คิงเอปทั้งเจ็ดตัวถูกจัดการจนหมดแล้วเท่านี้การต่อสู้ก็จบแล้วสินะ ค่อยยังชั่วหน่อยที่เก็บกวาดได้ง่ายกว่าที่คิด
ส่วนพวกหมาป่าก็กระโจนหายเข้าไปในเงาของยูมิน่า
“เอ่อฉัน เป็ยังไงบ้างคะ?”
ที่ยูมิน่าพูดออกมานั่นน่าจะเป็การถามว่า คงไม่ได้เป็ตัวถ่วงของทุกคนใช่ไหม ล่ะมั้งแน่นอนว่าแทนที่จะบอกว่าเป็ตัวถ่วงต้องบอกว่าช่วยได้มากสุด ๆ เลยต่างหากไม่นึกเลยว่าสิ่งที่เรียกว่าการยิงสนับสนุนจะให้ผลลัพธ์ที่ดีขนาดนี้
“ความสามารถไม่มีปัญหาเลย”
“เวทมนตร์เองก็ค่อนข้างเก่งเลยล่ะค่ะ”
“มีคนสนับสนุนอยู่แนวหลังเนี่ยช่วยได้มากจริงๆ เ้าค่ะ”
แต่ละคนทยอยแสดงความเห็นพ้องยอมรับความสามารถที่แท้จริงของยูมิน่าก็ตามนั้นล่ะนะ......แต่มันก็ยังรู้สึกว่าอันตรายเกินไปสำหรับเด็กอายุสิบสองอยู่ดี......อืม
ผมคิดพลางมองสาวน้อยด้วยสีหน้าไม่สบายใจเพราะเธอรู้ว่าโดนมองก็เลยมองกลับมา......ไม่น่า เด็กคนนี้คงไม่ได้มองกลับมาเพราะรู้ความคิดผมหรอกนะ?
“......จากนี้ไปก็ฝากด้วยละกันยูมิน่า”
“ค่ะ!ไว้ใจได้เลยค่ะ! คุณโทยะ!”
ยูมิน่ากอดผมพร้อมรอยยิ้มที่เอ่อล้นด้วยความดีใจเดี๋ยว ไอ้แบบนี้น่ะขอทีเถอะ! ทุกคนกำลังมองอยู่น้าาา!
หลังแงะเธอออกไปได้พวกผมก็รวบรวมหูของคิงเอปจากตำแหน่งที่ระบุไว้จนครบจำนวน
“แต่ว่าพอมียูมิน่าเข้ามาก็เป็เด็กผู้หญิงสี่คน แล้วมีแค่ผมเป็ผู้ชายคนเดียวสินะ......”
ผมถอนหายใจเล็กน้อย
“มีปัญหาอะไรเหรอคะ?”
ลินเซ่เอียงคอสงสัยถ้าไม่รู้ตัวกันคงจะเป็ปัญหาสินะ
“ทั้งสามคนอาจจะไม่รู้สึกตัวก็ได้แต่อย่างเวลาอยู่ในกิลด์มันสะดุดตามากเลยล่ะ......และสายตาที่มองมาทางผมมันทำให้เ็ปอยู่นะ”
“? ทำไมหรือเ้าคะ?”
“มีเด็กผู้หญิงน่ารักมารายล้อมมันก็ต้องโดนแบบนั้นอยู่แล้วสิก็เอลเซ่ ลินเซ่ และยาเอะ ทุกคนน่ารักกันเป็พิเศษทั้งนั้นเลยนี่นา”
“““เอ๋?”””
ทุกคนตัวแข็งทื่ออะไรกันหว่า? ผมพูดอะไรแปลกๆ ไปเหรอ? ก็ถ้ามีคนที่ถูกล้อมรอบด้วยเด็กผู้หญิงน่ารักอยู่ล่ะ
ถ้าเป็ผู้ชายก็ต้อง“ชิ!” กันทั้งนั้นแหละ
“พะพูด พูดอะไรออกมาน่ะ โทยะ เอาแต่ล้อเล่นอยู่ได้ น่ารักอะไรกัน......”
“เอ๋อะไรเหรอ?”
“““.........”””
ทำไมทุกคนถึงหน้าแดงกันล่ะ?
“งะงั้นก็ กะ กลับกันเถอะ!”
“นะนั่นสินะ พี่!”
“กะกลับกันเถอะเ้าค่ะ”
ทั้งสามคนพากันเดินอย่างรวดเร็วภายในป่าอะไรกันล่ะนั่น......
จึ๋งๆ มีคนดึงแขนเสื้อโค้ทของผม
“คุณโทยะแล้วฉันล่ะ? ฉันน่ารักรึเปล่าคะ?”
“? ปกติก็คิดว่าน่ารักนะ......?”
“แหะแหะแหะ”
ยูมิน่าเผยรอยยิ้มเอียงอายพร้อมเข้ามากอดผมอีกแล้วก็บอกว่าอย่าไง!
หลังจากนั้นพอกลับไปถึงรถม้าผมก็ใช้งาน【เกท】เพื่อกลับไปยังลีฟเล็ท
ยังไงก็เถอะเวทอัญเชิญเหรอ...... ยังไม่เคยไปยุ่งกับธาตุมืดเลยนี่นะ เพราะครั้งแรก
ที่ได้เห็นคือลิซาร์ดแมนก็เลยรู้สึกว่าภาพลักษณ์มันไม่ค่อยดีอ่ะนะ......
ถ้ามันมีประเภทสัตว์แบบของยูมิน่าอยู่ล่ะก็อยากลองทำพันธะสัญญาด้วยซักตัวจัง คราวหน้าค่อยให้ยูมิน่าสอนให้ก็ได้มั้ง
◇ ◇ ◇
“เวทอัญเชิญของธาตุมืดนั้นขั้นแรกก็ต้องวาดวงเวทก่อน การอัญเชิญเป้าหมายจะเริ่มจากตรงนี้ค่ะ ส่วนจะอัญเชิญได้ตัวอะไรนั้นเป็แบบแรนด้อมทั้งหมดถึงจะบอกแนวโน้มได้บ้างจากพลังเวทหรือแก่นของตัวผู้ใช้แต่ก็จะไม่รู้เลยว่าของจริงจะได้ตัวอะไรค่ะ”
ที่สวนด้านหลังของ“จันทราสีเงิน” ยูมิน่ากำลังวาดวงเวทขนาดใหญ่อยู่บนพื้นดินเธอวาดมันลงไปราวกับแกะสลักด้วยชอล์คที่อยู่ในมือข้างหนึ่งเป็รูปแบบอันสลับซับซ้อนดูเหมือนชอล์คนี่จะสร้างมาจากการบีบอัดหินเวทล่ะ
“และถ้าสามารถทำพันธะสัญญากับสิ่งที่อัญเชิญออกมาได้ก็เป็อันสำเร็จค่ะแต่การทำพันธะสัญญาจำเป็ต้องทำตามเงื่อนไขของอีกฝ่ายให้ได้ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามแต่ละตัวมีั้แ่เื่ง่าย ๆ ไปจนถึงเื่ที่คิดว่าไม่มีทางทำได้แน่ ๆ ค่ะ
ส่วนเงื่อนไขตอนที่ฉันทำพันธะสัญญากับเด็กพวกนี้คือ‘ขอกินจนอิ่มท้องหน่อย’ น่ะค่ะ”
พอวาดวงเวทเสร็จยูมิน่าก็ลูบหัวของหมาป่าเงินตัวหนึ่งที่เรียกออกมาเมื่อกี้ ท่าทางเ้าตัวที่มีลายกากบาทอยู่ที่หน้าผากจะเป็หมาป่าเงินที่ทำพันธะสัญญากับยูมิน่าดูเหมือนหมาป่าเงินตัวอื่น ๆที่เรียกออกมาจะเป็ลูกน้องที่เชื่อฟังหมาป่าเงินตัวนี้ที่เป็หัวหน้าแถมให้อีกหน่อยว่ามันชื่อ “ซิลเวอร์” พลิกแพลงชื่อให้มากกว่านี้หน่อยเถอะ
ดูเหมือนว่าถ้าทำพันธะสัญญากับสัตว์อสูรระดับสูงจะสามารถใช้งานลูกน้องของมันได้ด้วยผู้ใช้ลิซาร์ดแมนที่จู่โจมซูนั่นเองก็น่ากลัวว่าจะทำพันธะสัญญากับตัวที่เหมือนเป็จ่าฝูงล่ะมั้ง
“ถ้าหากเติมเต็มเงื่อนไขไม่ได้สิ่งที่อัญเชิญมาก็จะหายไปค่ะ และตัวแบบเดียวกันนั้นก็จะไม่ปรากฏอีกเป็ครั้งที่สองโอกาสทำพันธะสัญญามีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นค่ะ”
งี้นี่เองไอ้ที่เรียกว่าครึ่งหนึ่งในชีวิตสินะ ......ผิดไปหน่อยรึเปล่าหว่า?
“ไม่มีอันตรายเหรอ? คงไม่มีแบบอยู่ ๆก็พุ่งเข้ามาโจมตีใช่ไหม?”
“ถ้าไม่ได้ทำพันธะสัญญาพวกเขาก็จะอยู่ได้แต่ในวงเวท ไม่สามารถออกมาทางนี้ได้ ไม่ต้องห่วงค่ะการโจมตีระยะไกลเองก็จะถูกบาเรียของวงเวทป้องกันไว้ทั้งหมด เพียงแต่ถ้าผู้อัญเชิญเข้าไปในวงเวทเองก็เป็อีกเื่ค่ะ ตัวที่บอกว่าจงแสดงความสามารถในการต่อสู้ ก็มีอยู่นะคะ”
อืมอันตรายเหมือนกันน้า เอาเถอะ ตอนที่ต้องท้าทายกับตัวที่ไม่น่าจะเอาชนะได้ขอให้กลับไปแบบสุภาพก็คงได้มั้ง ถึงจะน่าเสียดายอยู่บ้างก็เถอะ
“สัตว์อัญเชิญที่เรียกออกมาทางนี้ไม่เกี่ยวกับความสามารถทางเวทมนตร์ของตัวคนใช้สินะ?”
“ค่ะเื่ที่มือใหม่สุด ๆ เคยเรียกตัวระดับสูงออกมาได้ก็มีอยู่นะคะ”
ถ้างั้นอย่างผมเองก็มีโอกาสสินะถึงจะต้องพึ่งดวงอย่างสมบูรณ์เลยก็เถอะ
“ยังไงก็ลองดูก่อนละกัน”
ผมไปยืนอยู่ตรงหน้าวงเวทที่วาดเสร็จสมบูรณ์แล้วปรบมือดัง ป้าบ เพื่อเรียกพลังใจ จากนั้นก็รวบรวมพลังเวทธาตุมืดแล้วส่งไปรวมกันอยู่ที่ใจกลางวงเวท หมอกสีดำค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจนเต็มภายในวงเวททั้งใดนั้นก็เกิดการปะทุของพลังเวทขึ้นมา
‘......ผู้ที่เรียกข้ามาคือเ้าเองรึ?’
หมอกดำหายไปั้แ่เมื่อไรไม่ทราบปรากฏเป็เสือขาวขนาดใหญ่ตัวหนึ่งอยู่ในวงเวทแทนเสียงเมื่อกี้นี้คือของเ้านี่เหรอ? แววตาคมกริบกับจิตคุกคาม เขี้ยวและเล็บอันแหลมคมมีตัวที่ร้ายกาจเหลือเชื่อออกมาซะแล้วสิ ััได้ถึงคลื่นพลังเวท เปรี๊ยะ ๆ เลยท่าทางจะไม่ใช่เสือธรรมดา ๆ แล้ว
“จิตคุกคามแบบนี้เสือขาว......หรือว่า ‘จักรพรรดิพิสุทธิ์’......!”
‘โฮ่รู้จักข้าด้วยรึ?’
เสือขาวจับจ้องไปยังยูมิน่าที่กำลังย่อตัวกอดหมาป่าเงินอยู่ข้างหลังผมหมาป่าเงินซิลเวอร์เองก็หูตกหางม้วนกลม ดูเหมือนจะกำลังกลัว ก็นะถ้าโดนเสือจ้องก็ต้องกลัวอยู่แล้วล่ะ อ๊ะ ตอนนี้ผมอยู่ในสภาพ “เสือประตูหน้าหมาป่าประตูหลัง” สินะ! ไม่ได้เกี่ยวกันเลย
“เลิกจ้องเขม็งแบบนั้นซะทีเถอะมันน่ากลัวไม่ใช่เหรอ”
‘......เ้ายังสบายๆ ได้อยู่อีกสินะ ยังยืนได้อยู่ทั้งที่โดนพลังสายตากับพลังเวทของข้าคุกคามเนี่ย......น่าสนใจจริงๆ’
“ตอนแรกก็ใอยู่แต่พอชินแล้วก็ไม่เท่าไหร่หรอก แล้ว ‘จักรพรรดิพิสุทธิ์’ นี่คืออะไรเหรอ ยูมิน่า?”
ยูมิน่ามองมาทางผมพร้อมกับทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างด้วยเสียงสั่น ๆ แต่ก็ไม่มีเสียงออกมาบางทีคงเป็เพราะแรงกดดันของเสือขาวตัวนี้ล่ะมั้ง
“เลิกทำแบบนั้นหน่อยได้ไหมไม่งั้นก็เดินเื่ต่อไม่ได้น่ะสิผมคิดว่าการข่มขู่คนอ่อนแอมันไม่ใช่เื่ที่น่าชมเชยหรอกนะ?”
‘......ย่อมได้’
พอผมประท้วงเสือขาวจิตคุกคามที่มันปล่อยออกมาก็หายไป อะไรกัน ก็คุยกันรู้เื่อยู่ไม่ใช่เหรอ
“แล้วยูมิน่า ‘จักรพรรดิพิสุทธิ์’ นี่คือ?”
“ในกลุ่มที่อัญเชิญได้ จะมีสี่ตัวที่อยู่ในระดับสูงสุด นี่ คือหนึ่งในนั้น ค่ะ......าาแห่งสัตว์ผู้ปกป้องวิถีทางและทิศประจิม ไม่ใช่สัตว์อสูร แต่เป็สัตว์เทพ ค่ะ”
ยูมิน่าตอบคำถามอย่างตะกุกตะกักโดยที่ยังสั่นเทาอยู่สัตว์เทพเหรอ ถ้าเป็สัตว์เลี้ยงของพระเ้ามันก็น่าสนใจอยู่นะ
“แล้วต้องทำยังไงถึงจะยอมทำพันธะสัญญาด้วยล่ะ?”
‘......ทำพันธะสัญญากับข้า? โดนดูถูกอย่างแรงเลยสินะเนี่ย’
“ยังไงก็ลองบอกมาก่อนเถอะถ้ามีแววทำไม่ได้เดี๋ยวจะยอมแพ้เอง”
‘หืม......’
เสือขาวจับจ้องมาทางนี้แล้วทำจมูกฟุดฟิด จากนั้นก็เอียงคอเล็กน้อย
‘แปลกดีนะ......ข้าััพลังแปลกๆ บางอย่างจากเ้าได้ ิญญาคุ้มครอง......ไม่สิระดับสูงกว่านั้นอีก......อะไรเนี่ย?’
ิญญาคุ้มครอง? โชคร้ายหน่อยนะที่ผมไม่รู้จักกับิญญาหรอก
‘......ดีล่ะจงแสดงแก่นแท้และน้ำหนักแห่งพลังเวทของเ้ามาแล้วข้าที่เป็สัตว์เทพจะยอมทำพันธะสัญญาด้วย อย่าได้ใช้พลังเวทครึ่ง ๆ กลาง ๆเชียวล่ะ’
“พลังเวท?”
‘ถูกต้องััตัวข้าแล้วถ่ายพลังเวทเข้ามา จนกว่าพลังเวทจะเหือดแห้งเกือบหมดถ้ามีแก่นแท้และน้ำหนักถึงขั้นต่ำสุดล่ะก็ ข้าละลองคิดเื่ทำพันธะสัญญาดู’
หึหึเ้าเสือมองมาราวกับจะหัวเราะแบบนั้น ที่ว่าจะลองคิดดูเนี่ยมันไม่ใช่การรับปากเป็มั่นเหมาะนี่นา
แต่ว่าเป็เสือที่พูดเื่อันตรายน่าดูเลยนะ ที่ว่าพลังเวทเหือดแห้งเนี่ยถ้าอย่างในเกมก็หมายความว่าให้ถ่ายพลังเข้าไปจน MP เหลือ 0 เลยสินะ