คาเมเลียสถึงกับมีสีหน้าที่แปรเปลี่ยนไปชั่ววูบ เมื่อได้ยินคำพูดที่เป็เชิงดูิ่อาวุธของเธอ แต่แล้วเธอก็รีบดึงสีหน้ากลับมาเป็ยิ้มเยาะและยังแฝงไว้ด้วยความอำมหิตในรอยยิ้มเหมือนเดิม
"ท่านผู้เป็เ้าของธนูมรกต" นางเอ่ยขึ้น " ผู้ที่สามารถยิงธนูได้สี่ห้าดอกในเวลาเดียวกันได้โดยไม่พลาดเป้า วันนี้ข้ารู้สึกดีใจเหลือเกิน ที่กำลังจะได้ท่านมาเป็เพื่อนเล่นแก้เหงาให้กับข้าสักชั่วครู่... อาวุธของข้านั้น อาจจะไม่ได้อยู่ในทำเนียบยอดศาตราชั้นสูงเยี่ยงธนูมรกตของท่าน แต่ข้าก็ยังหวังว่าท่านจะไม่มองข้ามฝีมือของผู้ที่ใช้อาวุธธรรมดาๆ นั้นไปอย่างสิ้นเชิงกระมัง เพราะจะอย่างไรแล้ว ต่อให้อาวุธนั้นจะเป็ยอดศาตราชั้นสูงอย่างไร แต่ถ้าหากผู้ใช้หรือผู้ที่เป็เ้าของมีฝีมือที่ไม่ได้อยู่ในขั้นสูงเยี่ยมจนถึงที่สุดแล้ว ก็อาจจะมีวันที่จะพ่ายแพ้ต่อผู้ที่มีอาวุธธรรมดาๆ แต่อาจกลับมีฝีมืออยู่ในขั้นเหนือชั้นกว่าก็เป็ได้นะ..."
เมธานอสเมื่อได้ยินคำพูดของคาเมเลียสแบบนี้ ก็ถึงกับลอบชมเชยนางในใจ ที่นางกลับรู้จักใช้วาทะศิลป์ได้คมคายอย่างคาดไม่ถึง ในใจตอนนี้ ถึงกับคลายอารมณ์จากความหงุดหงิดที่นางได้สร้างให้กับเขามาก่อนหน้านี้ลงไปบ้าง และเขาเองนั้นก็อยากจะรู้เหลือเกินว่า ระหว่างยอดมือธนูที่มีฉายาว่า จ้าวธนูห้ามรกตคนนี้ กับ คาเมเลียสเทพธิดาทมิฬ ใครกันล่ะที่จะมีชัยในการประมือกันในครั้งนี้
ไม่มีสุ้มเสียงดังมาจากด้านในห้องที่ประตูถูกเปิดแง้มไว้แค่เพียงเล็กน้อยอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วเสียงนั้นก็ได้ตอบกลับมาว่า
"เ้ารู้ไม๊แม่หนูน้อย... ว่าข้านั้นไม่เคยออมมือให้กับสตรีหรือผู้เยาว์มาก่อนหน้านี้เลยทั้งสิ้น หน้าที่ของข้าในตอนนี้ที่จริงแล้วก็คือการหยุดยั้งพวกเ้าไว้ตรงจุดนี้ให้นานที่สุด ในเมื่อเ้าหรือใครก็ตามที่อยากจะพิสูจน์ฝีมือกับข้า ก็ทำได้แค่เพียงบุกฝ่าเข้ามาในนี้เท่านั้น เเละผู้ที่สามารถเอาตัวฝ่าเข้ามา จนสามารถหลุดพ้นออกไปจากห้องนี้ได้ ข้าก็จะถือได้ว่ามันผู้นั้น คือผู้ที่มีชัยเหนือข้าอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากฝ่าข้าไปไม่ได้ มันผู้นั้นก็อาจจะต้องนอนทอดร่างอันไร้ิญญาของตนไว้ภายในห้องนี้ก็เป็ได้ หมดคำพูดของข้าแล้ว ขอเชิญเ้าหรือใครก็ตามจงได้เข้ามาพิสูจน์ฝีมือของตนเองได้..."
มุมปากของคาเมเลียสกลับปรากฏรอยยิ้มอันเยาะหยันขึ้นมาอีกครา ดวงตาของนางบัดนี้ ก็เต็มไปด้วยประกายของความกระหายในการต่อสู้...!
สำหรับนางแล้ว ความตายหาได้มีความน่ากลัวเท่ากับความไร้รสชาติแห่งความหฤหรรษ์ในการได้เห็นโลหิตของคู่ต่อสู้หลั่งไหลออกมาไม่
นางหันไปสบตากับเมธานอส และเมธานอสก็พยักหน้าให้นาง เป็ความหมายให้นางได้ทำตามความพอใจของนางได้ ในใจของเขาได้คิดไว้แล้วว่า คาเมเลียสนั้น เหมือนผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความกำหนัดหื่นกระหายในการที่อยากจะได้เห็นโลหิตของคู่ต่อสู้หลั่งไหลออกมา...
ใช่แล้ว... เขารู้จักสตรีผู้ที่ถือได้ว่าเป็ศิษย์น้องของเขาคนนี้ได้ค่อนข้างดี หากให้นางได้ระบายความกำหนัดแบบนี้ออกไปซะบ้าง ก็อาจจะช่วยให้นางเย็นลงได้ในระดับหนึ่ง...
"จงใช้เวลาให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เวลาของเรามีจำกัด เ้าจงจำไว้ด้วย..." เมธานอสส่งเสียงกำชับเบาๆ ขณะที่นางกำลังก้าวผ่านประตูเข้าไปในห้องนั้น
และเมื่อนางได้เข้ามาอยู่ภายในห้องแล้ว ประตูที่ด้านหลังนางก็ปิดตัวเองโดยอัตโนมัติ นางกวาดตามองภายในห้องก็พบว่าห้องนี้มีความยาวราวสิบห้าเมตร และมีร่างของบุรุษชุดสีเขียวมรกตกำลังยืนตะหง่านอยู่จนเกือบสุดห้อง ในมือของเขาก็ถือคันธนูที่มีสีเขียวมรกตไปทั้งคันเช่นกัน และลักษณะของคันธนูนี้ก็มีความวิจิตรและดูน่าเกรงขาม สมกับเป็หนึ่งในยอดศาตราชิ้นหนึ่งที่มีชื่อเสียงเกรียงไกรไปทั่วทั้งดาราจักรแอนโดรเมด้านี้
และใบหน้าของบุรุษชุดเขียวมรกตผู้นี้ ก็ได้ซ่อนเร้นอยู่ในฮู้ดที่ได้ปกปิดใบหน้าของเขาไปส่วนหนึ่ง แต่คาเมเลียสก็สังเกตุได้เลาๆ ว่า บุรุษผู้เป็เ้าของยอดศาตราชิ้นนี้ น่าจะมีอายุค่อนข้างมากแล้ว
"ชื่อของข้านั้นคือ... คาเมเลียส" นางกล่าวแนะนำตัวเอง "ข้าคิดว่าท่านอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อของผู้เยาว์คนนี้ที่หาได้มีชื่อเสียงเรียงนามก้องหล้าเช่นท่านไม่ หากผู้เยาว์จะจดจำชื่อเสียงของท่านผู้าุโกว่าไม่ผิด ชื่อของท่านจริงๆ ก็คือ 'อินทรณินทร์' ใช่หรือไม่...? "
แล้วดวงตาของบุรุษชุดเขียวนั้นก็เป็ประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง
"ใช่... นั่นคือนามที่แท้จริงของข้า เ้าจงอย่าได้พูดพร่ำอะไรมากมาย จงแสดงฝีมือของเ้าออกมาโดยเร็วเถอะ...! "
มุมปากของคาเมเลียสเผยให้เห็นรอยยิ้มกระหายอยาก ที่จริงนางนั้นไม่ได้้าจะกล่าวมากความอะไรนัก แต่นางเพียง้าคำยืนยันที่แน่นอนว่า บุคคลที่อยู่ตรงหน้านี้ ใช่อินทรณินทร์ผู้มีฉายาว่าจ้าวธนูห้ามรกตที่แท้จริงหรือไม่ บัดนี้คำตอบก็ได้ยืนยันอย่างชัดเจนแล้ว!
ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น เสียงการต่อสู้อันกึกก้องระหว่างบุรุษและสตรีที่ต่างรุ่นต่างวัยกันค่อนข้างมากก็ดังลอดออกมาถึงหน้าห้องที่พวกของเมธานอสได้ยืนลุ้นกันอยู่อย่างใจจดใจจ่อ แม้ว่าพวกเขาจะไม่เห็นการต่อสู้ด้านใน แต่เสียงเ่าั้ก็เพียงพอที่จะให้สร้างมโนภาพถึงการต่อสู้อันระทึกได้อยู่ไม่น้อย...!
ธนูกับดาบ... สองอาวุธที่มีความได้เปรียบเสียเปรียบกันอย่างชัดเจน ธนูเหมาะกับการต่อสู้ระยะไกล และเมื่อมาอยู่ในมือของจ้าวธนูผู้ที่สามารถยิงลูกธนูได้แม่นยำถึงคราวละห้าดอกผู้นี้ ดูแล้วก็น่าจะได้เปรียบคาเมเลียส ผู้ใช้ดาบซึ่งเป็อาวุธ่สั้น
แต่... คาเมเลียสก็ไม่ใช่สตรีธรรมดา นางคือผู้ที่หลงใหลในการต่อสู้มาั้แ่เด็ก ความว่องไวของนางถือได้ว่าเป็ที่สุดคนหนึ่งของบรรดาเหล่าสตรีที่เป็ยอดนักสู้ที่มีปรากฏให้เห็นอยู่เพียงน้อยนิด...!
และถ้าหากว่าลูกธนูนั้นจับเป้าหมายที่เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแล่บของคาเมเลียสได้ไม่ทัน และปล่อยให้นางได้เข้ามาประชิดถึงวงในได้แล้ว ถึงเป็จ้าวธนูห้ามรกตก็เถอะ หากไม่อาจจะแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที ก็อาจจะต้องได้เสียโลหิตและพ่ายแพ้ไปในครั้งนี้อย่างเป็ไปได้เช่นกัน
และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เมธานอสอดเกิดความกระหยิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อยไม่ได้ก็คือ
เขาได้ยินข่าวลือมาก่อนหน้านี้ว่า อินทรณินทร์ผู้มีฉายาว่าจ้าวธนูห้ามรกตผู้นี้ มีอาการป่วยเรื้อรัง และได้หลบเร้นกายมาได้สักพักใหญ่แล้ว หากเื่นี้เป็เื่จริง ความได้เปรียบของคาเมเลียสก็เป็สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไม่ยากเย็นนัก...
แต่แล้ว เสียงกรีดร้องสั้นๆ ของคาเมเลียสก็ดังหลุดออกมาคำหนึ่ง ขณะที่เสียงของการต่อสู้นั้นก็หยุดชงักไปทันที...?!
ความกระหยิ่มที่ซ่อนอยู่ในสีหน้าของเมธานอสบัดนี้ถึงกับเลือนหายไปในทันทีเช่นกัน...
'อะไรกัน... คาเมเลียส แพ้แล้วรึ...?' คำถามนี้ได้เกิดขึ้นมาในใจของเขาทันที
และยังไม่ทันที่เขาจะขบคิดสิ่งใดต่อไป เสียงร้องด้วยความเ็ปของเหล่ากองทหารที่ติดตามเขามา ก็ดังขึ้นมาอย่างโกลาหล!
เมธานอสหันขวับกลับไปทางเื้ั ก็ได้เห็นภาพของเหล่าทหารของเขานั้น ต่างก็ล้มลงลงไปกับพื้นห้องราวกับใบไม้ร่วง...!
ศัตรูลับสามสี่คน บัดนี้ได้ลอบเข้ามาโจมตีกองทหารของเขาอย่างไม่ทันได้ระวัง เพราะพวกกองทหารของเมธานอสทั้งหมดในที่นี้ต่างก็คอยเงี่ยหูฟังการต่อสู้ในห้องข้างหน้ากันอย่างใจจดใจจ่อ จึงทำให้ขาดความระมัดระวังกันไปชั่วขณะหนึ่ง...
แล้วเมธานอสก็ได้เห็นว่า ผู้ที่อยู่ด้านหลังของพลทหารคนหนึ่งที่กำลังค่อยๆ ทรุดร่างลงไปกับพื้นเพราะถูกปาดคอหอยก็คือ บุรุษผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ ผู้เป็รองแม่ทัพหรือรองขุนพลผู้กร้าวแกร่งและมากฝีมือคนหนึ่งแห่งอณาจักรแอนโดร่า ผู้มีนามว่า โรมิยาส นั่นเอง...!
ส่วนคนอีกสามคนที่ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมๆ กับเขาผู้นี้ก็กลับเป็สามองครักษ์ที่ตอนนี้น่าจะยังถูกขังอยู่ในห้องลับที่ติดกับห้องโถงที่ใช้ควบคุมเหล่าเครือญาติขององค์จักรพรรดิ์ไว้นั้นซะมากกว่า แต่นี่พวกเขากลับหนีออกมาได้ แล้วเมธานอสก็คาดได้ว่า พวกเขาคงได้รับการช่วยเหลือมาด้วยฝีมือของโรมิยาสคนนี้อย่างแน่นอน...
และการลอบโจมตีด้วยคนจำนวนสี่คนนี้ก็เป็ไปด้วยความฉลาด เพราะพวกเขาลอบลงมือกับพลทหารธรรมดาๆ เพื่อตัดกำลังส่วนใหญ่ของเมธานอสไปให้มากที่สุด แทนที่จะลงมือกับยอดนักรบอีกห้าคนที่มาพร้อมกับเมธานอสที่อาจจะไม่สามารถลงมือพิชิตชัยได้อย่างสิ้นเชิง
โรมิยาส ยกมีดขึ้นมาเช็ดเืกับผ้าผืนหนึ่งที่เขาเพิ่งหยิบออกมา หลังจากที่พลทหารคนสุดท้ายได้ลงไปนอนสิ้นใจแน่นิ่งจากการที่ถูกปาดคอหายไปอย่างที่ไม่ทันจะรู้สึกตัวแล้ว และสีหน้าของโรมิยาสนั้นก็ดูจะไม่มีความกระตือรื้อร้นกับการที่ได้เห็นเมธานอสยืนอยู่ไม่ไกลจากทางเบื้องหน้านี้เลยแม้แต่น้อยนิด...
เขามองผ้าผืนน้อยที่เปื้อนเืพรางเบ้ปากเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นมาโดยไม่มองหน้าเมธานอส
"เ้าคงเข้าใจว่า อิทรณินทร์ ผู้มีฉายาว่า จ้าวธนูห้ามรกตนั้น จะถนัดแต่การต่อสู้ระยะไกลกระมัง...? "
แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นประสานสายตากับเมธานอสที่มีหน้ากากเหล็กสีเงินแวววาวปกปิดดวงหน้าไว้เกือบทั้งหมดราวกับ้าที่จะค้นหาความจริงบางอย่างที่ได้ซุกซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากนั้นก่อนที่จะกล่าวต่อไป
"แสดงว่าเ้านั้น... ยังไม่ได้รู้ความลับของอินทรณินทร์ ว่าที่จริงเขานั้นมีความถนัดในการต่อสู้ระยะใกล้พอๆ กับการต่อสู้ระยะไกลด้วยลูกธนูเพียงสองดอก เท่านั้น..."
แล้วหางตาทั้งสองของเมธานอสก็กระตุกขึ้นมาครั้งหนึ่ง
ใช่แล้ว... เขาเองนั้นไม่เคยได้รู้ความลับในเื่นี้ของอินทรณินทร์มาก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อยนิด...!
อา... เกมที่ด้านในคงเปลี่ยนไปแล้ว หากเป็การพนันก็คงจะไม่สามารถวางเดิมพันไปกับคาเมเลียสได้อีกต่อไป
และก็ไม่แน่นักว่า ขณะนี้คาเมเลียสอาจจะกำลังนอนจมกองเือยู่กับพื้นห้องด้านในไปแล้วก็เป็ได้...?