บทที่ 22
ไอซ์ส่ายหัวเล็กน้อยเพื่อสะบัดความคิดนี้ออกไปก่อน ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาคิดเรื่องนี้ เพราะเวลานี้คงจะมียักษาถือกระบองรอตีหัวเขาอยู่ที่บ้าน ไอซ์เปิดประตูรถสปอร์ตของเขาก่อนจะขึ้นไปนั่งบนเบาะนิ่มๆ ทันทีที่กดสตาร์รถโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง“ใครโทรมาเวลานี้..หือ คุณเกียติไกร.. เห้อ คงจะเป็นเรื่องนั้นสินะ.. ฮัลโหลสวัสดีคุณเกียรติไกร ไม่ทราบว่าโทรหาผมในเวลาอย่างนี้ คุณมีธุระด่วนอะไรหรือเปล่า” ไอซ์อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ เขารู้ดี และคิดมันตั้งแต่อยู่ภายในดันเจี้ยนแล้วว่าการกระทำของเขามันออกจะบุ่มบ่ามไปหน่อย“สวัสดีครับคุณอนุวัฒน์ ก่อนอื่นต้องขออภัยที่โทรมาในเวลาพักผ่อนเช่นนี้ แต่เรื่องที่คุณให้ผมจัดการเมื่อตอนเย็นๆวันนี้ มันกลับส่งผลกระทบไปทั่ว.. จนผมไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี” เกียรติไกรกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดูแตกตื่น เหตุการณ์หลายอย่างมันเกิดขึ้นยังไม่ถึง 24 ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ“จากน้ำเสียงของคุณ ผมพอจะเดาว่าคุณคงทราบแล้วว่า ผมคือเทียนหลง.. เอาเป็นว่าผมจะไม่พูดอะไรอ้อมค้อม ผมเชื่อว่าคุณยังไม่ได้บอกข้อมูลแก่ใคร และผมก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น คุณก็พอจะทราบอยู่แล้วว่าผมไม่ต้องการความเดือดร้อน ผมอยากจะผจญภัย ต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์อย่างเงียบๆ ไม่ได้อยากเป็นที่สนใจแก่สังคมทั่วไป..” ไอซ์พูดตามที่เขาได้คาดการณ์เอาไว้ นายธนาคารคนนี้เป็นคนเก่ง ไม่นานเขาจะรู้ความจริงไม่ช้าก็เร็ว เพียงแค่ตรวจสอบบัญชีของเขานิดหน่อยก็จะทราบอยู่ดีว่าเขาคือเทียนหลง หลักฐานทางการเงินมันฟ้องเขาไปไหนไม่รอด สุดท้ายก็ได้แต่ยอมรับตรงๆ และพูดในเชิงขอร้องให้อีกฝ่ายปิดข้อมูลนี้ให้กับเขา“เรื่องนี้ผมยังไม่ได้พูดกับใครตามที่คุณอนุวัฒน์เข้าใจครับ แน่นอนว่าผมจะรูดซิบปิดปากเรื่องของคุณ ไม่ว่าจะเป็นภรรยาของผม ผมก็จะไม่เปิดปากอย่างเด็ดขาด.. แต่ว่าผมก็มีเรื่องสองเรื่องจะขอร้องแลกเปลี่ยนเช่นกัน”เกียรติไกรกล่าวในเชิงสาบานว่าเรื่องนี้เขาจะไม่เปิดปากกับใครอย่างเด็ดขาด แต่ถ้าเขาเลือกที่จะทำให้อย่างนั้น ความเสี่ยงหลายๆอย่างก็จะมาตกที่เขาด้วยเช่นกัน ดังนั้นเพื่อให้มันสมดุล เขาจำเป็นต้องได้อะไรแลกเปลี่ยนกับการเก็บรักษาความลับนี้“เชิญว่ามาได้เลย ถ้ามันไม่มากจนเกินไป ผมสามารถทำให้ได้” ไอซ์ไม่ได้ลังเลที่จะกล่าวตกลงแต่อย่างใด ขอเพียงมันอยู่ในเงื่อนไขที่เขารับได้มันก็ถือว่าตกลงกันได้“ไม่มากเกินครับคุณอนุวัฒน์ อย่างแรกสุดคือผมต้องการเป็นเอเจนซี่เกี่ยวกับการเงินของคุณทุกอย่างทุกกิจการธุรกิจ รายได้ต่อปีที่ผมควรจะได้รับอยู่ที่การใช้จ่ายของคุณกับทางธนาคารอยู่แล้ว ดังนั้นคุณไม่จำเป็นต้องเป็นห่วง ส่วนเรื่องโบนัสคุณอยากจะให้ผมเท่าไรก็แล้วแต่คุณอีกทีหนึ่ง..” เกียรติไกรกล่าว“อย่างนี้นี่เอง คุณต้องการที่ข่มขู่ผม หากไม่ทำตามคุณก็จะเปิดเผยเรื่องของผม ผมเข้าใจถูกต้องไหม”“โปรดอย่าได้เข้าใจผิด คุณอนุวัฒน์ต้องเข้าใจอย่างนี้ก่อนว่าผมเองก็มีความเสี่ยงเช่นกันที่รับรู้ความลับนี้เช่นกัน ผมไม่ได้ต้องการข่มขู่ ผมเป็นเพียงแค่นายธนาคารที่ต้องการรายได้ไปเลี้ยงดูครอบครัวเหมือนกับคนอื่นๆ ผมเป็นตัวแทนทางการเงินให้กับคุณ มันก็มีข้อดีกันทั้งสองฝ่าย คุณสบายใจเรื่องการเงิน ผมได้ค่าคอมมิชชั่นของผม บวกกับค่าเหนื่อยตามเห็นสมควรที่ผมควรจะได้ มันก็วิน-วินกันทั้งสองคน” เกียรติไกรกล่าว“ผมจะถือว่ามันเป็นคำขอของเพื่อนก็แล้วกัน ผมไม่ได้ติดปัญหาในเรื่องนี้ เชิญคุณกล่าวเรื่องที่สองมาได้เลย ผมมีเวลาไม่มากนัก” ไอซ์ชื่นชอบพวกหัวการค้าพวกนี้อยู่แล้ว มันแสดงให้เห็นเลยว่าเกียรติไกรคนนี้อยู่เป็น เขามองผลกำไรระยะยาว และทำให้ตัวเองก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ถ้าทางธนาคารต้องการที่จะไล่เขาออกล่ะก็ ธนาคารเองก็ต้องยอมรับผลกระทบที่มาจากเขาด้วยเช่นกัน นอกจากนี้เขายังไม่เลือกขายข้อมูลของไอซ์ให้กับตระกูลหลินหรือคนอื่น มันก็แสดงให้เห็นว่าเขาคนนี้ฉลาดเป็นกรด“ขอบคุณสำหรับข้อตกลงแรก หลังจากนี้คุณสามารถเรียกใช้งานผมได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ.. คำขอร้องในข้อที่สองมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับตระกูลหลิน และทางธนาคารครับ..” ไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับตกใจ ร้องอุทานออกมา“หือออ.. พวกเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร คุณไม่ได้บอกอะไรเขาไม่ใช่เหรอ” ไอซ์กล่าวถาม“ผมคาดการณ์ไว้ว่าต้นเหตุมันมาจากการที่คุณได้ถอนหุ้นกองทุนของพวกเขาเป็นจำนวนมากในช่วงเย็นที่ผ่านมา มันเป็นเวลาก่อนที่จะมีประกาศแบนการซื้อ-ขายสินค้าของคุณ ทำให้พวกเขาอาจจะเชื่อมโยงมาถึงคุณได้ครับ เพราะคุณยอมที่จะขายขาดทุนไปจำนวนไม่น้อย นั่นยิ่งทำให้พวกเขาสงสัยกับพฤติกรรมของนักลงทุน ประจวบเหมาะกับการที่คุณอยู่เมืองเดียวกันกับคุณเทียนหลงผู้ประกาศแบนแล้ว ผมเชื่อว่าพวกเขาคงคาดเดาได้ไม่ยากว่าคุณเทียนหลงเกี่ยวข้องกับคุณไม่ทางใดก็ทางหนึ่งครับ”เกียรติไกรอธิบายตามที่ตัวเองวิเคราะห์ และนั่นมันทำให้ไอซ์ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขารู้ว่ามันจะมีผลกระทบแต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดฝั่งตระกูลหลินหาเขาเจอได้อย่างง่ายดายขนาดนี้ “แล้วคุณจะขอร้องอะไรในข้อที่สองนี้..” ไอซ์กล่าวถามออกไป“เรื่องมันมีอยู่ว่าพวกเขาต้องการติดต่อถึงคุณโดยตรง แต่ทางนโยบายของบริษัทนั้นไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าได้ ทางเราจะต้องขออนุญาตกับคุณก่อนถึงจะให้ได้ แน่นอนว่าถ้าหากผมสามารถทำหน้าที่นี้ได้สำเร็จ ผมอาจจะมีสิทธิ์ได้รับตำแหน่งในสาขาใหญ่ในเมืองเชียงใหม่ ผมจึงขอร้องให้คุณช่วยติดต่อกับพวกเขา ได้ไหมครับ” เกียรติไกรกล่าว“คุณก็รู้ว่าผมต้องการความสงบ ไม่ใช่ว่าให้พวกเขาติดต่อมาหาผมไม่เท่ากับผมเปิดเผยตัวเองอย่างนั้นหรอกเหรอ..” ไอซ์กล่าวอย่างเป็นกังวล และถ้าหากตระกูลหลินทราบเรื่องที่เขาทำไปทั้งหมดนี้ พวกเขาจะไม่ทำอะไรเขาอย่างนั้นเหรอ เขายังมีพี่สาวต้องดูแล อีกทั้งเธอยังคงเป็นแค่หญิงสาวคนธรรมดา พวกเราจะเอาอะไรไปต่อสู้กับพวกเขาได้“จากข้อมูลที่ผมคาดเดาไว้คือพวกเขายังไม่ฟันธงว่าคุณคือคุณเทียนหลง ผมว่าเราสามารถปกปิดความลับได้ หากเดินเกมดีๆ เรื่องแรกที่พวกเขาจะต้องถามคุณก็คงเกี่ยวกับหุ้นของกองทุนที่คุณได้ถอนตัวออกไป และถ้าหากเราตอบได้ไม่ดีพวกเขาก็สามารถจับเราได้ในทันที เพียงแต่ถ้าคุณอนุวัฒน์กล่าวมีส่วนเกี่ยวกับคุณเทียนหลงตั้งแต่คำถามแรกเช่น คุณเป็นผจก.ของคุณเทียนหลง หรือไม่คุณก็เป็นเพื่อนสนิทของคุณเทียนหลง พวกเขาจะเกรงใจคุณมากกว่าการข่มขู่ และมันก็เป็นผลดีที่คุณจะไม่ถูกจับได้ว่าคุณคือคุณเทียนหลง เพราะพวกเขาจะเชื่อในทันทีว่าคุณเป็นผจก.เขา หรือเพื่อนเขาเท่านั้น”เกียรติไกรยังคงนำเสนอวิธีการให้กับไอซ์ แน่นอนว่าเขาคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าผลมันจะลงเอยมาเช่นนี้ ตลอดทั้งคืนเขาเอาแต่คิด คิด แล้วก็คิดว่าจะทำอย่างไรดีกับเรื่องนี้ จนในที่สุดก็ตัดสินใจโทรออกไปหลังจากเรียบเรียงประโยคได้แล้ว “มันก็จริงอย่างที่คุณว่ามา.. สองข้อเรียกร้องนี้ผมยอมรับได้ หวังว่าจะไม่มีการขอร้องอย่างนี้เกิดขึ้นอีกระหว่างคุณกับผม เรื่องการเงินใดๆที่ผมต้องการให้คุณดูแล ผมจะติดต่อไปในทันที ส่วนเรื่องของตระกูลหลินให้พวกเขาติดต่อมาที่เบอร์ผมหลังจากนี้ 5 นาที ไม่ขาดไม่เกิน และถ้าไม่เป็นไปตามนั้น ผมไม่รับเจรจาใดๆทั้งสิ้น..” ไอซ์กล่าว “ทราบแล้วครับคุณอนุวัฒน์.. ผมจะแจ้งพวกเขาตามที่คุณบอก”