จวดจนั้แ่เช้ายันเย็นหนึ่งฤทัยก็ไม่ได้ตอบกลับมาอีกทั้งยังทิ้งให้ธัญยืนเคว้งรออยู่ในมหาลัยจนยามเกือบปิดประตูทางออกจนต้องออกไปนั่งข้ามป้อมยามกับคุณน้าที่ป้อมแทน
“พี่ชายวันนี้มาสายเนอะไอ้หนุ่ม”คุณน้าที่ป้อมยามเอ่ยปากชวนคุยเพราะจำได้ว่ามักจะมารออยู่ที่ตรงนี้เป็ประจำคนมารัเป็เด็กหนุ่มดูสุขุมและอ่อนโยนมักจะซื้อของมาฝากอยู่เสมอเลยทำให้จำได้ไม่ยาก
“ครับ”ทางธัญเองก็ตอบเพียงแค่ตามมารยาทเท่านั้นเขาไม่ได้สนใจที่จะแยแสคนรอบตัวเท่าไหร่นัก ขนาดเพื่อนอย่างอาร์มเองก็พูดอยู่บ่อยๆว่าให้หัดยิ้มทักทายคนอื่นก่อนเสียบ้าง
ก็มันไม่ได้จำเป็ซักหน่อยนี่ทำไมจะต้องทำล่ะ
เื่ยิ้มน่ะแค่ยิ้มให้น้ำหนึ่งคนเดียวก็พอแล้ว
จากนั้นไม่นานรถคันหรูราคาเหยียบแสนล้านก็จอดเทียบตรงหน้าท่ามกลางความตกตะลึงของคุณน้าเฝ้ายามธัญยิ้มั้แ่ที่เห็นรถเลี้ยวเข้ามาลุกขึ้นยืนจัดระเยียบตัวเองให้เรียบร้อยเพื่อที่จะไม่ต้องโดนดุ
“ไปละครับน้า”ถึงอย่างนั้นก็ไม่ลืมสิ่งที่น้ำหนึ่งพร่ำสอนมาอย่างดีคือการยิ้มไหว้ทักทายเป็ แม้จะตัดส่วนยิ้มออกก็เถอะ
หนึ่งเอื้อมมือมาลูบหัวของธัญเบาๆทันทีที่อีกฝ่ายแทรกตัวเข้ามานั่งในรถพร้อมกับเอ่ยถามถึงเื่ราวระหว่างวัน
“เรียนวันนี้เป็ไงบ้าง? มีตรงไหนไม่เข้าใจไหม”
“มีนิดหน่อยครับพี่หนึ่งจะช่วยดูให้ผมได้ไหม”เขากล่าวตอบทันทีแล้วเอื้อมมือไปวางกระเป๋าข้างหลังรถก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับคนข้างๆ
“โอเคครับเด็กดีแต่เดี๋ยวกลับบ้านเราไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนนะครับคุณท่านเขาเพิ่งบินกลับมาจากเยอรมันนัดทานข้าวไว้ ท่านว่าอยากเจอน่ะ ”
“แล้วพี่หนึ่งจะไปไหมครับ”ไม่วายถามหาว่าอีกคนจะไปด้วยรึเปล่าถ้าคำตอบเป็ไม่ไปมีหวัวธัญไม่ยอมไปแน่ๆเื่นี้เป็เื่ที่ใครๆก็ต่างรู้ดีว่าตรงไหนมีหนึ่งตรงนั้นมีธัญอย่าหวังเลยว่าจะมีโอกาสได้เห็นธัญหรือน้ำหนึ่งอยู่คะที่กัน
“ไปสิครับก็พี่เป็ผู้ปกครองเรานี่นา แล้วก็เราน่ะ ต้องทำตัวดีๆ นะรู้ไหมครับ?”ชายหนุ่มวัย 28 ปีกล่าวอย่างนอบน้อมพร้อมแฝงความสนิทสนมลงปพร้อมๆกันสนทนาที่ดูเหมือนจะเรียบเฉยแต่คนที่ยิ้มพร้อมพูดจ้อเื่ในมหาลัยไม่หยุดก็เป็ตัวธัญเอง
หลังจากหมดเื่คุยกันแล้วทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบที่ได้ยินแต่เสียงรถและแอร์เย็นอีกฝ่ายตั้งใจขับรถมากเสียจนไม่ได้สังเกตว่ามีคนข้างๆกำลังมองและแอบยิ้มอยู่คนเดียวในใจ
ธัญไม่รู้ว่าความรู้สึกเหล่านี้คืออะไรเหมือนกันแต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ในทุกๆวันจะชอบแอบมองอยู่ข้างเดียวแบบนี้ สำหรับเขาแล้วใบหน้าข้างๆของหนึ่งดูดีที่สุด แต่มองหน้าตรงๆดูดีกว่าไม่ว่าจะแบบไหนก็ดูจะดีไปหมดสำหรับธัญ
ริมฝีปากเล็กๆที่มักจะบ่นพึมพำอยู่เสมอเวลาขับรถดูรวมๆแล้วน่ารักเสียเหลือเกิรชน
เวลาเกินกว่าสิบปีที่เขาได้ใช้เวลาอยู่กับหนึ่งแทนคุณพ่อคุณแม่นักธุรกิจทุกอย่างเป็ไปได้ด้วยดีเลยทีเดียว เขาจะในตอนเด็กหรือตอนนี้ก็รู้สึกชอบผู้ชายที่ชื่อน้ำหนึ่งหนึ่งฤทัยที่สุด แม้วิธีการเลี้ยงดูของอีกฝ่ายจะเน้นไปทางทำให้กลัวจนจำก็เถอะแต่ตอนที่ทำตัวดีเป็เด็กเรียบร้อย อีกฝ่ายเองก็จะใจดีกับเขาเช่นกัน
นั่นจึงทำให้นิสัยถูกดัดได้ไม่ยากเลยสำหรับหนึ่งฤทัย
“มัดดีๆ”หนึ่งกล่าวพร้อมขยับเข้ามาใกล้เพื่อผูกเนคไทให้กับธัญวลัย
ตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนอยู่ในข่วงเตรียมตัวกำลังออกไปรับประทานอาหารเย็นกับคุณพ่อและคุณแม่ธัญที่ไม่ค่อยได้แต่งตัวตามทางพิธีการบ่อยครั้งนักยอมรับเลยได้หนึ่งบรรจงมัดเนคไทสีทึบเข้ากันได้ดีกับสีสูท เขายิ้มออกมาอย่งภาคภูมิใจหลังผูกให้จนเสร็จเรียร้อยสวยงาม
“เอ้า เสร็จแล้วพร้อมไปรึยัง?”รอยยิ้มหวานส่งมาให้บ่งบอกว่าภาคภูมิใจแค่ไหนที่ได้เห็นเด็กตัวเล็กในวันนั้นเติบโตเป็ผู้ใหญ่ในวันนี้
ตัวเล็กที่เคยสูงแค่เอวตอนนี้กลับสูงเลยเขาไปไกลซะแล้ว
เพราะไม่ทันระวังพอเงยหน้าขึ้นไปก็พบใบหน้าหล่อที่ก้มลงมาพอดีเต็มหนึ่งใจนเผลอขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าวธัญเองก็ใเช่นกันคิดว่าคนพี่จะล้มก็รีบคว้าเอวเกี่ยวเข้ามาใกล้
กลายเป็ว่าตอนนี้ทั้งคู่ตกอยู่ในสถานการณ์คืนไม่เข้าคายไม่ออกบรรยากาศนิ่งเงียบไปพักนึงก่อนที่ฝ่ายของหนึ่งจะเป็คนเปิดประเด็นขึ้นมา
“ปะ.. ไปกันเถอะปล่อยให้คุณน้ารอนานแล้วมั้ง”เขาว่าพลางค่อยๆเขยิบตัวออกมาแบบเนียนๆนึกโทษตัวเองอยู่ในใจที่เผลอไผลไปจนหัวใจเต้นผิดจังหวะกับเด็กที่ตนเองเลี้ยงดูมา
พอได้มองดูใกล้ๆแล้วก็เลยรู้ว่าอีกฝ่ายโตมาหน้าตาดีอยู่ไม่เบาเลยทีเดียว
ถึงหนึ่งจะไม่เคยบอกใครมาก่อนแต่ว่าหนึ่งเป็เกย์ พอรู้สึกตัวอีกทีก็ตกหลุมรักผู้ชายด้วยกันเข้าซะแล้วแม้จนถึงตอนนี้จะยังไม่เคยมีความรักเลยสักครั้งแต่เขาก็แอยวาดฝันไว้ว่าจะได้เจอกัยผู้ชายดีๆที่พร้อมจะจับมือกันไปตลอดชีวิต
อาจจะดูเพ้อเจ้อแต่การที่เรามีฝันก็ใช่ว่าจะผิดเสียหน่อย
บรรยากาศการรับประทานอาหารเป็ไปได้ด้วยดีไม่มีอะไรติดขัดแม้น้ำหนึ่งจะไม่ได้ใข้นามสกุลเดียวกันกับธัญวลัยแต่พวกเขาก็ต้อนรับและเอาอกเอาใจเป็อย่างดี
เพราะอย่างแรกเลยคือน้ำหนึ่งเป็คนฉลาด รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ นั่นทำให้ถูกรักโดนคุณพ่อและคุณแม่ของธัญได้ไม่ยากเผลอๆกลายเป็ว่ารักน้ำหนึ่งมากกว่าลูกแท้ๆของตนเองเสียอีก
“อร่อยไหมจ๊ะ ?”เสียงหวานนุ่มหูแม้อายุจะมากจนเกินวัยทองไปเสียแล้วแต่สิ่งที่เธอมีมาตลอดก็คือจิตใจอันดีงามและรอยยิ้มอ่อนโยนประดับประดาบนใบหน้าอยู่แทบจะตลอดเวลา
คุณนายแก้วกริฏรันตร์ สุภาวกุลนนท์ ภรรยาขอวนายศักดินาและยังเป็แม่ของธัญวลัยทายาทเ้าของกุลนนท์คอเปอเรชั่นที่เป็ใครใครก็ต้องรู้จัก
ความใจดีของเธอทำให้เป็ข่าวด้านการกุศลบ่อยครั้งและยังไม่มีวี่แววว่าจะลดลง
“อร่อยมากเลยครับคุณน้าขอบคุณนะครับที่ชวนผมมาด้วย”น้ำหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเจียวจาวเธอเองก็เป็อีกคนที่ดูแลน้ำหนึ่งเป็อย่างดีรวมถึงการดูแลทุนการศึกษาจนหนึ่งเรียนจบปริญญาตรีสองใบและปริญญาเอกและโทอีกอย่างละใบสำหรับแก้วแล้วหนึ่วก็เปรียบเสมือนลูกอีกคนหนึ่งที่ต้องให้ความรักและการดูแลเอาใจใส่
“แหม.. แบบนั้นก็ดีแล้วล่ะจ้ะธัญ อร่อยไหมลูก ?”แต่แน่นอนว่าเธอก็ยังคงไม่คิดทิ้งลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนเองแต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้รับรู้ถึงความใจดีนั้นเท่าไหร่นัก
“อร่อยครับ”
“ตอบคุณน้าเขาดีๆหน่อยสิ”สุดท้ายก็โดนหนึ่งเอ็ดเข้าเพราะน้ำเสียงและวิธีการตอบแบบส่งๆของธัญแม้เ้าตัวจะแอบทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อยแต่เพราะอยู่ต่อหน้าน้ำหนึ่งก็เลยแสดงอาการไม่ได้มากนัก
“ไม่เป็อะไรหรอกจ้ะเ้าธัญก็เป็แบบนี้แหละเนอะคุณ”แก้วเธอรู้อยู่แล้วว่าเ้าธัญมักจะยอมอ่อนโอนให้เพียงแค่น้ำหนึ่งเท่านั้นแต่ก็ว่าอะไรไม่ได้เพราะทั้วตัของเธอและคุณศักดิ์ไม่ได้มีเวลามากพอที่จะมาดูแลให้เด็กดื้อคนนี้โตขึ้นมาเป็ผู้ชายที่ดี
ทั้งนี้ทั้งนั้นกลับต้อวขอบคุณมากกว่าที่์ประทานหนึ่งฤทัยลงมาให้คอยจัดการชีวิตความเป็อยู่ของธัญวลัยแบบนี้
“มนุษยสัมพันธ์ไม่ดีแบบนี้ไม่ได้นะเ้าธัญอีกอย่าง วันศุกร์หน้าพ่อนัดน้องเกลว ลูกชายคุณกฤษดาไว้เราก็ต้องทำตัวดีๆเข้าใจไหม ?”ผู้เป็พ่อกล่าวพร้อมถอนหายใจขณะที่สายตาไม่ได้มองผู้เป็ลูกเลยแม้แต่น้อย
แม้เขาจะรู้ว่าไอ้ระบบคร่ำครืดอย่างการจับคลุมถุงชนนี่ควรจะล้มหายตายจากไปได้แล้วก็ตามแต่จุดประสงค์จริงๆนั่นไม่ได้คาดหวังให้ถึงขั้นแต่งงานกันหรอกเพียงรู้จักกันและดูแลช่วยเหลือกันด้านการงานในอนาคตก็เพียงพอ
หากแต่คิดจะชอบพอถึงขั้นดองกันได้ก็ถือเป็กำไรอย่างงาม
แต่ยังไงเขาก็รู้ดีอยู่แล้วว่าคนอย่าวเ้าธัญน่ะไม่ยอมแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักหรอก
“พ่อผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เลิกจับคู่ผมกับน้องเกลว”เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พ่อพยายามจะทำอะไรแบบนี้แม้ใจนึงเขาจะรู้ดีว่าต้องผูกสัมพันธ์เพื่อทางธุรกิจแต่ยังไงเขาก็ไม่อยากสร้างความสัมพันธ์ปลอมๆอยู่ดี
เพราะมีแค่น้ำหนึ่งก็พอแล้วนี่นา
“แล้วมันจะเสียหายอะไรในเมื่อแกก็ไม่ได้มีใคร น้องเขาก็ยังไม่มีใครเป็ผู้หญิงที่เพรียบพร้อมเหมาะสมกันดีออก”
“แม่..”เมื่อเห็นว่าพ่อดูจะไม่ฟังก็เริ่มหาตัวช่วยอื่นรองลงมา
“แม่รู้ว่าเราไม่ชอบนะจ้ะ..แต่ว่าแม่เองก็ปฏิเสธพ่อเขาไม่ได้ อย่างน้อยก็ลองดูอีกซักครั้งเถอะนะ?”กลับกลายเป็ว่าแม่ของเขาก็เห็นดีเห็นงามไปด้วยจะไปว่าก็ไม่ได้เพราะมันเป็เื่ของธุรกิจ
“พี่หนึ่ง..”ตอนนี้หนึ่งเป็เหมือนตัวเลือกสุดท้ายของเขาและเขาหวังไว้อย่างสูงว่าอีกฝ่ายจะยอมช่วยไกลเกลี่ยให้แต่ดูเหมือนว่าจะคิดผิด
น้ำหนึ่งหันมาสบตาอย่างพอดิบพอดีและส่งสัญญาณเป็เชิงให้ไว้ใจเขาได้เลย
“ได้เลยครับคุณน้าวันไหนครับผมจะไปรับส่งให้เอง”
“พี่หนึ่ง !”
“ไม่เห็นเป็อะไรเลยก็แค่ไปทานข้าวด้วยกันกับน้องเขาแค่นั้นเองยังไงคุณน้าก็นัดไว้แล้วถ้าเราไม่ไปมันจะเป็การเสียมารยาทนะ ?”ธัญถอนหายใจให้กับคำตอบของน้ำหนึ่งแต่ในเมืออีกฝ่ายเป็คนเอ่ยปากพูดขึ้นมาเขาก็ไม่รู้จะไปขัดใจได้อย่างไร
น่าแปลกนักที่ทุกๆคำพูดของน้ำหนึ่งดูจะเปลี่ยนใจของธัญวลัยได้อย่ามหัศจรรย์
ทั้งแก้วและศักดิ์เองก็ต่างพากันคิดในใจว่าเ้าธัญของพวกเขาคงจะชอบน้ำหนึ่งอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวการฝากความหวังให้หนึ่งเป็คนดูแลธัญวลัยคงจะไม่ใช่เื่ยากอีกต่อไป
สรุปสุดท้ายแล้ววันนั้นก็จัดแจงนัดแนะกันอย่างเรียบร้อยด้วยการประสารงานโดยหนึ่งฤทัยอรุณภักดี ปัจจุบันได้ทำงานเป็ผู้ประสานงานระหว่างธัญวลัย กุลนนท์และพ่อแม่ของเขา