บทที่21 เทศกาลแลกเปลี่ยน
เพียงแค่หน้าทางเข้าตระกูลเจียวนั้น กลับมีผู้คนเดินผ่านไปมามากมายทำให้บรรยายกาศดูคึกคักเป็พิเศษหน้าประตูนั้นมีทหารยามวัยกลางคนอยู่สองคนแต่ละคนมีระดับแค่พลังมนุษย์ ขั้น 10เท่านั้นในสายตาของกุนไท่นั้นนับว่าอ่อนแอมาก แต่ในสายตาของคนในเมืองนั้นกลับดูแข็งแกร่งมากแต่หากเทียบกับทหารยามหน้าประตูเมืองมันก็คนละเื่กันเพราะพวกมันเป็คนของเ้าเมืองและสำนักัคราม!
เจียวเหม่ยพากุนไท่เดินเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลเจียวภายในนั้นกว้างขวางเป็อย่างมากตามทางเดินตกแต่งไปด้วยดอกไม้ และพืชพันธุ์ต่างๆที่สวยสดงามมากมายมันส่งกลิ่นอายที่เมื่อสูดดมแล้วทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งสองเดินไปตามทางผ่านสิ่งปลูกสร้างมากมาย ด้านหน้าปรากฏตำหนักใหญ่เพียงมองดูก็รู้แล้วว่าเป็ที่พำนักของผู้นำตระกูลหรือบุคคลระดับสูงในตระกูลเจียว
ห้องโถงใหญ่นั้นมีเก้าอี้วางไว้ทั้งสองฝั่งทั้งซ้ายและขวาอย่างละสามมีหญิงชราและชายชราสองสามคนสวมใส่อาภรณ์สีขาวนั่งอยู่ตรงเก้าอี้ทั้งสองฝั่งตรงตำแหน่งเก้าอี้ที่อยู่สูงที่สุดของที่นั่งทั้งหกนั้นมีชายวัยกลางคนสวมใส่อาภรณ์สีทองผมยาวสีดำพร้อมกับหนวดเคราที่น่าเกรงขาม ร่างกายแผ่พลังกดดันในระดับหลอมรวมพลังขั้นรวบรวมพลังออกมา!
แม้จะเป็ขั้นแรกของระดับรวบรวมพลังแต่พลังเทียบเท่ากับหนิงหลงที่เป็ศิษย์ของกุนจวิน!ส่วนผู้าุโที่นั่งข้างล่างนั้นแม้จะเทียบกับผู้นำตระกูลไม่ได้แต่ก็แข็งแกร่งเป็อย่างมากแต่ละคนอยู่ระดับสร้างรากฐาน ขั้นิญญาทุกคน!
สายตาของผู้นำตระกูลนั้นจ้องมองไปที่เจียวเหม่ยด้วยความรักและความเอ็นดูแต่เมื่อสังเกตว่าด้านข้างของนางนั้นมีเด็กหนุ่มอายุน้อยผู้หนึ่งแต่พลังปราณที่ััได้นั้นถึงกลับทำให้เขาตกตะลึง เพียงแต่สีหน้ายังปกติมิได้แสดงอะไรออกมาและกล่าวออกมาอย่างแช่มช้าว่า
“เหม่ยเอ่อร์ เ้าพาใครมาหรือ? แนะนำให้ข้าได้รู้จักเสียหน่อย”
“ท่านพ่อ เขาเป็น้องชายของข้าชื่อกุนไท่!ข้าพึ่งพบเจอเขาที่ทางเข้าเมืองแต่กลับรู้สึกถูกชะตาด้วยเลยชักชวนให้มาพักที่ตระกูลของเรา เนื่องจากโรงเตี๊ยมในเมืองเต็มหมดแล้วหากท่านพ่อไม่ว่าอะไรให้น้องไท่พักที่นี่สักระยะได้หรือไม่”
เจียวเหม่ยตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มที่ร่าเริงดวงตาที่ใสซื่อของนางเต็มไปด้วยความคาดหวังที่้าให้บิดาของตนทำตามในสิ่งที่นาง้า
ผู้นำตระกูลเจียวทอดถอนหายใจเมื่อเห็นสายตาบุตรสาวของตนนั้นเขารักและเอาอกเอาใจนางเสอมมาั้แ่กำเนิดเขาไม่เคยปฏิเสธความ้าของนางได้เลยแม้สักครั้ง ผู้าุโคนอื่นๆก็ปวดหัวไปตามๆกัน
“ก็ได้ แต่ข้ามีข้อแม้...
“ท่านพ่อกล่าวมาได้เลย!”
เจียวเหม่ยเห็นบิดาตอบตกลงก็ยิ้มร่าเริงออกมามากกว่าเดิมนางเผยความงดงามที่เด็กสาวอายุเพียง 17 ปีจะสามารถแสดงออกมาได้ความงดงามของนางถูกจัดเป็อันดับต้นๆของเมืองและหากออกไปภายนอกความงามของนางก็คงจะอยู่อันดับต้นๆด้วยเช่นกัน
“ข้าขอพูดคุยกับเสี่ยวไท่ผู้นี้เป็การส่วนตัว”
ผู้นำตระกูลเจียวกล่าวออกมาพลางจับจ้องไปที่กุนไท่ด้วยสายตาพิจารณาและสงสัยกุนไท่คาดเดาได้อยู่แล้วเลยไม่ได้ใแต่อย่างใด แต่เขากลับยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ใครบ้างละจะไม่สงสัยคนแปลกหน้าผู้นำตระกูลเจียวคงจะถามถึงตัวตนของเขาและถามถึงที่มาไป หรือในสิ่งที่เขาสงสัย
หลังจากที่เจียวเหม่ยออกไปแล้ว ก็เหลือเพียงแค่กุนไท่ผู้นำตระกูลเจียวและเหล่าผู้าุโเท่านั้น
“เ้าเป็ใครมาจากที่ไหน และจุดประสงค์อันใดที่มาเมืองนี้” ผู้นำตระกูลเริ่มถามขึ้น
เป็อย่างที่กุนไท่คาดเดาเขาตอบกลับไปด้วยความจริงใจว่า
“ข้านามว่า กุนไท่ มาจากสถานที่ห่างไกลจากที่นี่มาก ข้าเดินทางหาทรัพยากรเพื่อบ่มเพาะแล้วบังเอิญผ่านมาทางนี้และตั้งใจจะมาพักที่เมืองนี้สักระยะ เพื่อเข้าร่วมเทศกาลแลกเปลี่ยนที่เมืองอี้แห่งนี้จะจัดขึ้นข้าน้อยสนใจหินจิติญญาเพื่อนำมาบ่มเพาะ”
แม้ผู้นำตระกูลจะยังคงสงสัยและไม่ไว้ใจอยู่บ้างแต่การแสดงออกของกุนไท่นั้นไม่ใช่ว่าจะดูเป็ศัตรูและความรู้สึกของเขาบอกว่าการผูกมิตรกับกุนไท่นั้นจะเป็การดีสำหรับตระกูลเจียวทั้งสองยังพูดคุยสัพเพเหระไปเรื่อย และเริ่มรู้สึกว่ากุนไท่น่าไว้วางใจมากขึ้นหลังจากที่ได้พูดคุย เขายังคงสนใจในตัวอัจฉริยะผู้นี้ด้วยว่ามีพื้นหลังอย่างไรเขาพยายามหลอกถามแต่กุนไท่นั้นกลับฉลาดอย่างมาก ให้คำตอบในแบบที่เขาไม่มีทางรู้ได้อายุ 15 ปี ระดับพลังมนุษย์ ขั้น 12 มีทั้งพร์รวมถึงทั้งปัญญาและวาจาที่น่าพูดคุยด้วยแล้วยิ่งทำให้ผู้นำตระกูลเจียวอยากผูกมิตรกับกุนไท่มากยิ่งขึ้น แล้วมีความคิดแปลกๆที่ว่าน่าจะให้กุนไท่มาเป็เขยของตระกูลเจียว!
กุนไท่ได้พักในตำหนักที่ดีตำหนักหนึ่งเขาได้รับการต้อนรับอย่างดีราวกับแขกผู้ทรงเกียรติ มีทั้งคนใช้และทหารคุมกันหน้าตำหนักอีกเป็โขยงสำหรับคนภายนอกนั้นนับว่าเอาใจใส่มาก แต่สำหรับกุนไท่นั้นไม่ใช่เขารู้ว่ามันเป็การเฝ้าระวังเขา เผื่อเขามีท่าทีที่ไม่น่าไว้วางใจอย่างไร ทหารยามพวกนั้นจะได้ไปรายงานผู้นำตระกูลเจียวได้!
วันต่อมานั้นกุนไท่ได้ออกไปกับเจียวเหม่ยทั้งสองได้เดินชมเมืองอย่างมีสนุกสนานส่วนวันที่สองนั้นเขาอยู่แต่ในตำหนักเก็บตัวบ่มเพาะเพื่อเตรียมตัวในวันที่สาม ซึ่งเป็เทศกาลการแลกเปลี่ยนของเมืองอี้!
และแล้วมันก็มาถึงกุนไท่เปิดประตูห้องออกมาก็เห็นเจียวเหม่ยที่กำลังนั่งรออยู่ในอาภรณ์สีม่วงที่เพิ่มความงดงามตระการตาขึ้นไปอีก
เมื่อนางเห็นกุนไท่ดวงตาก็เปล่งประกายออกมาพลางเดินเข้ามาหาแล้วกล่าวออกมาว่า
“ในที่สุดเ้าก็ออกมา ข้าจะพาเ้าไปแลกของดี ตามข้ามา!”
“คงต้องรบกวนพี่เหม่ยแล้ว หากข้าได้มาเยอะ ข้าจะแบ่งให้ทันด้วยเลย”
กุนไท่ตอบกลับพลางหัวเราะนางก็หัวเราะเช่นเดียวกัน ตระกูลของนางร่ำรวยมาก กุนไท่จะให้นางได้มาแค่ไหนก็กันเชียวแต่เมื่อเขาให้นางมา นางก็จะรับไว้มันก็ไม่ได้เสียหายอะไร!
เมืองอี้นั้นเต็มไปด้วยเสียงดังอึกทึกมากมายพวกเขาต่างคาดหวังด้วยความกระตือรือร้นกับเทศกาลในครั้งนี้มากมีหอประมูลจากเมืองใหญ่มากมายมันยิ่งทำให้ผู้คนตื่นเต้นมากเพราะหอประมูลจากเมืองใหญ่ที่มานั้นจะเอาของมีค่าหรือสมบัติหายากมาให้ได้ประมูลกันนี่ถือเป็โอกาสของผู้มั่งคั่งโดยแท้!