เฉิงวั่งซูทำความเคารพต่อผู้เป็ย่า หญิงชราเพียงแค่ได้เห็นใบหน้าเขา น้ำตานางก็ไหลออกมา พร้อมกับโผเข้ากอดหลานชาย วั่งซูได้แต่ยืนงง ไม่เข้าใจว่าท่านย่าที่เข้มแข็งและแข็งแกร่งมาตลอด เหตุใดเวลานี้ถึงมีน้ำตาออกมาได้
“ทะ…ท่านย่า ท่านร้องไห้ทำไมกัน เกิดอะไรขึ้น คิดถึงข้าเหรอ ไม่น่าใช่ ท่านกำลังทำให้ข้าแปลกใจนะ เมื่อก่อนท่านก็ไม่ค่อยชอบขี้หน้าข้า ทำไมตอนนี้ ถึงคิดถึงข้าขึ้นมาเล่า”
แม่เฒ่าตระกูลเฉิงคลายอ้อมแขนออกจากหลานชาย นางจ้องมองใบหน้าของเขาผ่านหยาดน้ำตา ยกมือขึ้นลูบศีรษะและใบหน้าของเขาด้วยความเอ็นดู
“ก็จริง เมื่อก่อนแม้เราจะอยู่บ้านคนละหลัง ข้ากลับไม่เคยรู้สึกคิดถึงเ้าเลย อาจเพราะวางใจว่าอย่างไรแล้ว ลูกหลานของข้าทุกคน จะยังอยู่ภายในขอบเขตรั้วบ้านเฉิง ผีตาเฒ่าเฉิงจะไม่ทอดทิ้งลูกหลานตนเอง แต่มาวันนี้…วันนี้ไม่ใช่อีกแล้ว” หญิงชราลดมือสั่นเทาออกจากใบหน้าของวั่งซู
“พอแล้ว ๆ เชิญฮูหยินแม่เฒ่านั่งลงก่อนเถอะ มาถึงที่นี่แล้ว ท่านก็ไม่มีอะไรให้ต้องวิตกกังวลอีก ตอนนี้เราทำได้แค่ภาวนาให้คนที่ไกลปลอดภัย แล้วกลับมาหาพวกเราเท่านั้น ท่านสามารถอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจ ข้าให้เด็ก ๆ ทำความสะอาดเรือนรับรองตะวันออกให้แล้ว ที่นั่นจะมีที่พักเพียงพอสำหรับท่านและลูกหลานที่ติดตามมา ส่วนบริวารบ่าวไพร่ข้าได้จัดที่พักถัดลงมาจากเนินเขาเล็กน้อย อาจไม่ค่อยสะดวกใหญ่โตเท่าบ้านเฉิง แต่ที่นี่ก็ปลอดภัยพอสำหรับทุกคน”
“ขอบคุณท่านผู้เฒ่าเป่า ไม่คิดเลยว่าต้องมาพบกันด้วยสถานการณ์เช่นนี้ วั่งซูอยู่กับท่าน เขาสร้างปัญหาให้ท่านรึไม่ เด็กคนนี้ไม่มีพ่อแม่อบรมสั่งสอน ข้าเองก็ชรามากแล้ว ไม่อาจดูแลสั่งสอนเขาได้ทุกเื่ ผิดพลาดอะไรไป ข้าต้องขออภัยท่านด้วย”
ตาหลานต่างสบตากัน “ไม่เลย ท่านอย่ากังวลไป วั่งซูแค่สิบขวบเอง เขาอาจซุกซนบ้างตามประสาเด็ก”
“ท่านอาจารย์ เมื่อพูดถึงเื่นี้ก็ดีขอรับ” เป่าจงเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นโอกาสที่มาถึงมือ “เดิมทีเยว่ฉี นางวางใจให้ข้าเป็อาจารย์อบรมสั่งสอนวั่งซู ถ้าอย่างไรแล้ว หน้าที่นี้ข้าก็ขอเป็ผู้รับไว้เอง เพื่อไม่เป็การผิดคำพูดที่มีต่อศิษย์น้อง”
ชายชราพยักหน้าเห็นด้วย ทั้งที่วั่งซูเองพยายามส่งสัญญาณบอกเขา แต่ด้วยความสูงวัย เขาไม่เข้าใจในความหมายที่วั่งซูพยายามบอก
“ดี ๆ เหมาะสมแล้ว วั่งซู อย่างไรเสีย เ้าก็คำนับเขาเป็อาจารย์ไปแล้ว ต่อจากนี้ ก็เรียนรู้ฝึกฝนตนกับท่านลุงของเ้าเถอะนะ”
เฉิงวั่งซูเหลียวมองมาทางท่านอาจารย์เป่าจง ถัดออกไปคือหวังหยง รอยยิ้มมุมปากกับดวงตาเรียวเล็กของหวังหยง ทำให้ วั่งซูรู้สึกราวกับมองเห็นสองผู้คุมกฏแห่งปรโลก หมดกันความสนุก หมดกันเื่ราวมากมายจากนักเล่านิทานในโรงน้ำชา ขนมของกินแสนอร่อย และเครื่องหอมในตลาด ต่อจากนี้ต้องเจออะไรอีกนะ เฉิงวั่งซูหวนคิดถึงภาพสถานที่และกิจกรรมน่าสนุกจากตลอดเวลาหลายวันที่ผ่านมา
“คุณชาย…เย็นนี้จะไปโรงน้ำชาหรือไม่…ขอรับ” จางลี่รีบวิ่งหน้าระรื่นเข้ามาหาวั่งซู ทันทีที่รู้ว่าเขากลับมาถึงห้องพักแล้ว
เด็กชายรีบหันไปหาเขา แล้วรีบยกมือจือปาก เป็สัญญาณให้ชายหนุ่มเงียบเสียง แต่ไม่ทันเสียแล้ว
“ใครอนุญาตให้เ้าเข้ามา…” เสียงทุ่มต่ำ ให้ความรู้สึกเยือกเย็นเข้าไปถึงไขสันหลัง จางลี่แค่ได้ยินเสียง ก็รู้ทันที ว่าตนได้เดินทางมาถึงประตูนรกเข้าให้แล้ว
“คะ…คุณ…คุณชายหวัง ทะ…ท่าน ท่านก็มาด้วยหรือขอรับ ข้า ๆ ไม่รู้ เช่นนั้นข้าไปก่อน น่าจะเหมาะสมกว่า”
“จางลี่…” วั่งซูรีบร้องเรียกบ่าวรับใช้คนใหม่ ที่เ้าสำนักวายุเตโชจัดหามาให้ จางลี่เลยทำได้แค่ยืนกระสับกระส่าย อยากจะหนีออกไปให้พ้น แต่ก็ขัดคำสั่งผู้เป็นายไม่ได้
“ไม่พบกันเสียนาน จางลี่…คนไม่ได้เื่เช่นเ้า ทุกวันนี้มีอะไรพัฒนาขึ้นบ้างหรือไม่”
หวังหยงพูดจบ เขาก็ซัดฝ่ามือเข้าใส่ช่ายหนุ่ม แต่ด้วยสติและสายตาที่ว่องไว จางลี่กลับสามารถเอี้ยวตัวหลบได้ และต่อกรกับกระบวนท่าที่หวังหยงส่งมาได้อย่างหวุดหวิด แม้มีบางกระบวนท่าที่เกือบพลาดจนาเ็ ทั้งหมดดูเหมือนหวังหยงจะออมมือให้เขา ผิดจากที่ผ่านมา หากใครปะมือกับคนผู้นี้ ก็มักาเ็ล้มป่วยเสียหลายวัน
เฉิงวั่งซูมองดูกระบวนท่าการต่อสู้ของคนทั้งสอง ด้วยความตื่นตาตื่นใจ พลังฝ่ามือของหวังหยงดูแปลกตาพิศดาร เขาไม่ได้ออกอาวุธแม้แต่น้อย แต่สามารถซัดฉากไม้กันห้อง ให้ล้มลงได้โดยไม่ใช้มือัั ห้องพักหลานชายคนโปรดของเ้าสำนักวายุเตโช ตอนนี้สภาพราวเกิดาก็ไม่ปาน
หวังหยงส่งยิ้มให้กับจางลี่ แต่ชายหนุ่มได้แค่รีบโค้งคำนับเขา เมื่อการประลองจบลง
“พวกเ้า ทำห้องข้าพังพินาศหมดแล้ว” ชายหนุ่มทั้งสอง เหลียวมองดูความพินาจของห้องตามที่วั่งซูกล่าว
“ดี ไม่ทำให้ข้าผิดหวัง เช่นนี้ค่อยคู่ควรที่เ้าจะติดตามเขาแล้ว”
“เอ่อ…คุณชายหวัง ท่านชื่นชมข้าเกินไปแล้ว ข้ายังอ่อนด้อยหลายส่วน ที่ผลออกมาเช่นนี้ ล้วนเป็ท่านที่ออมมือ”
หวังหยงหันมามองหน้าวั่งซู “คุณชายเฉิง ตอนนี้ครอบครัวของเ้า สถานะการณ์มิสู้ดี มารดาของเ้าเป็ห่วงเ้าเป็ที่สุด ถึงส่งให้มาอยู่กับพวกเรา เ้าควรคิดและวางแผนชีวิตตนเองเสียใหม่ นิสัยรักสนุกข้าคงห้ามไม่ได้ แต่วิชาการต่อสู้ ชาตินี้เ้าก็หนีมันไม่พ้น เข้าใจข้าหรือไม่”
เด็กชายจ้องมองใบหน้าจริงจังของหวังหยง ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะเก่งกาจถึงเพียงนี้ แม้แต่จางลี่เองก็ดูเกรงอกเกรงใจเขายิ่งนัก หวังยงเดินจากไปแล้ว เฉิงวั่งซูถึงได้เข้าไปกระซิบถามจางลี่
“ทำไมเ้าต้องดูเกรงใจเขานัก ข้าไม่เห็นว่าคนผู้นี้จะน่ากลัวอะไร”
“คุณชายเฉิง…” จางลี่พูดราวกระซิบ “คนผู้นี้ท่านไม่เกรงใจมิได้นะขอรับ เขาน่ะเป็ถึงองค์ชายเชียวนะ คุณชายหวังหยงแท้จริงแล้ว ก็คือราชบุตรคนที่แปด ของท่านอ๋องหวังอันโยว”
“อ๋องหวังอันโยว ผู้นี้ใช่หรือไม่ ที่มีความสนิทสนมทำงานใกล้ชิดฝ่าา”
“ถูกแล้วขอรับ”
“ฮึ…เป็ถึงองค์ชาย ไม่เห็นมีสง่าราศีแม้แต่น้อย”
“คุณชายไม่รู้อะไรซะแล้ว คุณชายหวังไม่ต้องมีผู้ติดตาม ไม่ต้องมีบ่าวรับใช้ และไม่รับราชการ ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดที่ข้าพูดมาไม่มี”
“อะไรของเ้า”
“คุณชายหวังมาอยู่กับท่านเ้าสำนัก ั้แ่ยังเด็ก ด้วยอาการป่วย จากการถูกวางยาพิษ พิษที่ได้รับมีชื่อว่า ดอกบัวเหมันต์ หนทางรักษามีไม่มาก หนึ่งในนั้นคือการใช้พลังจากไฟเพื่อดับพิษ ส่วนจะหายขาดได้หรือไม่ เื่นี้ข้าก็หารู้ได้ เพราะที่ข้ารู้มาก็ตามที่เล่าให้ท่านฟัง”
“จัดว่าเ้ารู้มาไม่น้อยเลย มีอะไรในเมืองนี้ที่เ้าไม่รู้บ้าง”
จางลี่ยิ้มอย่างชอบใจ “ข้าถือว่าเป็คำชม”
“เอาที่เ้าสบายใจ ข้าไปหาอะไรทำดีกว่า เ้าให้คนมาเก็บกวาดห้องข้าด้วย ต่อไปถ้า้าประลองฝีมือ เชิญด้านนอกนะขอรับ” เด็กชายเดินจากไป
“อะ…อ่า…อ้าว คุณชาย…ข้าอุตส่าห์จะมาชวนไปโรงน้ำชา วันนี้มีนักเล่านิทานมาจากทางเหนือ ท่านไม่สนใจหรือ”
“ไม่…ข้าเบื่อ…” เฉิงวั่งซูะโตอบกลับมา แล้วเดินจากไป
แท้จริง เฉิงวั่งซู้าที่จะไปดูหวังหยง ตลอดเวลาคนผู้นี้ไม่เคยอยู่ในสายตา มีศักดิ์เป็ศิษย์พี่ที่เข้มงวดจ้าวบงการ จนเขาเองรู้สึกอึดอัดใจ และในที่สุดก็พานให้รู้สึกไม่ชอบเขาไปด้วย วันนี้ได้เห็นฝีมือของหวังหยง แม้มันจะเป็เพียงเวลาสั้น ๆ แต่กลับทำให้เฉิงวั่งซู รู้สึกอยากที่จะเก่งและมีฝีมือเช่นหวังหยงศิษย์ผู้พี่ท่านนี้
หวังหยง เริ่มรู้สึกว่าตนเองโดนติดตาม จนเจอตำแหน่งสบโอกาส เขาจึงแอบหลบขึ้นไปบนกำแพง และพบว่าคนที่สะกดรอยตามเขามาอยู่เป็นาน ก็คือเฉิงวั่งซู
“คุณชายเฉิง มีธุระอันใดกับข้าเช่นนั้นรึ”
วั่งซูใ ถึงกับหยุดฝีเท้าอยู่กับที่ในทันที เมื่อได้ยินเสียงบุคคลที่เขากำลังเดินตาม แต่เสียงของเขาผู้นั้น ในเวลานี้กลับเหมือนอยู่บนหัวแทน
วั่งซูรีบหันไปดู แล้วก็เป็อย่างที่คิด “เอ่อ…ศิษย์พี่ คือว่า…ข้า”
หวังหยงะโลงมาจากขอบกำแพง ได้อย่างง่ายดาย นี่สินะที่เขาเรียกว่าพลังยุทธ
“คือ ข้าก็แค่ อยากรู้ว่า เ้าทำเช่นเมื่อครู่ คือ…”
“เ้าอยากทำได้เช่นข้า ถูกหรือไม่ คุณชายเฉิง”
เด็กชายยิ้มแหยให้เขา ด้วยก่อนหน้านี้ ตนเองเกเรและไม่เชื่อฟังศิษย์ผู้พี่ท่านนี้เอาไว้มาก แต่มาถึงตอนนี้กลับยอมรับในความสามารถของเขา จนยากที่จะแก้ตัว
“ใช่เ้าพูดถูก ข้าอยากเก่งเช่นเ้า ข้าไม่อยากทำให้ท่านแม่ผิดหวัง ข้าไม่อยากถูกใครดูถูก หาว่าข้าเป็คนไม่เอาไหน ศิษย์พี่ท่านช่วยสอนข้าได้ไหม”
หวังหยงมองดูศิษย์ผู้น้องด้วยความภูมิใจ ในที่สุด เขาก็ยอมรับที่จะฝึกวิชาด้วยใจจริง
- มี e book - https://shorturl.asia/mT8gu