ที่นี้คือที่ไหน .....
มู่หลงชิงในตอนนี้ได้รู้สึกตัวขึ้นมาแต่ภาพที่เขาเห็นกลับไม่ใช่ร้านจิตอสูรา รอบๆตัวของเขาในตอนนี้ได้กลายเป็ดินแดนรกร้างที่กว้างใหญ่ไพศาล ไม่มีต้นไม้ใบหญ้าเกิดขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย มีเพียงพื้นดินที่แห้งแร้งและแตกระแหงออกไปทั่วทุกทิศทาง
โฮกกกก ....... เสียงคำรามของสัตว์อสูรดังออกมา ก่อนที่จะค่อยๆปรากฎร่างของพยัคตัวสีดำขนาดใหญ่พอๆกับช้างที่ตัวโตเต็มที่ตัวนึงเลยทีเดียว มันมีขนสีดำที่เงางาม มีดวงตาเป็สีแดง เขี้ยวสองซี่ที่ยาวพ้นออกมานอกปากของมัน ที่หลังของมันมีปีกสีดำคู่ใหญ่ที่พับเขามาไว้ที่หลัง กรงเล็บที่แหลมคมทั้ง 4 เท้ามีนาดที่ใหญ่มองดูแล้วให้ความรู้สึกที่น่ากลัวอย่างมาก
บรรยากาศที่แผ่ออกมาจากพยัคดำตนนี้ ให้ความรู้สึกถึงกลิ่นอายฆ่าฟันที่รุนแรงออกมาจากตัวมัน มู่หลงชิงไม่สามารถมองออกแม้แต่น้อยว่ามันเป็สัตว์อสูรในระดับใด เขาคาดเดาเอาว่ามันน่าจะอยู่ในระดับเขตแดนเทวะระดับสูงหรืออาจจะไปถึงเขตแดนเทพก็เป็ได้ ต้องรู้ก่อนว่าสัตว์อสูรระดับเทพนั้นไม่สามารถพบเจอได้อีกแล้ว มีคำกล่าวไว้ว่าพวกมันอาจจะสูญพันธ์ไปหมดแล้วก็เป็ได้ เพียงแค่สัตว์อสูรระดับเทวะก็มีให้เห็นไม่มาก ในตอนที่มู่หลงชิงยังไม่ได้ย้อนกลับมาในอดีตนั้นเขาเคยพบเจอเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น สามารถที่จะนับได้ด้วยนิ้วมือได้ แต่พยัคสีดำตนนี้กลับมีออร่าที่แข็งแกร่งกว่าสัตว์อสูรระดับเทวะที่เขาเคยพบเจอมาก่อนจึงทำให้เขาตกตะลึงอย่างมาก
หรือว่ามันจะเป็ความทรงจำของเ้าอสูรพยัคทมิฬตนนั้น มู่หลงชิงคิดขึ้นมาในใจ เขาในตอนนี้เริ่มจะเข้าใจเื่ราวที่เกิดขึ้นมาอย่างกะทันหันนี้แล้ว จิตอสูรพยัคทมิฬได้ส่งผ่านความทรงจำนี้มาให้กับเขา ทำให้เขาเห็นภาพของมันในอดีตนั้นเอง
เป็อย่างที่มู่หลงชิงคิด นี้คือความทรงจำที่จิตอสูรพยัคทมิฬส่งมาให้กับเขาทำให้เขาเห็นภาพที่เกิดขึ้นได้ในตอนที่มันยังมีชีวิตอยู่ พยัคทมิฬในตอนนี้ได้ค่อยๆก้าวเดินออกไปเพียง 1 ก้าวก็สามารถทำให้มันเดินไปได้ไกลถึง 10 ลี้แล้ว สิ่งนี้ทำให้มู่หลงชิงตกตะลึงยิ่งนัก เขาไม่เคยเห็นท่าเท้าที่สามารถก้าวออกไปได้ไกลถึงเพียงนี้ เพียงแค่ก้าวธรรมดาก็สามารถไปได้ถึง 10 ลี้แล้ว แม้แต่ตอนที่เขาอยู่ในจุดสูงสุดของเขาก็สามารถใช้ก้าวธรรมดาไปได้ไกลเพียง 6-7 ลี้เท่านั้น แต่ยังไม่ทันหายจากอาการตกตลึงเขาก็ต้องพบกับสิ่งที่เขาไม่คาดฝันอีกครั้ง
ครั้งนี้เป็พยัคทมิฬที่กระโจนออกไปข้างหน้าแต่กลับสามารถไปได้ไกลถึง 50 ลี้ เพียงการกระโจนเพียงครั้งเดียวก็ไปได้ไกลถึงเพียงนี้ เคล็ดวิชานี้ต้องเป็เคล็ดวิชาที่รวดเร็วที่สุดในแดนสุขาวดีนี้อย่างแน่นอน หลังจากนั้นพยัคทมิฬก็ได้ขยับปีกของมันให้กางออก ปีกของมันนั้นมีขนาดที่ที่ใหญ่และยาวเป็อย่างมาก ทำให้พยัคทมิฬดูน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น จากนั้นมันก็ขยับปีกขึ้นลงก่อนที่จะลอยและพุ่งหายออกไปไกลถึง 100 ลี้ ก่อนทีมันจะสบัดปีกอีกครั้งและพุ่งไปไกลอีก 100 ลี้ มู่หลงชิงไม่สามารถหาคำกล่าวอะไรกับสิ่งที่เขาเห็นได้
ในโลกนี้มีเคล็ดวิชาเช่นนี้ด้วยอย่างนั้นหรือ ถ้าเขาสามารถฝึกฝนมันได้จนสำเร็จจะทำให้ไม่มีคัยในแดนสุขาวดีนี้สามารถตามเขาได้ทันอย่างแน่นอน เขากำลังนึกคิดอยู่สักพักก็ได้มีเสียงกล่าวเข้ามาในหัวของเขา
นี้คือเคล็ดวิชาพยัคท่องนภาของข้า นี้เป็สิ่งที่ข้ามอบให้กับเ้าเพื่อเป็สิ่งยืนยันว่าถ้าเ้าสามารถช่วนให้ข้าเป็อิสระได้เ้าจะได้รับอะไรอีกมากอย่างแน่นอน เสียงของพยัคทมิฬที่ส่งผ่านมาทางความทรงจำของมันดังขึ้นในหัวของเขาก่อนที่จะค่อยๆปรากฎเคล็ดวิชาพยัคท่องนภาขึ้นในหัวของมู่หลงชิง
เคล็ดวิชานี้มีด้วยกันทั้งหมด 7 ขั้น เพียงฝึกฝนสำเร็จในขั้นแรกก็สามารถก้าวเท้าธรรมดาไปได้ไกลถึง 2 ลี้แล้ว ถ้าฝึกฝนจนสำเร็จทั้ง 7 ขั้น สามารถก้าวไปได้ไกลถึง 10 ลี้ และใช้ความเร็วสูงสุดได้ถึง 100 ลี้เป็อย่างต่ำ แต่การจะฝึกฝนให้ผ่านขั้นแรกนั้นก็ไม่ใช่เื่ง่านเลยแม้แต่น้อย เพราะเพียงขั้นแรกเข้าจะต้องหลอมรวมกับเืและจิตอสูรของสัตว์อสูรธาตุลมระดับปราณฟ้าขั้นสูงถึง 10 ตน ถึงจะสามารถฝึกฝนขั้นแรกได้ ยิ่งขั้นที่สูงขึ้นไปเืและจิตอสูรที่ต้องใช้ก็เป็ธาตุลมที่มีระดับสูงขึ้นไปอีก โดยเฉพาะขั้นที่ 6 และ 7 นั้น ยากอย่างมาก
ขั้นที่ 6 ต้องใช้เืและจิตอสูรของสัตว์อสูรระดับเทวะขั้นต่ำถึง 3 ตนถึงจะสามารถฝึกฝนได้สำเร็จ แต่ขั้นที่ 6 เขายังพอที่จะมีความหวังอยู่บ้างเพราะถ้าเขาแข็งแกร่งขึ้นยังพอที่จะหาสัตว์อสูรระดับเทวะขั้นต่ำได้ แต่กับขั้นที่ 7 นั้น ทำให้เขารู้สึกว่าไม่สามารถที่จะฝึกฝนจนสำเร็จได้เพราะเืและจิตอสูรที่ต้องใช้นั้นต้องมีระดับเทวะระดับสูงถึง 3 ตนหรือระดับเทพ 1 ตน เท่านั้นถึงจะสามารถฝึกฝนได้ ทำให้เขาไม่สามารถจิตนาการได้เลยว่าเขาจะไปหาเืและจิตอสูรระดับนี้ได้ที่ไหน แค่สัตว์อสูรระดับเทวะขั้นต่ำก็หายากมากพออยู่แล้ว แต่นี้ต้องใช้เืและจิตอสูรระดับเทวะขั้นสูง เพียงสิ่งนี้ก็เป็ไปไม่ได้แล้วที่เขาจะสามารถพบเจอได้
เขาทำได้เพียงถอนหายใจออกมาอย่างหมดหวัง ถึงแม้วิชาที่พยัคทมิฬมอบให้กับเขาจะเป็เคล็ดวิชาระดับสูงที่หายากย่างมาก แต่วิธีการฝึกฝนก็ยากด้วยเช่นกัน แต่อย่างน้อยๆเขาก็สามารถฝึกฝน 5 ขั้นแรกได้ ขอเพียงเขาหาจิตอสูรและเืที่้าใช้ได้ก็เพียงพอให้เขาฝึกฝนจนสำเร็จได้แล้ว เพียงแค่ 5 ขั้นแรกก็เพียงพอให้เขาเป็นักสู้อันดับต้นๆเื่ความเร็วของแดนสุขาวดีได้แล้ว ส่วนขั้นที่สูงกว่านั้นก็ปล่อยให้เป็เื่ของอนาคตไป คิดมากไปในตอนนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา เขารวบรวมสมาธิและจดจำเคล็ดวิชาพยัคท่องนภาไว้ในหัวของเขา ก่อนที่ภาพเบื้องหน้าของเขาจะค่อยๆจางหายไป
เขาค่อยๆรู้สึกตัวขึ้นมาอย่างช้าๆเมื่อเขาลืมตาขึ้นมาก็มองเห็นเพดานห้องที่ไม่คุ้นเคยในสายตาของเขาก่อนที่จะมองออกไปรอบๆตัวและพบเข้ากับสายตาของเฒ่าแก่หลี่ฟาน ที่ในตอนนี้ได้นั่งอยู่ข้างกายของเขา มู่หลงชิงค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นมานั่ง
นายน้อยมู่เป็เช่นไรบ้าง รู้สึกมีอาการอะไรผิดปกติหรือไม่ .... เฒ่าแก่หลี่กล่าวถามอาการของเขาออกมา
ข้าน้อยไม่เป็อะไรมา เฒ่าแก่หลี่ไม่ต้องเป็กังวล ......
เช่นนั้นก็ดีแล้ว ..... เฒ่าแก่หลี่นิ่งเงียบไปสักพักก่อนที่จะมองหน้าของมู่หลงชิง
นายน้อยมู่ข้ามีเื่อยากจะถามกับท่านขอให้ท่านกล่าวออกมาตามความเป็จริงด้วย ... เฒ่าแก่หลี่กล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังอย่างมาก ทำให้มู่หลงชิงรู้สึกว่าเื่ที่พูดคุยกันต่อไปเป็เื่ที่สำคัญอย่างมาก
เชิญเฒ่าแก่หลี่ถามมาได้เลย ถ้าข้าน้อยตอบได้ก็จะไม่ปิดบังอย่างแน่นอน ... มู่หลงชิงคิดไว้แล้วว่าเขาจะไม่โกหกเฒ่าแก่หลี่แต่จะตอบคำถามที่เขาสามารถตอบได้เท่านั้น
เช่นนั้นข้าขอถามได้หรือไม่ว่าที่นายน้อยมู่สลบไปเมื่อสักครู่นั้นเกี่ยวข้องกับลูกแก้วจิตอสูรที่อยู่บนแท่นบูชานั้น ... เฒ่าแก่หลี่ถามเขาประเด็นในทันที
มู่หลงชิงนิ่งเงียบไปสักครู่
เป็เช่นนั้นจริงๆเฒ่าแก่หลี่ที่ข้าสลบไปเมื่อสักครู่เป็เพราะลูกแก้วจิตอสูรลูกนั้นจริงๆ..... ได้ยินเช่นนี้ก็ทำให้เฒ่าแก่หลี่คิ้วขมวดขึ้นมาเล็กน้อย
เช่นนั้นข้าจะถามอีกว่านายน้อยมู่สามารถสื่อสารกับจิตอสูรตนนี้ได้หรือไม่ .... เฒ่าแก่หลี่้ายืนยันสิ่งที่เขาคิดจึงถามออกมาเช่นนี้
เป็เช่นนั้น ข้าสามารถสื่อสารกับจิตอสูรตนนี้ได้ ... เขากล่าวตอบออกมาด้วยความเป็จริง
ได้ฟังคำตอบของมู่หลงชิงทำให้เฒ่าแก่หลี่สั่นเทาขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะนิ่งเงียบไป เขาคิดอะไรบางอย่างอยู่ ..... เห็นท่าทางที่เฒ่าแก่หลี่นิ่งเงียบไปก็ทำให้มู่หลงชิงรู้สึกว่าเื่นี้ต้องไม่ธรรมาดาอย่างแน่นอน
เฒ่าแก่หลี่ไม่ทราบว่าลูกแก้วจิตอสูรตนนี้มีที่มาอย่างไรกันแน่ ... มู่หลงชิงกล่าวถามออกมา
เฒ่าแก่หลี่มองหน้าเขาและลังเลอยู่สักพักนึงก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะเล่าเื่ของตะกลูของเขาให้มู่หลงชิงฟัง เพราะมู่หลงชิงเป็เพียงคนเดียวที่สามารถสื่อสารกับจิตอสูรพยัคทมิฬได้
นายน้อยมู่้าฟังเื่ราวบางอย่างหรือไม่ ............................