วันรุ่งขึ้นที่ห้องทำงาน เฉินโจวที่นั่งอยู่หัวโต๊ะก็เริ่มนำเสนอโปรเจกต์ใหม่ของเขาให้ทุกคนฟัง
ทุกคนในห้องต่างตกตะลึงและอ้าปากค้างกับแนวคิดของโปรเจกต์นี้ ยกเว้นจื่อซวานหมิงที่รู้มาก่อนหน้านี้แล้ว
หลิวจื้อหมิงเป็นคนแรกที่ถามขึ้นมาอย่างรวดเร็วว่า
“เฉินโจว ถ้านายอยากทำคลิปที่เกี่ยวกับบอร์ดเกมแข่งกันแล้วลงคลิปให้คนดูจริง ๆ ทำไมเราไม่ขอลิขสิทธิ์บอร์ดเกมที่เคยทำออกมาขายไปแล้วล่ะ? เอาบอร์ดเกมดัง ๆ ที่เป็นกระแสในตอนนี้มาทำก็ได้”
เฉินโจวที่ได้ยินคำถามก็ยิ้ม พร้อมตอบกลับไปว่า
“หลิวจื้อหมิง การขอลิขสิทธิ์บอร์ดเกมที่คนเคยเล่นแล้วมันอาจจะไม่ดึงดูดให้คนเข้ามาดูคลิปเท่าไหร่หรอกนะ แต่ถ้าเราสร้างเกมขึ้นมาใหม่ที่ไม่ซ้ำใครและไม่เหมือนใคร นั่นแหละจะดึงคนมาดูคลิปเราได้มากที่สุด”
เกาอิ้งที่นั่งอยู่ตรงข้ามฟังแล้วก็สงสัย จึงถามต่อไปว่า
“เฉินโจว แล้วทำไมต้องทำออกมาเป็นแบบทีมด้วยล่ะ? ปกติบอร์ดเกมพวกนี้ก็เล่นคนเดียว แล้วมาทำทีมแข่งกันแบบนี้มันจะไม่ยุ่งยากเกินไปเหรอ? ฉันฟังดูแล้วมันดูไม่เข้าท่ามากเลยนะ”
เฉินโจวยิ้มกว้างขึ้นอีก พร้อมตอบกลับไปด้วยความมั่นใจ
“เกาอิ้ง ฉันคิดว่าในตลาดตอนนี้มันมีแต่บอร์ดเกมแบบเดิม ๆ ถ้าพวกเราไปทำตามแบบนั้น มันก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ถ้าทำออกมาเป็นรูปแบบทีมที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน นี่แหละที่จะทำให้คนดูสนใจ อยากลองดูมากขึ้น”
เหลียนเริ่นที่ฟังอยู่ก็ขมวดคิ้วแล้วถามขึ้น
“ประธานเฉิน ฉันเข้าใจว่าแนวคิดนี้จะทำให้คลิปดูแปลกใหม่ แต่จะไม่เสี่ยงไปเหรอ? ไหนจะทุนการทำ การเสียเวลาคิดค้น การทดลอง ไหนจะโปรเจกต์รายการอาหารแม่บ้านที่ยังต้องทำต่ออีก ถ้าเรามาเสียเวลากับเรื่องนี้มันจะคุ้มค่าไหม?”
เฉินโจวได้ยินคำถามจากเหลียนเริ่นก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างมั่นใจ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เหลียนเริ่น ความเสี่ยงและการเสียเวลาเป็นสิ่งที่ปกติของการทำโปรเจกต์ใหม่ ถ้ากลัวว่าจะเสี่ยงหรือเสียเวลาไป ก็ไม่ต้องทำอะไรใหม่ ๆ กันแล้ว ในช่องของเราจะให้มีแต่รายการแข่งอาหารไปตลอดเหรอ? ถ้าทำไปเรื่อย ๆ คนดูก็จะเบื่อ การสร้างอะไรใหม่ ๆ มันคือการเพิ่มมูลค่าให้กับช่องของเรา ส่วนงานโปรเจกต์อาหารที่ยังค้างอยู่ ฉันเองก็เห็นว่าแต่ละคนภาระงานเบาลงแล้วเพราะจ้างคนมาช่วย แต่ถ้าใครรู้สึกว่ายังทำไม่ทันก็สามารถมาพูดคุยกับฉันได้เลย”
เมื่อได้ยินคำตอบจากเฉินโจว ทุกคนในห้องก็เงียบไป ไม่มีใครกล้าแย้งอะไรอีก เมื่อประธานบริษัทออกมาพูดถึงขนาดนี้แล้ว พวกเขาจะกล้าแย้งอะไรได้อีกหรือ?
เฉินโจวที่เห็นว่าทุกคนเข้าใจแล้วก็รู้สึกโล่งอก โปรเจกต์นี้ถ้ามีแค่เขากับจื่อซวานหมิงช่วยกันสองคน ตัวงานอาจจะออกมาได้ไม่ดีนัก การมีคนอื่นมาช่วยเพิ่มความคิดเห็นเข้ามาจะทำให้เขาได้มุมมองใหม่ ๆ และเพิ่มความหลากหลายได้ ค่อยยังชั่วที่ทุกคนเข้าใจ
หลังจากนั้นก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหม่ โดยให้ทุกคนลองคิดดูว่า บอร์ดเกมที่มีเซ็ตติ้งแบบนี้จะทำออกมายังไงดี เมื่อพูดเรื่องนี้เสร็จ ก็เริ่มคุยถึงรายการทำอาหารครั้งที่สาม ว่ามีอะไรที่ติดขัดตรงไหนบ้าง
แล้วก็พูดถึงเรื่องสปอนเซอร์ที่เพิ่มเข้ามา ว่าจะเลือกของบริษัทไหนเข้ามาเพิ่มเติม หลังจากประชุมและตัดสินใจกันเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวของแต่ละคน ในตอนนี้ในห้องทำงานเหลือเพียงเขากับจื่อซวานหมิงแค่สองคนเท่านั้น
ทั้งสองคนมองตากัน ก่อนที่เฉินโจวจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อนว่า
“จื่อซวานหมิง เมื่อคืนคงรบกวนคุณในการหาข้อมูลมาให้ผมแน่ ๆ ขอโทษด้วยนะ”
จื่อซวานหมิงที่ได้ยินก็ส่ายหน้าไปมา
“เฉินโจว เมื่อคืนฉันได้ค้นหาข้อมูลมาให้แล้วปรากฏว่าก็มีอยู่เหมือนกัน เพียงแต่จะใช้เนื้อที่ในการเล่นเยอะมาก การแข่งจะเป็นการทำข้อกำหนดของตัวเกมที่ระบุเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในบอร์ดเกมนั้น ให้ทีมที่ได้รับมาปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ โดยจะเป็นเกมประเภทภารกิจต่าง ๆ ที่มีอุปกรณ์แถมมาในกล่อง ถ้าทำภารกิจสำเร็จ ทีมนั้นก็จะได้คะแนนมา
แต่ละภารกิจคะแนนที่ได้ไม่เท่ากัน ดังนั้นต้องวัดดวงด้วยว่า ภารกิจที่ได้คะแนนจะเยอะไหม และทีมของเราจะทำสำเร็จหรือเปล่า และจะมีจำนวนรอบที่กำหนดตามจำนวนทีมที่เข้าแข่งขัน เมื่อครบจำนวนรอบที่เกมกำหนดก็จะมาดูว่าทีมไหนมีคะแนนมากที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะในเกมนั้น นายสนใจที่จะทำตามรูปแบบนี้ไหม?”
เฉินโจวที่ได้ฟังก็ขมวดคิ้ว ทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะบอกว่า
“จื่อซวานหมิง แนวคิดแบบนี้ผมเองก็คิดว่ามันน่าสนใจนะ แต่บอร์ดเกมที่ผมคิดเอาไว้อยากทำเป็นประเภททีม แบบที่มีกระดานบอร์ดเกมอยู่ตรงกลาง แล้วมีผู้เล่นในแต่ละทีมนั่งล้อมวงกันเล่น ผมอยากได้แบบนี้มากกว่า”
จื่อซวานหมิงที่ได้ยินก็ทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง “ถ้างั้น... ฉันจะลองไปพยายามคิดรูปแบบการเล่นโดยยึดหลักรูปแบบนี้ให้ก็แล้วกัน”
เฉินโจวที่ได้เห็นหน้าตาและสายตาที่จริงจังของจื่อซวานหมิงที่พยายามจะช่วยเขาอย่างเต็มที่ ก็อดซาบซึ้งใจขึ้นมาไม่ได้ ขณะที่คนอื่นหาเรื่องที่จะหลีกเลี่ยงการทำเรื่องนี้ตอนที่เขาเสนอในที่ประชุม แต่กับจื่อซวานหมิงหลังจากที่ได้ฟังก็พยายามจะช่วยเหลือเขาให้ได้ เฉินโจวรู้สึกได้เลยว่าเธอจริงจังในการที่จะช่วยเขาในครั้งนี้จริง ๆ เขายิ้มอ่อน ๆ และพูดออกมาว่า
“จื่อซวานหมิง ผมขอบคุณมากเลยนะที่พยายามเพื่อผมขนาดนี้ แต่ยังไงก็อย่าหักโหม หรือไปรบกวนเวลาทบทวนบทเรียนของตัวเองนะ เห็นคุณพยายามช่วยเหลือผมขนาดนี้ ผมก็ดีใจมากแล้ว”
จื่อซวานหมิงได้ยินคำนี้ของเฉินโจวใจของเธอก็เต้นผิดจังหวะอีกครั้ง ทำไมฟังคำพูดแบบนี้แล้วเธอจะต้องมาใจเต้นด้วย? ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ มันช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน
“เฉินโจว ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว พวกเรารีบกลับกันเถอะ”
เมื่อเฉินโจวดูเวลาก็เห็นว่าจริงด้วย เมื่อเห็นจื่อซวานหมิงเก็บของใส่กระเป๋าเสร็จ เขาก็รีบเข้าไปช่วยถือกระเป๋าให้ทันที พร้อมเดินไปส่งเธอที่จุดขึ้นรถแท็กซี่เหมือนเดิม แน่นอนว่ามาตรการป้องกันของเขาก็ยังคงเดิม ทำแบบไม่มีตกหล่นอะไร เมื่อเห็นรถแท็กซี่ที่เธอขึ้นขับออกไปแล้ว
เขาเองก็ได้แต่ถอนหายใจยาว คิดว่าทำรายการแข่งอาหารไปถึงครั้งที่ห้า เขาน่าจะมีเงินส่วนตัวพอซื้อรถได้แล้วละ รถที่เขาซื้อต้องมีระบบเครื่องที่ขับได้แบบนิ่มนวล คนนั่งในรถจะได้รู้สึกสบายตอนนั่ง
อุปกรณ์ป้องกันภัยต้องมีเตรียมพร้อมและใช้งานได้จริง ตอนเขาพาจื่อซวานหมิงนั่ง เธอจะได้สบายหน่อย นอกจากสบายแล้วก็ยังต้องปลอดภัยด้วย
ถ้ามีเวลาคงต้องไปหัดขับรถและทำใบขับขี่แล้วละ ตอนที่มีเงินซื้อรถได้แล้วจะได้ขับได้เลยแบบไม่มีปัญหาอะไร หลังจากเดินกลับมาที่ห้องพัก เขาก็ได้รับข้อความจากจื่อซวานหมิงว่าเธอถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว เขาก็ตอบกลับทักทายเหมือนทุกครั้ง จากนั้นเขาก็มานั่งคิดในห้อง
ตอนนี้ด้วยฐานะการเงินของเขา ควรจะไปหาห้องพักที่ดีมากกว่านี้ได้แล้ว ห้องแบบนี้ถ้าเกิดจื่อซวานหมิงมาเห็นเข้าคงรู้สึกไม่ดีแน่ ๆ ต้องหาแบบที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยด้วย เพื่อที่จะได้เดินทางไปมหาวิทยาลัยได้เร็วหน่อย ตอนที่จื่อซวานหมิงทักเรียกตอนมาที่มหาวิทยาลัย เขาจะได้รีบออกเดินทางไปมหาวิทยาลัยได้อย่างรวดเร็วเพื่อมารอรับเธอ
หรือว่าเราควรซื้อบ้านหรือซื้อห้องพักที่เป็นคอนโดเลยดีไหม? ไม่แน่ว่าการเลือกเป็นคอนโดน่าจะดีกว่าหรือเปล่า เพราะมีระบบรักษาความปลอดภัยภายในตึก การจะขึ้นไปชั้นที่เราอยู่อาศัยก็ต้องใช้บัตรที่ทางคอนโดออกให้เท่านั้น ในอนาคตข้างหน้าหลังจากเขากับจื่อซวานหมิงมาอยู่ด้วยกัน ความปลอดภัยในชีวิตของที่อยู่อาศัยต้องสำคัญสูงสุด ต้องอยู่ในที่ปลอดภัยต่อตัวเอง ภรรยา และทรัพย์สินที่หามาได้
ถึงจะหาเงินมาได้มากแค่ไหน แต่ถ้าสถานที่อยู่อาศัยไม่ปลอดภัย สักวันก็ต้องมีโจรหาโอกาสเข้ามาปล้นเอาจนได้ จริงอยู่ทรัพย์สินในส่วนเงินสดสามารถฝากธนาคารเอาไว้ได้ แต่พวกข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงทั้งหลายที่ตั้งอยู่ในบ้านละ?
ถ้าคนที่ไม่หวังดีเห็นและรู้ว่าเขาเป็นคนมีฐานะ แปลว่าในบ้านหรือในห้องก็ต้องมีทรัพย์สินราคาแพงที่พร้อมจะถูกปล้นได้แน่นอน แล้วถ้าพวกมันมาปล้นตอนที่เขากับจื่อซวานหมิงอยู่ในบ้าน และลงมาเจอพวกมันตอนกำลังปล้นอยู่พอดี ไม่แคล้วโดนพวกมันฆ่าปิดปากทิ้งแน่ ๆ