แรงะเิซอมบี้ทำให้มู่เฉินบินออกจากลำแสงเดินทาง ไม่สิความจริงเพราะเขายังควบคุมไม่ชำนาญต่างหาก ดังนั้นพอมีอะไรมากระทบกระทั่นเล็กน้อยจึงทำให้หลุดจากการควบคุม
ร่างเขากระเด็นตกไปยังตำแหน่งที่ประตูเหล็กถูกทำลายลง มู่เฉินมีเหล็กเสียบคาอยู่บนหน้าอก แต่สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยน ไร้ความรู้สึกราวกับว่าไม่เ็ป ก่อนที่ดวงตาจะหันไปสบกับซอมบี้ที่มีร่างกายบวมฉึ่ง
“นั่นไม่ใช่ซอมบี้ระดับสอง ที่ชื่นชอบการะเิตัวเองหรอกเหรอ” แค่เห็นหน้ามันก็จำได้ทันที
ซอมบี้ระดับหนึ่งยังมีร่างกายเป็มนุษย์ธรรมดา แต่ระดับสองจะมีน้ำหนักเยอะขึ้น เนื่องจากภายในร่างกายของมันประกอบด้วยก๊าซและเืเน่า พอคุณเดินเข้าไปใกล้ระยะเพียงหนึ่งเมตรซอมบี้ระดับสองจะะเิตัวเองทันที
ความแรงะเิไม่ต่างจากอาวุธของร้อนมนุษย์ ในขณะเดียวกันยังมีฤทธิ์กัดกร่อน
มู่เฉินลุกขึ้นยืนจากเหล็กที่เสียบทะลุอก เขาไม่ได้วิ่งเข้าไปเตะซอมบี้เหมือนทุกที ซอมบี้ระดับสองแค่เข้าใกล้จะทำลายตัวเอง ดังนั้นลืมเื่เตะไปได้เลย เขาจำเป็ต้องรักษาระยะห่างและโจมตีจากที่ไกลๆ
ซอมบี้ร่างอ้วนฉุเดินได้ช้ามาก หากอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งการวิ่งหนีมันไม่ใช่เื่ยาก แต่ถ้าสมมติเป็ในตัวอาคาร หากเดินในโถงแล้วเลี้ยวตรงหัวมุมพบซอมบี้ระดับสองแบบประชิด นั่นคือความตายอย่างไม่ต้องสงสัย
มู่เฉินสะบัดมือ ปืนพกที่ได้จากการตกปลาปรากฏอยู่ในมือ เขาเลือกที่จะใช้อาวุธโจมตีซอมบี้ระดับสองแทนเตะด้วยความเร็วแสง โดยปกติซอมบี้ทั่วไปต้องเลือกยิงที่ศีรษะถึงจะตาย แต่ครั้งนี้เขาเลือกยิงที่ด้านหลังของมันที่มีตุ่มสิวสีเหลืองคล้ายกับะเิ นี่คือจุดอ่อน เพียงยิงไปยังตำแหน่งปุ่มสิวที่ซอมบี้ระดับสองร่างมันก็จะะเิเหมือนแตงโม
ฟังดูเหมือนง่ายแต่ในความจริงนั้นยาก
หากมีซอมบี้มาหลายสิบตัวเป็ไปไม่ได้ที่จะอ้อมไปด้านหลังแล้วโจมตี แต่ที่มู่เฉินทำแบบนี้ได้ก็เพราะเขามีความเร็วแสง
จัดการเสร็จมู่เฉินได้เดินทางต่อผ่านเส้นทางที่ฟอลคอนจัดเตรียมไว้
ไม่มีคะแนนประสบการณ์หลังจากฆ่าซอมบี้เสร็จ แต่หากโชคดีบางคนอาจได้รับอาวุธหรือพลังวิเศษ มู่เฉินฆ่าซอมบี้ไปแล้วหลายตัวแต่ไม่มีอะไรตกอยู่บนพื้น ดูเหมือนว่าเขาจะค่อนข้างโชคร้าย
“มาสเตอร์ ข้างหน้าเป็ธนาคารเกาลูน” เสียงของฟอลคอนดังจากชุดหูฟัง
มู่เฉินมองเห็นอาคารสีขาวตรงหน้า มีซอมบี้ประมาณยี่สิบตัวยืนอยู่ใกล้กับประตูเหล็ก การป้องกันแ่าดูเหมือนว่าจะมีกลุ่มผู้รอดชีวิตด้านใน พวกเขาคงพักอยู่ในห้องนิรภัยไม่ต่างจากสกาเล็ตที่มู่เฉินพบเมื่อไม่กี่วันก่อน
กำลังจะเคลียร์เส้นทางเปิดประตูเข้าไปในธนาคาร แต่ในขณะนั้นเองรถบัสคันสีเหลืองก็พุ่งเข้ามา มันกระแทกกับประตูเหล็กและซอมบี้ที่ขวางทางอยู่ มู่เฉินที่กำลังเคลื่อนไหวหยุดดูการมาของคนกลุ่มนี้ชั่วคราว มองเห็นเป็กลุ่มนักเรียน มีครูอยู่ในนั้นด้วย
ผู้นำดูเหมือนจะเป็ผู้หญิงคนหนึ่ง มีดาบคาตานะเล่มใหญ่อยู่ในมือ เพียงแค่สังเกตเห็นมู่เฉินก็รู้ได้ทันทีว่าดาบเล่มนี้มาจากการฆ่าซอมบี้
.....
ภายในรถโรงเรียนคนกลุ่มใหญ่ไม่ได้แข็งแกร่งแบบหญิงสาวคนั้นนัก
ทุกคนดูหวาดกลัวเมื่อเห็นซอมบี้ ต่างหลบอยู่ในรถไม่กล้าออกไปด้านนอก เพราะเพียงแค่ถูกข่วนก็อาจกลายเป็ซอมบี้ ดังนั้นหลายคนจึงไม่อยากเอาชีวิตไปเสี่ยง
“หยุนเออร์ ธนาคารเกาลูนนี้ใช่ไหมที่พี่ของเธอทำงานเป็ผู้จัดการ” หญิงสาวที่ถือดาบคาตานะถาม เธอมีชื่อว่าเสี่ยวลู่ เป็นักกีฬาบาสโรงเรียน แต่เพราะเหตุการณ์ไวรัสระบาดทำให้เธอต้องลุกขึ้นสู้ และบังเอิญหลังจากฆ่าซอมบี้ตัวแรกก็ได้รับดาบคาตานะเป็ของรางวัล
หยุนเออร์เป็ผู้หญิงใส่แว่นพยักหน้า เธอไม่มีความกล้า แต่เพราะเป็ห่วงพี่สาวจึงบอกกับเสี่ยวลู่ว่าควรมาที่ธนาคารเกาลูนก่อน
“โอเค เว่ยเว่ย ไต้ลุงมาปกป้องประตูรถบัสไว้ เดี๋ยวฉันจะจัดการเคลียร์ซอมบี้เอง ส่วนหยุนเออร์เธอเข้าไปข้างในธนาคาร ตามหาพี่สาวของเธอจากนั้นเราจะได้ออกไปจากที่นี่” เสี่ยวลู่ไม่กล้าสู้กับซอมบี้จำนวนมาก การทำแบบนั้นไม่ต่างจากการวิ่งหาความตาย แม้ว่าเธอจะได้รับความแข็งแกร่งผ่านดาบแต่สุดท้ายในกลุ่มผู้รอดชีวิตก็มีเพียงเธอเท่านั้นที่แข็งแกร่ง คนอื่นกลายเป็ตัวถ่วง และหากเผชิญหน้ากับการปิดล้อมซอมบี้ทุกทิศทางเกรงว่าคงเสียชีวิตโดยทันที
“เดี๋ยวก่อนสิฉันยังไม่ได้เตรียมใจเลย” หยุนเออร์มีสีหน้าตื่นตระหนก เธอไม่คิดว่าตัวเองต้องเคลื่อนไหวเพราะมีเสี่ยวลู่อยู่ ความจริงก็น่าจะให้รอในรถไม่ใช่เหรอ จากนั้นเสี่ยวลู่ก็ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง
“รีบเข้าเวลาไม่มีแล้ว เว่ยเว่ย ไต้ลุงพร้อมนะ” เสี่ยวลู่ไม่กล้าทำตัวยืดยาด หลังจากเพื่อนทั้งสองคนพยักหน้าเธอก็วิ่งออกไปพร้อมกับดาบ หยุนเออร์ที่มีสีหน้าลังเลในตอนแรกเริ่มเคลื่อนไหว วิ่งเข้าไปในธนาคารด้วยตัวคนเดียว
มู่เฉินไม่คิดเข้าไปช่วยเหลือ จากที่เขาสังเกตคนกลุ่มนี้ไม่ใช่โจร ดูเหมือนจะเป็กลุ่มผู้รอดชีวิตจากโรงเรียนมัธยมปลาย มันเป็เื่ปกติที่มีให้เห็นทั่วไปในวันโลกาวินาศ คนที่แข็งแกร่งมักจะปรากฏตัวเสมอโดยไม่คำนึงถึงอายุ
ไม่นานหยุนเออร์ก็ออกมาจากธนาคารพร้อมกับพี่สาว และนอกจากนั้นยังมีคนอื่นๆ วิ่งตามมาด้วย
“เดี๋ยวสิหยุนเออร์พวกเขาเป็ใครกัน” ไต้ลุงที่ปกป้องประตูรถบัสโรงเรียนะโถาม
“เอ่อ...” หยุนเออร์ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร คนพวกนี้พอรู้ว่าเธอมาพร้อมรถบัสก็วิ่งตามออกมาด้วยทันที
“หลีกทางสิโว้ย! ไอ้พวกเด็กนักเรียนอย่ามาเกะกะ รู้หรือเปล่าว่าฉันเป็ใคร”
“รีบปล่อยให้เราเข้าไปในรถบัส หลีกทางเร็วๆ สิวะ!”
ไต้ลุงหันไปมองเสี่ยวลู่ที่กำลังเผชิญหน้ากับซอมบี้คนเดียว เขาไม่สามารถสู้กับกลุ่มผู้สูงอายุตรงหน้าได้ ด้วยจำนวนคนที่ต่างกันไต้ลุงและเว่ยเว่ยจึงต้องปล่อยให้พวกเขาขึ้นรถไป
เสี่ยวลู่สังเกตเห็นเื่ราวทุกอย่างแต่ไม่สามารถออกไปจากสถานการณ์ตรงนี้ได้
หลังจากใช้เวลาจัดการกับซอมบี้ตัวที่สิบเธอก็รู้สึกหมดแรง รีบวิ่งกลับไปที่ประตูรถบัสโรงเรียน แต่ดูเหมือนก่อนที่เธอจะไปถึงประตูรถบัสก็ปิดจากด้านใน ทิ้งให้เธอต้องอยู่ข้างนอกพร้อมกับไต้ลุงและเว่ยเว่ย
“เดี๋ยวสิทำอะไรของคุณน่ะ เพื่อนของฉันยังไม่ได้กลับขึ้นมาเลยนะ” หยุนเออร์มองไปที่ชายวัยกลางคนด้วยความไม่เต็มใจ
“เราไม่มีทางเลือก ดูสิซอมบี้กำลังวิ่งเข้ามาหากเราไม่ใช้โอกาสนี้หนีก็จะไม่มีโอกาสอีก นอกจากนั้นพวกข้างนอกจะช่วยดึงดูดความสนใจของซอมบี้ เอาล่ะรีบออกไปได้แล้ว”
“แต่ว่า...” หยุนเออร์อยากจะเกลี้ยกล่อมทุกคน แต่ดูเหมือนพวกเขาจะไม่สนใจชีวิตของเสี่ยวลู่เลย รวมถึงอาจารย์เพื่อนในโรงเรียน และพี่สาวที่เธออุตส่าห์มาช่วย
รถบัสโรงเรียนวิ่งฝ่าซอมบี้ออกไปแล้ว
เสี่ยวลู่และอีกสองคนเริ่มหนีไปที่อื่น พวกเขาไม่สามารถซ่อนตัวในธนาคารเกาลูนได้เพราะประตูเพิ่งถูกรถชนพัง
มู่เฉินเดินออกมาจากที่ซ่อน ั้แ่ต้นจนจบเขาไม่ได้สอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว ความโหดร้ายในวันโลกาวินาศเขาได้เห็นมาเยอะ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่เห็นคนถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพื่อเป็เหยื่อล่อ
..........
มู่เฉินจัดการกับธนาคารหลายแห่ง รู้สึกตัวอีกทีก็เป็เวลาสี่โมงเย็นแล้ว เขาต้องรีบกลับไปที่หลุมหลบภัย ทำอาหารกับดาราฮอลลีวูด แต่ก่อนหน้านั้นจำเป็ต้องแวะไปโรงแรมิชุน
ระหว่างทานอาหารมู่เฉินเคยถามสกาเล็ต คอนเนลลี่ว่าเธอพักอยู่ที่ไหน หลังจากรู้ว่าเป็โรงแรมิชุนเขาจึงตัดสินใจแวะเข้าไปเอาเสื้อผ้าของเธอ ต้องรู้ว่าตอนนี้สกาเล็ตสวมเสื้อกีฬาของมู่เฉินและเขาไม่มีชุดผู้หญิงในบ้านยกเว้นชุดพยาบาลคอสเพลย์ ดังนั้นมันจึงไม่สะดวก จะดีกว่าที่เธอมีเสื้อผ้าและชุดชั้นในของตัวเองใส่
โรงแรมิชุนเป็โรงแรมห้าดาวในเมืองปิงอัน ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่พิเศษระดับไฮเอนด์
ฟอลคอนเริ่มสแกนซอมบี้ข้างในตัวอาคาร “มาสเตอร์ แต่ละชั้นมีซอมบี้และผู้รอดชีวิตติดอยู่ในห้อง ลิฟต์ยังสามารถใช้การได้แต่ข้างในมีซอมบี้อยู่สามตัว”
“เข้าใจแล้ว งั้นมาเดินทางด้วยลิฟต์กันเถอะ” มู่เฉินสั่งให้ฟอลคอนกดลิฟต์และรอเงียบๆ ไม่นานประตูลิฟท์ก็เปิดออก มีซอมบี้อยู่ข้างในสามตัว พอเห็นว่าประตูลิฟต์ถูกเปิดจึงพร้อมใจกันวิ่งใส่มู่เฉิน
ฉากดังกล่าวไม่ทำให้เขาตื่นตระหนก คราวนี้ไม่ได้ใช้ปืนพกแต่เลือกที่จะเตะด้วยความเร็วแสงแล้วขึ้นไปชั้นบน เป็ไปได้ว่าเมื่อก่อนมีซอมบี้เยอะกว่านี้ในลิฟต์และถูกดึงดูดออกไปด้วยคนที่กดลิฟต์ ดังนั้นมันจึงเหลือเพียง 3 ตัว
ใช้เวลาไม่นานลิฟต์มาถึงชั้น 40
มู่เฉินก้าวขาออกจากประตูและถูกทักทายด้วยซอมบี้กว่าหนึ่งโหล
เขาไม่ได้เลือกที่จะเตะเหมือนครั้งก่อนเพราะกลัวว่าโครงสร้างของอาคารจะถูกทำลาย นอกจากนั้นแต่ละห้องยังมีผู้รอดชีวิตซ่อนอยู่ ถึงเขาจะไม่ช่วยเหลือใครแต่ใช่ว่าจะไร้ความปราณีถึงขนาดนั้น
จัดการซอมบี้เสร็จมู่เฉินทำลายที่ล็อกประตูและเข้าไปในห้องของสกาเล็ต คอนเนลลี่ได้ง่ายๆ แต่ว่าเขาต้องผงะเมื่อเห็นหญิงสาวผมบลอนด์คนหนึ่งซ่อนตัวอยู่ข้างใน เธอสวมชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงยีนส์ ถือที่แขวนเสื้อราวกับป้องกันตัวเองจากคนแปลกหน้า
แต่สิ่งเหล่านี้ไม่สำคัญ ที่ทำให้เขาตะลึงคือเธอเป็นางเอกในภาพยนตร์ Z-MEN จักรวาลมาเวส ฟีนิกซ์คลั่ง โซฟี เรนเนอร์