เช้าวันนั้น หมอกสีเงินลอยเหนือน้ำตกเล็กๆในป่าลึกทางเหนือของเมือง นารี สัตวแพทย์
วัย 27 ปีเดินถือกระเป๋าอุปกรณ์ฉุกเฉินเข้าไปในป่าอย่างระมัดระวัง เธอได้รับโทรศัพท์แจ้งจาก
ชาวบ้านว่ามีสัตว์ป่าาเ็ติดอยู่ใกล้ลำธารแต่เมื่อเธอเดินลึกเข้าไป เสียงน้ำตก และเสียงนก
ร้องกลายเป็เงียบสงัดอย่างน่าประหลาด
ทันใดนั้น แสงวาบฟ้า และเสียงคำรามอันรุนแรงดังก้องป่านารีหยุดชะงัก ใจเต้นแรง แต่ความ
ช่างสังเกตของเธอทำให้สังเกตเห็นร่างเงาใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังโขดหินเสียงคำรามนั้นมีทั้งความ
เ็ป และความโกรธ เธอค่อยๆก้าวเข้าไปใกล้จนเห็นสิ่งที่ทำให้หัวใจเธอหยุดชั่วคราว
ัสีเงินอมฟ้าตัวใหญ่ดวงตาสายฟ้าส่องประกายแปลกตา กำลังนอนหอบหายใจแรง
าแลึกตามลำตัวเผยให้เห็นร่องรอยการต่อสู้นารีรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่สัตว์ป่าธรรมดา แต่เป็
สัตว์เทพพิทักษ์ระดับสูง
“ใจเย็น ฉันไม่ใช่ศัตรู”
เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขณะถอยหลังเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ัตื่นใ
ัยกหัวขึ้น ชั่วครู่ดวงตาสายฟ้าส่องมาที่เธออย่างสงสัยก่อนจะขู่ต่ำแ่เหมือนเตือนว่าอย่า
มาใกล้เกินไป นารีถอนหายใจก่อนวางกระเป๋าลงแล้วค่อยๆ นำผ้าพันแผล และน้ำยาฆ่าเชื้อ
ออกมา
“ฉันรู้ว่าเจ็บ แต่ฉันสามารถช่วยรักษาให้”เธอพูดขณะหยิบผ้าเปียกมาเช็ดเืบนแผลลึก เศษ
กรวด รอยขีดข่วนจากการต่อสู้ทำให้ัเ็ปเธอพยายามพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง และใจ
เย็น เพื่อสื่อว่าเธอไม่หวังร้าย
รีส ัสายฟ้า ค่อยๆ ปรับท่าทีลงเล็กน้อยแต่ก็ยังระมัดระวัง ร่างกายใหญ่โตของมันสั่น
สะท้านเพราะความเ็ปนารีใช้ทักษะสัตวแพทย์ตรวจสอบร่างกายเบื้องต้น ประเมินระดับ
าเ็และเืที่สูญเสีย
“ถ้าไม่รักษา ความเ็ปจะทำให้หมดแรงแล้วอาจไม่รอด” เธอกล่าว
พร้อมกับนำยา และเตรียมวงเวทมนตร์
สมุนไพรโบราณบางอย่างที่เธอศึกษาไว้ในป่ามาใช้นารีไม่ใช่เพียงสัตวแพทย์ที่รักษาสัตว์ป่า
เท่านั้น เธอมีพื้นฐานเวทมนตร์เบื้องต้น และเข้าใจพลังธรรมชาติซึ่งเป็สิ่งที่ช่วยให้เธอสามารถ
ดูแลสัตว์เทพพิทักษ์ได้
ขณะที่เธอกำลังทำแผล ัรีส ขยับปีกใหญ่เพราะเ็ปแต่เมื่อสายตาทั้งสองสบกัน นารี
รู้สึกถึงความฉลาด และภูมิฐานในสายตานั้นัสายฟ้านี้ไม่เพียงแค่ทรงพลัง แต่ยังมีความ
หยิ่ง และไม่ไว้ใจมนุษย์ง่ายๆ
“เธอไม่เหมือนคนอื่น” เสียงคำรามต่ำๆ แ่ผ่านลำคอ รีส เสียงนั้นดังก้องเหมือนฟ้าร้อง นารี
พยักหน้าเบาๆ “ฉันไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเธอฉันแค่อยากช่วย”
เวลาผ่านไปชั่วครู่ ร่างกายของ รีส เริ่มสงบลงเพราะการรักษาเบื้องต้นนารีหยิบสมุนไพรที่ช่วย
ลดการอักเสบ และน้ำจากลำธารใสบริสุทธิ์มาทำการประคบร่างกายัเริ่มฟื้นแรงจาก
าแ แต่ก็ยังไม่สามารถลุกขึ้นได้
ในขณะเดียวกัน เสียงของสัตว์ป่ารอบๆป่าก็เงียบลง ราวกับรู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตทรงพลังกำลังพักฟื้น
อยู่ที่นี่ นารีสังเกตเห็นรอยเท้าที่ไม่เหมือนสัตว์ป่าธรรมดาแต่เป็รอยใหญ่โต และลึกลงไปใน
ดิน มันเป็รอยของสัตว์หรืออาจจะเป็รอยศัตรูที่ทำร้าย รีส
“ใครทำร้ายเธอ?” นารีถามแต่แน่นอนว่าัไม่ได้ตอบเป็คำพูด มันเพียงส่งสายตาที่เต็มไป
ด้วยความเ็ป และความคับข้องใจ
นารีเงยหน้ามองฟ้า เสียงลมพัดผ่านต้นไม้ และหมอกที่ลอยอยู่รอบตัวทำให้บรรยากาศดูลึกลับ
แต่ก็อบอุ่นอย่างประหลาดเธอรู้สึกถึงความสำคัญของการตัดสินใจของตัวเองในวินาทีนั้น หาก
ไม่ช่วย รีส อาจเสียชีวิต หากช่วยอาจเป็จุดเริ่มต้นของพันธะบางอย่างที่จะเปลี่ยนโลก
หลังจากใช้เวลานานกว่า 30นาทีในการรักษาเบื้องต้น นารีถอนหายใจ พลางยิ้มเบาๆ
“ตอนนี้ปลอดภัยชั่วคราวแล้วเราต้องหาที่ปลอดภัยให้เธอพักฟื้น”
รีส ขยับหัว แสดงท่าทีเหมือนพยักหน้าเบาๆราวกับยอมรับการช่วยเหลือ นารีตระหนักว่า
นี่ไม่ใช่การจับคู่แบบบังคับ แต่เป็การ ยอมรับซึ่งกัน และกันและมันจะเป็จุดเริ่มต้นของการ
ผจญภัยครั้งใหญ่
เธอจัดสถานที่พักชั่วคราวใกล้ลำธารใช้เวทมนตร์สมุนไพรและอุปกรณ์พื้นฐานเพื่อป้องกันการ
ติดเชื้อและาแซ้ำ รีส นอนสงบดวงตาสายฟ้าจ้องมองนารีราวกับประเมินใจของเธอ
กลางค่ำคืน หมอกปกคลุมทั้งป่าเสียงน้ำตกผสมเสียงลมพัด ทำให้บรรยากาศทั้งน่ากลัว และ
เงียบสงบ นารีนั่งอยู่ข้าง รีสสังเกตการหายใจของมัน รู้สึกถึงความผูกพันบางอย่างที่เกิดขึ้น
ทันที นี่ไม่ใช่แค่การช่วยชีวิตสัตว์เทพแต่มันเป็จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่จะทดสอบหัวใจ
และความมุ่งมั่นของเธอในอนาคต
ในเงามืดของป่าเงาร่างบางอย่างกำลังมองดูพวกเขาอยู่ ราเชล นกฮูกดวงดาว เฝ้ามองการ
เกิดพันธะสัญญาครั้งนี้ด้วยความรอบรู้แต่ไม่เคยเปิดเผยตัวตน เพียงคิดในใจว่า
“เด็กสาวคนนี้อาจเป็กุญแจสู่โชคชะตาของโลกก็เป็ได้”
เช้าวันรุ่งขึ้น นารีตื่นขึ้นพร้อมกับเสียงนกร้องอีกครั้งแต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ ความรู้สึกว่าป่าทั้ง
ป่ากำลังจับตาเธอ ร่างกายของ รีส เริ่มฟื้นแรงขึ้นบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถบินได้ นารีรู้ทันทีว่า
สิ่งที่เธอทำในวันนี้ ไม่ใช่แค่การรักษาแผลแต่เป็การเริ่มต้น
พันธะสัญญาระหว่างมนุษย์กับสัตว์เทพพิทักษ์
และต่อไปจากนี้จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป