ล่าผ่าแดนทมิฬ

    ตอนที่ 37 ชอบชิ้นไหนหยิบไปได้เลย!

    แกร๊ก"พี่เชน"ในขณะที่เชนกำลังนั่งครุ่นคิดถึง-ยมทูตทมิฬ-ประตูห้องก็เปิดขึ้นพร้อมกับเสียงเรียกชื่อเขาดังตามมา เชนหันไปมองตามเสียงก็เห็นริวที่ใส่ชุดเสื้อยืดสบายๆ กำลังเดินมาหาเขา"อาการเป็นไงบ้างครับ" ริวเดินมาหยุดข้างเตียง"อ่า ดีขึ้นมากแล้วล่ะคิดว่าเกือบเต็มร้อยแล้วล่ะนะ" เชนพูดพร้อมยกแขนขวาหมุนไปมาเป็นการประกอบ"พี่ฟื้นฟูร่างกายได้เร็วจนทำเอาหมอของบ้านผมอึ้งไปเลยนะครับรู้ไหม" ริวหัวเราะพร้อมพูดติดตลกเชนกับริวคุยกันอยู่อีกสองสามนาที"จริงๆ พ่อของผมอยากให้พี่ไปหาหน่อยน่ะครับ" ริวพูดพร้อมกับยิ้มมีเลศนัย"หือ? คุณลุงอยากเจอพี่เหรอ มีอะไรหรือเปล่า" เชนงุนงงเล็กน้อย หลังจากที่คุยกันวันนั้นเชนก็ไม่เจอไรม์เลย มีแต่ริวที่แวะมาคุยกับเขาอยู่บ่อยๆ"ตามผมมาเดี๋ยวพี่ก็รู้เองแหละครับ" ริวยิ่งยิ้มมีเลศนัยขึ้นไปอีกเมื่อจบประโยคนี้"รอยยิ้มนายดูน่าขนลุกชะมัด...เอาเถอะ คุณลุงอยากเจองั้นก็ไปหาท่านกัน" เชนพูดจบก็ก้าวเท้าออกจากเตียงลุกขึ้นยืน ถ้าหมอคนนั้นได้มาเห็นครั้งนี้คงสลบคาท่ายืนแน่ๆ จากที่คิดว่าหลายเดือนถึงหายแต่นี้แค่ห้าวันเชนกลับหายดีจนยืนได้ปกติแล้วเชนกับริวพากันเดินออกจากห้องเดินกันไปตามทางที่ดูหรูหรา ตามทางตบแต่งไปด้วยภาพวาด แจกันและดอกไม้ บนพื้นปูด้วยพรมลายดอกไม้อย่างดีที่ตอนนี้เชนใส่รองเท้าแตะที่ทางแม่บ้านเอามาให้ยังสัมผัสได้ถึงความนุ่มของพรม"พี่เชน คือผม...มีเรื่องสงสัยเรื่องหนึ่ง" เชนกับริวเดินพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย จนริวที่เหมือนจะเก็บความสงสัยหนึ่งไว้ไม่ไหวจึงเอ่ยปากถามเชนขึ้นในขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินไปตามทางเดินหรูหรา"ว่า" เชนเดินมองไปรอบๆ ไม่ได้หันมามองริวที่กำลังจ้องเขาตาเป็นมัน"ตอนผมย้อนกลับไปหาพี่ ผมเห็นพี่ที่นอนหมดสติกับศพของพวกมันสองคน คนหนึ่งเป็นหัวหน้าของพวกมัน...นั่นพี่จัดการเองเหรอครับ" ริวถามขึ้น"อ่า..ใช่แล้วล่ะ" เชนตอบรับ"แต่..หัวหน้าของมัน ระดับแปดสิบสี่นะครับ! ต่างกับพี่ตั้งห้าระดับชั้น! " ริวเมื่อได้ยินคำตอบของเชนก็พูดสิ่งที่คิดออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ "ผม..ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีคนทำแบบนี้ได้ มัน..ไม่น่าจะเป็นไปได้""ริว..พี่เองก็เคยพูดคำว่าเป็นไปไม่ได้เหมือนนายนี่แหละ แต่พ่อของพี่สอนไว้ว่า โลกนี้น่ะมีแค่สองสิ่ง คือ สิ่งที่เป็นไปแล้ว กับ สี่งที่ยังเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเรายังไม่ได้ลงมือทำหรือยังพยายามไม่มากพอก็ตาม ส่วนคนที่สร้างทางเลือกที่สามขึ้นมาว่าไม่มีทางเป็นไปไม่ได้น่ะก็อย่าหวังจะทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้เลย" เชนพูดยืดยาว นี่เป็นสิ่งที่พ่อบุญธรรมของเชนสอนเขาไว้ในตอนยังเป็นเด็ก เขาก็จำไม่ได้ว่าเป็นเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เขาพูดเช่นนี้ แต่ที่เขาจำได้คือหลังจากได้ยินคำนี้แล้วเขาก็มีแรงฮึด ผลลัพธ์ก็คือ เขาที่ยิ้มแก้มปริดีใจพร้อมกับโชว์เหรียญทองให้พ่อดู อ้ะ..ใช่แล้ว เป็นงานแข่งกีฬาที่ทีมตรงข้ามเก่งสุดๆ จนตอนแรกเขาไม่กล้าสู้นี่เอง"สิ่งที่เป็นไปแล้ว..กับ..สี่งที่ยังเป็นไป..ไม่ได้ ผมว่าผมเป็นแฟนคลับพี่แล้วล่ะครับ" ริวมองเชนตาเป็นประกาย "สักวันผมจะเก่งแบบพี่ให้ได้""พี่ไม่ได้เก่งอะไรสักหน่อย" เชนถอนหายใจ เขายังอ่อนแอมากนักไม่ว่าด้านพลังหรือด้านจิตใจเมื่อเทียบกับโลกใบนี้ จากเหตุการณ์ที่ต้องสู้กับหมินทำให้เขาพอเข้าใจถึงหลายๆ อย่าง "ว่าแต่ นี่เราจะไปไหนกัน""ถึงพอดีเลยครับ" ริวพูดขึ้น เมื่อพวกเขาทั้งคู่ได้มาหยุดยืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่หรูหราซึ่งเป็นประตูบานพับแบบสองบาน แถมทั้งบ้านเป็นเหล็กที่เชนดูจากภายนอกก็พอจะดูออกว่าแข็งแกร่งสุดๆ ดูจากประตูแล้วภายในห้องนี้ต้องมีของมีค่าสำคัญแน่นอน"นี่คือ.." เชนเห็นประตูที่ดูทรงพลังนั่นแล้วก็หันไปถามริวที่กำลังผลักประตูเข้าไป"ผมเรียกมันว่าห้องสมบัติตระกูลนะครับ" ริวผลักประตูเหล็กหนานั้นให้เปิดออกจนเห็นแสงสว่างในห้องแล้วเดินนำเข้าไป ก่อนเข้าไปหันมาพูดกับเชน "ตามมาเลยครับ""ห้อง..สมบัติ" เชนพูดทวนพร้อมกับเดินผ่านประตูเหล็กหนานั้นเข้าไปในห้องเมื่อเข้ามาเชนเห็นทั้งห้องตอนนี้เปิดไฟสีเหลืองนวลสว่าง ทำให้เห็นว่าห้องนี้เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ไม่น้อยจากที่เชนคาดน่าจะใหญ่กว่าห้องที่เขาพักรักษาตัวเกือบสองเท่า ทั้งห้องมีชั้นวางที่มีของตั้งไว้มากมาย มีตู้กระจกที่ใส่ของเอาไว้หลายสิบตู้ เชนมองไปที่ของพวกนั้นที่วางเอาไว้ มีตั้งแต่ดาบเล่มสวยที่ดูก็รู้เลยว่าแพงสุดๆ เชนยังเห็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ถูกใส่ไว้ในตู้กระจกอย่างดีที่หน้าปกเขียนไว้ว่า'ฝ่ามือสลาตัน'นี่เป็นคัมภีร์วิชาต่อสู้! ไหนจะเห็นขวดยาที่ส่งกลิ่นหอมที่เมื่อเชนได้กลิ่นทำให้ตัวของเขาสบายไปทั้งตัว ของพวกนี้ราคาแต่ละชิ้นบางคนต้องทำงานทั้งชีวิตกว่าจะซื้อได้ เห็นของที่ดูมีราคาแบบนี้ก็ทำเอาเชนตัวเกร็งไม่น้อย ถ้าเกิดเผลอทำอะไรเสียหายเขาไม่มีปัญญาชดใช้แน่"ไม่ต้องเดินเกร็งขนาดนั้นก็ได้"และแล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นดึงความสนใจของเชนที่กำลังเกร็งๆ ให้หันไปมอง เจ้าของเสียงคือไรม์ที่วันนี้อยู่ในชุดอยู่บ้านสบายๆ เป็นเสื้อยืดกับกางเกงขายาวที่ดูมีราคา แต่ก็ไม่อาจกลบรัศมีภูมิฐานมีอำนาจได้เลยแม้แต่น้อย ไรม์ตอนนี้ยืนอยู่หน้าตู้กระจกบานหนึ่งที่ด้านในตู้วางไว้ด้วยลูกแก้วอะไรสักอย่าง"สวัสดีครับคุณลุง" เชนเดินตามหลังริวมาถึงจุดที่ไม่ไกลจากไรม์นักก็กล่าวทักทายขึ้น"อืม อาการเป็นไงบ้างแล้วล่ะ" ไรม์พยักหน้ารับแล้วถามถึงอาการ"ก็..คิดว่าหายไปเก้าส่วนแล้วล่ะครับ" เชนพูดพร้อมหมุนไหล่ประกอบ"เป็นร่างกายที่ฟื้นฟูเร็วดีนะ" ไรม์ไม่ได้แปลกใจนักที่เชนหายเร็วแบบนี้ ด้วยประสบการณ์ของเขา เขาได้พบเจอคนมามากมายเคยพบผู้มีร่างกายพิเศษจำเพาะมาไม่น้อย เคยเห็นคนที่มีร่างกายแข็งแกร่งจนดาบฟันแทงไม่เข้าก็เคยมาแล้ว แต่ถ้าไรม์ได้เห็นเชนในสภาวะ-ยมทูตทมิฬ-ที่สามารถฟื้นฟูร่างกายได้จนเห็นด้วยตาเปล่า...ไม่รู้ไรม์จะทำหน้าเช่นไรเชนกับไรม์พูดคุยกันเล็กน้อยจนสุดท้ายเชนก็ถามขึ้น"ว่าแต่ คุณลุงอยากเจอผมด้วยเรื่องอะไรครับ" เชนถามสาเหตุที่ไรม์เรียกเขามา หลังจากคุยกันมาได้สักพัก"นี่ลูกยังไม่บอกเชน? " ไรม์หันไปทางริวแล้วพูดขึ้น"ยังครับ ผมกลัวบอกไปแล้วพี่เชนจะไม่มา" ริวหัวเราะเชนเห็นบทสนทนานั้นก็ทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจ สุดท้ายก็เป็นไรม์ที่หันมาพูดกับเชน"เชน..ตระกูลของลุงมีคติที่ยึดถือกันมาช้านาน ถ้าติดหนี้บุญคุณใครก็ต้องตอบแทน เธอช่วยชีวิตริวไว้ถือเป็นผู้มีพระคุณของตระกูลเรา" พูดจบก็ยกมือขวาขึ้นกวาดไปทั่วห้องสมบัติ "แม้ของพวกนี้ไม่อาจเปรียบเทียบได้กับบุญคุณที่เธอช่วยชีวิตริว แต่ของในห้องนี้ถือว่าเป็นของมีค่ามหาศาลที่ไม่ได้มีเพียงแค่เงินแล้วจะได้พวกมันมา นอกจากคำขอบคุณก็มีแต่ของพวกนี้ที่ลุงพอจะแสดงออกถึงความขอบคุณที่ลุงมีให้เธอได้ เชน..เธอชอบชิ้นไหนหยิบไปได้เลย! "

    คล้ายกับเรื่องล่าผ่าแดนทมิฬ ที่คุณอ่าน