เมื่อปลายฟ้าตีบตัน ความฝันจะขึ้นเป็นพระราชา
มังคลาวาดอนาคตไว้ สิ่งแรกคือปลดพวกขุนนาง อำมาตย์ออกจากสารบบ
คัดนักบวชแต่ละสำนัก ซึ่งผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งทำงาน
เกลียดนักพวกใช้อภิสิทธิ์ สืบทอดเส้นสายปลูกฝังรุ่นสู่รุ่น
จึงจะใช้การสุ่มเลือก โดยพิจารณาหมู่คณะต้นสังกัดรับรอง
อีกอย่างคงต้องปรับใหม่ เปลี่ยนลัทธินิกายพรตให้เป็นตามที่ตนปรารถนา
ใช้คณะพราหมณ์ตั้งกติกา ยกเป็นศาสนาประจำอาณาจักร
ห้ามไม่ให้พวกนอกรีต มีสิทธิ์มีเสียงเข้ามาปะปนในสภา
เจตนายึดแค่หลักเดียว เหนี่ยวนำประชานับถือเทวดา
ยกย่องตนดุจตัวแทนสวรรค์ *ระบบเทวาธิปไตยจะถูกใช้ปกครองบ้านเมือง
แต่ทุกสิ่งที่หวังไว้ พังทลายไปต่อหน้าต่อตา
เพราะไม่มีแค่เฉพาะตนมุ่งหวังบัลลังก์สูงส่ง ยังมีอีกกลุ่มซึ่งคอยจ้องรอจังหวะ
จามรเทวีเมื่อมีโอกาส พระนางยังคงระบอบราชาธิราชไว้ดังเดิม
ด้วยเชื่อว่าศักดินาอันคู่ควร ย่อมมาจากชนชั้นกษัตราเท่านั้นควบคุมแผ่นดิน
มังคลาตัดสินใจเลือกซ่อนเร้น คราวจำเป็นรักษาชีวิตเอาไว้
อาศรมโยคีสหายเก่าบิดา แหล่งพึ่งพิงได้อาศัยกลางหุบเขา
ทิ้งสถานะปุโรหิต อดีตพรตชั้นนำผู้เคยมีหน้ามีตา
จากนั้นมากลายเป็นชายวัยกลางคน มีลูกติดและระหกระเหินย้ายมาใหม่
ทางพวกพ้องเคยสมาคม เหล่าเศรษฐีผู้ดีมีเงิน
ซึ่งพากันยกลูกสาวให้เชยชมเป็นว่าเล่น เพื่อไต่เต้าฐานะ
ต่างไม่กล้าเอ่ยปากพูดถึงมังคลา อันเกรงโดนร่างแหไปด้วย
เรื่องทุกอย่างจึงเงียบผ่านแล้วผ่านเลย ไม่มีผู้ใดให้ความสำคัญ
ส่วนอริยะ ทารกที่มังคลาเลี้ยงด้วยเลือดจากปลายนิ้ว
ปลุกความเป็นอสูรในตัวเด็ก เติบโตโดยมังคลาสั่งสอน
ชนิดยัดเยียดทัศนคติด้านลบต่ออริยะ ชี้ให้เห็นว่าอยู่ใกล้มนุษย์ไม่ดี
เพราะนิสัยมักทำร้ายกันเอง และยังห้ามสุงสิงกับใคร
อันเนื่องจากเอกลักษณ์แตกต่าง จึงพยายามให้เก็บตัวอยู่แต่ในถ้ำ
บริเวณปลอดภัยสำหรับห่างไกลแสงแดด และผู้คน
ประวัติชาติกำเนิด ถูกเล่าให้เด็กน้อยฟัง เมื่ออายุพอรู้เรื่องรู้ราว
ข้ออบรมเน้นความชั่วร้าย เพื่อภายภาคหน้า
อริยะดุจเครื่องมือ ที่มังคลาเก็บไว้ใช้สำหรับคืนสู่สถานะ
...ระยะนี้ทางหลวงไม่เคร่งครัด เนื่องจามรเทวีมีเจตนาส่งต่อรัฐแก่บิดา
คราวพระนางขึ้นนั่งตำแหน่งผู้สำเร็จราชการอาณาจักร
บริวารทุกคนภายใต้กำกับท้าวรณชัยอีกขั้น ซึ่งแต่งตั้งมานั่งเทียมข้างเป็นสวามีเต็มตัว
กิจบางอย่างยังไม่เข้าร่องเข้ารอย พลอยทำให้กลุ่มท้าวเทศและบักลายสือ
ในนามผู้มีบุญ ถูกตราหน้าว่าเป็นคณะกบฏแผ่นดินอีกกลุ่ม
มาจากการชวนมวลชนต่อต้าน การเอาเปรียบเอารัด เก็บภาษีหนักรีดไถ
ทรัพย์สินนำไปก่อสร้างเทวาลัย สนองความต้องการของนักบวช
โดยใช้ทุนจากหยาดเหงื่อแรงงานคนจน สาเหตุความขัดแย้ง
แม้กระทั่งองค์เลอสรวงผู้นำ ยังมองข้ามปัญหาภาวะวิกฤต
เนื่องตกในภาวะถูกครอบงำ จากมังคลาอีกที
ผองรากหญ้า เลยลุกฮือเรียกร้องความยุติธรรม
ท้าวเทศถูกหมายหัวตัวดี ประยูรญาติที่เอาใจออกห่างอย่างแรก
รวมทั้งบักลายสือ ทายาทอันชอบธรรม กลับถูกปองร้าย
กลายเป็นปรปักษ์ต่อราชสำนัก จากวีรกรรมจึงได้ขึ้นบัญชีดำลำดับต้น
ช่วงไม่ถูกจับตา มีโอกาสสะสมสมาชิกแนวร่วมเพิ่มขึ้นอีก
หลายคนเดินเข้ามาตอกสัญลักษณ์บนข้อมือ แสดงเจตนารมณ์เข้าเป็นพวก
บักสกลลูกชายท้าวเถลิง ยกขบวนมาจากทางฟาก*กู่ประภาชัย
เมืองขามแก่นแดนคูน ที่ท้าวเทศขนข้าวของไปช่วย ตอนมีภัยแล้ง
หลายแขวงคุ้มในลุ่มน้ำชี ได้ยินถึงความก้าวหน้าของคณะผู้มีบุญ
จึงหลั่งไหลเข้ามาสมทบไม่ขาดสาย เพิ่มวงกว้างปูพื้นฐานประชาธิปไตย
จำนวนราษฎรเปิดใจรับ ตรงกับจริตอันกระหายมีบทบาทกับเขาบ้าง
แม้จะห่างไกลความจริง แต่ไม่ละทิ้งปฏิภาณ มองสักวันต้องมาถึง
ห้วงขณะดำเนินการต่างหากที่ลำบาก กว่าจะเป็นรูปเป็นร่าง
เพียงไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค กล้ายืนหยัดบนความศรัทธาของประชา
หนทางยาวไกลใช่จะยากเย็น รุกคืบคลานเข้าไปนั่งในหัวใจชุมชนต้องใช้เวลา
ต่อให้เจอใหญ่คับฟ้า เกราะของประชาชนย่อมคุ้มครอง
กระแสเสรีตีตื้นแถบพื้นที่สีเขียว ป่าดงพงไพร มวลความหวังบุกพังกำแพงชนชั้น
ชาวเมืองส่วนในเขตปริมณฑลเริ่มตื่นตัว กับความเปลี่ยนแปลงของรัฐบาล
ระเบียบราชการถูกนำมาใช้กับคนธรรมดา ขนาดที่ว่าใครไม่ทำตาม
ขั้นจับมาปรับทัศนคติ ก่อนจัดการแยกระดับตามฐานะ
สัดส่วนคนรวยคนจนไม่ปะปนกัน อนึ่งถ้าเป็นตาสี ตาสา
คนชายขอบชนบทปล่อยตามยถากรรม ให้ทำไร่ทำนา
เลี้ยงดูปากท้องภายในครอบครัว ไม่ต้องลงทะเบียนใดเสมือนไร้ตัวตน
กลยุทธ์ใช้พลังมวลคนมีเงินขับเคลื่อน พ่อค้า เสนาบดีร่วมมือกันต่อยอดเศรษฐกิจ
ความคิดเห็นแตกต่าง ก่อแบ่งแยกสองขั้วระหว่างประชาชนกันเอง
ครั้งพอมีทางเลือกที่จะทำได้ เลยไม่ลังเลเข้าข้างฝั่งซึ่งตนชอบ
สู่ยุคแห่งการตัดสินนโยบายตรงตามอุดมคติ ทำนองชัดเจนจะเข้ากับคณะไหน
คณะราษฎร์ มีกติกาเน้นประชาชนมีส่วนร่วม
คณะหลวง ลดบทบาทให้แค่รอแต่คำสั่งจากยอดพีระมิด
ผลสรุปประชาชนล้วนต้องแสดงจุดยืน เหมือนว่าอำนาจค้านกันทั้งสองฝ่าย
...ทราบข้อมูลตั้งแต่ต้น โดยพระนางเผยพูดกับตน
ท้าวรณชัยเข้าใจดี ราชธานีตกเป็นเมืองขึ้นของบิดาจามรเทวี
หน้าที่ตนคือผู้นำสำหรับนั่งบริหาร ส่วนฉากหลังต้องทำตามคำถ่ายทอด
ถือว่าไม่เดือดร้อนอันใด เพราะต่างเอาความรักเป็นที่ตั้ง
ทั้งจามรเทวีและตน จวบจนบรรลุมาถึงวันนี้
พร้อมทำตามปรารถนาของพระนาง ซึ่งยอมทนเป็นมเหสีองค์เลอสรวง
ทรมานมานานนับหลายปี เพื่อให้บิดาสมหวังในการนี้
สิ่งอันรับประกันคือได้เคียงข้างอย่างสมใจ ท้าวรณชัยเลยเป็นตัวหลักช่วยกันปกครอง
มุมเศรษฐศาสตร์มหภาค มีองค์ประกอบที่ซับซ้อน
ประมวลกฎหมายรัฐศาสตร์ มักเปิดช่องเอื้ออำนวยให้คหบดีมีแต่ได้กับได้
ส่งผลเกิดการรวยกระจุกแต่ในพวกพ้อง แต่ความจนยังกระจายทั่วราชอาณาจักร
ข้อบกพร่องที่พยายามแก้ไขอย่างไร ก็ไม่เห็นว่าจะดีขึ้น
หรือเพราะบริบทไม่สอดคล้องกับความเป็นอยู่ของประชาชน
อย่าว่าแต่ชาวรากหญ้าเลย ที่ดิ้นรนหาแหล่งอิทธิพลมั่นคง
จำพวกชนชั้นกลาง ต้องปรับตัวในความก้ำกึ่ง
แท้แล้วอำนาจก็คงอยู่ในมือ แค่เฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้น
การพัฒนาเลยยังไม่ถึงขั้นเท่าเทียมกันนัก จะคณะผู้บริหารหรือระบอบ
ค้างเป็นคำถามจากประชา เมื่อไรแสงสีทองจะสาดส่องทั่วหล้าสักที.
*ระบบเทวาธิปไตย คือรูปแบบการปกครองที่ศาสนา และรัฐรวมเป็นหนึ่งเดียว
โดยผู้นำศาสนาหรือกลุ่มนักบวช เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองสูงสุด
ในนามของเทพเจ้าหรือหลักศาสนา กฎหมาย มักยึดตามหลักคัมภีร์
ไม่มีการแยกศาสนาจากรัฐอย่างชัดเจน เช่น อิหร่าน นครวาติกัน หรือรูปแบบในยุคโบราณ
ลักษณะสำคัญของระบบเทวาธิปไตย
การปกครองโดยศาสนา ผู้นำสูงสุดมักเป็นประมุขทางศาสนา คณะสงฆ์
ซึ่งอ้างความชอบธรรมจากการได้รับอำนาจโดยตรงจากพระเจ้าหรือเทพเจ้า
กฎหมายศาสนาเป็นกฎหมายรัฐ การปกครองยึดตามบทบัญญัติทางศาสนา
ผู้ฝ่าฝืนมักได้รับโทษรุนแรง ขั้นจับตัวมาย่างหรือเผาในกองไฟ
การไม่มีส่วนร่วมของประชาชน ไม่เน้นระบอบประชาธิปไตย
การตัดสินใจของผู้นำไม่อาจตั้งคำถามหรือโต้แย้งได้
ตัวอย่างประเทศปัจจุบัน อิหร่าน (เทวาธิปไตยอิสลาม) และ นครวาติกัน (พระสันตะปาปา)
ระบบนี้ต่างจาก เทวสิทธิราชย์ ที่พระมหากษัตริย์ทรงอ้างสิทธิ์จากพระเจ้า
แต่เทวาธิปไตยคือการที่ “องค์กรศาสนา” ปกครองโดยตรง
*กู่ประภาชัยหรือกู่บ้านนาคำน้อย ตั้งอยู่ใน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น
เป็นโบราณสถานสมัยขอมอายุกว่า 800 ปี สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พุทธศตวรรษที่ 18)
มีลักษณะเป็น “อโรคยาศาล” หรือโรงพยาบาลโบราณ
ก่อด้วยศิลาแลง ประกอบด้วยปรางค์ประธาน บรรณาลัย และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในพิธีสำคัญ
(อ้างอิงจากวิกิพีเดีย)