บทที่ 4 โลงศพ
ยังไม่ทันที่หลินชิงหมิงจะก้าวเข้าไปถึง พวกนักเลงก็วิ่งกรูเข้ามาหาเขาก่อน พร้อมท่อเหล็กในมือสีหน้าของหลินชิงหมิงเด็ดเดี่ยวมั่นคง ไร้ซึ่งความหวาดกลัว เขายึดท่อเหล็กไว้พร้อมๆ กับถีบสวนกลับไปกร๊อบ! “อ๊าก!”เสียงกระดูกร้าวดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอู๋จงหยวนตัวแข็งทื่อ ในที่สุดสิ่งที่เขากังวลมากที่สุดก็เกิดขึ้น การหักกระดูกขานั้นไม่เหมือนกับดั้งหักมันถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายก่อนที่อู๋จงหยวนจะได้สติ หลินชิงหมิงก็หักกระดูกของพวกนักเลงไปอีกคนแล้ว เขาทำผิดกฎหมายอีกแล้วเสียงกรีดร้องของพวกนักเลงดังขึ้นทีละคน หลินชิงหมิงไม่พอใจแค่นั้น เขายังคงเตะต่อยพวกนักเลงต่อ แต่ละครั้งที่เตะออกไปจะมีเสียงกระดูกแตกทุกครั้งก่อนจะตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนจุดประสงค์ของหลินชิงหมิงคือการทำให้พวกนักเลงพวกนี้ลุกขึ้นมาสู้ไม่ได้อีก เขาไม่ต้องการปล่อยให้ใครหนีไปได้แม้แต่คนเดียวกว่าอู๋จงหยวนจะได้สติ หลินฉิงหมินก็จัดการพวกนักเลงไปแล้วกว่า 20 คน แต่ละคนกลิ้งล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น บางคนที่เห็นท่าไม่ดีต่างก็พากันวิ่งหนีกระจัดกระจายกันออกไปโดยไม่สนใจหัวหน้าของพวกเขาหลินชิงหมิงไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายหนีไปได้ง่ายๆ เขารีบใช้วิชาตัวเบาไล่ตามกระทืบพวกนักเลงทุกคน เสียงกรีดร้องคร่ำครวญดังขึ้นเรื่อยๆว่ากันว่าศักยภาพของร่างกายคนเราจะถูกดึงออกมาเมื่อต้องการมีชีวิตรอด บทเรียนก่อนหน้านี้สอนให้พวกนักเลงรู้ว่าถ้าพวกเขาช้า พวกเขาจะถูกหักกระดูก ดังนั้นพวกเขาจึงเปลี่ยนเป็นวิ่งเข้าไปหาอู๋จงหยวนพร้อมๆ กันแม้ว่าหลินชิงหมิงจะมีวิชาตัวเบาแต่เขาไม่สามารถแยกร่างได้ เมื่ออู๋จงหยวนเห็นดังนั้นจึงหยิบท่อเหล็กขึ้นจากพื้นและพุ่งออกไปไล่ฟาดพวกนักเลงที่อยู่ทางทิศตะวันตกทันที ในเมื่อพี่ชายของเขาทำผิดกฎหมายไปแล้วเขาก็จะไม่ปล่อยให้พี่ชายแบกรับความผิดไว้คนเดียว!เมื่อหลินชิงหมิงหันมาเห็นน้องชายกำลังวิ่งเข้ามาเพื่อช่วยเขาไล่ฟาดพวกนักเลง เขาก็ตะโกนออกมา “อย่าเข้ามายุ่ง”ทว่าสายเกินไปแล้วที่หลินชิงหมิงจะหยุดน้องชายไว้ อู๋จงหยวนไม่ฟังคำพูดของพี่ชาย เขาระบายความโกรธที่มีอยู่เข้าใส่พวกนักเลง อู๋จงหยวนวิ่งไปได้ประมาณ 8 เมตรก็จัดการเอาท่อเหล็กฟาดใส่พวกนักเลงทันที ส่วนอีกมือหนึ่งก็ต่อยออกไปไม่ยั้งการที่อู๋จงหยวนเข้ามาร่วมวงทำให้หลินชิงหมิงไม่มีสมาธิในการต่อสู้ หลินชิงหมิงตะโกนขึ้น “ออกไป อย่าเข้ามายุ่ง”เมื่อเลือดในกายของอู๋จงหยวนเดือดขึ้นมามันก็ยากเกินกว่าที่จะควบคุมได้ อู๋จงหยวนไม่สนใจเสียงตะโกนของหลินชิงหมิง เขายังคงถือท่อเหล็กพุ่งไปทางเหนืออีกครั้งเมื่อหลินชิงหมิงเห็นว่าอู๋จงหยวนไม่สนใจ หลินชิงหมิงก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เขาหันกลับมาหยิบท่อเหล็กขึ้นแล้วพุ่งทะยานวิ่งไล่ฟาดนักเลง 3 คนบนภูเขาต่อในที่สุดการต่อสู้ก็จบลงภายในเวลาไม่ถึง 20 นาที ไม่มีนักเลงคนใดสามารถยืนขึ้นมาได้อีกแต่ละคนร้องเสียงครวญครางออกมาด้วยความเจ็บปวดหลินชิงหมิงจ้องมองน้องชายด้วยสายตาดุๆ เมื่อเห็นว่าอู๋จงหยวนยืนโงนเงนก็รีบเข้าไปพยุงแล้วพูดขึ้น “ทำไมนายไม่ฟังที่ฉันพูด”“ผมไม่ได้กลัวพวกมันเพราะว่าสู้ไม่ได้ ผมแค่กลัวว่าจะทำผิดกฎหมาย” เมื่ออู๋จงหยวนหายจากอาการเลือดขึ้นหน้า เขาก็เริ่มกลัว สภาพร่อเร่ของนักเลงที่นอนกองอยู่ที่พื้นเป็นฝีมือของพวกเขา พวกเขาจะต้องไปนอนอยู่คุกแน่ๆเมื่อได้ยินที่อู๋จงหยวนพูด หลินชิงหมิงก็เริ่มรู้สึกเสียใจ เมื่อครู่เขาไม่ควรตำหนิน้องชาย ที่น้องชายของเขาทำเพราะแค่ต้องการพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้อ่อนแอ“นายใกล้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่แล้ว ไม่น่ามีเรื่องแบบนี้เลย” หลินชิงหมิงโทษตัวเอง“ผมไม่ได้อยากเรียน เงินที่พี่หามาส่งผมเรียนมันต้องแลกมาด้วยความเสี่ยง ถ้าผมไม่เรียนพี่ก็ไม่ต้องเสี่ยง” อู๋จงหยวนพูดคำพูดของอู๋จงหยวนไม่ได้ช่วยอะไร สีหน้าของหลินชิงหมิงยังคงมืดมน“พี่ แล้วตอนนี้พวกเราจะเอายังไงต่อ?” อู๋จงหยวนถามคำถามของอู๋จงหยวนดึงสติของหลินฉิงหมินกลับมา เมื่อเขามองไปทางทิศตะวันออก รถขุดยังคงขุดอยู่แต่คนขับที่นั่งอยู่ในรถตัวสั่นไปด้วยความหวาดกลัว“หัวหน้าแกอยู่ไหน” อู๋จงหยวนพบว่าไอ้เสื้อลายดอกหายไปหลินชิงหมิงเดินไปทางทิศตะวันออกโดยมีอู๋จงหยวนเดินตามมาติดๆเมื่อเดินเข้ามาใกล้ อู๋จงหยวนมองไปรอบๆ รถขุดแต่ไม่เห็นแม้เงาของไอ้เสื้อลายดอก เขาจึงมองไปที่คนขับด้วยสายตาข่มขู่ เมื่อคนขับเห็นสายตาที่มองมา เขาก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัว คนขับรีบยกมือขึ้นชี้ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วไอ้เสื้อลายดอกขดตัวหลบอยู่ในหลุม ผู้ชายคนนี้เป็นขี้ขลาด ตั้งแต่ตอนที่หลินชิงหมิงไล่ตีพวกนักเลงเมื่อครู่ เขาก็เข้าไปหลบอยู่ตรงนั้นแล้ว“ขึ้นมา” อู๋จงหยวนยืนอยู่ปากหลุมโดยที่ในมือยังถือท่อเหล็กอยู่ไอ้เสื้อลายดอกตกใจจนตัวสั่นหน้าซีด หัวหน้านักเลงรีบพูดอ้อนวอน “น้องชาย ถ้านายต้องการอะไรขอให้บอกฉัน แต่ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันจะให้เงินนาย”อู๋จงหยวนเยาะเย้ย “ฉันเตือนแกแล้วว่า อย่ารังแกคนที่ไม่มีทางสู้ พวกฉันต้องติดคุกเพราะแก แกคิดเหรอว่าพวกฉันจะปล่อยแกไป? ขึ้นมา! ถ้าแกขึ้นมาเองขาแกจะหักแค่สองข้าง แต่ถ้าให้ฉันลงไป แม้แต่แขนแกฉันก็จะไม่เว้น”หลังจากที่อู๋จงหยวนพูดจบ ไอ้เสื้อลายดอกก็ยิ่งหวาดกลัวเข้าไปอีก เขาโบกไม้โบกมือแล้วพูดอย่างลนลาน “ไม่ต้องๆ พวกนายไม่ต้องติดคุก พวกนายไม่ต้องติดคุกเลย เรื่องนี้ฉันจัดการได้”“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ แกจะจัดการได้ยังไง?” อู๋จงหยวนขมวดคิ้วพร้อมกับถาม“ฉันจัดการได้จริงๆ นะ” ไอ้เสื้อลายดอกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกับยื่นให้อู๋จงหยวนดู “ดูสิ ฉันยังไม่ได้กดโทรหาตำรวจเลย นายให้ฉันโทรเรียกคนมาพาพวกนั้นออกไปก็ได้ แล้วพวกเราก็จะไม่โทรแจ้งตำรวจ แค่นี้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว”“จริงเหรอ?” อู๋จงหยวนถามย้ำ“จริงสิ ฉันจัดการได้ ฉันมีเงิน นายแค่ให้ฉันโทรหาคนแล้วพาพวกนั้นออกไปเถอะนะ” ไอ้เสื้อลายดอกพูดด้วยตัวที่สั่นเทาอู๋จงหยวนตัดสินใจไม่ถูกจึงหันกลับไปขอความเห็นจากหลินชิงหมิงสีหน้าของหลินชิงหมิงเคร่งขรึม เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาตอนนี้อู๋จงหยวนเสียเลือดมากเกินไปจึงทำให้เขาเริ่มรู้สึกเวียนหัวมากขึ้น แต่เขาก็ยังพยายามทำให้ตัวเองดูปกติ “แล้วหลุมศพอาจารย์ฉันล่ะ ไม่ขุดต่อแล้วเหรอ?”“ไม่ขุดแล้วๆ จะเอาดินกลบหลุมเดี๋ยวนี้เลย” ไอ้เสื้อลายดอกพูด“ถ้าอย่างนั้นแกจะอธิบายกับเจ้านายแกยังไง?” อู๋จงหยวนยังไม่เชื่อใจไอ้เสื้อลายดอก ถ้าคนคนนี้จัดการเรื่องนี้ได้จริงๆ พวกเขาสองคนก็จะไม่ต้องติดคุก“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย ฉันก็แค่ไปถ่ายรูปจากที่อื่นแค่นั้นก็ไม่มีปัญหาแล้ว แค่มีเงินทุกอย่างก็เรียบร้อย” ไอ้เสื้อลายดอกพูดร่ายยาวด้วยความกลัวอู๋จงหยวนมองดูพี่ชายของเขาอีกครั้ง แต่หลินชิงหมิงก็ยังคงนิ่งเงียบ“โอเค โทรเลย” ในที่สุดอู๋จงหยวนก็ยอมอ่อนข้อให้เมื่อไอ้เสื้อลายดอกได้ยินก็รีบกดโทรออกทันที“เปิดลำโพงด้วย” หลินชิงหมิงพูดอย่างเย็นชาไอ้เสื้อลายดอกไม่กล้าขัดคำสั่ง เขากุลีกุจอเปิดลำโพงแล้วบอกให้คนปลายสายมาพานักเลงพวกนั้นออกไปดูท่าไอ้เสื้อลายดอกจะรวยอย่างที่โม้ไว้จริงๆ ไม่นานนักก็มีรถมาพาตัวพวกนักเลงออกไปจนหมดในเวลาไม่ถึง 20 นาทีหลังจากนั้น เมื่อไอ้เสื้อลายดอกตั้งสติได้ก็หันมาพูดกับอู๋หยวน “ฉันไม่คิดว่าน้องชายทั้งสองจะเก่งกาจขนาดนี้ วันหลังเราออกไปสังสรรค์ด้วยกันไหม”“ไม่ล่ะ พวกฉันไม่ทำชั่ว” อู๋หยวนส่ายหน้าปฏิเสธและยังคงกังวลว่าไอ้เสื้อลายดอกจะโทรแจ้งตำรวจทีหลังไอ้เสื้อลายดอกเมื่อเห็นอู๋จงหยวนปฏิเสธก็ยังคงไม่ยอมแพ้ “น้องชาย ก็แค่ออกไปร่วม......”ไอ้เสื้อลายดอกยังพูดไม่ทันจบ อู๋จงหยวนก็ขัดขึ้น “ฉันไม่ไป”“นั่นมัน.................” ไอ้เสื้อลายดอกชี้ไปที่รอยสักมังกรบนหน้าอกของอู๋จงหยวนเมื่อได้ยินอย่างนั้น อู๋จงหยวนก็นึกขึ้นได้ว่าหลินชิงหมิงฉีกเสื้อของเขาเพื่อมาพันแผลที่หัวให้ อู๋หยวนรีบดึงเสื้อปิดทันที “อย่าพูดอะไรไร้สาระ รีบกลบดินแล้วเอารถขุดออกไป”อู๋จงหยวนพูดจบ ไอ้เสื้อลายดอกจึงทำได้แค่ตะโกนสั่งคนขับ “รีบกลบหลุมสิวะ”รถขุดไม่ได้ติดเครื่องอยู่ คนขับรีบปีนขึ้นไปเพื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคนขับอยากจะแกล้งไอ้เสื้อลายดอกหรือไม่ชำนาญในการใช้รถขุดกันแน่ แต่แทนที่เขาจะเอาดินกลบหลุมกลับกลายเป็นขุดหลุมอีกครั้งเมื่อรถขุดขุดลงไปก็เกิดเสียงเหมือนอะไรแข็งๆ กระทบกันที่ก้นหลุมเสียงที่ดังขึ้นทำให้ไอ้เสื้อลายดอกหน้าขาวซีดในทันทีพร้อมกับชี้ไปที่คนขับแล้วตะโกนเสียงดัง “มึงทำหอกอะไรของมึงวะ?!”เมื่อคนขับรถโดนด่าก็รีบยกที่ขุดขึ้นทันทีสิ่งที่ไอ้เสื้อลายดอกกำลังกลัวที่สุดก็คือจะมีโลงศพติดขึ้นมาด้วย ซึ่งเมื่อที่ขุดถูกยกขึ้น สีหน้าของไอ้เสื้อลายก็ซีดลงกว่าเดิม….เพราะบนที่ขุดมีโลงศพติดขึ้นมาด้วยจริงๆ!“เอ่อ...คือ..........” ไอ้เสื้อลายดอกหันไปมองอู๋จงหยวนและหลินชิงหมิงด้วยความหวาดกลัวสุดขีดสองพี่น้องไม่ได้สนใจท่าทางของไอ้เสื้อลายดอก พวกเขาหันมามองหน้ากันอย่างงุนงง เพราะทั้งสองรู้ว่าโลงศพของอาจารย์ไม่ได้ถูกฝังอยู่ตรงนี้ แล้วที่ตรงนี้มันมีโลงอยู่ได้ยังไง?เมื่อไอ้เสื้อลายดอกเห็นสองพี่น้องมีสีหน้าแปลกๆ ก็หวาดกลัวยิ่งขึ้นไปอีก เขาหันไปชี้หน้าด่าคนขับอีกครั้ง น้ำตาเขาจะไหลอยู่แล้ว “ไอ้เวรเอ๊ย ชิบหาย มึงอยากตายเหรอ แต่กูไม่ได้อยากตายกะมึงด้วย ไอ้ห่า!”หลังจากด่าคนขับได้ไม่นาน เข่าของเขาก็ทรุดลงไปต่อหน้าสองพี่น้องทันที เขาคำนับพร้อมพร่ำขอโทษขอโพยหลินชิงหมิงและอู๋จงหยวนยกใหญ่ “ฉันจะชดใช้ ฉันจะชดใช้ค่าเสียหายให้......”สองพี่น้องไม่สนใจไอ้เสื้อลายดอก เมื่อมองดีดีแล้ว พวกเขาคิดว่าโลงศพนี้น่าจะถูกฝังโดยคนอื่นก่อนหน้านั้นหลินชิงหมิงเป็นคนไม่ชอบพูดมาก อู๋หยวนจึงพูดขึ้น “เอาเถอะ รีบๆ กลบดินกลับลงไปในหลุมซะ”“เอ่อ..คือ ไหนๆ ก็ขุดขึ้นมาแล้ว.........” ไอ้เสื้อลายดอกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทำท่าทางเหมือนต้องการจะถ่ายภาพ“โอเค ถ่ายได้” อู๋จงหยวนยอมให้ถ่ายอย่างง่ายดายไอ้เสื้อลายดอกคาดไม่ถึงว่าอู๋จงหยวนจะยอม โลงศพถูกขุดขึ้นมาเพราะอุบัติเหตุแต่อู๋จงหยวนก็ไม่ได้เอาเรื่องอะไร ไอ้เสื้อลายดอกดีใจเป็นอย่างมาก เขาพูดขอบคุณก่อนที่จะเดินไปกดถ่ายภาพสิ่งที่อยู่ในโลงทันที“นายไม่ควรให้เขาถ่ายรูปไป ถ้าเกิดโครงกระดูกนั่นเป็นผู้หญิงขึ้นมาล่ะ?” หลินชิงหมิงพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำยังไม่ทันที่อู๋จงหยวนจะพูดอะไรตอบ ไอ้เสื้อลายดอกก็อุทานออกมาอย่างตื่นตระหนกเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในหลุม “ชิบหาย นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย?!”...