ถังชวนมองผีสาวที่หน้าประตูร่างกายแข็งทื่อราวกับท่อนไม้ อยากจะยกขา แต่กลับค้นพบว่าขาชาจนใช้การไม่ได้
เดิมเขานึกว่าในคืนสามวันก่อนหน้านี้นั้นน่ากลัวพอแล้วชั่วชีวิตนี้ไม่มีทางได้พบกับเื่ที่น่ากลัวมากกว่านั้นอีก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีเื ไม่มีคนตายจะมีบรรยากาศกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้เขาขนพองสยองเกล้าจนมือเท้าเย็นเฉียบจะขยับก็ขยับไม่ได้!
โจวฉวินมองเขาแปลกๆและมองไปทางนอกประตู พลางเอ่ยว่า “เ้าเด็กคนนี้แกล้งทำได้เหมือนมาก!ครูว่าเธอต่างหากที่เหมาะจะไปเป็นักแสดงที่สุด! เธอไม่ไปครูไปก่อนแล้วกัน!”
เธอก้าวเท้าเดินออกนอกประตูไป!
ถังชวนอ้าปากคิดจะะโเรียกเธอเอาไว้ แต่กลับเห็นว่าโจวฉวินออกจากประตูไปแล้ว และเดินผ่านร่างที่เหมือนหมอกควันบางๆของผีสาวตนนั้นไป เขานึกว่าผีสาวตนนี้ไม่ได้มีเจตนาร้าย จึงโล่งใจเล็กน้อยแต่คาดไม่ถึงว่าต้องกลับมาเคร่งเครียดอีกครั้งอย่างกะทันหันทั้งที่เพิ่งจะโล่งอกไป!
เขาเห็นผีสาวในชุดงิ้วสีดำเกาะอยู่ที่แผ่นหลังโจวฉวินแน่นราวกับมีรากงอกหลังจากที่เธอเดินทะลุไปใบหน้าที่ผมยาวสยายยุ่งเหยิงนั้นติดหนึบอยู่กับท้ายทอยของโจวฉวิน ชุดงิ้วสีดำกับเส้นผมบนร่างเธอนั้นพันรอบตัวโจวฉวินั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าและแทงเข้าไปในกายเนื้อของเธอคล้ายกับรากไม้ที่งอกตามอำเภอใจ!!
ส่วนโจวฉวินที่แบกคนตัวใหญ่เอาไว้บนหลังกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด ยังคงมองกลับมาด้วยรอยยิ้ม “เหม่ออะไรน่ะ ยังไม่ไปอีกไม่ไปส่งครูเหรอ ไม่กลัวครูหลงทางแล้วเหรอไง”
ถังชวนตื่นใจนผมแทบจะชี้เด่เขาตอบกลับราวกับละเมอ “ครูโจว ครูไปก่อนเลยครับ ผมตามอยู่ด้านหลังดีกว่า จู่ๆผมก็นึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้...”
ประการแรกเขาอยากดูว่าผีสาวตนนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรไหมประการที่สองก็คือ แค่คิดว่ามีผีสาวเช่นนี้อยู่ด้านหลังในใจก็กลัวจนตัวสั่นเป็ลูกนกแล้ว
แต่กลัวก็ส่วนกลัวในใจก็กำลังคิดว่า ‘ไม่ว่าเธอคิดจะทำอะไรฉันไม่มีทางปล่อยให้เธอทำร้ายครูโจวแม้แต่ขนเส้นเดียว!’
เขารวบรวมความกล้าพยายามจะใช้พลังมรณาที่ตนเองฝึกฝนในหลายวันก่อนไปควบคุมผีสาวตนนี้แต่ความคิดนี้ของเขาเพิ่งจะผุดขึ้นมาก็ถูกเสียงตวาดที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของกูเตริโอตวาดขัดขึ้นเสียก่อน!
“หยุด!”
กูเตริโอพูดน้อยมากยิ่งเป็ฝ่ายเอ่ยพูดกับเขาก่อนยิ่งน้อยมาก และการใช้โทนเสียงที่เหมือนกับการตำหนิเช่นนี้พูดกับเขาก็เป็ครั้งแรกเช่นกัน
ถังชวนตะลึงงันพลางเอ่ยถาม “ทำไม”
กูเตริโอ“เ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง อย่าขยับ!”
ถังชวนมองผีสาวตนนั้นแล้วเอ่ยอย่างร้อนรน “ผีสาวตนนี้คิดจะทำอะไร”
กูเตริโอยิ้มเรียบๆ“คราแรกข้าคิดจะทำอะไรกับเ้า นางก็คิดจะทำสิ่งนั้นกับผู้หญิงคนนั้นเช่นกัน!”
ถังชวนใอกสั่นขวัญหาย“เธอคิดจะร่างของครูโจวเหรอ”
กูเตริโอเอ่ย“ข้าไม่ชอบเอ่ยซ้ำสองรอบ”
ถังชวน“แต่ดูท่าทางไม่เหมือนจะเป็อย่างนั้นเลยนี่ ครูโจวไม่มีอะไรผิดปกติเลยนะ!”
กูเตริโอหัวเราะ“นางจะนับเป็ตัวอะไรได้ ก็แค่ิญญาที่เร่ร่อนมาห้าสิบกว่าปีเท่านั้นเองคู่ควรที่จะเทียบกับวิธีของข้าเหรอ เ้านึกว่าใครๆก็เหมือนข้าที่สามารถอยู่ในโลกแห่งจิติญญาเผชิญหน้าและเอ่ยคำท้าทายได้อย่างเปิดเผยและยึดในหลักความเป็ธรรมงั้นรึ”
ในโลกแห่งจิติญญาของคนคนหนึ่งโลกใบนั้นก็เป็ของคนคนนั้น เขาสร้างโลกใบนั้นเขาสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในโลกใบนี้ได้ตามใจชอบรวมไปถึงคนหรือสิ่งที่บุกรุกเข้ามาด้วย คนผู้นั้นเปรียบดั่งเป็เทพเ้าของโลกทั้งยังเป็พระเ้าสูงสุดด้วย!
โลกใบนี้มีเพียงแค่กูเตริโอที่กล้ากระทำเื่ที่ฝืนธรรมชาติเช่นนั้นเหมือนที่เขาท้าทายพระเ้าสูงสุดในปีนั้น
ถังชวนอึ้ง“เช่นนั้นความหมายของนายก็คือ”
กูเตริโอถอนหายใจ“ิญญาตนนี้กัดกินดวงจิตของผู้หญิงคนนั้นอย่างเชื่องช้าทำให้แรงต้านทานิญญาของนางอ่อนแอลงทีละเล็กทีละน้อย รอจนิญญาของนางใกล้จะสลายไปค่อยยึดครองร่างของนาง วิธีโง่ๆ แต่ใช้ได้ดีมาก เฮ้อคราแรกหากข้าใช้วิธีและแผนการเช่นนี้ ข้าคงกลายเป็นายแห่งแผ่นดินนี้ไปแล้ว!”
ถังชวนที่กำลังกระวนกระวายใจเมื่อเห็นเ้าหมอนี่มีกะจิตกะใจสรุปบทเรียนที่ล้มเหลวของตนเองและชื่นชมผีสาวตนนี้อยู่อีกด้าน จึงโมโหแทบตาย “ฉันไม่ใช่คู่ต่อสู้เธออย่างนั้นนายก็รีบไล่เธอไปสิ!”
กูเตริโอยิ้มเยาะ“ข้าหรือ ท่านผู้ฉลาดปราดเปรื่อง ข้าขอถาม ท่านเตรียมจะนำนางมาใส่ในร่างกายท่านหรือจะใส่ข้าไปในร่างกายผู้หญิงคนนั้นดีเล่า”
ถังชวนเอ่ยอย่างร้อนใจ“ฉันจะไปรู้ได้อย่างไร นายไม่ได้คุยโวทั้งวันทั้งคืนว่าตนเองเป็ราชันเหนือาาาาเนโครแมนเซอร์หรอกเหรอ คงไม่ใช่ว่าแค่เื่เล็กๆ แค่นี้ก็ทำไม่ได้หรอกนะ”
เสียงกูเตริโอเอ่ยอย่างเคร่งขรึม“ข้าจะพูดอีกครั้ง ข้าไม่ใช่ข้ารับใช้ของเ้า! อีกอย่างไม่ว่าจะเป็ผู้หญิงที่ต่ำต้อยราวกับมดปลวก หรือว่าิญญาอ่อนแอที่เหมือนตัวเรือดนั่นก็ล้วนไม่คู่ควรให้ข้าลงมือ!”
ถังชวนโมโห“ไม่อนุญาตให้นายมาดูถูกครูโจว! ไม่อย่างนั้นฉันจะ...”
“ไม่เช่นนั้นจะทำไมหรือ”กูเตริโอถามกลับอย่างเย้ยหยัน “ไล่ข้าออกไปหรือ ฮ่าๆ อย่าล้อเล่นไปหน่อยเลยหากว่าเป็หลายวันก่อนหน้าที่ข้าเพิ่งจะเข้ามาในร่างเ้าก็ช่างเถอะแต่ตอนนี้ิญญาของพวกเราสองคนเริ่มหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกันแล้วตอนนี้แม้ว่าเ้าอยากจะไล่ ก็ไล่ข้าไปไม่ได้ ตัวข้าเองอยากจะไปก็ไปไม่ได้เช่นกัน!พวกเราสองคนก็เหมือนกับผู้หญิงตรงหน้าและิญญานั้น เฉกเช่นเถาวัลย์เลื้อยพันต้นไม้ต้นไม้พันเถาวัลย์! ใครก็อย่าได้คิดจะแยกจากกัน! เพียงแต่ข้าไม่สามารถกัดกินดวงจิตของเ้าและยึดครองร่างของเ้าได้เท่านั้นเองทว่าผู้หญิงคนนี้ อย่างมากที่สุดก็สามารถทนได้หนึ่งเดือน หนึ่งเดือนหลังจากนี้นางตายแน่นอน!”
“ไม่!!!” ถังชวนตะคอกเสียงดัง “ฉันไม่มีทางปล่อยให้เธอทำสำเร็จเด็ดขาด!”
โจวฉวินที่เดินนำอยู่ข้างหน้าสองก้าวได้ยินถังชวนตะคอกขึ้นมากะทันหันก็ใสะดุ้งแล้วหันหน้ามามองเขาอย่างเป็ห่วง พอเห็นว่าถังชวนที่มีสีหน้าดุร้ายกำลังถลึงตาจ้องมองเธอไม่สิ พูดให้ถูกก็คือข้างหลังเธอ
สายตาของถังชวนน่ากลัวเกินไปแล้วโจวฉวินจึงสะดุ้งใ และรู้สึกขนลุกในใจเล็กน้อย
เธอรีบเดินไปตรงหน้าถังชวนยื่นมือไปแตะหน้าผากเขา พลางถามด้วยความเป็ห่วงว่า “เธอเป็อะไรไปไม่สบายตรงไหนเหรอ”
ถังชวนถลึงตามองโจวฉวินที่แบกผีสาวตนนั้นเข้ามาใกล้ใกล้จนเขาแค่ยื่นมือออกไปก็สามารถััเรือนผมยาวของผีสาวตนนั้นได้
ด้านหลังดวงหน้างดงามของโจวฉวินกลับมีผีสาวผมยาวสยายที่น่าสะพรึงกลัวซ่อนอยู่ตัวเธอยังคงไม่รู้ และมีท่าทีปกติเหมือนเดิม ผีสาวตนนั้นก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆเลยสักนิด เพียงแต่รู้สึกถึงสายตามืดมนเย็นะเืผ่านเรือนผมยาวที่ทิ้งตัวลงได้อย่างเลือนรางคล้ายกับผีที่แหวกผมปีนออกมา...
สภาพการณ์เช่นนี้น่ากลัวและประหลาดจนไม่สามารถอธิบายออกมาได้จริงๆ!
ถังชวนกัดฟันจ้องผีสาวตนนั้นเขม็ง มือสองข้างกำหมัดแน่นจนมีเสียงดังกร๊อบๆ พลันตะคอกว่า“ฉันไม่มีทางให้แกทำร้ายเธอหรอก!” เอ่ยจบก็พุ่งตัวยื่นมือสองข้างไปทางผีสาวตนนั้นหมายจะลากเธอลงมาจากร่างของโจวฉวินทั้งแบบนั้น!
เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ในใจเด็กหนุ่มที่โดดเดี่ยวเดียวดายเห็นโจวฉวินเป็คนที่ใกล้ชิดกับตนเองที่สุดแล้วเขาพยายามสุดความสามารถเพื่อไม่ให้ใครมาทำร้ายเธอ รวมไปถึงผีสาวชุดงิ้วสีดำที่ตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ด้วย!
ในเสี้ยววินาทีที่เขาพุ่งตัวเข้าไปโจวฉวินก็กรีดร้องใ ขณะเดียวกันเสียงตวาดเดือดดาลของกูเตริโอก็ดังขึ้นที่ข้างหูแต่เขากลับรู้สึกว่าสองเสียงนั้นดังลอยมาจากสถานที่ห่างไกลมากศีรษะของถังชวนพลันเ็ประลอกหนึ่ง เขาคำรามด้วยความโมโหอย่างอดไม่อยู่แล้วกุมศีรษะนั่งยองๆ ลงบนพื้น
รอจนถึงตอนที่เขาลุกขึ้นมากลับค้นพบว่ารอบด้านล้วนเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาดใจ
อีกาเกาะกิ่งไม้เก่าซึ่งมีเถาวัลย์เหี่ยวเฉาเลื้อยพันยามพลบค่ำเสียงน้ำไหลเอื่อยใต้สะพานโค้งบริเวณตรอกซอยที่ทั้งลึกและยาว
รอบด้านว่างเปล่าไร้ถนนมีเพียงตรอกเล็กๆ ที่ลึกและสงบตรอกหนึ่งตรงหน้าแสงจันทร์เย็นเยียบอาบไล้บนแผ่นหินสีขาวเมื่อเหยียบลงไปก็คล้ายกับมีระลอกคลื่นบางๆส่วนกำแพงหินเล็กเตี้ยสองด้านนั้นคดเคี้ยวจนไม่รู้ว่าปลายทางอยู่ที่ใด
ม้วนภาพวาดล้างหมึก[1]ที่มีทัศนียภาพเรียบง่ายที่สุดม้วนหนึ่งซึ่งถูกจรดพู่กันวาดโดยปรมาจารย์ถูกกางออกตรงหน้าถังชวนเงียบๆท่ามกลางความเย็นะเืนั้นมีความมืดมนอันเงียบงันเล็กน้อย
ถังชวนกำลังมึนงงจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงอ้อแอ้ระลอกหนึ่งลอยมาเบาๆ คล้ายกับเสียงพึมพำแต่ก็คล้ายกับเสียงขับร้องประเภทหนึ่ง
ถังชวนก้าวเท้าเดินไปตามตรอกทีละก้าวๆด้วยความสงสัย เขากลั้นลมหายใจ รวบรวมสมาธิ มองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
ไม่รู้ว่าเดินมาไกลเท่าไรแต่พอหันหน้ากลับไปมอง เส้นทางที่เดินมาก็ถูกหมอกบางๆกลืนหายไปหมดจนมองไม่เห็นอะไรแล้ว
เขาเดินมาจนถึงหน้าประตูบานหนึ่ง
อิฐสีเขียวกระเบื้องสีเทา ประตูสีน้ำตาลห่วงประตูหัวสัตว์สีน้ำตาลแก่สองห่วงคล้ายกับดวงตาสองดวงจ้องมองมาที่ถังชวนอย่างน่าสะพรึงคล้ายกับเฝ้ารอให้เขาเคาะเบาๆ
ถังชวนรู้สึกว่าท่ามกลางความมืดมิดมีพลังหนึ่งเร่งให้เขายื่นมือไปผลักประตูแต่มือนี้ยังไม่ทันแตะถูกประตู ก็เห็นว่าประตูบานนี้เปิดออกเสียแล้ว
ถังชวนเดินเข้าไปถึงสวนงดงามตระการตาแห่งหนึ่งและได้ยินเสียงขับร้องงิ้วแ่เบาดังลอยมาจากที่ไม่ไกล
“เห็นพระองค์บรรทมสนิทในกระโจมแล้วตัวข้าจึงออกมาปลดเปลื้องความโศกเศร้านอกกระโจมก้าวเท้าเดินตรงไปข้างหน้าอย่างแ่เบา ก่อนจะยืนนิ่งในพื้นที่รกร้างว่างเปล่าแล้วเงยหน้าขึ้นมอง เห็นแสงจันทร์กระจ่างบนผืนฟ้า”
นี่คือคำร้องจากงิ้วเื่ฌ้อปาอ๋องอำลาสนม[2]
อวี๋จีผู้เป็ตัวนางในบทละครงิ้วนั้นเสียงนิ่มนวลกังวานใสพอตั้งใจฟังแล้ว น้ำเสียงและท่วงทำนองที่ขับร้องนั้นไร้ที่ติแม้ว่าถังชวนจะไม่เข้าใจบทละครงิ้ว แต่ฟังแล้วไพเราะเสนาะหู จึงเดินตามเสียงนั้นไป
เสียงนั้นดังออกมาจากห้องโถงหลักนี่เป็ห้องที่มักจะพบเห็นบ่อยที่สุดในบ้านสังคมสมัยโบราณ โต๊ะแปดเซียน[3]โบราณเก้าอี้แกะสลักจากไม้แดง รูปปั้นเ้าแม่กวนอินตั้งวางอยู่ตรงกลางห้องมุมห้องทั้งสี่มีกระเบื้องลายครามวางอยู่ กลางห้องโถงว่างเปล่าไม่เห็นใครสักคนแต่กลับได้ยินเสียงท่วงทำนอง เสียงเครื่องสาย และเสียงขับร้องดังลอยมาชัดเจน
เสียงของอวี๋จีคล้ายกับดังวนเวียนอยู่ข้างหูแต่พอเข้าไปหาเธอ กลับพบว่าซ้ายขวาหน้าหลังไม่มีใครสักคน
ถังชวนเหงื่อตกเล็กน้อยในใจก็รับรู้ถึงความผิดปกติได้อย่างเลือนราง
เขาแสร้งตวาดเสียงดังอย่างกล้าหาญ“ออกมาอย่ามาแสร้งทำเป็ผีมาหลอกลวงคนอื่น!!”
เสียงตวาดนี้ของเขาดังสะท้อนไปทั่วห้องเสียงอ๊อดๆ แอ๊ดๆ ของทำนองดนตรีพลันเงียบลง
เงียบเงียบเชียบไปหมด
เมื่อครู่ยังมีเสียงดนตรีแ่เบาลอยเป็ระบอกแม้จะให้ความรู้สึกน่าสะพรึงเหมือนพลังปีศาจ แต่ดีร้ายอย่างไรก็มีเสียงเคลื่อนไหวทว่าตอนนี้กลับเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจของถังชวนที่ดังสนั่น ความเงียบรอบๆกลายเป็ความกดดันอย่างเงียบงัน คล้ายกับคลื่นใต้น้ำที่โถมเข้าใส่เขาถังชวนรู้สึกเพียงแค่ว่าหัวใจของตนเองเหมือนถูกคนบีบเอาไว้ตึงเครียดเสียจนหายใจไม่ออก!
ทันใดนั้นก็มีมือข้างหนึ่งตบลงบนไหล่ถังชวนเบาๆ !
[1] ภาพวาดล้างหมึกเป็ภาพเขียนพู่กันหมึกจีนประเภทหนึ่งที่ใช้หมึกดำชะล้าง
[2] ฌ้อปาอ๋องอำลาสนมคือบทละครงิ้วที่โดดเด่นซึ่งในภายหลังกลายเป็ชื่อภาพยนตร์เื่ดังในปี1993 ที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า FAREWELLMY CONCUBINE
[3] โต๊ะแปดเซียน เป็โต๊ะที่นั่งได้มากสุดแปดคนมีม้านั่งยาวสี่ตัวรอบโต๊ะ