ตอนที่ 42 การปฏิบัติจริงต้องอาศัยกระบวนการ
“คุณย่า เราจะทำอะไรโดยไม่มีแผนไม่ได้ค่ะหนูต้องเตรียมตัวก่อน จะไปมือเปล่าได้ยังไงคะ?”
ย่าเฒ่าหานฟังหานชีเยวี่ยพูดแล้วก็เห็นด้วยเธอเป็นหญิงชราผู้มีเหตุผล การไปขอความช่วยเหลือจากใครเขาคงไม่มาช่วยเราโดยที่เราไม่ได้ให้อะไรเขาเป็นการตอบแทน
“อาเยวี่ย หลานคิดจะทำขนมไปฝากเพื่อนๆเหรอ? หรือจะเอาไข่ไก่ไปสักสองสามฟองดีล่ะ? ถ้าไม่มีจริงๆ ก็เอานมข้าวสาลีที่พี่โจวเอามาให้ไปก็ได้”ย่าเฒ่าหานรู้สึกเสียดายเล็กน้อย นี่มันเรื่องของชุมชนแท้ๆทำไมต้องให้ครอบครัวเธอออกค่าใช้จ่ายด้วย? จะไปเรียกร้องความเป็นธรรมที่ไหนได้?แต่ชีเยวี่ยรับปากไปแล้ว เธอเป็นย่าจะไปลากขาหลัง [1] หลานสาวก็ไม่ใช่เรื่อง
หานชีเยวี่ย : “คุณย่า หนูคิดจะทำสบู่ค่ะ”
ย่าเฒ่าหานกำลังกวาดลานบ้านพอได้ยินหานชีเยวี่ยพูดแบบนั้น ไม้กวาดในมือก็หลุดร่วงลงพื้น
“อาเยวี่ยหลานรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่?”
สบู่น่ะเหรอ มันทำกันง่ายๆ แบบนั้นเลยหรือ?เธอแก่หงำปูนนี้แล้ว ยังไม่เคยได้ยินว่าใครทำสบู่เองได้เลยถ้าทำสบู่เองได้ โรงงานสบู่ในเมืองคงไม่เจ๊งไปนานแล้วเรอะ?
“คุณย่า พวกเราลองดูนะคะไม่แน่ว่าเผื่อจะทำได้ ในหนังสือบอกไว้แบบนี้”
ตอนที่หานชีเยวี่ยพูดเธอรู้สึกไม่มั่นใจเล็กน้อย ในหนังสือสมัยนี้ ไม่มีเรื่องแบบนี้เขียนไว้หรอก
การทำสบู่เป็นกระบวนการทางเคมีในยุคสมัยใหม่ นักเรียนมัธยมปลายหลายคนจึงรู้วิธีทำ
แต่อย่างไรก็ตามในยุคนี้เด็กนักเรียนแทบจะไม่ได้สนใจเรื่องการเรียนเลย แถมมัธยมปลายยังเรียน《วิชาเกษตรพื้นฐาน》《วิชาพื้นฐานวิศวกรรม》 เนื้อหาความรู้ทั่วไปก็แทบจะไม่ได้เรียนการทำสบู่จึงดูเป็นเรื่องลึกลับสำหรับคนยุคนี้
ในใจย่าเฒ่าหานคิดว่าเรื่องที่หานชีเยวี่ยพูดไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่แต่ก็ไม่อาจทัดทานหลานสาวได้ สุดท้ายจึงตบปากรับคำ
หลังจากที่คนอื่นๆ ในบ้านออกไปหมดแล้วย่าเฒ่าหานผู้หลงหลานสาวหัวปักหัวปำก็เริ่มต้นกระบวนการทำสบู่กับหลานสาว
เนื่องจากเป็นการทดลองหานชีเยวี่ยจึงไม่ได้คิดจะทำเยอะ เธอจะใช้แค่น้ำมันหมูหนึ่งจินเท่านั้น
วันนี้หานชีเยวี่ยจะทำสบู่ธรรมดาๆวัตถุดิบก็เรียบง่าย คือขี้เถ้าและน้ำมันหมู น้ำมันหมูมีอยู่แล้วส่วนขี้เถ้าในบ้านก็มีอยู่เยอะแยะ
หานชีเยวี่ยเริ่มต้นด้วยการต้มน้ำขี้เถ้าการต้มน้ำขี้เถ้าจริงๆ แล้วก็คือขั้นตอนการต้มด่างไม่ต้องเสียเงินซื้อแต่สิ้นเปลืองเวลามาก แต่ตอนนี้ย่าเฒ่าหานยังไม่รู้สึกอะไรแค่เปลืองฟืนหน่อยเดียว เธอไม่เสียดายหรอก
แต่เมื่อหานชีเยวี่ยนำน้ำขี้เถ้าที่ใสแล้วไปวางไว้ข้างๆแล้วเริ่มเตรียมน้ำอุ่นสองชั้นจากการเพิ่มน้ำมันร้อนลงไปย่าเฒ่าหานก็อดรู้สึกเสียดายไม่ได้
นั่นมันน้ำมันหมูขาวๆ ก้อนโตเลยที่พอให้คนในบ้านกินได้หลายเดือนเลยนะ
“ชีเยวี่ย น้ำมันเยอะขนาดนี้เอาไว้ผัดกับข้าวตอนเก็บเกี่ยวก็ได้นะ ไม่ต้องทำสบู่แล้วมั้ง?”
“ชีเยวี่ยหลานแน่ใจเหรอว่าสบู่ทำจากน้ำมันหมู? น้ำมันหมูติดเสื้อผ้ายังซักไม่ออกเลยหลานเอาน้ำมันพวกนี้ไปเสียเปล่าไม่เป็นไรหรอกแต่ถ้าทำให้เสื้อผ้าซักไม่ออกนี่เป็นบาปนะ”
“ไม่งั้น พวกเราไม่ต้องลองแล้วล่ะอาเยวี่ย หลานเสี่ยงเกินไปแล้ว ถ้าทำเสียจะทำยังไง?”
…
ขณะที่ย่าเฒ่าหานพลางบ่นกระออดกระแอดไปด้วยช่วยไปด้วยหานชีเยวี่ยก็ค่อยๆทำตามทีละขั้นตอนในกระทู้ที่เธออ่านเมื่อวานนี้อย่างตั้งใจทีละขั้นตอน
ไม่นานนักก็มาถึงขั้นตอนสุดท้ายหานชีเยวี่ยนำพิมพ์ไม้มาหลายอันออกมาพิมพ์เหล่านี้เป็นพิมพ์ทำขนมที่ทำกันเองในบ้าน แต่เสียดายช่วงสองสามปีนี้แค่กินให้อิ่มท้องยังลำบากเลย จะมีปัญญาทำขนมได้ยังไงพิมพ์เหล่านี้จึงถูกเก็บไว้ไม่ได้ใช้งาน ตอนนี้หานชีเยวี่ยก็ได้เอามาใช้ประโยชน์
เมื่อเห็นหานชีเยวี่ยเทส่วนผสมที่เคี่ยวแล้วลงในพิมพ์ย่าเฒ่าหานก็ยังรู้สึกว่ามันไม่น่าจะสำเร็จ
หลังจากที่หานชีเยวี่ยเทส่วนผสมลงในพิมพ์ทั้งสี่อันจนเต็มแล้วก็ยังมีส่วนผสมเหลืออยู่ เธอจึงหากระบอกไม้ไผ่ทรงเรียวยาวมาเทส่วนที่เหลือลงไป
“ย่าจ๊ะ หนูเคยโกหกคุณย่าด้วยเหรอคะย่ารอใช้สบู่ที่หนูทำเองกับมือได้เลยค่ะ”
ถึงย่าเฒ่าหานจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่้แต่หลานสาวว่ายังไงก็ว่าตามนั้นแหละ ตอนนี้ใกล้จะเที่ยงแล้วหานชีเยวี่ยจึงวางสบู่กึ่งสำเร็จรูปไว้ข้างๆ แล้วไปทำอาหารกับย่าเฒ่าหาน
ตอนเที่ยง คนที่ไปทำงานในไร่กลับมากินข้าวย่าเฒ่าหานก็เล่าเรื่องที่หานชีเยวี่ยทำสบู่ให้ทุกคนฟังด้วยสีหน้าเสียดายคนในบ้านต่างก็ไม่มีใครเชื่อว่าการทำสบู่จะง่ายขนาดนั้นถึงขนาดที่ซย่าซิ่วเหอยังรู้สึกว่าลูกสาวกำลังเอาน้ำมันหมูไปใช้เสียเปล่าๆ
มีเพียงฉู่เจี้ยนกั๋วที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น“ไม่แน่ว่า บางทีวิธีการทำสบู่อาจจะเป็นแบบนี้จริงๆ”
ทำไมเขาถึงคิดเรื่องนี้ไม่ออกนะ?เรื่องพวกนี้เขาเคยเรียนตอนอยู่โรงเรียนแต่พอมาอยู่ชนบทกลับไม่เคยคิดว่าจะทำสบู่ใช้เองได้ตอนนี้ฉู่เจี้ยนกั๋วยังไม่รู้ว่าหานชีเยวี่ยไม่ได้คิดแค่จะทำสบู่แค่สองสามก้อนเอาไว้ใช้เอง
เป้าหมายของหานชีเยวี่ยคือการจัดตั้งโรงงานแปรรูปสบู่ในชุมชนถวนเจี๋ย
ใช่แล้ว เป็นแค่โรงงานแปรรูปเพราะถ้าจะสร้างโรงงานจริงๆ ต้องทำเรื่องขออนุญาตยุ่งยาก แถมยังต้องลงทุนเยอะสถานการณ์การเงินและแรงงานในปัจจุบันของชุมชนถวนเจี๋ย รับมือไม่ไหวแน่ๆ
หลังจากพูดคุยเรื่องสบู่กันสักพักครอบครัวหานก็เริ่มกินข้าว มื้อเที่ยงวันนี้กินเส้นข้าวโพดเจี่ยวถวน [2]
เจี่ยวถวนเป็นอาหารพื้นเมืองมีวิธีการกินที่หลากหลาย กินกับผักก็ได้ ราดน้ำซุปก็ได้ ถ้าบ้านไหนยากจนจริงๆใส่น้ำส้มสายชูกับพริกก็กินได้
วันนี้หานชีเยวี่ยผัดผักกาดขาวเปรี้ยวหวานผักกาดขาวผัดสดๆ เจี่ยวถวนสีเหลืองทอง แค่มองก็น่ากินแล้ว
“กินข้าวเร็วๆ เข้าเดี๋ยวก็ต้องไปทำงานแล้ว” ย่าเฒ่าหานเร่ง
เวลาพักกลางวันสั้นมากกินข้าวเสร็จต้องพักผ่อนสักหน่อย
ทุกคนในบ้านและฉู่เจี้ยนกั๋วกำลังจะลงมือกินอาหารกลางวันก็มีคนมาเคาะประตู คนในชุมชนถวนเจี๋ยมีความเชื่อว่าตอนกินข้าวจะไม่ไปรบกวนบ้านอื่นแต่เมื่อมีคนมาเคาะประตู หานลู่หยางจึงวางชามข้าวลงแล้วไปเปิดประตู
เมื่อประตูเปิดออกหานลู่หยางก็เห็นผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูผู้หญิงคนนี้หานลู่หยางเองก็รู้จัก เธอเป็นหนึ่งในยุวชนหญิงที่ลงมาทำงานในชุมชนชื่อว่าเหลียงอวี้เหมย
“สหายเหลียง เธอมาถึงนี่ มีอะไรรึเปล่า?”หานลู่หยางขมวดคิ้วถาม
เหลียงอวี้เหมยชะโงกหน้ามองเข้าไปในบ้านพอเห็นฉู่เจี้ยนกั๋ว เธอก็ชี้ไปที่ฉู่เจี้ยนกั๋ว
“ฉันมาหาสหายฉู่ค่ะ”
พอได้ยินว่ามาหาฉู่เจี้ยนกั๋วหานลู่หยางก็ไม่สามารถห้ามไม่ให้เข้าบ้านได้ เขาจึงหลบทางให้
เหลียงอวี้เหมยรีบเดินเข้าไปในบ้านบนโต๊ะอาหารของบ้านหาน มีกะหล่ำปลีเปรี้ยวหวานชามโต เห็นน้ำมันเยิ้มๆ อยู่ข้างบนเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่น้ำเปล่าต้มแน่นอน
ส่วนเจี่ยวถวนในชามของทุกคน เป็นสีเหลืองทองทำมาจากเมล็ดข้าวโพดล้วนๆ ไม่ได้ผสมแกนข้าวโพดลงไป
หลายบ้านในชุมชนที่ขาดแคลนอาหารเพื่อประหยัดอาหาร จะบดแกนข้าวโพดผสมกับเมล็ดข้าวโพดแล้วนำไปหุง
แป้งข้าวโพดแบบนั้นสีจะออกเทาๆ ดำๆไม่น่ากินแถมยังไม่อร่อยอีกด้วย
เหลียงอวี้เหมยกำมือแน่น หายใจเข้าลึกๆแล้วมองไปที่ฉู่เจี้ยนกั๋วและพูดขึ้น
เชิงอรรถ
[1] ลากขาหลัง :ถ่วงแข้งถ่วงขา, ถ่วงความเจริญ
[2] เส้นข้าวโพดเจี่ยวถวน : เจี่ยวถวน ในภาษาจีนแปลว่าแป้งกวนข้าวโพดเหนียวๆเป็นของว่างแถวจีนตะวันตกเฉียงเหนือ