กลยุทธ์ที่ 5 ดาบ
จักรพรรดิยังคงกินฟรีอยู่ฟรีที่อาคารอาชีพและทำเควสที่นิวมอบหมายจนเรียกได้ว่าความสนิทของทั้ง 2 เพิ่มขึ้นอย่างท่วมท้น? พร้อมกับความรู้และความเข้าใจในเกมนี้มากขึ้น พอถึงเลเวลสิบเขาก็ตัดสินใจได้แล้วว่าจะลองออกจากเมืองดูเพื่อไปล่ามอนเตอร์แบบที่เกมเมอร์ปกติเขาทำกัน(แกมันไม่ปกติ)
แต่ก่อนหน้านั้นเขายังต้องไปยังสถานที่นึงก่อน สถานที่ที่กลบช่องโหว่ของเขา ช่องโหว่ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรมาแทนกันได้
ความพิเศษของอาชีพนักปราชญ์นั้นมีมากกว่า 1 อย่างอย่างแน่นอน อย่างแรกสิทธิเข้าไปที่คลังข้อมูลได้ตาม้า อย่างที่ 2 เข้าไปตามอาคารไหนก็ได้ที่เอ็นพีซียอมรับในตัวเขาในฐานะผู้มีความรู้ อย่างที่ 3 เลือกผู้ติดตามตัวเองได้ 1 คนทันที ปกติต้องรอให้ขึ้นยศทหารก่อนถึงจะมีได้ พอเลื่อนยศได้ตามขั้นก็จะมีเพิ่มได้ที่ล่ะคนแต่นักปราชญ์คือกรณีพิเศษ ข้อเสียของคนที่มีผู้ติดตามคือต้องหารค่าประสบการณ์ด้วยกันเมื่อทำเควสหรือจัดการมอนเตอร์ได้ ไม่ต่างจากพวกสายเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแต่หนักกว่าตรงที่ว่าหากเราอยู่ห่างจากผู้ติดตาม 25 เมตรเราจะไม่ได้ค่าประสบการณ์สักนิดเดียว ถึงแบบนั้นข้อดีของผู้ติดตามก็คือเขาเป็AIที่มีความสามารถประมวลผลถูกออกแบบมาเสมือนมีชีวิตจริงๆ ต่างจากNPCที่แค่ทำตามบทที่ตั้งเอาไว้
ที่ที่จักรพรรดิมาคือสถานที่จ้างงานที่มีชื่อว่าหอจ้างงาน สถานที่ที่มีไว้เพื่อรวบรวมAIว่างงานและทหารรับจากNPCทั่วไป ทว่าถึงจะบอกว่าเป็ผู้ติดตามแต่มันเองก็มีหลายแบบเช่นกัน ทั้งแบบคนรับใช้แค่ถือของหรือทำอาหารทำตามที่เราสั่งหรือแบบนักรบทั่วไป แต่คนเหล่านี้ก็ขึ้นอยู่กับเราด้วยว่าจะเลือกฝึกฝนและอบรมพวกเขายังไงด้วยในฐานะที่เป็เ้าเหนือหัวของพวกเขาแล้ว
ดังนั้นAIธรรมดาที่อาจไม่เป็งานอะไรเลยอาจจะกลายเป็สุดยอดนักรบก็ได้แล้วแต่เ้านายที่มีความประสงค์สิ่งใด แต่ถ้าหากทำให้พวกเขาขัดใจมากๆ ก็ไม่ดี
เพราะก็บอกแล้วว่าไม่ต่างจากสายเลี้ยงสัตว์มากนัก ที่มีค่าความรัก
แต่สายนี้จะเรียกว่าค่าความคิดมากกว่าซึ่งบ่งบอกถึงความนับถือที่ตัวผู้ติดตามมีให้เ้านายและหากมันตกต่ำมากๆผู้รับใช้ก็จะเลิกติดตามเราทันที ปกติจะต่ำสุดอยู่ที่เกลียดขั้นอันตรายที่สุดที่จะถูกทิ้งหากอยู่ในสภาวะนี้นานๆควรรีบปรับปรุงหากตกอยู่ในสถานะนี้ ต่อมาเป็ไม่ชอบแล้วมาเป็เฉยๆ เฉยๆ แล้วมานับถือในขั้นนี้ผู้ติดตามจะว่านอนสอนง่ายขึ้นต่อมาก็ศรัทธายิ่งกว่าว่านอนสอนง่าย แทบจะพูดอะไรแล้วทำตามด้วยซ้ำและขั้นสูงสุดเท่าที่เคยมีถวายใจหากถึงขั้นนี้แล้วเ้านายไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้วหากพบกับศัตรูที่แข็งแกร่งเพียงใด เพราะคนติดตามของท่านจะเป็ทั้งดาบและโล่พร้อมพลีชีพแทนท่านได้เสมอ
ทว่าหากตายสักครั้งค่าความคิดของผู้ติดตามจะลดลงทันทีในกรณีที่เ้านายตายก็เช่นกัน
ดังนั้นแล้วผู้ที่เป็เ้านายควรใส่ใจผู้ติดตามเหมือนคนจริงๆหากคิดจะจับมือกับเขาเพื่อทำศึกเบื้องหน้า และควรมองให้ออกว่านิสัยของพวกเขานั้นเป็เช่นไรเพราะแต่ละคนย่อมมีนิสัยไม่เหมือนกันอยู่แล้ว
พอทหารยามหน้าอาคารเห็นจักรพรรดิเดินเข้ามาก็ทำความเคารพ เนื่องจากเขาได้เป็ปราชญ์แล้วแล้วที่สำคัญอาคารนี้จักรพรรดิก็มาเดินงานบ่อยจนชินสายตาพวกเขาแล้วด้วย
“วันนี้ท่านนักปราชญ์จะมาส่งเอกสารหรือรายงานอะไรหรือขอรับ?”นายทหารคนนึงกล่าว
“เปล่าผมก็แค่จะมาเลือกผู้ติดตาม”จักรพรรดิตอบอย่างสุภาพแม้เขาจะเป็เอ็นพีซีก็ตาม
“ถ้าอย่างนั้นเชิญทางนี้เลยครับ”ผู้เล่นที่มียศระดับต่ำมีทหารคุ้มครองเดินเข้าไปในอาคารทำให้ผู้เล่นบางจำนวนรู้สึกแปลกสายตาไม่น้อยที่ได้เห็นแบบนั้น
พอเดินมาได้สักพักสายตาของจักรพรรดิก็หยุดมองไปที่ชายในชุดคลุมร่างใหญ่ที่นั่งพิงประตูทางเข้าด้านใน
“อ้าว ฉันนึกว่านายมีเ้านายแล้วซะอีก”จักรพรรดิย่อตัวไปพูดกับเขา
“เป็ท่านเองเหรอ? คราวนี้จะมาส่งเอกสารอะไรอีกอย่างงั้นหรือขอรับ”เขาตอบด้วยน้ำเสียงทรงพลัง ในคำถามที่ทุกคนมักจะถามเขาแบบนี้
ชายคนนี้จักรพรรดิเห็นเขาั้แ่วันแรกที่มาเดินเอกสารจนเห็นทุกวันที่มาแต่เขาก็ยังอยู่ที่นี่ไม่ไปไหน พอนึกว่าน่าสนใจเลยชวนคุยหน่อยจึงได้ความว่าเขานั้นเดินทางมาจากอาณาจักรอากุมไปยังที่ต่างๆเพื่อหาเ้านายที่ตัวเองยอมรับ แต่ดูจากสภาพการณ์แล้วเขาก็ยังคงไม่ยอมรับเ้านายคนไหนสักคน
“ฉันเลิกเดินเอกสารแล้ว ต่อจากนี้ฉันจะไปล่ามอนเตอร์และพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น แล้วนายล่ะเื่มากมากเื่อยู่แบบนี้เส้นทางในอนาคตของนายมันจะเดินหนีเอานะ”
“เื่ของข้านายท่านไม่ต้องมาสนใจ ข้ายินดีเสมอที่จะรับใช้คนที่ข้าถูกใจ แต่คนแต่ล่ะคนที่เข้ามาที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็บุคคลที่น่าสมเพช”
“รวมทั้งฉันด้วยรึไง?...แต่พูดก็พูดเหอะฉันเองก็ไม่คิดจะรับคนสุ่มสี่สุ่มห้ามาเป็ผู้ติดตามของฉันหรอก”ว่าจบจักรพรรดิก็ลุกเดินไป
“....”
พอมาถึงด้านในอาคารที่เป็ลานกว้าง แต่แตกต่างจากลานกว้างกลางเมืองหรือสถานที่อื่นๆหน่อยที่อาจจะมีผู้คนหรือไม่มีผู้คน ในสถานที่นี้ผู้คนนั่งๆ ยืนๆ รอรับงานรอเ้านายพวกเขาที่จะมารับเลือกตัวของพวกเขาอยู่ไม่มากไม่น้อย
นายทหารที่เดินนำหน้าของจักรพรรดิเดินเข้าไปหากลุ่มคนพวกนั้นแล้วพูดขึ้นมาเสียงดัง
“ประกาศ!! ในยามนี้มีเ้านายที่คิดจะมาจ้างงานพวกเ้าแล้วโปรดพิจารณาและวางตัวให้ดีเผื่ออาจต้องตาเขาจนอนาคตยิ่งใหญ่เป็เ้าคนนายคน”
จากที่นั่งๆ ยืนๆผู้คนเ่าั้เริ่มทำตัวมีระเบียบมากขึ้น มีเพียงชายในชุดคลุมขาดๆ ที่ยังคงนั่งอยู่ที่หน้าประตู
จักรพรรดิปรายตามองทุกคนก่อนจะเดินขึ้นไปบนเวทีเตี้ยๆที่พอมองเห็นหน้าทุกคนชัดเจน
“นายท่านเชิญพูดซักประโยคเพื่อเป็การเชิญชวนพวกเขาหน่อยครับ”นายทหารแนะนำจักรพรรดิขึ้นมา
เหมือนไม่ต้องเลือกแต่จักรพรรดิเองก็ต้องเลือกคนเพราะ 1 ในคนพวกนี้จะเป็กำลังสำคัญของเขาในยามนี้ได้ แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะเลือกคนที่ทำดาเมจไม่ได้เหมือนกับเขามาเพิ่มความปวดหัวอย่างแน่นอน ในตอนนี้ผู้รับใช้เปรียบเสมือนดาบดาบดีดีเล่มนึงที่เขาต้องหาไว้ติดตัว
พอไตร่ตรองความคิดประมวลคำพูดในหัวจักรพรรดิก็พูดขึ้นมาเสียงดัง
“ฉันคือจักรพรรดิ!!! นี่คือชื่อของฉันแต่ต่อจากนี้ในอนาคตมันจะกลายเป็ตำแหน่งที่อยู่ในเงื้อมมือของฉัน ใครอยากยิ่งใหญ่ ใครอยากทรงพลัง ใครอยากมั่งคั่งจงติดตามฉันผู้นี้ซะ ฉันผู้นี้จะทำให้เส้นทางของพวกนายชัดเจนและเป็จริงขึ้นมาเอง!!!!”
ทุกคนต่างผงะที่ได้ยินแบบนั้นแม้แต่ชายในชุดคลุมที่นั่งอยู่ก็ถึงกลับลุกขึ้นมา ทหารเอ็นพีซี 2 คนที่พาเขาเข้ามายังถึงกลับมองหน้ากัน
“เอาล่ะใครอยากจะเป็ผู้ติดตามของฉันมั่ง!!!”จักรพรรดิลงดาบในคำพูดสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังพร้อมท่าทางที่แสดงออกถึงความมุ่งมั่น เมื่อทุกสายตามองเขาเป็จุดเดียวเหมือนกับถูกสะกดด้วยพลัง จนในที่นี้ไม่มีใครเลยที่จะไม่อยากเป็ผู้ติดตามเขา
“โปรดรับข้าไปเป็ผู้ติดตามท่านด้วยเถิดนายท่าน”เสียงแรกดังขึ้นมาและก็มีต่อๆ มา
“ข้าพร้อมจะสู้ถวายชีวิตให้ท่าน”
“นอกจากต่อสู้และข้ายังทำอย่างอื่นได้ด้วยนะครับท่าน”
“ข้าด้วย!” “ข้าด้วย!!” “ข้าด้วย!!” “ข้าด้วย!!” “ข้าด้วย!!!”
ปลากินเบ็ดอย่างไม่ยากด้วยคำพูดที่ชักจูงไปสู่ความโลภมีหรือใครจะไม่หลงกล แต่คนพวกนี้มากกว่าครึ่งดีแค่พูดหากอยู่กับเขาแล้วไม่ชอบใจจริงๆหรือท้อในเส้นทางที่เขากล่าวเดี๋ยวค่าความคิดก็จะตกต่ำแล้วแยกจากเขาไปเอง มันจะเสียเวลาเปล่าๆซึ่งตอนนี้เขาไม่ยอมเสียมันไปแล้ว
จักรพรรดิลงไปเดินมองหน้าคนทุกคนที่บอกว่าอยากจะรับใช้เขาจนมาหยุดอยู่ด้านหลังคนทั้งหมด โดยมีกิริยามือถือพัดไขว้กันอยู่ด้านหลังสายตาขบคิดก่อนจะพูดขึ้นมาอีก
“ฉันคนนี้ช่างโชคดีจริงๆที่มีคนยอมรับมากมายถึงเพียงนี้ แต่ฉันกลับเลือกได้เพียงคนเดียว”
“งั้นก็เลือกข้าสิ”เสียงนึงดังขึ้นมาแล้วก็ดังต่อๆ มาอีก จักรพรรดิที่ได้ยินส่ายหน้าช้าๆ
“น่าเสียดายทุกท่าน ที่ฉันคนนี้ไม่รู้จักพวกท่านเลยว่าเป็ใครมาจากที่ไหนบ้างจึงยากที่จะเลือก”
“ถ้าท่าน้าข้าจะประกาศถึงความโด่งดังของข้าให้ท่านฟัง!!!”ชายคนนึงรีบพูดขึ้นมาทันที
จักรพรรดิชูนิ้วมือขึ้นมา 1 เพื่อหยุดเขาแล้วว่าต่อ
“ไม่จำเป็สิ่งที่ฉัน้าก็คือการกระทำไม่ใช่คำพูด ฉัน้าเพียงผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น 1 ในพวกท่านทุกคนจงพิสูจน์ตัวเองกับฉันผู้นี้ซะว่า เหมาะสมที่จะติดตามฉัน ส่วนวิธีการคงไม่ต้องบอกเพิ่ม”
ว่าจบจักรพรรดิก็ส่งรอยยิ้มออกมาอย่างน่ารังเกียจก่อนจะโยนถุงเงินลงไปที่เบื้องหน้าตน เงินในจำนวนที่ถือว่ามากเกินไปสำหรับผู้เล่นเริ่มต้น และสำหรับเอ็นพีซีเอไอถือว่าเยอะมากๆเพราะพวกเขามีแค่ค่าปากท้องเป็หลักเท่านั้น
“และนี่คือค่าตอบแทนของผู้ชนะเพียง 1 คนในวันนี้รับมันไปได้เลย แล้วต่อจากนี้ต่อจากนี้แล้วก็ต่อจากนี้จะมีมันให้พวกท่านอีกตามที่้า!!!”
ความเงียบบังเกิดขึ้น ก่อนเอ็นพีซีทหารจะเข้ามาพูดกับจักรพรรดิ
“นายท่าน ท่านคิดจะทำอะไรขอรับ?”
สำหรับพวกที่ทำได้เพียงแค่ทำตามบทบาทของตนมันไม่ใช่เื่ที่เข้าใจง่ายๆเลย จักรพรรดิทำท่าคิดก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้ม
“กระตุ้นปีศาจในใจคน...”แล้วทันใดนั้นเสียงร้องโหยหวนก็ดังขึ้นมา
มันเริ่มขึ้นแล้ว ละครที่เขาจงใจสร้างมันขึ้นมาว่าที่ผู้ติดตามของเขาทุกคนต่างชักอาวุธเขาประจันหน้ากันและเริ่มเข้าประหัตปะากัน ใครที่ด้อยพลังและรู้ว่าตนเองสู้ไม่ไหวถอนตัวเองไปแทบจะทันที ถึงกระนั้นคนในที่นี้ก็มีมากกว่าครึ่งร้อยเห็นจะได้ที่ยังยกอาวุธฟาดฟันเข้าหากัน
ในเวลานี้อาคารผู้ติดตามเกิดความโกลาหลอย่างหนัก หนักซะจนการต่อสู้ขยายไปด้านนอก เพราะว่าที่ผู้ติดตามของเขาบางคนเลือกที่จะสู้ไปหนีไปบ่งบอกถึงวิธีการต่อสู้ของแต่ล่ะคนเป็อย่างดี ยิ่งดูจักรพรรดิยิ่งทำความเข้าใจ
ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆและเอ็นพีซีต่างพากันแตกตื่นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่มีใครเข้าใจถึงสิ่งนี้เลย
แม้เอ็นพีซีจะเข้ามาห้ามพวกเขาก็ยังไม่หยุดสู้กัน แถมยังโดนลูกหลงไปด้วย
“ได้โปรดเถอะนายท่านบอกให้พวกเขาหยุดทีเถอะ”เอ็นพีซีคนนึงเข้ามาขอร้องจักรพรรดิ
จักรพรรดิส่ายหน้าช้าๆแล้วว่า
“ไม่ทันแล้ว ถ้าพวกนายไม่อยากเจ็บตัวก็ถอยออกไปซะ ส่วนเื่ค่าเสียหายเดี๋ยวฉันจะหามาชดใช้ให้”สายตาของจักรพรรดิมองการต่อสู้ต่อปล่อยให้เอ็นพีซีที่ร้องขอทำเพียงได้แค่ห่อใจ
แล้วในตอนนั้นเอง
“ต่ำช้าจริงๆเล่นเอาความโลภมาล่อลวงกันแบบนี้!!!!” เสียงที่ทรงพลังกังวานไปทั่ว ทำให้คนโดยรอบหยุดมองไปที่เขาชั่วขณะ แล้วจักรพรรดิก็หันหน้าไปยิ้มพูดกับเขา
“ฉันก็แค่เสนอในความเป็จริงใครจะรับหรือไม่รับมันไม่เกี่ยวกับฉัน แต่ดูท่าทางข้อเสนอของฉันจะไม่เป็ผลกับนายนะ”
“มันแน่นอนอยู่แล้ว!”ชายในชุดคลุมที่ขาดริ่งพอยืนขึ้นความสูงของเขาก็อยู่ราว 2 เมตร มองเผินๆร่างกายของเขาก็ไม่ต่างจากกำแพงสักเท่าไหร่เลย
ว่าที่ผู้รับใช้คนนึงพอเห็นเขาลุกขึ้นก็เงื้อดาบเข้าไปเล่นงานเขาทันที แต่ร่างกายที่ใหญ่โตนั้นไม่เป็ปัญหาเขาสามารถเอี้ยวตัวหลบได้แล้วซัดหมัดอัดหน้าคนๆนั้นสุดแรง
และแล้ว ผ้าคลุมก็ถูกกระชากออกเผยให้เห็นหน้าตาที่ดุดันเต็มไปด้วยแผลมองมาสู่จักรพรรดิด้วยความโกรธ คิ้วที่ย่นจนแทบจะชนกันและหางคิ้วที่มีหยักมากมายเหมือนหนามทำให้เขาดูน่าเกรงขามจนจักรพรรดิขนลุกแวบนึง
“เื่ในครั้งนี้คงต้องยุติด้วยการที่ข้าผู้นี้สังหารท่าน!!” เขาว่าก่อนจะชักดาบเล่มโตที่กลางหลังถือมือเดียว ทั้งๆ ที่น่าจะเป็ดาบจับ 2 มือ และสวมโล่โลหะกลมไว้ที่มือซ้าย ที่เอวยังมีดาบธรรมดาอีกเล่มเหน็บเอาไว้จากที่จักรพรรดิเห็น
“....”จักรพรรดิที่เห็นท่าทางของเขานิ่งเงียบก่อนจะหัวเราะเบาๆ ออกมา
ผู้คนยังต่อสู้กันอยู่รอบตัวจักรพรรดิแม้แต่ชายร่างใหญ่เองก็ด้วย แต่ความต่างด้านการต่อสู้และร่างกายของเขานั้นเหนือกว่าทุกๆคนอย่างเห็นได้ชัด เพียงแค่เขากวัดแกว่งดาบในมือสักครั้ง จะต้องมีว่าที่ผู้ติดตามของจักรพรรดิล้มลงไปที่พื้น
และถึงแม้จะเป็แบบนั้นคนเ่าั้ก็แทบไร้าแเพราะเขานั้นใช้เพียงแค่ด้านดาบที่ไร้คมฟาดใส่คนเ่าั้เหมือนบ่งบอกเจตนาที่จะไม่ทำร้ายใคร กลับกันเขากลับตรงดิ่งเข้ามาหาจักรพรรดิเรื่อยๆการถูกขัดขวางต่อว่าที่ผู้ติดตามของจักรพรรดิหลายๆคนไม่เป็อุปสรรคของเขาแม้แต่น้อย ขนาดว่าที่ผู้รับใช้ที่ใช้เวทมนตร์ได้หรือใช้อาวุธปืนเล่นงานเขาเขายังสามารถป้องกันได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
“ข้าจะฆ่าเ้าซะ!!”เสียงของเขาดังก้อง
“นายท่านโปรดหลบออกไปก่อนเพื่อความปลอดภัย”เอ็นพีซีคนเดิมกล่าวเตือนจักรพรรดิ
“นายนั่นล่ะหลบไป เื่สนุกๆ มันต้องแบบนี้!!”ว่าจบจักรพรรดิก็สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดแล้วตะเบ็งเสียงออกมาสู้กับเสียงของชายคนนั้น
“นายชื่ออะไร!!?”
“ข้าชื่อทวนผู้ที่้าให้โลกนี้เกิดสันติสุข ใครก็ตามที่ทำให้โลกนี้หรือผู้คนเกิดความขัดแย้งข้าละเกลียดที่สุด!!”
พูดจบร่างของเขาก็มายืนอยู่เบื้องหน้าจักรพรรดิแล้ว
สกิลสังเกตการณ์ของจักรพรรดินั้นในเวลานี้มันอยู่ที่ระดับ 46 แล้วการใช้พลังของมันจึงครอบคลุมมากขึ้น
ในสายตาของเขาตอนนี้คือชายที่มีสายอาชีพนักรบยศทหาร ระดับ 74 ถือว่าสูงที่สุดของบรรดาว่าที่ผู้รับใช้ของเขาที่กำลังสู้กันอยู่เลย การเป็เ้านายหรือผู้รับใช้ความต่างด้านพลังนั้นไม่ใช่สิ่งแบ่งแยก ขอเพียงแค่มีเจตจำนงเดียวกันพวกเขาก็สามารถเข้ากันได้
“้าให้โลกเกิดสันติสุขงั้นเหรอ ช่างเหลวไหลจริงๆ เลยนะ...ความฝันของนายน่ะ”
“คนอย่างเ้าไม่มีสิทธิมาว่าข้า!”
“ทั้งๆที่ฉันเองก็มีเป้าหมายเดียวกันกับนายอย่างงั้นเหรอ”
เขาหยุดชะงักลงขณะกำลังเงื้อดาบ
“หมายความว่ายังไง!?”
“ที่ฉันมาที่นี่ก็เพราะ้าดาบสักเล่ม ดาบสักเล่มที่ยอมทำตามความ้าของฉันและมุ่งสู่จุดหมายเดียวกัน เงินทอง ชื่อเสียง หรืออำนาจ พวกนั้นมันก็แค่ของที่จะได้ระหว่างทางที่จะมุ่งไปเป้าหมายของฉันเท่านั้น ฉันคือคนที่จะรวบรวมอาณาจักรทั้งหมดให้เป็ 1 เดียวจนกลายเป็จักรพรรดิาาที่เหนือาา”
ไหนๆ ก็ไหนๆสุดท้ายจักรพรรดิก็อยากลองเล่นเกมตามคำของซิลเวอร์ดู เพราะหากไม่ตั้งเป้าหมายให้ยิ่งใหญ่เข้าไว้การเล่นเกมของเขาคงไม่สนุกสักเท่าไหร่
“นี่จะบอกว่าที่ให้คนพวกนี้สู้กันเองก็เพราะสิ่งนั้นเหรอ”
จักรพรรดิยิ้มมองเข้าไปในดวงตาของเขา
“ใช่ ฉันในตอนนี้ไร้กำลังดังนั้นฉันจึงไม่้าคนอ่อนแอมาเป็พวก และการทำแบบนี้มันก็เพื่อทำให้ฉันค้นหาคนที่ฉัน้าตัวได้เร็วขึ้น”
“คนที่เ้า้าตัว?”
จักรพรรดิทำท่าคิดในท่าทีที่เขาอ่อนลง ในระหว่างการสนทนาของทั้ง 2 การต่อสู้ก็ดูเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัดเหตุนึงเพราะมีผู้แพ้มากขึ้น อีกเหตุเพราะหยุดฟังทั้ง 2 คุยกัน
“คนที่ฉัน้าตัวคือ คนที่เข้าใจเจตจำนงนั้นและไม่ย่อท้อต่อเส้นทางที่ร่วมเดินไปกับฉัน เศษเงินตรงนั้น...มันก็แค่เหยื่อล่อธรรมดา หากแค่สู้กับคนทั้งหมดแล้วเหลือรอดเพียง 1 เดียวไม่ได้จริงๆ ล่ะก็ถือว่าความมุ่งมั่นความพยายามยังมีไม่พอ หรือถ้าคนพวกนี้ไม่สู้กันฉันก็จะหันหลังกลับไปแล้วมาในวันหลัง”
“.....”เหล่าผู้คนที่รับฟังต่างมองหน้ากัน จักรพรรดิที่เห็นตะเบ็งเสียงออกมาอีกครั้งพร้อมคราวนี้ยกอัญมณีสีแดงเข้มขึ้นมา
“การต่อสู้นี้ยังไม่จบ!! ใครอยากมารับใช้ข้าคนนี้ก็จงแสดงเจตจำนงออกมาซะ นอกจากถุงเงินที่อยู่ที่พื้นข้ายังมีอัญมณีนี่เป็สิ่งตอบแทนสำหรับความเหน็ดเหนื่อยเพิ่มเติมอีกด้วย!!!”
เหล่าคนส่งเสียงโห่ร้องแล้วเริ่มสู้กันต่อทันที จักรพรรดิรู้ว่ามีทั้งคนฟังและมีทั้งคนที่ไม่ฟังเขา อาจจะแค่เพราะเงินเบื้องหน้าทำให้พวกเขาหน้ามืดตามัว แต่บุคคลที่จักรพรรดิเพ่งเล็งเอาไว้ก็ยืนอยู่เบื้องหน้าเขาขณะนี้แล้ว
ชายร่างใหญ่มีนามว่าทวนยืนข่มฟันมองจักรพรรดิด้วยความคิดต่างๆนานา ก่อนที่ความคิดของเขาจะไปไหนไกลกว่านี้จักรพรรดิจำเป็ต้องถามสู่ตัวเขา
“นายบอกกับฉันใช่ไหมว่านายเดินทางไปทุกที่เพื่อหาเ้านายที่ตัวเองถูกใจ จนถึงตอนนี้นายยังไม่เจอเขาอีกรึไง”
“เ้าก็แค่พูดโกหก”
จักรพรรดิเดินตรงเข้าไปหาเขามากขึ้นจนสายตาของจักรพรรดิจับจ้องเข้าไปในดวงตาของเขาถนัดตา เขาที่คิดจะฆ่าตน
“คิดแบบนั้นอย่างงั้นเหรอ...ถ้าอย่างนั้นมัวรีรออะไรอยู่อีก ดาบในมือนั่นคงไม่ใช่กิ่งไม้หรอกใช่ไหม คิดจะฆ่าฉันคนนี้ไม่ใช่เหรอ”
“....”เขากลับเป็ฝ่ายถอยออกไปเอง
“ความสงบสุขมันก็เหมือนกับพรมสีเืนั่นล่ะ หากมนุษย์ไม่หลั่งเืก็ย่อมไม่เห็นความสำคัญของมันจนก่อเกิดความสุขได้ การกระทำของฉันตอนนี้มันเป็เพียงค่าการปูทางเท่านั้น ต่อจากนี้มันย่อมต้องมีคนเสียเืเนื้อมากกว่านี้อยู่แล้ว แต่ในบั้นปลายของความสูญเสียนั่น ฉันคนนี้จะเป็คนพาสันติสุขที่แท้จริงกลับมาเอง ถ้าเข้าใจแล้วก็พิสูจน์ตัวเองให้ฉันเห็นซะว่าฉันสมควรจะเลือกนายเป็ผู้รับใช้ของฉัน!!”
ความสุขเกิดจากบทเรียน หากไม่มีบทเรียนมนุษย์ก็จะไม่จดจำ เพราะรู้ว่าทำแบบไหนเ็ปมนุษย์ถึงหลีกเลี่ยง เพราะรู้ว่าแบบไหนยากลำบากมนุษย์ถึงหลบหลีก เพราะรู้ว่าเส้นทางไหนปลอดภัยมนุษย์จึงก้าวเดินต่อไปได้ เพราะมีบทเรียนอยู่เบื้องหน้ามนุษย์ถึงก้าวต่อไป ความสันติสุขที่แท้จริงล้วนแล้วต้องผ่านความยากลำบากทุกครั้ง
“....”จักรพรรดิผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเดินไปยืนอยู่ที่เดิม ตอนนั้นเองเสียงกู่ร้องของคน 2 คนก็ดังขึ้นมาตรงสู่ทวน
“แกกล้าดียังไงคิดจะจัดการนายท่าน!”
“ดูเหมือนว่าพวกเราต้องร่วมมือกันจัดการกับแกก่อนซะแล้ว!!”
“...ฮึ ฮึ ฮึ”
แทนที่จะทดสอบคนเพื่อมาเป็เ้านายของตัวเอง แต่ตัวเองกลับถูกทดสอบคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการเป็ลูกน้อง ทวนจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วหวดดาบกลับไปสู่ทั้ง 2 สุดแรงจนร่างของทั้ง 2 กระเด็นไปคนล่ะทิศล่ะทาง
“ใช่แบบนั้นล่ะ...”จักรพรรดิว่าจบด้วยรอยยิ้ม