ตอนที่ 4 มิติแดนอสูร
เวลาผ่านไปสามวัน หวังเหว่ย เลเวล10 พยัคฆ์ทมิฬ เลเวล12 พยัคฆ์ขาว เลเวล12 พยัคฆ์คราม เลเวล13 ซึ่งหวังเหว่ยพึงพอใจในระดับหนึ่งกับระดับเลเวลของตนเองรวมถึง 3พยัคฆ์อสูรที่เพิ่มขึ้นในช่วง สามวันที่ผ่านมา ในตอนนี้หวังเหว่ยสามารถต่อสู้โดยใช้ "ทักษะสามกระบวนท่าหมัดพิฆาตอสูร" และ "ทักษะวิชาตัวเบาอสูรเหินเวหา" ได้แล้ว หวังเหว่ยในตอนนี้ยังอาศัยอยู่ในโพรงไม้เก่าเดิมทำให้ไม่สามารถสำรวจป่าได้ไกลมากนัก สามวันที่ผ่านมาหวังเหว่ยได้พบเจอเพียงแค่สัตว์อสูรระดับเลเวล1ถึง20 ทำให้ระดับเลเวลเริ่มเพิ่มขึ้นได้ช้า เนื่องจากระดับเลเวล 10ขึ้นไป ต้องใช้พลังปราณอสูรในการเพิ่มระดับเลเวลเพิ่มขึ้นจากเดิมมากขึ้นหลายเท่าตัว ทำให้หวังเหว่ยในเวลานี้ต้องเริ่มมองหาสัตว์อสูรระดับเลเวล21-30 เพื่อที่จะได้ใช้ "ทักษะดูดกลืนพลังปราณอสูร" พัฒนาระดับเลเวลต่อไป หลังจากที่เริ่มมีพัฒนาการที่น่าพึ่งพอใจในระดับหนึ่ง หวังเหว่ยเริ่มมีความคิดที่จะสร้างที่พักและปลูกสมุนไพร เพื่อใช้หาเงินทุนในการซื้อบ้านดีๆสักหลังภายในเมืองเพื่อที่ในอนาคตหวังเหว่ยจะได้มีหลักแหล่งที่อยู่ที่มีความน่าเชื่อถือในการจัดตั้งกองกำลังของตนเอง ในขณะที่หวังเหว่ยกำลังย่างปลาที่จับมาจากแม่น้ำในลำธาร หวังเหว่ยได้หันไปมองกองหนังสัตว์อสูรประเภท สุนัขจิ้งจอก หมาป่าฟ้า กระรอก แมวป่า หมีป่า หมูป่า รวมไปถึงแก่นอสูรทั้งห้าอัน ที่ได้สะสมไว้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา หวังเหว่ยคิดไว้ว่าหนังสัตว์อสูรและแก่นอสูรในอดีตพอมีราคาอยู่บ้างในปัจจุบันก็น่าจะมีเช่นกันจึงได้เก็บเอาไว้ ส่วนเนื้อของเหล่าสัตว์อสูรที่หวังเหว่ยได้สังหารไปนั้น หวังเหว่ยได้นำไปวางล่อสัตว์อสูรกลุ่มใหม่และทิ้งไว้ในป่าในจุดที่สังหารสัตว์อสูรกลุ่มนั้นๆ เพื่อให้เหล่าสัตว์อสูรในป่าได้กินเนื้อสัตว์อสูรเหล่านั้นเป็นอาหาร เพราะหวังเหว่ยนำเนื้อพวกนั้นกลับมายังโพรงไม้เก่าด้วยไม่ไหว หลังจากที่คิดได้ดังนั้น หวังเหว่ยก็ได้หันหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าและกล่าวว่า “ท่านผู้สร้าง ในตอนนี้ข้าเริ่มมีสิ่งของมากมายที่หามาได้ แต่ข้าจะนำทั้งหมดติดตัวไปได้อย่างไร ตัวข้านั้นมีภาระหน้าที่และความฝันอันยิ่งใหญ่ ข้าคงไม่มีเวลามานั่งแบกสิ่งของเหล่านี้ไปมาทั้งวัน ไม่เช่นนั้นเมื่อใดข้าถึงจะทำภารกิจของท่านและความฝันของข้าให้เป็นจริงได้” ในขณะที่หวังเหว่ยกำลังบ่นเพ้ออยู่ได้มีแสงสีขาวปรากฏขึ้นตรงหน้าจากนั้นได้มีเสียงพูดขึ้นมาว่า “ข้าจะช่วยเหลือเจ้าเพียงสามครั้ง ครั้งนี้คือครั้งที่หนึ่ง เหลือโอกาสอีกเพียงสองครั้งที่ข้าจะช่วยเหลือเจ้า คำขอของเจ้าต้องไม่เกินขอบเขตที่ข้าจะให้ได้ จงตัดสินใจให้ดีว่าต้องการสิ่งใด” หลังจากพูดจบแสงสีขาวได้จางหายไปพร้อมการปรากฏขึ้นของกำไลสีขาวที่มีความงดงาม หวังเหว่ยไม่ได้สนใจว่ากำไลนั้นงดงามเพียงใด พอเห็นแสงสีขาวหายไปจึงได้หยิบกำไลขึ้นมาสวมทันทีเพื่อตรวจสอบประโยชน์ของมัน ทันทีที่สวมใส่ กำไลได้หายไปกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายหวังเหว่ย พอคิดอยากจะใช้มันหวังเหว่ยก็ถูกดึงเข้ามาในอีกมิติหนึ่ง วูบ ในมิตินี้เป็นพื้นที่ว่างเปล่ากว้างใหญ่ไพศาล มีพลังปราณอสูรหนาแน่น เหมาะสำหรับนั่งสมาธิเพื่อพัฒนาระดับเลเวลและปรับสมดุลของพลังปราณอสูรได้เป็นอย่างดี ด้านในมิตินี้มีดวงอาทิตย์เช่นเดียวกับด้านนอกมิติ เพื่อแสดงให้เห็นว่า วันเวลาของในโลกมิติและด้านนอกโลกมิตินั้นเท่ากัน แตกต่างกันตรงพื้นที่ในมิตินี้เป็นสมบัติส่วนตัวของหวังเหว่ยเท่านั้น ภายในมิตินี้มีพื้นที่ส่วนต่างๆมากมาย ที่เหมาะสำหรับใช้เพาะปลูกสมุนไพร สร้างที่อยู่อาศัยหรือใช้ประโยชน์ตามที่หวังเหว่ยต้องการ พอคิดได้ดังนั้นหวังเหว่ยก็ได้ลองอัญเชิญ 3พยัคฆ์อสูรออกมา ซึ่ง3พยัคฆ์อสูร ดูมีความสุขมากที่ได้อยู่ในสถานที่แห่งนี้ เมื่อเห็นดังนั้นหวังเหว่ยได้นึกถึงภาพที่โล่งกว้างแห่งนี้ มีปราสาท มีสมุนไพรนานาชนิดและสัตว์อสูรมากมายนับแสนนับล้าน เนื่องจากที่นี่กว้างใหญ่มาก ใหญ่พอๆกับทวีปกว้างๆได้เลย ทำให้สามารถทำสิ่งต่างๆได้มากมาย พอคิดได้ดังนั้นหวังเหว่ยจึงหัวเราะไม่หยุดและคิดกับตนเองในใจว่า "ในอนาคตข้าจะต้องกลายเป็นระดับคลาสอาชีพนักอัญเชิญอสูรระดับพระเจ้า และทำให้อาณาจักรมนุษย์ของข้ากลับมายิ่งใหญ่ให้ได้" หลังจากตรวจดูภายในมิติแห่งนี้เรียบร้อย หวังเหว่ยได้ตั้งชื่อมิติพิเศษส่วนตัวนี้ว่า "มิติแดนอสูร" จากนั้นก็เริ่มเก็บหนังสัตว์อสูรเข้าไปไว้ภายในมิติแดนอสูร เพียงแค่หวังเหว่ยนึกอยากให้สิ่งไหนเข้าไปอยู่ภายในมิติแดนอสูร สิ่งนั้นก็จะหายเข้าไปอยู่ภายในมิติอสูรทันที พอเข้าไปตรวจดูภายในมิติแดนอสูร สิ่งของที่ถูกนำเข้ามาจะอยู่ใกล้ๆกับทางเข้า เพื่อให้หวังเหว่ยนำไปจัดวางไว้ในที่ต่างๆตามต้องการ หลังจากจัดวางหนังสัตว์อสูรและแก่นอสูรทั้งห้าอัน เรียบร้อยแล้ว ท้องฟ้าก็เริ่มมืด ในเวลานั้นหวังเหว่ยที่กำลังเดินเล่นอยู่ภายในมิติแดนอสูรได้หันไปพูดคุยกับ 3พยัคฆ์อสูรเล็กน้อยและบอกกับ 3พยัคฆ์อสูรว่า “ในตอนเช้าถ้าข้าตื่นสายพวกเจ้าทั้งสาม ช่วยปลุกข้าด้วย” จากนั้นหวังเหว่ยได้นอนลงบนพื้นดินและเริ่มเข้าสู่ห้วงนิทราแห่งฝัน ในขณะที่นอนหลับฝัน หวังเหว่ยได้ฝันว่านอนหลับอยู่บนเตียงอันหรูหราภายในปราสาทที่สวยงามในมิติแดนอสูรแห่งนี้