สายฝนยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครตกลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เม็ดฝนเม็ดโตกระทบกับกระจกหน้ารถแท็กซี่ที่แล่นไปตามท้องถนนที่คลาคล่ำไปด้วยยวดยานพาหนะ แสงไฟสีแดงและสีเหลืองจากไฟท้ายรถสะท้อนกับพื้นถนนที่เปียกแฉะจนเกิดเป็ประกายระยิบระยับประหนึ่งเศษแก้วที่แตกกระจาย ท่ามกลางความวุ่นวายและความเฉอะแฉะภายนอก รถยนต์ยูโรปหรูราคาแพงระยับหลายสิบคันต่างแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าทางเข้า Solitaire VIP Club คลับหรูระดับไฮเอนด์ที่เป็ศูนย์รวมเหล่านักเที่ยวระดับกระเป๋าหนักและไฮโซชื่อดังของเมืองไทย
พนักงานต้อนรับในชุดสูทสีเข้มรีบกางร่มคันใหญ่เดินออกไปรับผู้โดยสารที่ก้าวลงจากรถสปอร์ตและรถหรูอย่างนอบน้อม แสงไฟนีออนสีชมพูและสีม่วงของป้ายคลับส่องประกายวิบวับตัดกับความมืดมิดของฟากฟ้า เสียงบีตดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ดังเล็ดลอดออกมาจากประตูทางเข้าหลักเป็ระยะ ชวนให้ผู้ที่ได้ยินรู้สึกถึงความตื่นเต้นและความลุ่มหลงเย้ายวนที่รอคอยอยู่ภายใน
ทว่าสำหรับ 'มิเกล' หรือ 'มลัญชรา อัครไพศาลสกุล' ค่ำคืนนี้ไม่ได้มีความสนุกสนานหรือความรื่นเริงใดๆ รอเธออยู่เลยสักนิด
เธอก้าวลงจากรถแท็กซี่อย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ชายกระโปรงผ้าไหมซาตินยาวคลุมน่องสีเขียวมรกตต้องเปียกฝน หญิงสาวจับเสื้อคลุมไหล่ขนสัตว์สีขาวครีมให้กระชับเข้ากับลาดไหล่บางเพื่อบดบังสายตาของบรรดาผู้ชายที่มองมาด้วยความสนใจ ร่างบางสมส่วนก้าวเดินอย่างมั่นคงบนรองเท้าส้นสูงสีเงินเมทัลลิก ผิวขาวเนียนละเอียดของเธอสะท้อนแสงไฟนีออนจนดูเปล่งปลั่งงดงาม ดวงตากลมโตคู่สวยที่แต่งแต้มด้วยอายแชโดว์โทนสีน้ำตาลประกายทองดูเฉี่ยวคมและน่าค้นหา ริมฝีปากอิ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำดั่งผลเชอร์รี่สุกงอม ยามที่เธอเยื้องย่างผ่านโถงต้อนรับ กลิ่นหอมหวานของวานิลลาผสมผสานกับกลิ่นกุหลาบป่าอันเป็เอกลักษณ์ประจำตัวโชยกรุ่นกระจายรอบกายสะกดสายตาทุกคู่ให้หันมอง
พนักงานรักษาความปลอดภัยที่คุ้นหน้าคุ้นตาเธอเป็อย่างดีค้อมศีรษะให้เธออย่างสุภาพก่อนจะรูดการ์ดเปิดประตูลิฟต์ส่วนตัวสีทองเหลืองรมดำที่ตั้งอยู่มุมด้านในสุดของโถงทางเข้า ลิฟต์ตัวนี้ไม่ใช่ลิฟต์ธรรมดา แต่เป็ลิฟต์ที่เชื่อมตรงลงสู่ชั้นใต้ดินซึ่งเป็พื้นที่ลับเฉพาะ มีเพียงเ้าของคลับและแขกพิเศษระดับซูเปอร์วีไอพีเท่านั้นที่มีสิทธิ์ลงไป
"เชิญครับคุณมิเกล คุณภัทรรออยู่ด้านล่างแล้วครับ" พนักงานเอ่ยปากบอกเสียงเบา
มิเกลก้าวเข้าไปในลิฟต์ ประตูโลหะหนาปิดลงอย่างเงียบสนิท ตัดขาดเสียงดนตรีบีตหนักหน่วงจากชั้นบนออกไปในทันที เหลือเพียงความเงียบและเสียงลมหายใจแ่เบาของเธอเอง ลิฟต์เคลื่อนตัวลงสู่ชั้นใต้ดินอย่างเชื่องช้า ความกดดันอากาศที่เปลี่ยนแปลงทำให้เธอรู้สึกหูอื้อเล็กน้อย หญิงสาวสบตากับเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่ด้านในลิฟต์ มือเรียวสวยยกขึ้นลูบหน้าอกเบาๆ พยายามผ่อนคลายอาการตื่นตระหนกและเสียงเต้นของหัวใจที่ดังระรัวในอก
ในสมองของเธอเริ่มคิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมา นับั้แ่เซ็นสัญญากับ 'คชา นฤบดินทร์' ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอต้องย้ายไปอยู่ที่ The Crown Penthouse นอนเตียงเดียวกับเขา คอยบำบัดอาการฝันร้ายและนอนไม่หลับของเขาด้วยอ้อมกอดและััลึกซึ้ง ความสัมพันธ์ทางกายที่เร่าร้อนเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อค่ำคืนก่อน ยังคงทิ้งร่องรอยอุ่นซ่านและกลิ่นอายของชายหนุ่มผู้นั้นไว้ในห้วงความคิดของเธออยู่เลย
ทว่าในค่ำคืนนี้... 'ภัทร' เ้าของคลับแห่งนี้และเป็หนึ่งในกลุ่มเพื่อนของคชา กลับเรียกตัวเธอให้มาพบด่วนที่ห้อง VIP ใต้ดิน มิเกลรู้ดีว่าภัทรไม่ใช่คนที่จะเรียกเธอมาเพื่อเื่ไร้สาระ ชายหนุ่มเ้าเล่ห์คนนั้นฉลาดเป็กรด วางแผนเก่ง และมักจะเล่นเกมจิตวิทยาเพื่อสืบหาความจริงบางอย่างเสมอ เธอต้องระวังตัวให้มากที่สุด หากทำพลาดเพียงก้าวเดียว อาจหมายถึงความลับเื่สัญญาระหว่างเธอกับคชา หรือเื่ราวครอบครัวของเธออาจถูกเปิดเผย และที่ร้ายแรงที่สุดคือเธออาจทำให้คชาโกรธจนยกเลิกสัญญาได้
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับประตูลิฟต์ที่เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นทางเดินชั้นใต้ดินที่ปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่มสีแดงเบอร์กันดี ผนังสองข้างทางบุด้วยไม้โอ๊กสีเข้มขัดเงาวับ สลับกับโคมไฟกิ่งโบราณที่ส่องแสงสีส้มสลัวทาบทับลงบนภาพวาดสีน้ำมันราคาแพง สถานที่แห่งนี้อบอวลไปด้วยความหรูหราลึกลับ กลิ่นหนังแท้จากเฟอร์นิเจอร์ชั้นดี ซิการ์คิวบาราคาแพง และแอลกอฮอล์ระดับพรีเมียมผสมผสานกันจนกลายเป็กลิ่นอายเฉพาะตัวที่สะท้อนถึงอำนาจและเงินตรา
มิเกลยืดไหล่ตรง สูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะก้าวเท้าเดินไปตามทางเดินยาวที่เงียบสงัด เสียงฝีเท้าของเธอถูกพรมหนานุ่มดูดซับไปจนหมดสิ้น ปลายทางเดินนั้นมีประตูไม้แกะสลักบานคู่ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ และข้างประตูนั้นเอง มีร่างสูงใหญ่ในชุดเชิ้ตแขนยาวสีดำสนิทและผ้ากันเปื้อนสีเทาเข้มยืนรออยู่
'บาส' เพื่อนสมัยมัธยมของเธอและบาร์เทนเดอร์คนสนิท
เมื่อสบตากับคนคุ้นเคย ดวงตากลมโตของมิเกลก็ไหวระริกด้วยความรู้สึกโล่งใจชั่วครู่ บาสเป็หนึ่งในเพียงไม่กี่คนที่รู้เื้ัชีวิตของเธอ รู้ว่าเธอต้องดิ้นรนหาเงินมารักษาแม่ที่ป่วยโรคไตวายเรื้อรังและจ่ายหนี้นอกระบบที่พ่อทิ้งไว้ก่อนหนีหาย บาสคอยช่วยเหลือเธอเท่าที่บาร์เทนเดอร์ตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะทำได้ และบาสแอบชอบเธอมานาน... แม้ว่าเขาจะเจียมตัวและไม่เคยพูดมันออกมาตรงๆ ก็ตาม
บาสก้าวเข้าหาเธอเล็กน้อย แววตาของเขาในยามนี้เต็มไปด้วยความกังวลใจและระแวดระวัง ชายหนุ่มมองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีบอดี้การ์ดคนอื่นอยู่ใกล้ ก่อนจะกระซิบเสียงแ่เบา
"เกล... คืนนี้คุณภัทรดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แถมยังสั่งให้เตรียมเหล้าแรงๆ ไว้เพียบเลย แกต้องระวังตัวนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นหรือเขาเริ่มล่วงเกินแก แกส่งสัญญาณให้ฉันทันทีนะ ฉันจะคอยดูอยู่ที่บาร์ข้างใน"
คำเตือนที่เปี่ยมไปด้วยความเป็ห่วงของเพื่อนทำให้มิเกลรู้สึกอุ่นวาบในอก ทว่าความตึงเครียดกลับพุ่งสูงขึ้นอีกเท่าตัว เธอยื่นมือไปแตะหลังมือของบาสเบาๆ พลางส่งยิ้มบางเบาปนฝืนให้ "ขอบใจมากนะบาส... ฉันจะระวังตัว แกเองก็อย่าทำอะไรวู่วามล่ะ ที่นี่เป็ถิ่นของเขา เราต้องเล่นตามเกม"
บาสค้อมศีรษะลงเล็กน้อย แววตาแฝงความขมขื่นใจที่เห็นเพื่อนรักต้องตกอยู่ในสถานะหมากบนกระดานของเหล่ามหาเศรษฐี ชายหนุ่มเอื้อมมือไปผลักประตูไม้แกะสลักบานใหญ่เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นห้อง VIP ใต้ดินที่กว้างขวางและหรูหราอลังการ
ภายในห้องสลัวราง แสงไฟส่วนใหญ่ถูกปรับให้มืดสลัว มีเพียงโคมไฟคริสตัลตั้งพื้นสีทองเหลืองที่ส่องแสงสีส้มทองทอดตัวลงบนโซฟาบุนวมผ้ากำมะหยี่สีแดงเพลิงขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็สง่าอยู่กลางห้อง บนผนังห้องตกแต่งด้วยชั้นวางไม้โบราณที่อัดแน่นไปด้วยขวดเหล้าซิงเกิลมอลต์วิสกี้ (Single Malt Whiskey) ราคาแพงระยับ บางขวดเป็รุ่นลิมิเต็ดที่มีอายุการบ่มยาวนานกว่าห้าสิบปีและมีมูลค่าหลักแสนบาทต่อขวด
ที่โซฟากำมะหยี่สีแดงตัวนั้น ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มผู้เป็เ้าของคลับเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างผ่อนคลาย ขาเรียวยาวพาดไขว่ห้างอย่างหยิ่งทะนง
'ภัทรดนัย อัศวเมธินทร์' ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาสไตล์แบดบอย ผิวขาวจัดของเขาตัดกับเสื้อเชิ้ตผ้าไหมอิตาลีสีดำสนิทที่เขาจงใจปลดกระดุมบนออกสามเม็ด เผยแผงอกแกร่งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและสร้อยคอทองคำขาวเส้นบางที่ส่องประกายวับแวม ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนพราวระยับด้วยประกายเ้าเล่ห์คล้ายหมาป่าที่กำลังจ้องจับเหยื่อ ริมฝีปากหยักลึกประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็เอกลักษณ์ มือหนาข้างหนึ่งถือแก้วคริสตัลทรงสั้นที่มีน้ำสีทองอำพันใสกระจ่างและก้อนน้ำแข็งกลมเกลี้ยงแกว่งไกวส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊งเบาๆ
"มาแล้วเหรอ... คนโปรดของนายไฮโซ" ภัทรเอ่ยทักทาย น้ำเสียงทุ้มต่ำปนหยอกเย้า แฝงไปด้วยความหมายซ่อนเร้นยามที่จ้องมองมายังเธอ
มิเกลเดินเข้าไปหยุดยืนห่างจากโซฟาในระยะที่พอเหมาะ เธอค้อมศีรษะลงและพับมือไว้ด้านหน้าอย่างอ่อนน้อมเรียบร้อยตามมารยาท "สวัสดีค่ะคุณภัทร เรียกเกลมาพบด่วนในคืนฝนตกแบบนี้ มีงานด่วนอะไรให้เกลรับใช้หรือคะ?"
ภัทรหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาสีน้ำตาลอ่อนกวาดมองร่างบางในชุดเดรสสีเขียวมรกตอย่างเปิดเผย สายตาของเขาเลื่อนไล้ไปตามเส้นสายโค้งเว้าของสะโพกกลมกลึง เรียวขาขาวผ่องที่โผล่พ้นรอยผ่าข้างของกระโปรง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ดวงหน้าหวานหมดจดที่ตกแต่งอย่างประณีต
"แหม... ตอบเป็งานเป็การจังเลยนะมิเกล ฉันนึกว่าพอเธอไปอยู่เพนต์เฮาส์สุดหรูราคาหลายร้อยล้านของไอ้คชาแล้ว จะลืมหน้าเ้าของคลับจนๆ คนนี้ไปซะแล้วล่ะ" ภัทรพูดพลางยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบ รอยยิ้มมุมปากของเขายิ่งกว้างขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าเรียบนิ่งของหญิงสาว
"เกลไม่มีวันลืมพระคุณของคุณภัทรที่ช่วยแนะนำงานดีๆ ให้หรอกค่ะ" มิเกลตอบเสียงหวาน พยายามรักษารอยยิ้มประดับใบหน้าเพื่อไม่ให้เผยความกังวลในใจ
"ดีมาก... งั้นก็นั่งลงก่อนสิ ยืนคุยคอแห้งเปล่าๆ" ภัทรผายมือไปยังพื้นที่ว่างบนโซฟากำมะหยี่สีแดงฝั่งตรงข้ามโต๊ะกระจกนิรภัย
มิเกลขยับตัวก้าวไปนั่งลงบนโซฟาอย่างระมัดระวัง เธอจัดกระโปรงให้เรียบร้อยและนั่งหลังตรงเพื่อรักษาภาพลักษณ์ที่ดี จังหวะนั้น บาสเดินตามเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ ชายหนุ่มขยับไปยืนประจำการหลังเคาน์เตอร์บาร์ไม้จำลองขนาดเล็กที่มุมห้อง หยิบที่คีบน้ำแข็งและอุปกรณ์ชงเหล้าขึ้นมาทำทีเป็จัดเตรียมเครื่องดื่ม ทว่าดวงตาคมของเขากลับจับจ้องมาที่การสนทนาของทั้งสองคนอยู่ตลอดเวลา
"บาส... เสิร์ฟวิสกี้ให้มิเกลหน่อยสิ เอา Macallan Sherry Oak 18 Years ตัวเดียวกับของฉัน ชงแบบ On the rocks นะ" ภัทรสั่งเสียงเรียบพลางปรายสายตามองบาร์เทนเดอร์หนุ่ม
บาสชะงักมือเล็กน้อย แววตาของเขาฉายกระแสความเป็ห่วงและเตือนสติเธออย่างเด่นชัด เขารู้ดีว่าวิสกี้ตัวนี้มีดีกรีแอลกอฮอล์ที่ค่อนข้างสูงและมีฤทธิ์มึนเมาได้เร็ว หากมิเกลดื่มเข้าไปอาจทำให้เธอเสียการควบคุมสติและหลุดปากเผยความลับได้ บาสสบตากับมิเกลแวบหนึ่งเพื่อถามความเห็น ทว่ามิเกลกลับขยับเปลือกตาพยักหน้าแ่เบาเพื่อบอกให้เพื่อนทำตามคำสั่ง การปฏิเสธเครื่องดื่มของภัทรในตอนนี้จะทำให้เขาสงสัยว่าเธอหวาดระแวงและระวังตัวกับเขามากเกินไป
"ครับ" บาสรับคำเสียงทุ้ม ก่อนจะหยิบแก้วคริสตัลแกะสลักสวยงาม คีบน้ำแข็งทรงกลมเกลี้ยงใส่ลงไป แล้วลงมือรินเหล้าสีอำพันเข้มไหลผ่านก้อนน้ำแข็งช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของผลไม้แห้ง เชอร์รี่ และถังไม้โอ๊กโชยกระจายไปทั่วห้อง บาสประคองแก้วเหล้ามาวางตรงหน้ามิเกลอย่างระมัดระวัง ปลายนิ้วของเขาััผิวเนื้อเนียนบนหลังมือเธอเบาๆ เพื่อส่งผ่านกำลังใจ ก่อนจะถอยกลับไปยืนคุมเชิงที่หลังบาร์
มิเกลยื่นมือเรียวบางไปหยิบแก้วคริสตัลขึ้นมาประคองไว้ เธอจิบเหล้าสีทองอำพันเพียงเล็กน้อยเพื่อรักษามารยาท ความร้อนผ่าวและรสชาติที่เข้มข้นแล่นริ้วลงสู่ลำคอจนทำให้ร่างกายรู้สึกอุ่นซ่านขึ้นมาทันตา
"ขอบคุณค่ะคุณภัทร เหล้ารสชาติดีมากเลยค่ะ" มิเกลเอ่ยปากชมน้ำเสียงใส
"แน่นอนสิ ของระดับนี้ต้องเสิร์ฟให้เฉพาะแขกคนสำคัญเท่านั้น... และเธอก็คือคนสำคัญของคลับเราในตอนนี้" ภัทรยิ้มพราย ขยับตัวเอนมาด้านหน้าเล็กน้อย วางข้อศอกลงบนเข่าพลางจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "ฉันอยากรู้จริงๆ ว่า่นี้ชีวิตการเป็ 'ผู้หญิงส่วนตัว' ของไอ้คชาที่เดอะ คราวน์ เพนต์เฮาส์ มันวิเศษขนาดไหน? ได้ยินว่ามันเซ็นสัญญาผูกขาดเธอตั้งหนึ่งปีเต็ม แถมยังห้ามเธอรับงานอื่นเด็ดขาด... แหม ไอ้เพื่อนคนนี้ของฉันปกติมันงกจะตาย เื่ผู้หญิงมันก็ไม่เคยสนใจ แต่นี่กลับยอมจ่ายสิบห้าล้านเพื่อเธอคนเดียว... ช่างน่าอิจฉาจริงๆ"
คำพูดของภัทรตรงเป้าอย่างรวดเร็วและไม่มีการอ้อมค้อม มิเกลรู้ดีว่านี่คือการทบทวนหมากบนกระดานของเขา ภัทร้ารู้ว่าเหตุใดคชาถึงเลือกเธอ และความสัมพันธ์ของเธอกับคชาลึกซึ้งถึงขั้นไหน
"คุณคชาเพียงแต่้าความเป็ส่วนตัวและความน่าเชื่อถือในการออกงานสังคมค่ะ..." มิเกลตอบเลี่ยงๆ ปรับเสียงให้ดูเป็ธรรมชาติ "เงินจำนวนนั้นอาจจะดูมากสำหรับเกล แต่สำหรับนักธุรกิจระดับคุณคชา มันคงเป็เพียงค่าใช้จ่ายปกติในการจัดหาภาพลักษณ์ที่ดีและคนดูแลความสะดวกส่วนตัวที่ไว้ใจได้เท่านั้นเองค่ะ"
"คนดูแลความสะดวกส่วนตัวงั้นเหรอ?" ภัทรลากเสียงยาว ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนหรี่ลงอย่างจับผิด "มิเกล... เธออย่าคิดว่าฉันโง่นะ ฉันรู้จักไอ้คชาดีกว่าที่เธอคิด หมอนั่นน่ะมันเป็มนุษย์หุ่นยนต์บ้างาน เ็า ขี้ระแวงยิ่งกว่าอะไรดี และที่สำคัญ... มันมีภาวะนอนไม่หลับเรื้อรัง นอนไม่ได้เลยมาเป็เดือนๆ จนบางทีสภาพจิตใจมันแทบจะพังทลาย... แต่่นี้ฉันเจอมันที่งานสมาคมธุรกิจ หน้าตาของมันกลับดูสดชื่น แววตาคมกริบไร้รอยคล้ำใต้ตา... ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าเธอใช้วิธีอะไรทำให้น้ำแข็งขั้วโลกอย่างมัน ยอมหลับฝันดีได้ทุกคืนบนเตียงเดียวกันกับเธอ?"
คำถามจู่โจมเข้าสู่จุดสำคัญอย่างโเี้ ภัทรพยายามขุดคุ้ยหาความลับเื่ภาวะนอนไม่หลับของคชา ซึ่งเป็ความลับทางธุรกิจและภาพลักษณ์ที่มั่นคงของผู้นำเครือนฤบดินทร์กรุ๊ป หากข่าวแพร่งพรายออกไปว่าคชามีภาวะจิตใจที่ไม่มั่นคงและนอนไม่หลับ อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของหุ้นส่วนและทำให้ศัตรูทางธุรกิจใช้จุดนี้มาเล่นงานเขาได้ มิเกลใจเต้นระรัวในอก ทว่าใบหน้าหวานกลับยังคงนิ่งสนิทประหนึ่งผิวน้ำที่ไร้ฟองคลื่น
สมองของเธอหมุนวนคำนวณทิศทางอย่างรวดเร็ว... เธอต้องตอบความจริงบางส่วนเพื่อไม่ให้ภัทรรู้สึกว่าถูกโกหก แต่ความจริงนั้นต้องเป็เื่ที่ไร้สาระและไม่ส่งผลเสียต่อคชา
"คุณภัทรเข้าใจผิดแล้วค่ะ คุณคชาไม่ได้นอนไม่หลับขนาดนั้นหรอกนะคะ" มิเกลหัวเราะเสียงใส แสร้งทำเป็มองว่าคำถามนั้นเป็เื่ตลก "คุณคชาแค่ทำงานหนักจนความเครียดสะสมค่ะ สิ่งที่เกลทำก็แค่ช่วยดูแลเื่เล็กๆ น้อยๆ เช่น การช่วยจัดห้องนอนให้เงียบสงบ ไม่มีแสงไฟรบกวน เตรียมชาคาโมมายล์อุ่นๆ หรือคอยอ่านหนังสือให้ฟังเวลาที่คุณคชารู้สึกตึงเครียดมากจนหัวสมองไม่ยอมหยุดคิด... คนเราเมื่อได้อยู่ในบรรยากาศที่เงียบสงบและมีคนคอยนวดขมับให้เบาๆ ย่อมจะพักผ่อนได้ง่ายขึ้นเป็ธรรมดาไม่ใช่หรือคะ?"
เธอจงใจสร้างภาพว่าเธอทำหน้าที่เพียงดูแลเบื้องต้นแบบสาวรับใช้ธรรมดาๆ ปิดบังเื่กลิ่นกายวานิลลาและััทางกายอันเร่าร้อนที่แท้จริงซึ่งช่วยบำบัดจิตใจของคชา
ภัทรจ้องมองเธอเขม็ง แววตาสีน้ำตาลอ่อนฉายประกายแฝงกระแสแห่งการประเมินวิเคราะห์คำพูดของเธออย่างละเอียด รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงอยู่ ทว่าน้ำเสียงกลับเย็นลงเล็กน้อย
"ชาคาโมมายล์งั้นเหรอ? นวดขมับงั้นเหรอ? หึ... ฟังดูน่ารักอ่อนหวานจังเลยนะมิเกล" ภัทรเย้ยแ่เบาพลางส่ายแก้วเหล้าไปมา "แต่คนอย่างคชาเกลียดการดื่มชาและเกลียดการให้คนอื่นมาแตะต้องเนื้อตัวโดยไม่จำเป็ที่สุด... ยิ่งเวลามันเครียด มันจะยิ่งขี้โมโหและพร้อมจะอาละวาดใส่ทุกคนที่เข้าใกล้... การที่มันยอมให้เธออยู่ข้างเตียงและยอมให้นวดขมับนั่นแปลว่าเธอต้องมี 'อะไรดี' มากกว่าการชงชากระป๋องนั่นแน่ๆ... หรือว่า เธอใช้เรือนร่างแสนสวยนี่ปลอบประโลมมันบนเตียงจนมันเหนื่อยอ่อนและหลับไปเองล่ะ? หืม? บอกฉันหน่อยสิ... เื่บนเตียงของไอ้คชามันเด็ดดวงจนทำให้เธอติดใจจนยอมเซ็นสัญญาปีนึงเลยหรือเปล่า?"
คำพูดที่หยาบโลนปนก้าวร้าวเล็ดลอดออกมาจากปากของภัทรเพื่อพยายามยั่วโมโหและต้อนให้เธอหลุดปากเผยความจริง บรรยากาศในห้องเย็นะเืขึ้นมาทันตา บาสที่ยืนอยู่หลังบาร์ขยับตัวแรงจนกระบอกเชกเกอร์สเตนเลสกระทบกันเสียงดังเคร้ง ชายหนุ่มกำผ้าขนหนูสีขาวแน่น ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงเคร่งเครียด สายตาจ้องเขม็งมาที่ภัทรราวกับพร้อมจะพุ่งเข้ามาทำร้ายทันทีหากเพื่อนรักโดนล่วงเกินไปมากกว่านี้
บาสตัดสินใจก้าวออกมาจากหลังเคาน์เตอร์บาร์ในทันที ชายหนุ่มถือขวดวิสกี้ราคาแพงก้าวตรงมายังโต๊ะสนทนา เพื่อทำลายบรรยากาศอันตึงเครียด
"ขออนุญาตเติมวิสกี้ครับคุณภัทร" บาสเอ่ยเสียงทุ้มต่ำและแข็งกร้าวขัดจังหวะการสนทนา ชายหนุ่มก้มลงรินวิสกี้ลงในแก้วของภัทร จงใจแทรกกายเข้ามาบดบังสายตาของคนทั้งสองเพื่อดึงความสนใจ และเปิดโอกาสให้มิเกลได้รวบรวมสติ
ภัทรเหล่สายตามองบาร์เทนเดอร์หนุ่ม แววตาของเขาฉายประกายรำคาญใจและดุร้ายแวบหนึ่ง ชายหนุ่มเอนหลังพิงโซฟาตามเดิม ปล่อยให้บาสทำหน้าที่เติมสุราจนเสร็จก่อนจะกระตุกยิ้มเยาะ
"บาร์เทนเดอร์คลับของฉันนี่เอาใจใส่ดีจริงๆ นะ... ดูเหมือนจะสนใจเื่ของเ้านายมากเป็พิเศษเลยด้วย" ภัทรพูดเหน็บแนมสายตาจ้องมองบาสอย่างดุดันแฝงคำขู่ "แต่จำไว้นะ... หน้าที่ของแกคือบริการเครื่องดื่ม ไม่ใช่มาคอยสอดรู้สอดเห็นเื่ของเ้านาย ถ้ายังอยากทำงานที่นี่ต่อ... ก็หุบปากและทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุดซะ"
คำพูดข่มขู่ที่เฉียบขาดทำเอาบาสต้องขบกรามแน่นจนขึ้นเป็สันนูน ชายหนุ่มค้อมศีรษะลงเล็กน้อยพยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธ "ขออภัยครับคุณภัทร... ผมขอตัวกลับไปทำงานต่อครับ"
บาสถอยหลังกลับไปยืนที่เคาน์เตอร์บาร์ด้วยความไม่เต็มใจ มิเกลลอบสบสายตากับเขาเพื่อบอกให้ใจเย็นลง ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับภัทรด้วยแววตาที่สงบนิ่งและเฉียบคมไม่มีรอยสั่นไหวของความกลัว
"คุณภัทรคะ..." มิเกลเอ่ยน้ำเสียงหวานทว่าเฉียบขาดเน้นถ้อยคำ "เกลทำงานเป็เด็กเอ็นวีไอพี หน้าที่ของเกลคือการทำให้ผู้ว่าจ้างพึงพอใจและเก็บรักษาความลับของผู้ว่าจ้างให้ดีที่สุด เงินสิบห้าล้านบาทที่คุณคชาจ่ายมา มันคือค่าจ้างสำหรับความซื่อสัตย์และการเก็บความลับอย่างเคร่งครัดของเกล... หากเกลคายความลับหรือเื่ส่วนตัวในห้องนอนของคุณคชาให้คนอื่นฟัง แม้กระทั่งคุณภัทรซึ่งเป็เพื่อนของเขา... นั่นก็หมายถึงเกลละเมิดสัญญาและอาจจะต้องสูญเสียเงินก้อนนั้นไปพร้อมกับหนี้สินที่ทับถมอยู่... หวังว่าคุณภัทรผู้เป็นักธุรกิจใหญ่จะเข้าใจหลักการทำงานขั้นพื้นฐานของเกลนะคะ"
คำพูดที่เป็ระบบและเป็งานเป็การของเธอตอกย้ำภาพลักษณ์ว่าเธอเป็เพียงเด็กรับจ้างที่รักเงินและทำตามหน้าที่ ซึ่งเป็การวางหมากคุ้มกันความลับของคชาได้อย่างยอดเยี่ยม ภัทรนิ่งฟังคำพูดฉะฉานของเธอ แววตาที่ดุดันเมื่อครู่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็ประกายแห่งความพึงใจและยอมรับในไหวพริบของหญิงสาวร่างบางตรงหน้า
"หึๆ... ฉลาดตอบจริงๆ นะมิเกล วางตัวเนี้ยบกริบจนฉันแทบจะหาช่องว่างเล่นงานไม่ได้เลย" ภัทรหัวเราะเสียงต่ำยกแก้วเหล้าขึ้นจรดริมฝีปากดื่มรวดเดียวเกือบหมด "สมแล้วที่ไอ้คชามันยอมเซ็นสัญญาผูกขาดเธอ... แต่เธอรู้ไหม ในโลกไฮโซใบนี้... ไม่มีอะไรที่แน่นอนหรอก โดยเฉพาะกับผู้ชายเ็าอย่างคชา"
ภัทรวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะเสียงดังปัง ความเงียบงันแผ่เข้าปกคลุมห้อง VIP ใต้ดินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของเ้าของคลับจะขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเดินอ้อมโต๊ะกระจกมายังฝั่งที่มิเกลนั่งอยู่อย่างเนิบนาบ
หัวใจของมิเกลเต้นระทึกราวดั่งเสียงกลองศึกยามที่ร่างสูงใหญ่ของภัทรมาหยุดยืนตรงหน้า กลิ่นอายความอันตรายและแรงกดดันทรงอำนาจในตัวเขาแผ่ซ่านเข้าล้อมรอบกายจนแทบอึดอัด กลิ่นน้ำหอม Dior Sauvage ประจำตัวของเขา—ที่ผสมผสานความดิบเถื่อน เย้ายวนใจ และความหรูหราแบบผู้ดี—กรุ่นโชยมาปะทะจมูกร่วมกับกลิ่นไอวิสกี้ที่เพิ่งผ่านริมฝีปากหยักลึก คล้ายจะสั่นคลอนหัวใจและทำให้อากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นมาในทันตา
ภัทรก้มมองดวงหน้าหวานชั่วอึดใจ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งลงบนโซฟากำมะหยี่สีแดงหนานุ่มตัวเดียวกับเธอ ชายหนุ่มขยับกายนั่งชิดติดกับเธอจนผิวเนื้อของต้นขาแข็งแกร่งเบียดชิดกับเรียวขาเนียนละเอียดใต้ร่มผ้าเดรสสีเขียวมรกต มิเกลขยับตัวหนีตามสัญชาตญาณทว่าภัทรกลับขยับตามมาติดๆ ก่อนจะยกแขนแกร่งข้างหนึ่งขึ้นวางพาดไปบนพนักพิงโซฟาด้านหลังกักขังร่างบางไว้ภายใต้่แขนและแผงอกกว้างของเขาอย่างรวดเร็ว
"คุณภัทร... จะทำอะไรคะ?" มิเกลเอ่ยถามเสียงเบาพยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคง แต่อกบางของเธอกลับกระเพื่อมไหวรัวเร็วจนสังเกตได้ชัด แผ่นหลังบางแนบชิดกับพนักโซฟาหนานุ่มจนไร้ทางหนี
ภัทรไม่ได้ตอบคำถาม เขากลับโน้มใบหน้าหล่อเหลาคมคายเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะัักับพวงแก้มเนียนละเอียดของเธอ สูดดมกลิ่นหอมหวานประจำตัวของเธออย่างเนิบช้าและตั้งใจ กลิ่นวานิลลาผสมกุหลาบป่าโชยเข้าปะทะประสาทรับกลิ่นของชายหนุ่มจนดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเขาไหวระริกด้วยประกายแห่งความกระสันและปรารถนาชั่วแล่น
"หอมจริงๆ... กลิ่นวานิลลาที่ผสมกุหลาบป่านี่มันชวนให้รู้สึกหวั่นไหวขนาดนี้เองเหรอ" ภัทรกระซิบเสียงพร่าต่ำชิดใบหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวต้นคอขาวผ่องจนมิเกลรู้สึกขนลุกซู่ด้วยความสยิวปนตื่นกลัว
ปลายนิ้วหนาของภัทรเลื่อนขึ้นมาััพวงแก้มเนียนของเธอเบาๆ ไล้ปลายนิ้วไปตามแนวสันกรามสวยลงมาจนถึงปลายคางมน ััอุ่นร้อนของเขาแฝงเร้นด้วยแรงดึงดูดทางเพศอันเปี่ยมชั้นเชิงของเพลย์บอยหนุ่มผู้จัดเจนโลก ทว่ามิเกลยังคงรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงไว้มั่น ยืดตัวเกร็งสบตากับเขานิ่ง
"แต่ฉันอยากจะเตือนเธอไว้ด้วยความหวังดีนะมิเกล..." ภัทรปรับโทนเสียงให้ต่ำและเย็นเยียบแฝงคำเตือนที่จริงจังจนน่าขนลุก "คชาน่ะไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาที่เธอจะล้อเล่นด้วยได้ หัวใจของมันแหลกสลายและกลายเป็น้ำแข็งไปตั้งนานแล้ว มันเกลียดการโกหกและการทรยศหักหลังยิ่งกว่าอะไรดี... ถ้าวันใดวันหนึ่งที่มันรู้ว่าเธอปิดบังความลับอะไรไว้ หรือแอบส่งข้อมูลของมันให้คนอื่น... มันจะบดขยี้เธอให้แหลกละเอียดคามือโดยไม่สนใจว่าเธอจะเคยเป็คนโปรดของมันแค่ไหน"
คำเตือนของภัทรเปรียบเสมือนน้ำแข็งที่ราดลงบนกลางอกของมิเกลจนสั่นสะท้าน เธอรู้ดีว่าคำเตือนของเขาเป็ความจริง คชาเคยถูกทรยศจนกลายเป็คนเ็าขี้ระแวง และตัวเธอเองก็ซุกซ่อนความลับมากมายไว้เื้ั ทั้งเื่หนี้สินล้นพ้นตัวของครอบครัวที่ต้องปิดบังไม่ให้แม่และน้องชายล่วงรู้ และความจริงเื่การมาทำงานเป็เด็กเอ็นวีไอพี... หากคชารู้ความจริงเื่นี้ขึ้นมา ชะตากรรมของเธอคงไม่ต่างจากเหยื่อที่ถูกพยัคฆ์ร้ายฉีกเนื้อเป็ชิ้นๆ
"และที่สำคัญที่สุด..." ภัทรโน้มใบหน้าลงมาสบตากับเธอในระยะประชิด ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนฉายประกายแวววาวโรจน์ด้วยความรู้สึกลึกซึ้งที่ปนเปไปด้วยความอิจฉาริษยาและความ้าตัวตนของเธอแฝงเร้น "อย่าริอาจตกหลุมรักคชาเชียวล่ะ... เพราะในกระดานนี้ คนที่เผลอรักก่อน ย่อมเป็คนแรกที่ต้องแพ้และเ็ปที่สุดเสมอ... ฉันล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าถ้าฉันอยากจะขอส่วนแบ่งในตัวเธอจากมันบ้าง... มันจะยอมแบ่งปันผู้หญิงคนโปรดคนนี้ให้ฉันหรือเปล่า?"
คำพูดเอาแต่ใจแกมคุกคามของเขาบวกกับปลายนิ้วหนาที่เลื่อนลงมาคลึงเคล้าเบาๆ ที่กระดูกไหปลาร้าสวยและลาดไหล่เนียนของเธอทำให้มิเกลหายใจสะดุด บาสที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์กำขวดวิสกี้ในมือแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว แววตาของบาร์เทนเดอร์หนุ่มเต็มไปด้วยกระแสการต่อสู้พร้อมจะก้าวเข้ามาแลกชีวิตเพื่อปกป้องเพื่อนรักหากภัทรล่วงเกินเธอไปมากกว่านี้
ทว่าภัทรกลับหยุดมือไว้เพียงแค่นั้น ชายหนุ่มมองใบหน้าหวานที่ซีดเผือดลงแต่ยังคงแฝงความเด็ดเดี่ยวในดวงตาและท่าทางปกป้องของบาร์เทนเดอร์หนุ่ม รอยยิ้มมุมปากของเขากลับมาประดับใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้งก่อนจะค่อยๆ ถอนกายหนุ่มออกห่างจากร่างบางช้าๆ
"หึๆ... ล้อเล่นน่า อย่าทำหน้าจริงจังแบบนั้นสิ" ภัทรหัวเราะร่วนเสียงทุ้มต่ำ แววตากลับมาฉายประกายขี้เล่นและเ้าเล่ห์ดั่งเพลย์บอยคนเดิม "ฉันไม่ใช่คนชอบแย่งของรักของเพื่อนหรอก... อย่างน้อยก็ตอนนี้ล่ะนะ"
ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นยืนจัดแจงเสื้อผ้าเชิ้ตสีดำของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มพราวระยับให้เธออีกครั้ง
"หมดเวลาสนุกของฉันแล้วล่ะ... คืนนี้เธอทำหน้าที่หมากบนกระดานได้ดีมาก มิเกล... กลับไปหาเ้าชีวิตของเธอเถอะ ปล่อยให้มันนอนหลับสบายต่อไปล่ะ และอย่าลืมคำเตือนของฉันด้วย"
มิเกลผ่อนลมหายใจยาวเหยียดออกมาราวกับยกูเาออกจากอก เธอยืนขึ้นจากโซฟากำมะหยี่อย่างสง่างาม ค้อมศีรษะลงเล็กน้อยตามมารยาท "ขอบคุณสำหรับคำเตือนและเหล้าชั้นดีนะคะคุณภัทร เกลขอตัวกลับก่อนค่ะ"
"บาส... ไปส่งมิเกลที่รถซีดานหรูของคชาที่จอดรอด้านหลังคลับด้วย ดูแลความปลอดภัยให้ดีล่ะ" ภัทรหันไปสั่งบาร์เทนเดอร์หนุ่มด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ครับคุณภัทร" บาสรับคำทันที ชายหนุ่มรีบเดินอ้อมเคาน์เตอร์บาร์มาเปิดประตูไม้บานใหญ่ต้อนรับมิเกล
มิเกลหันหลังเดินออกจากห้อง VIP ใต้ดินอย่างรวดเร็ว ก้าวเดินผ่านพรมสีแดงยาวเลียบทางเดิน ทันทีที่ประตูลิฟต์ส่วนตัวปิดลงและเคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบน หญิงสาวก็ทรุดกายพิงผนังลิฟต์ทองเหลืองอย่างหมดแรง มือเรียวบางยกขึ้นกุมอกซ้ายที่หัวใจยังคงเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ใบหน้าหวานเปี่ยมไปด้วยความเหนื่อยล้าและความกังวลที่ทวีความรุนแรงขึ้น
บาสที่ยืนอยู่เคียงข้างในลิฟต์หันมามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและความกังวลใจ "เกล... เป็ยังไงบ้าง? มันทำอะไรแกหรือเปล่า? ฉันขอโทษนะที่ช่วยอะไรไม่ได้มากกว่านี้... ตอนที่มันโน้มตัวเข้าไปใกล้แก ฉันแทบอยากจะหยิบขวดวิสกี้ฟาดหัวมันจริงๆ"
มิเกลยื่นมือไปจับแขนเสื้อของบาสเบาๆ พลางส่งยิ้มอ่อนโยนเพื่อปลอบใจเพื่อนสนิท "ฉันไม่เป็ไรหรอกบาส... แกทำดีที่สุดแล้ว ขอบใจมากนะที่คอยช่วยกันท่าให้ ถ้าไม่มีแกคอยขัดจังหวะ ฉันอาจจะจนมุมตอบคำถามของเขาไปมากกว่านี้แล้ว... ภัทรเป็คนฉลาดและอันตรายมาก เขารู้จักคชาดีเกินไป"
"แล้วแกจะเอายังไงต่อ? เื่ที่มันเตือน... เื่ของคชา" บาสถามด้วยน้ำเสียงกังวล
ดวงตากลมโตของมิเกลทอดมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาลิฟต์ทองเหลือง ใบหน้าของเธอในยามนี้ดูสวยงามทว่าแฝงไปด้วยความกังวลลึกซึ้ง
"ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วบาส... ฉันเดินมาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับแล้ว เงินสิบห้าล้านนั่นคือชีวิตของแม่และอนาคตของมิกกี้ ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะอันตรายแค่ไหน... ฉันก็ต้องเดินต่อไป และต้องรักษาสัญญาจ้างนี้ไว้ให้ดีที่สุด" หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว แม้ในใจจะหวั่นไหวกับคำพูดของภัทรที่เตือนว่า 'อย่าตกหลุมรักคชา' ก็ตาม
เพราะลึกๆ ในใจยามนี้... เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าความห่วงใยและัับำบัดในยามค่ำคืนกับไฮโซหนุ่มผู้เ็าคนนั้น มันเป็เพียงแค่หน้าที่ตามสัญญาจ้าง... หรือเป็ความรู้สึกจริงใจที่เผลอไผลเพาะบ่มขึ้นมาในหัวใจของเธอเองเสียแล้ว
ลิฟต์เคลื่อนตัวมาถึงชั้นลอยด้านหลังคลับ บาสเดินนำเธอออกไปส่งที่รถซีดานหรูสีดำที่มีบอดี้การ์ดของคชายืนรอเปิดประตูให้อยู่แล้ว มิเกลก้าวขึ้นรถไปพร้อมกับความเงียบงันและความลับชิ้นใหญ่ที่เธอยังคงต้องเก็บงำไว้ในส่วนลึกของหัวใจ... รอคอยเวลาที่จะกลับไปเผชิญหน้ากับ 'เ้าชีวิตชั่วคราว' ของเธอที่ The Crown Penthouse อีกครั้ง