ร่างเด็กหญิงที่นอนหลับสนิท ทำให้คนในจวนต่างเป็กังวล เพราะขณะนี้เป็เวลาสี่วันแล้ว ไม่มีที่ท่าจะฟื้นขึ้นมา
"เราจะทำอย่างไรดี ตามหมอเถอะ" ฮูหยินผู้เป็มารดาของซู่หลินร้อนรนมากเพราะ สี่วัน ยังหลับสนิท
"นั่นสิ! ครั้งก่อน ท่านหมอมา ก็บอกไม่เป็อะไรมาก นี้ก็ทานยาครบแล้ว ทำไมถึงไม่ฟื้นอีก"ใต้เท้าลู่จิ้นกล่าวด้วยความไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับบุตรสาวกันแน่
"คุณหนู ยังไม่ฟื้น ที่ผ่านมา บ่าวป้อนยาให้คุณหนู แต่ยากลับไหลออกจากปากเ้าค่ะ"
แม้ตลอดสี่วันที่ผ่านมา เว่ยอิงสาวใช้ข้างกายของซูหลิน เป็คนดูแลทั้งป้อนยาให้ผู้เป็นายหญิงน้อยตลอด แต่ยานั้นกลับไหลออกมา
"ทำไม..เ้าพึ่งมาบอกตอนนี้"
"บ่าวไม่ทราบ คิดว่ายาน่าจะลงไปในคอบ้าง บ่าวคิดว่าให้ยาคุณหนูครบสี่วันแล้วน่าจะฟื้น บ่าวผิดไปแล้วเ้าค่ะ "เว่ยอิงกล่าวอย่างรู้สึกผิด
"ให้บ่าว ไปตามหมอไหมเ้าคะ"เว่ยอิงกล่าวอย่างร้อนใจ
"ช่างเถอะ...เ้าไปตามหมอมาตรวจดูอาการหน่อย แจ้งด้วยว่ายังไม่ได้สติเลยทานยาได้ไม่เต็มที่"
"เ้าค่ะ บ่าวจะรีบไป"
ไม่นานหนักหมอก็มาถึง จึงเข้าไปจับชีพจร ก็ทำหน้าแปลกใจกับอาการที่เกิดขึ้น เพราะเขาทำงานสายนี้มานานกว่ายี่สิบปี ไม่เคยเจอว่าอาการจะเป็เช่นนี้
"เป็อย่างไรบ้าง ท่านหมอ" ใต้เท้าลู่จิ้นรีบซักถามเมื่อเห็นหมอตรวจเสร็จ
"อาการแปลกมาก ชีพจรเต้นไม่เป็จังหวะ ชีพจรสับสนยิ่งนัก น่าจะเกิดจากการใมากจนหมดสติไป" หมอจงหลีกล่าวพร้อมกับส่ายหน้าอย่างช้าๆ
"แบบนี้หมายถึงลูกสาวข้าจะไม่ฟื้นนั่น...เหรอ" ฮูหยินฟังคำพูดของหมอจงหลีเกิดอาการใ ความรู้สึกเหมือนสิ้นหวัง
"เรียนฮูหยิน อย่าได้กังวล ยังพอมีทางรักษา เพียงแต่ต้องใช้เวลาสักหน่อย ครั้งนี้ข้าจะฝังเข็มรักษาไปก่อนนี้ คิดว่าอาการน่าจะค่อยๆดีขึ้น แต่อาการจะไม่หายขาด"
"ท่านหมอพูดแบบนี้...หมายถึงอย่างไรกัน"ใต้เท้าลู่จิ้นสงสัยกับอาการป่วยของบุตรสาว จึงรีบเอ่ยถามทันที
"ร่างกายของลูกสาวท่านจะไม่แข็งแรง จะเจ็บป่วยโดยง่าย หากอยากหายขาดต้องลงไปแช่บ่อน้ำพุยาสมุนไพรที่เขาเทียนซาน"
"เเช่บ่อน้ำพุสมุนไพรที่เขาเทียนซาน ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ท่านหมอ" ใต้เท้าลู่จิ้นครุ่นคิดอยู่ครู่เดี๋ยว ก่อนถามด้วยความแปลกใจ
"เขาเทียนซาน จริงๆแล้ว เมื่อก่อนเป็สำนักเขาเทียนซาน มีอาจารย์เก่งกาจด้านยาและสมุนไพรที่ใช้รักษาโรค ที่สำคัญเก่งกาจด้านวรยุทธ์ล้ำเสิค ่นั้นมีการรับลูกศิษย์เพียงไม่กี่คน แต่่หลังมานี้ได้ข่าวว่าปิดสำนักแล้ว"
"ท่านหมอกล่าวมา แสดงว่าลูกสาวข้าพอมีทางหายป่วย แต่ฟังดูแล้วก็น่าจะยากอยู่เหมือนกัน ในเมื่อสำนักปิดแล้ว ก็ยากที่จะรักษา"
"นั่นแหละ เป็สิ่งที่ข้ากังวลใจ แต่ไม่เป็ไร ข้าพอมีทางช่วย ข้าจะให้หยกชิ้นนี้แก่ท่าน ให้ลูกสาวท่านนำหยกนี้พกติดตัวไว้ ก่อนไปสำนักเขาเทียนซาน หาก์เมตตา ลูกสาวท่านจะหายป่วยอย่างแน่นอน" ท่านหมอรีบหยิบหยกขนาดเล็กๆออกจากถุงเสื้อ แล้วยื่นให้กับใต้เท้าลู่จิ้น
"ขอบคุณท่านหมอมาก ที่ให้หยกชิ้นนี้แก่ลูกสาวข้า "แม้จะไม่เข้าใจความหมายคำพูดของหมอจงหลี แต่เขาก็รับมาโดยไม่ได้สอบถามอะไร
"ไม่เป็ไร.... ลูกสาวท่านยังเด็กนัก อนาคตอีกยาวไกล ไม่ควรมาป่วยอะไรเช่นนี้ นั่นข้าจะฝังเข็มให้ล่ะ"
"นั่นรบกวน...ท่านหมอด้วย"
"ท่านพ่อ ท่านแม่" เด็กหนุ่ม รูปร่างสูงโปร่ง ท่าทางองอาจ วัยเพียง สิบห้าปีเศษ เป็พี่ชายของซูหลิน เมื่อได้ข่าวว่าเกิดเหตุการณ์ไม่ดีกับน้องสาวเลยรีบกลับจากสำนักที่ศึกษาอยู่
"ซือหยวน เ้ากลับมาแล้ว แม่ดีใจจริงๆที่เ้ากลับมา ดูสิเ้าโตขึ้นกว่าเเต่ก่อนมากเลย" ผู้เป็แม่โผล่เข้ากอดลูกชายอย่างคิดถึง
"ซือหยวน เ้ากลับมาก็ดีแล้ว พ่อมีเื่จะคุยกับเ้าหน่อย" ใต้เท้าลู่จิ้นเข้าไปจับไหล่ทั้งสองข้างของลูกชาย นานเกือบสองปีแล้วที่เขาไม่ได้กลับบ้าน
"ได้ขอรับ ท่านพ่อ แล้วซูหลินเป็อย่างไรบ้าง"
"เ้ามาคุยกับพ่อที่ห้องเถอะ..ท่านหมอกำลังฝังเข็มให้น้องสาวเ้าอยู่ อย่าได้รบกวนท่านหมอ"
หลังจากที่เดินเข้ามาในห้อง เห็นผู้เป็บิดายืนหันหลัง นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะทำลายความนิ่งนั้น
"ท่านพ่อ ท่านคิดอะไรอยู่หรือ "
"เฮ้อ! เ้ากลับมาครั้งนี้...ข้าอยากให้เ้าพาซูหลินไปสำนักเขาเทียนซานหน่อย" ผู้เป็บิดาถึงกับถอดหายใจกับอาการของบุตรสาว เมื่อนึกถึงคำพูดของหมอจงหลี
"สำนักเขาเทียนซาน ข้าเคยได้ยิน คนเขาพูดกันว่า ปิดสำนักไปแล้ว เหตุใดท่านพ่อให้ข้าพาซูหลินไปที่นั่น"
แม้สำนักเขาเทียนซานจะปิดไปแล้ว แต่เขาก็เคยได้ยินผู้คนในสำนักศึกษาที่เขาเรียนอยู่ มักจะพูดกันว่า เป็สำนักที่ฝึกลูกศิษย์แบบเคี่ยวเข็ญมาก แต่ก็เก่งกาจด้านวรยุทธ์และเชี่ยวชาญด้านยาสมุนไพรและที่สำคัญมีบ่อน้ำพุที่มีไว้รักษาอาการป่วย ที่ได้ผลดีเกิดคาด แต่ได้หยุดรับลูกศิษย์และปิดสำนักหลายสิบปีมาแล้ว
"น้องสาวเ้า...จะเป็โรคป่วยเรื้อรังหากไม่ได้รักษาโดยแช่ตัวในบ่อน้ำพุสมุนไพรนั้น"ผู้เป็บิดากล่าวอธิบาย พร้อมกับมีสีหน้าที่กังวล
"เพราะแบบนี้เอง แต่สำนักเขาเทียนซานปิดไปหลายปีแล้ว มีปัญหาว่าจะเข้าไปที่นั่นได้อย่างไร" ซือหยวนกล่าวออกมาอย่างข้องใจ ในเมื่อที่นั่นปิดไปแล้ว จะเข้าไปที่นั่นได้อย่างไรกัน
"ท่านหมอจงหลี ให้หยกชิ้นนี้มาบอกให้น้องสาวเ้าพกติดตัวไว้ พ่อว่าเมื่อเ้าพาซูหลินไปที่นั้น เ้าก็จะรู้ด้วยตัวเอง" ลู่จิ้นพูดพลาง พร้อมยื่นหยกชิ้นเล็กให้อีกฝ่ายดู ซือหยวนรับหยกชิ้นนั้นมาดูอย่างละเอียด แม้จะดูเหมือนเป็หยกธรรมดา แต่ดูแล้วกลับเหมือน ตราบางอย่างที่เขาดูแล้วช่างน่าแปลกใจนัก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา พร้อมกับคืนหยกให้บิดา
"ท่านพ่อจะให้ข้าไปวันไหน"
"ตอนนี้น้องสาวเ้ายังไม่ฟื้น...หากฟื้นขึ้นมาคงต้องรอให้ร่างกายดีขึ้นสักหน่อย สักประมาณหนึ่งเดือน"
"ถ้าเป็เช่นนั้น... ข้าคงต้องกลับสำนักศึกษาก่อน ท่านพ่อ... เมื่อถึงเวลานั้น ข้าจะกลับมาพาซูหลินไปสำนักเขาเทียนซาน" ซือหยวนยังอยู่ในวัยที่เล่าเรียนศึกษา การกลับมาครั้งนี้เป็เพียงการลากลับเพื่อมาดูอาการน้องสาวเท่านั้น จึงอยู่ได้ไม่กี่วันก็ต้องกลับไปศึกษาต่อ