ณ ค่ายทหารบ้านบึงสาน ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ทหาราเ็และล้มตายหลายคน ทางกองบัญชาการกลาง ส่งเฮลิคอปเตอร์ มารับคนเจ็บไปรักษาที่กรุงเวียงจันทน์ ส่วนศพทหารและเชลยที่เสียชีวิต ถูกนำไปทำพิธีเผาตามประเพณีชาวพุทธ เพราะจะต้องนำกระดูกกลับประเทศ
ผู้กองเชอร์วี่ ได้รับาเ็ที่ศีรษะไม่มาก เขายืนก้มหน้าอยู่ริมฝั่งโขง ปลงกับทุกอย่าง ต้องยอมรับให้ได้ว่า เื่ที่เกิดขึ้นคือเื่จริง ไม่ไช่ความฝัน เขารู้สึกสูญเสีย จิตใจวูบไหวกับความว่างเปล่า นี่คือา ไม่ว่าแพ้หรือชนะ ก็มีแต่ความสูญเสียทั้งสองฝ่าย
ผู้กองเชอร์วี่คิดไว้แล้วว่า มณฑา์จะต้องพาผู้ลี้ภัยหนีแน่นอน ป่านนี้เธอจะไปอยู่ไหน เขาเริ่มเป็ห่วงเธอ เธอคงหนีไปได้ไม่ไกลนัก เพราะตอนนี้ชายแดนไทยลาวปิด ห้ามคนข้ามฝั่ง ถ้าคนไทยลักลอบข้ามไปฝั่งลาว ก็จะถือว่าเป็ต่างด้าวหนีเข้าเมือง ่าห้ามมีการติดต่อออกนอกประเทศเป็อันขาด คนอย่างมณฑา์อาจจะไม่กลัว เธอชอบฝ่าฝืนกฎเสมอ เขาคิด
ผู้กองเชอร์วี่ ส่งรายงานความเสียหาย ไปยังกองบัญชาการกลางเวียงจันทน์ ขอเบิกอาวุธและยุทธปัจจัยอื่นๆ ในการทำาเพิ่มเติม เขาได้รับคำสั่งให้ซ่อมแซมค่ายใหม่ ให้เสร็จภายในสามวัน เขาแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน เพราะทหารคนอื่นทำงานทั้งวันทั้งคืน เร่งมือให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด เหตุการณ์ฐานทัพบ้านบึงสานถูกโจมตีจะถูกปิดเป็ความลับ จะไม่มีรายงานความเสียหาย ออกไปให้ทางฐานทัพฝรั่งเศสประเทศอื่นรู้ เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้งในการขยายอาณานิคม การโจมตีครั้งนี้ทุกคนคิดว่า เป็ฝีมือของพวกเวียดมินห์ เวียดนามเหนือ หน่วยย่อยเดียนเบียนฟู เพราะเป็การโจมตีโดยเครื่องบินโจมตีวอจ์ต คอร์แซร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนอาวุธาจากสหภาพโซเวียต
สามวันผ่านไป ค่ายทหารเหมือนถูกเนรมิตขึ้นใหม่ ทหารแยกย้ายกันไปพักผ่อน ด้วยความเมื่อยล้า เพราะในค่ายไม่มีเชลยและผู้ลี้ภัยอีกแล้ว มีทหารย้ายมาใหม่หลายคน ่เย็นมีงานเลี้ยงเล็กๆฉลองค่ายใหม่ จ่าปิแอร์และจ่าเจ็ท นั่งดื่มไวน์ที่หน้าค่าย ทั้งสองคุยกันเสียงดัง หัวเราะชอบใจที่วันนี้ได้ดื่ม นานมากที่ไม่มีการฉลองเกิดขึ้น ั้แ่วันคริสมาสต์ปีที่แล้ว ผู้กองเชอร์วี่เดินไปตัก สเต็กเนื้อแล้วเดินมานั่งร่วมวงด้วย จ่าปิแอร์เริ่มเมา จึงถามขึ้นเป็ภาษาฝรั่งเศส
“ผู้กอง ตูแนม เดอ แวง บลอง” แปลว่า ผู้กองชอบไวน์ขาวมั้ย
ผู้กองเชอร์วี่ มองหน้าจ่าปิแอร์แล้วยิ้ม
“ ขอไวน์ขาวให้ผมขวดหนึ่ง เอาแก้วมา เดี๋ยวผมรินเอง”
ผู้กองเชอร์วี่ เอ่ยขึ้นจ่าปิแอร์และจ่าเจ็ท มองหน้ากันแล้วหัวเราะ
“วัวร์ลา เอาไปเลย เมอร์สิเออร์ เชอร์วี่ ดื่มให้เมาไปเลยคืนนี้ เดี๋ยวจ่าปิแอร์คนนี้แหละ จะเมาให้ดู เมาให้ลืมชีวิตบัดซบ”
จ่าปิแอร์เริ่มเมา เสียงดังผู้กองเชอร์วี่ ชนแก้วกับจ่าปิแอร์ ได้แต่นั่งฟังจ่าพูดถึงเื่ส่วนตัว ทหารคนอื่นๆก็นั่งดื่มและร้องเพลงอย่างสนุกสนาน
“ผู้กอง ถ้าผมตายนะ ฝากไปบอกแม่ผมและโซฟี ว่า ผมขอโทษ ที่หนีการแต่งงานกับโซฟี มาเป็ทหาร ผมหนีมา ในวันที่เรากำลังจะเข้าโบสถ์ ผมรักเธอ วันนั้นกองทัพเรียกผมเข้าประจำการด่วน ผมเลยยังไม่เข้าพิธีแต่งงาน ถ้าผมตาย ผมกลัวว่าเธอจะเป็หม้าย ดูสิ ผมยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อชาติ เพราะผมเป็ทหารที่ดีใช่มั้ย ผู้กองตอบผมสิ”
จ่าปิแอร์เล่าแล้วเขาก็สะอื้นเบาๆ ผู้กองเชอร์วี่ ตบไหล่จ่าปิแอร์ เบาๆปลอบใจ
“จ่า สบายใจได้ อย่าคิดอะไรตอนนี้เลย อนาคตมันยังมาไม่ถึง ชีวิตคนเรามันสั้นนัก ผมกับคุณไม่รู้ใคร ที่จะได้กลับบ้าน ถ้าผมตาย หากคุณได้กลับบ้าน ให้คุณไปบอกพ่อผม ว่าผมเป็ทหารที่ดีอย่างที่พ่อ้าไม่ได้ ผมแหกกฎเก่าๆเมื่อถึงคราวจำเป็เพราะโฉมหน้าของามันเปลี่ยนไปได้ตลอดเวลา”
ผู้กองเชอร์วี่ พูดด้วยน้ำเสียงขมขื่น เหมือนคนที่กำลังจะสูญเสีย หน้าตาเครียดขึ้นมาอีก แล้วยกไวน์ดื่ม
ทั้งสามคนกอดคอกัน ดื่มไวน์ต่อ หมดไปหลายขวด ทหารคนอื่นเมากันหมด แล้วแยกย้ายกลับไปพักผ่อน หลังจากส่งจ่าปิแอร์และจ่าเจ็ทเข้านอน ผู้กองเชอร์วี่ เดินมาถึงที่พักอย่างเงียบๆ คืนนี้เขาดื่มแต่ไม่ได้เมา ในใจเขาสับสน เป็ห่วงมณฑา์ เขาอยากเจอเธออีกครั้ง ขอเพียงแค่ได้รู้ว่าเธอมีชีวิตอยู่เท่านั้นก็พอ พยายามไม่คิดอะไรมากเพราะคิดไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเธอก็คงจะคิดหนีเขาตลอดไป
ผู้กองเชอร์วี่ เดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน หยิบปากกากับสมุดบันทึกขึ้นมา คิดว่าจะเขียนบันทึกชีวิตของเขาไว้สักเื่ เมื่อเขายังมีลมหายใจ ถ้าหากเขาตาย คนที่อยู่ข้างหลัง ก็จะได้รับรู้ถึงความรู้สึกและชีวิตใน่าของเขา เขาไม่อยากให้ความรู้สึกของตัวเอง ดับสูญไปกับความตาย คนแรกที่เขาจะเขียนถึงคือพ่อ อยากส่งจดหมาย แต่ยามาทุกอย่างลำบาก เขาเริ่มระบายความรู้สึกลงในกระดาษ เขากับพ่อชอบปากแข็ง พ่อไม่เคยบอกว่ารักเขา แต่พ่อดูแลครอบครัวอย่างดีมาตลอด สมัยเป็เด็ก พ่อชอบว่าเขาบ่อยๆ เพราะเขาชอบเอาความคิดของตัวเองเป็ใหญ่ พ่อสอนให้ลูกทุกคนเข้มแข็ง อดทน เพราะเป็ลูกทหาร
***“พ่อครับ พ่อคงได้ข่าวทางกองทัพฝรั่งเศส ยึดอินโดจีนได้หมดแล้ว การกลับมาเยือนลาวอีกครั้ง หน่วยเซฟิโอ เรามีฐานที่มั่นส่วนใหญ่อยู่ในลาว ส่วนหน่วยโกโน่ยึดเดียนเบียนฟู เวียดนามเหนือเป็ที่ตั้งฐานที่มั่น ได้แก่ กาบริแอล,เบอาทรีซ, กลอดีน, ดอมีนีก, เอลียาน, อูแก็ตต์ ผมไม่ได้ยินดีกับภารกิจนี้เลย แต่ก็ต้องทำเพื่อชาติ ผมไม่ได้เหยียบแผ่นดินตองอู แต่ได้เหยียบแผ่นดินล้านช้าง อย่างที่ไม่ได้ตั้งใจ ตอนนี้ ลาวตกอยู่ภายใต้การยึดครองของฝรั่งเศสอย่างเต็มตัว เราบุกยึดพม่าไม่ได้ เพราะเป็เขตยึดครองของพวกอองแกส ผมรู้เสมอว่าการที่เป็ผู้ยึดครองที่แท้จริง ไม่ได้ ทำให้ยิ่งใหญ่ และเป็ผู้ชนะ คนที่นี่ต่อต้าน เขามองเราเป็กองโจรกลุ่มใหญ่ ซึ่งใช้อำนาจมาปล้นประเทศเล็กๆ มีผู้คนล้มตายมากมาย ถ้าผมเลือกได้ ผมอยากจะออกไปจากที่นี่ ให้เร็วที่สุด อยากจะคืนประเทศให้เ้าของ การที่มาอยู่แผ่นดินคนอื่น มันเหมือนตัวเราเป็กาฝาก ที่ไม่มีต้นไม้เกาะ ถ้าผมยังมีลมหายใจกลับบ้าน ผมมีเื่จะเล่าให้พ่อฟังมากมาย ผมกับพ่ออาจจะมีชะตาชีวิตเหมือนกัน มีอย่างหนึ่งที่ผมกลัว กลัวว่าผม จะทำไม่ได้เหมือนพ่อ คือผม อาจจะเป็ทหารที่ดีอย่างพ่อไม่ได้ คืนนี้เรามีงานเลี้ยง หลายคนดื่มจนเมา แต่ผมยังมีสติ ทหารจะต้องมีสติและระวังตัวตลอดเวลา ผมกำลังจะนอน คืนนี้ขอให้พ่อฝันดี
ผมรักพ่อ ราตรีสวัสดิ์ครับ'
เชอร์วี่
เขียนที่ค่ายบึงสาน เมืองหนองบก ท่าแขก ประเทศลาว 29 มีนาคม 2489 03.45 น.***
เขาเก็บสมุดบันทึก แล้วค่อยๆเอนตัวลงนอนบนเตียงไม้ไผ่ที่ไร้ฟูก แล้วเผลอหลับไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์