Warning เตือนให้รู้ว่ารัก [มี E-book]

    วินวิน [4]


    ฉันมองหน้าคิริวอย่างงงๆ ที่เขาเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรคือเดินไปเอารถเพื่อมารับฉันเหรอ ฉันถอนหายใจแรงแล้วหันหน้าหนีเขาไปอีกทาง “ฉันไม่ขึ้น” “อย่าเรื่องมาก””ฝนตกอยู่ไม่เห็นเหรอจะมาบังคับทำไม” “โดนฝนแค่นี้ไม่ตายหรอก“”แต่ฉันไม่อยากไปกับนาย จบนะ” ฉันหันไปมองหน้าคิริวแล้วรีบหันไปอีกทางทันที เมื่อกี้เหมือนคิริวจะโมโหเลยอะ หมับ!“ไม่อยากไปก็ต้องไป” คิริวกระชากข้อมือฉันอย่างแรงจนตัวฉันเซไปแนบชิดกับแผงอกกำยำแข็งแรงของเขา “ฉันเจ็บนะ!” ฉันพยายามดึงข้อมือออกแต่คิริวกลับจับไว้แน่นกว่าเดิมจนฉันเจ็บไปหมด นี่แรงคนหรือแรงควายไม่ทราบ! “เจ็บก็รีบไปขึ้นรถ” “ฉันไม่ไป” ปึก!”คิดว่าฉันไม่กล้าทำอะไรเธอตรงนี้หรือไง” คิริวดันฉันจนแผ่นหลังไปกระแทกกับผนัง ฉันนิ่วหน้าเพราะรู้สึกเจ็บทั้งที่ข้อมือและแผ่นหลังที่ไปกระแทกกับผนังเมื่อครู่ ”คิริว ฉันเจ็บ” ฉันเงยหน้ามองเขาด้วยความโกรธจนต้องกัดริมฝีปากล่างของตัวเองไว้แรงๆ”ไปขึ้นรถ” คิริวปล่อยข้อมือฉันออกแล้วยืนส่งสายตากดดันมาให้ ฉันจ้องหน้าเขาสักพักก็ยอมเดินไปทางรถบิ๊กไบค์ที่เขาจอดอยู่ เสียงฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้ฉันได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น จะให้ตากฝนไปกับเขาเหรอเนี่ยแล้วที่ฉันมาหลบฝนนี่เพื่ออะไรอะ! พรึ่บ”อ้ะ อะไรอะ” ฉันหันไปมองคิริวด้านหลังทั้งๆที่มีหมวกกันน็อคของเขาสวมอยู่ แต่คิริวไม่ได้พูดอะไรแล้วเดินไปคร่อมรถเอาขาตั้งขึ้น ฉันเลยเดินไปยืนข้างๆเขา แล้วนี่ฉันจะขึ้นไปนั่งยังไงล่ะเนี่ยวันนี้ฉันใส่กระโปงทรงเอนะ! “อย่าลีลา” หมับ!”อ๊ายย คิริว!” แขนแข็งแรงของคิริวเอื้อมมาโอบรอบเอวฉันแล้วอุ้มฉันจนขึ้นไปนั่งพ่ายบนรถโดยมีคิริวนั่งคร่อมอยู่ด้านข้างของฉัน เขาจะให้ฉันมานั่งหน้าเขาทำไมเนี่ยไอ้บ้า! “อยู่เฉยๆ” “นะ..นายก็เอาแขนออกไปสิ อ้ะ!” ฉันโวยวายแต่คิริวกลับไม่สนใจออกรถด้วยความเร็วจนฉันต้องรีบเอามือมาจับที่เสื้อตรงแผงอกกำยำของเขาไว้แน่น จะขี่เร็วไปถึงไหนฉันก็กลัวตกเป็นนะ ถึงหน้าฉันจะไม่เปียกแต่ตัวฉันนี่สิเปียกเต็มๆ ส่วนคิริวน่ะเหรอ เปียกทั้งตัวแต่ทำไมเขายังดูดีอยู่ก็ไม่รู้แถมฉันยังเห็นเขาเท่ยิ่งกว่าเดิมอีก คิริวโน้มตัวลงมาเพื่อบังคับรถไว้ แผงอกกำยำของเขาสัมผัสกับลำตัวด้านข้างฉันจนรู้สึกถึงไออุ่นจากร่างกายของคิริว ฉันจ้องหน้าคิริวผ่านหมวกกันน็อคตลอดทาง สายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจนเขาต้องหลี่ตาลงเล็กน้อย ฉันเลยเอากระเป๋าสะพายขึ้นมาบังหัวไว้ให้เขา คิริวเบนสายตามามองหน้าฉันแวบนึงแล้วกลับไปมองถนนต่อ ก็ไม่ได้อยากจะบังให้หรอกนะ แต่เห็นที่เขาหอบฉันกลับบ้านด้วยหรอกถึงทำให้ แม้ว่าฉันจะเปียกยันกางเกงในแล้วก็ตาม
    หมับ!”นั่งดีๆ” เมื่อรถจอดติดไฟแดงแขนแข็งแรงของคิริวก็โอบเอวฉันแล้วดึงให้ไปนั่งดีขึ้น ฉันได้แต่ส่งสายตาขุ่นเคืองไปให้เขาผ่านหมวกกันน็อคใบใหญ่นี่เท่านั้น ดีนะที่ฝนเริ่มหยุดแล้วไม่งั้นฉันได้ถือกระเป๋าสะพายบังให้เขาจนแขนเป็นตะคริวแน่ๆ“นะ..นายถอดเสื้อทำไม” คิริวมองมาที่ฉันแล้วก็ถอดเสื้อคลุมที่เขาสวมอยู่ออกทันที พรึ่บ! “อยากโชว์กลางไฟแดงก็แล้วแต่” เขาเอาเสื้อคลุมมาห่อตัวฉันไว้ คำพูดของคิริวทำให้ฉันเข้าใจได้ทันทีว่าตอนนี้เสื้อนักศึกษาคงบางจนเห็นไปถึงไหนต่อไหนเลยรีบดึงเสื้อคลุมของเขาให้แน่นขึ้น ก็มันเพราะใครล่ะพาฉันนั่งรถตากฝนจนเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำอยู่เนี่ย ไม่ใช่เพราะเขาหรือไงกันบรื้นนน!“คิริว!” ฉันรีบเอามือขึ้นไปกำเสื้อตรงแผงอกกำยำแข็งแรงของเขาแทบไม่ทัน จะออกตัวตอนไหนก็บอกกันบ้างสิ เกือบตกรถหน้าแหกแล้วนะ!