที่พึ่งโผล่ออกมา
“มีอาการาเ็เล็กน้อย ไม่ถึงขั้นสาหัส แต่หมดสติไปแล้ว” หญิงสาวคนนั้นตอบกลับ
“ว่าไง พวกคนคุ้มกันละ” บาทหลวงแทบเสียสติ พวกเขาหันไปมองที่มุมห้องที่อีฟอยู่
แต่ก็เห็นแค่อีฟที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สภาพหมดสติ คนของพวกเขาล้มอยู่กับพื้นพร้อมเืสีแดงฉาน
“ถ้าให้ฉันเดานะ แกเป็คนที่ทำร้ายเพื่อนฉันสินะ” แม็กม่าพูดกับคนที่พาเขามาที่นี่
เขาดีดนิ้วเป็สัญญาณให้เอ็นลงมือ แมวสาวในร่างมนุษย์ได้เผยคมเขี้ยวให้เหยื่อได้เห็น
และนั้นเป็ภาพสุดท้ายที่พวกเขาได้เห็น แม็กม่าเดินไปหาอีฟที่นั่งหมดสติอยู่
ตามตัวมีร่องรอยการโดนทรมานอยู่ แมวสาวเหมือนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างจากศพ
“รอยแผลไม่ร้ายแรงแต่ก็น่าจะเป็แผลเป็ คงน่าเกลียดที่จะปล่อยไว้แบบนี้”
แม็กม่าพูดพร้อมใช้พลังรักษาแผลที่อีฟเป็ ในขณะนั้นเองแมวสาวหยิบบางอย่างขึ้นมา
เป็ตราสัญลักษณ์ขององค์กรอะไรบางอย่าง แมวสาวเอามันไปให้แม็กม่าดู
แต่เขาก็ไม่รู้จักตราสัญลักษณ์แบบนี้เหมือนกัน ตอนนี้ก็เริ่มเย็นมากแล้ว
แม็กม่าคิดว่าต้องรีบพาอีฟกลับไปส่งบ้าน แต่เขาไม่รู้ว่าอีฟอาศัยอยู่ที่ไหน
ในตอนนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ของแม็กม่าก็ดังขึ้น จิน่าได้โทรมาหา
และแม็กม่าก็คิดได้ว่า อีฟสนิทกับจิน่า ซึ่งจิน่าน่าจะรู้ว่าอีฟอาศัยอยู่ที่ไหน
“สวัสดีครับ คุณจิน่าโทรมาได้จังหวะเลย” แม็กม่ากล่าวทักทาย
“มีอะไรงั้นเหรอ” จิน่าสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น
“มีเื่จะคุยด้วยนะครับ ไปเจอกันตรงแยกประจำนะครับ”
แม็กม่าพูดเสร็จก็ว่างสายปล่อยให้จิน่ายังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม็กม่าแบกจิน่าไปรอตรงแยก
เหมือนว่าจิน่าจะมาถึงก่อน ซึ่งเธอเห็นแม็กม่าแบกอีฟมาก็เข้าไปถามทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
“มีเื่อะไรหรือเปล่า ทำไมแบกอีฟมาแบบนี้” จิน่าถามทันทีที่เห็น
“เอาไว้คุยกันได้ไหมครับ พอจะรู้ไหมว่าอีฟพักอยู่ที่ไหน” แม็กม่า
“อีฟอยู่คนเดียว พาไปบ้านฉันก่อน” จิน่าวิ่งนำไปทางบ้านของเธอ
ทั้งสองวิ่งมาจนถึงโบสถ์ที่เป็บ้านของจิน่า พวกเขาพาอีฟไปพักที่ห้องของจิน่า
“สรุปว่ามีเื่อะไรเกิดขึ้นเนี่ย” จิน่า ซึ่งแม็กม่าก็ตอบไปตามตรงถึงเื่ที่เกิดขึ้น
“ตอนนี้อีฟไม่เป็อะไรแล้วละ ผมใช้พลังรักษาไปแล้ว แต่คุณจิน่าโทรมาทำไมเหรอครับ”
แม็กม่าถามถึงเื่ที่จิน่าโทรมาหาเขา
“ตอนเย็นว่างหรือเปล่า อย่างจะให้มาช่วยงานหน่อยนะ” จิน่าพูดออกตามที่จิน่าร่างมืดบอก
“งานอะไรงั้นเหรอครับ” แม็กม่าสงสัยว่างานอะไรดึกๆ ดื่นๆ
“งานปราบปีศาจนะ วันนี้เป็วันพิพากษาปีศาจ จะมีปีศาจหลุดออกจากเส้นทาง
ตอนนี้นักปราบปีศาจส่วนใหญ่เริ่มน้อยกว่าเดิมแล้ว อยากจะได้คนช่วยนะ”
จิน่าอธิบายงานของพวกนักปราบปีศาจให้แม็กม่าได้ฟัง ซึ่งเขาก็ตอบตกลงจะไปช่วย
เมื่ออาทิตย์ตกความมืดได้มาเยือนเมืองนี้แล้ว วันนี้เป็วันพิพากษาของเหล่าปีศาจ
ณ ป่าแห่งเสียงใกล้เมืองที่พวกอยู่ แม็กม่าและจิน่าได้เตรียมพร้อมรออยู่แล้ว
มีนักปราบปีศาจไม่กี่คนที่อยู่ที่นี่ พวกเขามีจำนวนน้อยกว่าครั้งก่อนอย่างมาก
แต่เหมือนว่าครั้งนี้จะโชคดี รอยแยกที่พวกปีศาจใช้หนีจากการพิพากษาปรากฏขึ้นตรงหน้า
แม็กม่าก็ััได้ถึงอะไรบางอย่างที่ทำให้เกิดรอยแยกนี้ พวกปีศาจแหวกรอยแยกนั้นออก
และสิ่งที่มันพบก็ตรงปลายทางออกก็คือแม็กม่า ทันทีที่เห็นพวกมันรีบกลับเข้าไปด้านใน
แต่แม็กม่าได้ดึงมันออกมาหนึ่งตัว ตัวที่น่าจะคุยรู้เื่ที่สุด
“เฮ้ย แกรู้สินะว่าฉันเป็อะไร เพราะงั้นถ้าไม่ตอบสิ่งที่ฉัน้า แกตายแน่”
แม็กม่าขู่ปีศาจที่เขาดึงออกมา
“ครับ ทราบแล้วครับ” ปีศาจตัวนั้นรู้ดีว่าถ้าไม่ทำตามจะเป็ยังไง
“พวกแกออกจากรอยแยกนั้นได้ยังไง ทำไมถึงต้องเป็ที่นี่ด้วย” แม็กม่าถามปีศาจตัวนั้น
“มีเื่เล่าของพวกปีศาจ เล่าถึงเส้นทางที่ใช้หนีและจุดหมายที่จะไป
มีไม่กี่ตัวที่จะรู้สาเหตุ แต่มีเล่าต่อๆ กันมาว่ามีบางอย่างที่ถูกฝังอยู่ที่นี่
สิ่งนั้นจะทำให้พวกเราไปถึงจุดหมายได้” ปีศาจที่ถูกจับได้เล่าทุกอย่างจนหมด
“จุดหมายอะไรวะ อธิบายมาให้หมด” แม็กม่ายังขู่ต่อไป
“เป็ทางเชื่อมที่ไปยังโลกของปีศาจ พึ่งมีเส้นทางใหม่โผล่ขึ้น ปีศาจทุกตัวััมันได้”
ปีศาจที่ถูกจับได้ปากพล่อยกว่าที่คิดเอาไว้ซะอีก
“ไม่เห็นััอะไรได้เลยแฮะ” แม็กม่าคิดในและปล่อยปีศาจนั้นกลับเข้ารอยแยกไป
“ทางเชื่อมงั้นเหรอ มันคิดอะไร” จิน่าถามแม็กม่าถึงสิ่งปีศาจตัวนั้นพูด
“ไม่รู้สิครับ คงเป็ทางเชื่อมระหว่างโลก” แม็กม่าเองก็ไม่แน่ใจ
เขาใช้พลังาาปีศาจปิดรอยแยกที่พึ่งเกิดขึ้น
“ตอนนี้ดึกแล้วนะครับ พรุ่งนี้มีสอบกลางภาคด้วย ผมลืมอ่านหนังสือเลย
ขอตัวกลับไปอ่านหนังสือก่อนนะครับ” แม็กม่าที่พึ่งคิดได้ว่าพรุ่งนี้จะมีสอบกลางภาค
จึงรีบวิ่งกลับบ้านไปอ่านหนังสือสอบ
“เธอนี่น่า ทำไมไม่ห้ามเอาไว้ละ แล้วพาไปอ่านหนังสือที่ห้องเธอ พอตกกลางคืนก็จัดการซะ”
จิน่าร่างมืดด่าใส่จิน่าตัวจริงที่ไม่คว้าโอกาสเอาไว้