เสียงหัวเราะของผู้ฝึกฝนิญญามากมายดังขึ้น มันยิ่งทำให้ชายอ้วนคนนี้ต้องกำหมัดของตนเองแน่น ร่างกายถึงกับสั่นเทาไปมาอย่างอดกลั้นไม่อยู่
เ้าหน้าที่หลายคนก็ได้แต่ส่ายหัวออกมา มันเป็แบบนี้เหมือนเฉกเช่นในทุกๆวัน
"เงียบบบบบบบบบบ!!"
ทันใดนั้นเ้าหน้าที่คนนึงก็ะโออกมาอย่างฉุนเฉียว น้ำเสียงของเขาแฝงไว้ด้วยพลังิญญา
ทุกคนเมื่อเห็นว่าเ้าหน้าที่เริ่มโกรธแล้วก็หุบปากของตนเองซะสนิท ไม่กล้าที่จะพูดคุยอะไรในต่อของชายอ้วนอีกต่อไป นั่งยืนตัวตรงกันเลยก็ว่าได้
"พวกเ้าจงจำเอาไว้ มันไม่มีภูติิญญาประจำตัวตนใดที่ไร้ซึ่งประโยชน์"
"พวกมันก็มีคุณสมบัติและพลังที่แตกต่างกันออกไป อยู่ที่ว่าผู้ฝึกฝนิญญาตนนั้นจะทำให้มันพัฒนาขึ้นได้หรือเปล่า"
คำพูดของเ้าหน้าที่คนดังกล่าวทำให้หลายคนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ โดยเฉพาะกับชายอ้วนที่ยกยิ้มออกมาทั้งน้ำตา มันทราบถึงเื่นี้เป็อย่างดี
ไม่ว่าจะเป็ภูติวิญญณประจำตัวระดับใด
พวกมันก็มีคุณประโยชน์ในตัวของพวกมันเอง ไม่มีอะไรที่ไร้ค่าเลยซักนิด
"ขอบคุณมากครับพวกท่าน"
"งั้นผมขอตัวก่อนแล้วกันครับ"
ชายอ้วนก้าวลงจากเวทีไปด้วยรอยยิ้ม
รีบเช็ดน้ำตาของตนเองในทันที ตัวของมันตอนนี้เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง
ในเมื่อเป็ผู้ฝึกฝนิญญาแล้ว
อนาคตของตนรวมถึงภูติิญญาประจำตัว มันก็อยู่ในเส้นทางที่พวกเขาได้เลือกเดิน ไม่ต้องวิตกกังวลกับอะไรอีกต่อไปแล้ว
และเมื่อเวลาได้ล่วงเลยผ่านไป
ผู้ฝึกฝนิญญาหน้าใหม่ที่เป็วัยรุ่นก็ได้เข้ารับการตรวจสอบอยู่มากมาย มีภูติิญญาที่ไล่ระดับไปั้แ่ระดับFไปจนถึงระดับAเลยทีเดียว
เมื่อภูติิญญาได้ระดับAปรากฏขึ้น
มันก็สร้างเสียงฮือฮาให้กับใครหลายคน
พวกเขาพลันอิจฉาผู้ฝึกฝนิญญาที่สามารถปลุกพลังระดับนี้ขึ้นมาได้ บางคนก็ได้แต่น้อยใจกับโชคชะตาของตนเอง ว่าทำไมฟ้าถึงไม่ประทานระดับAเข้ามาให้กับพวกเขาบ้าง
"คนต่อไปรีบขึ้นมาบนเวทีเลย"
เ้าหน้าขานเรียกผู้เข้าทดสอบคนต่อไป
"หือ.. คุณหนูของตระกูลหยวนหรอ?"
ซึ่งหญิงสาวคนนึงก็พยักหน้ารับในทันที มุมปากเองก็แสยะยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน
ถ้าให้เทียบกันแล้วตัวของนางนั้นดูงดงามยิ่งกว่าผู้หญิงธรรมดาคนอื่นๆ สวมใส่ชุดเสื้อผ้าที่ดูมีราคาแพง ดูยั่วยวนและมีสถานะที่ภูมิฐานเป็อย่างมาก
มันได้ทำให้หลายคนต้องจ้องมองนางด้วยความหลงใหลอยู่ไม่น้อย
"เห้ย?!! นั่นมันคุณหนูของตระกูลหยวน"
"ตัวของนางตอนนี้อายุ17ปีแล้ว แต่เพิ่งกลายเป็ผู้ฝึกฝนิญญายังงั้นเรอะเนี่ย"
"หยวนเฟย.. ฉันอยากเป็แฟนกับเธอชะมัด!!"
เสียงฮือฮาจากผู้ชายหลายคนดังขึ้น
นางที่ได้ยินแบบนั้นก็ยกมือสบัดเส้นผมสีดำของตนเองอย่างไม่สนใจ แต่ดูจากลักษณะท่าทางแล้ว
เหมือนตัวของเธอคนนี้อยากจะให้ผู้คนนั้นชื่นชอบ ชอบตกเป็เป้าสายตา เรียกได้ว่าอยากให้ทุกคนดูสนใจในตัวของเธอเลยด้วยซ้ำ
"ดูท่าทางของคนนี้เธอซิระบบ"
"ฉันโคตรจะเกลียดอะไรแบบนี้เลย"
เซียงหลินครุ่นคิดขึ้นในใจอยู่เล็กน้อย หญิงสาวคนนี้แน่นอนว่าเป็ลูกคุณหนูที่เอาแต่ใจ
[ลูกหลานของตระกูลใหญ่ก็แบบนี้แหละ]
[ไม่แปลกหรอกที่เธอจะมีทัศนคติแบบนี้]
[ยิ่งมีพลังอำนาจมาก พวกเขาก็ยิ่งหลงใหลไปกับพลังที่ตนเองมี]
ระบบเองก็ยังพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
ถึงมันจะไม่มีใบหน้าก็เถอะ
ดูจากท่าทางที่เย้ยหยิ่งจองหองของตนเองแล้ว แม้ระบบเองก็ยังต้องเอ่ยเช่นนี้ออกมา
หญิงสาวคนนี้มีลักษณะที่ชอบดูถูกดูแคลนคนที่อยู่ในระดับต่ำกว่าอย่างแน่นอน
[ติ๊ง! พลังิญญาภายในร่างระดับแรงก์F]
อุปกรณ์การตรวจสอบพลังได้รายงานและแสดงผลขึ้น ตัวของหยวนเฟยได้แสยะยิ้มออกมา เธอโบกมือข้างนึงของตนเองด้วยความสง่างาม
พร้อมกับที่มีร่างเงาของมนุษย์เพศชายคนนึงได้ปรากฏตัวขึ้น ลักษณะสูงใหญ่กว่าสองเมตร มีผิวสีขาวซีดราวกับไม่มีมนุษย์ เส้นผมสีขาวโพลนยาว
ใบหน้าดูซูดผอม บริเวณมุมปากมีเขี้ยวคู่เล็กๆงอกออกมาอย่างเด่นชัด
"นะ..นี่มัน?!!"
เ้าหน้าที่หลายคนถึงกับต้องผงะไป สีหน้าของพวกเขาดูตกตะลึงกันเป็อย่างมาก
[ติ๊ง! ภูติิญญาประจำตัว แวมไพร์โลหิตระดับSS แรงก์F]
การตรวจสอบดำเนินการไปด้วยความแม่นยำ ข้อมูลของมันได้ถูกเปิดเผยขึ้นทั้งหมด
"พระเ้า!! เป็ถึงแวมไพร์โลหิตที่แข็งแกร่ง"
"คุณหนูตระกูลหยวนเป็อัจฉริยะแล้ว"
"ภูติิญญาประจำตัวระดับSSเลยวะ"
เมื่อได้ยินว่าเป็ถึงระดับสูง ทุกคนก็อุทานออกมาด้วยความใ เสียงฮือฮาได้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"ยอดเยี่ยมครับคุณหนูของกระผม"
"ทุกคนกำลังแสดงความยินดีในตัวของท่าน"
ขณะนั้นบริเวณมุมนึงของห้องโถง
ชายวัยกลางคนที่เหมือนจะเป็คนดูแลของหญิงสาวก็กำลังตบมือและพยักหน้ารับด้วยความภาคภูมิใจ นี่แหละคือคุณหนูตระกูลหยวน นางมีพลังที่แตกต่างไปจากผู้ฝึกฝนิญญาหน้าใหม่อย่างสิ้นเชิง
"ไม่เลว เธอมีอนาคตไกลอย่างแน่นอน"
"ดูเหมือนตระกูลหยวนจะได้รับอัจฉริยะอีกคนนึงแล้วซิ พี่ชายของนางเองก็มีภูติิญญาประจำตัวระดับS เป็อัจฉริยะในสถาบันิญญาั"
เ้าหน้าที่หลายคนเอ่ยชื่นชมในตัวของหญิงสาว จ้องมองไปยังนางด้วยแววตาที่เป็ประกาย
นี่แหละคืออัจฉริยะของมนุษย์อย่างแท้จริง
มันแตกต่างไปจากผู้ที่มีภูติิญญาประจำตัวระดับBหรือAอย่างสิ้นเชิง
"ขอบคุณมากค่ะเ้าหน้าที่ทุกคน"
"งั้นดิฉันหยวนเฟยขอตัวก่อนนะคะ"
นางเองก็ยกยิ้มออกมาบริเวณมุมปาก จากนั้นก็ก้าวเดินลงจากเวทีการตรวจสอบไปด้วยความถือดี
ตอนนี้ทุกสายตากำลังโฟกัสมาที่ตัวของเธอ
แล้วพวกมันเองก็ได้เห็นแล้วว่าสิ่งที่เธอมีมันสมบูรณ์แบบมากเพียงใด การมีภูติิญญาประจำตัวระดับS หลังจากนี้จะทำให้เส้นทางในการเป็ผู้ฝึกฝนิญญาของเธอนั้นสว่างสไสว ถูกรายล้อมไปด้วยผู้คนที่้าเข้าหา
[เหอะๆ ไม่แปลกใจที่เธอจะอวดดีแบบนั้น]
[มีภูติิญญาประจำตัวระดับSSนี่เอง]
[แถมยังเป็แวมไพร์โลหิตอีกด้วย ว่ากันว่าพลังของมันอยู่ในอันดับต้นๆของระดับSS เป็แวมไพร์ที่มีคุณสมบัติพลังสูงมาก สามารถนำเืของสิ่งมีชีวิตมาเพิ่มพลังของตนเองได้ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติร่างกายที่ฟื้นฟูตนเองได้อย่างรวดเร็ว]
ระบบพูดออกมาด้วยความสนใจ
ในบรรดาสายพันธุ์แวมไพร์เองก็มีระดับที่แยกย่อยกันออกไปอยู่อีกมาก
มีทั้งแวมไพร์ระดับต่ำ แวมไพร์ระดับกลาง แวมไพร์ระดับสูง ตัวตนที่เธอคนนี้อยู่ในระดับที่แตกต่างไปจากทั้งสามขั้น
เป็รองเพียงแค่ราชันย์แวมไพร์และจักรพรรดิแวมไพร์เท่านั้น ทั้งสองตัวตนที่ว่ามาอยู่ในระดับวีรชนขึ้นไปทั้งสิ้น อาจทัดเทียมได้กับระดับเทพมายา
การที่คนผู้นี้มีแวมไพร์โลหิตเป็ภูติิญญาประจำตัว อนาคตของนางก็ต้องสดใสอย่างแน่นอน
"หึหึ ถ้าเธอมีภูติิญญาประจำตัวระดับวีรชนหรือไม่ก็เทพมายา ตัวของเธอคงจะไม่มองเห็นสิ่งมีชีวิตทั้งหมดเป็มดปลวกเลยหรอ"
"มีแค่ระดับSSก็ยังอวดดีถึงเพียงนี้?"
"ฉันเองก็ไม่อยากจะนึกภาพเลยด้วยซ้ำ!!"