เพี๊ยะ!
“โอ๊ย องค์หญิงโปรดเมตตา กระหม่อมไม่กล้าอีกแล้ว โอ๊ย โอ๊ย”
ใบหน้าสวย ๆ ของเหล่านางสนมเริ่มบวมแดง ริมฝีปากบวมเจ่ออย่างน่าสงสาร
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
เสียงตวาด เสียงฟาดมือลงกระทบเนื้อ และเสียงร้องโอดโอยดังเป็ระยะ ๆ นั้น ทำให้ หยางจง แม่ทัพใหญ่หยุดมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นห่าง ๆ ร่างสูงสง่าองอาจราวกับเทพาลงมาจุติยืนนิ่งประดุจหินผา ใบหน้ามีหนวดเคราขึ้นรกนั้นแลเห็นเพียงดวงตาดำสนิทลึกล้ำเท่านั้นที่วูบไหวคล้ายน้ำกระเพื่อมเพียงชั่วครู่ก็จางหาย
เขาเร่งรีบจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้แต่บังเอิญเห็นเหตุการณ์ที่น่าสังเวชเข้าพอดี เขาแลเห็นสตรีผู้มีความงามล้ำเลิศ บนศีรษะประดับด้วยมงกุฎหงส์เลอค่าซึ่งบ่งบอกสถานะอันสูงสุดของวังหลัง ใครเล่าจะไม่รู้ว่าสตรีผู้นั้น คือ องค์หญิงปิงหลิน แม้เขาจะอยู่ห่างไกลถึงชายแดน แต่ยามใดที่กลับเข้ามาในวังหลวงมักจะได้ยินความร้ายกาจขององค์หยิงปีศาจอยู่บ่อยครั้ง นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าใบหน้างดงามเพียงนั้น แต่จิตใจกลับอัปลักษณ์ยิ่งนัก!
เมื่อ 10 ปีก่อนเขายังจดจำความร้ายกาจองค์หญิงปิงหลินได้ไม่มีวันลืม.....
วันนั้น เขาเป็บุตรชายเพียงคนเดียวของตระกูลแม่ทัพดับหนึ่งแห่งแคว้นฉู่ จึงมีโอกาสได้ติดตามบิดาเข้าพบหยางกุ้ยเฟยสนมซึ่งเป็น้องสาวของบิดา
ในระหว่างที่บิดากำลังสนทนากับหยางกุ้ยเฟยที่ดูเหมือนว่าจะยืดยาวมากขึ้นที เขาจึงแอบหนีออกมาเดินเล่นในอุทยานวังหลังด้วยความซุกซนตามประสาเด็ก
“ฮ่า ๆ หยุดเดี๋ยวนี้นะเ้าลาโง่ มาให้ข้าเฆี่ยนเสียดี ๆ”
“โอ๊ย ๆ พอแล้วพะย่ะค่ะ กระหม่อมเจ็บไปหมดแล้ว”
เสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานบนความทุกข์ของผู้อื่นนั้น ทำให้ร่างเล็กของหยางจงวิ่งเข้าไปดูที่มาของเสียงนั้น แล้วเขาก็ประจักษ์แก่สายตาตนเองว่า เด็กหญิงผู้หนึ่งตัวเล็กกว่าเขาเสียด้วยซ้ำแต่กำลังถือกิ่งไม้ไล่เฆี่ยนตีขันทีแก่ ๆ สองคนอย่างสนุกสนาน พวกเขาถูกบังคับให้คลานสี่เท้าราวกับวัวควาย นางกำนัลสองคนได้แค่ส่งสายตาเวทนา แต่กลับไม่มีผู้ใดเอ่ยห้าม หรือสั่งสอนนางแม้แต่น้อย
“นี่มัน เด็กปีศาจชัด ๆ”
หยางจงส่ายหน้าอย่างเอื้อมระอา เมื่อพิจารณาดูจากสถานการณ์แล้วเด็กหญิงคนนี้ต้องมีฐานะสูงศักดิ์มากพอที่จะทำเช่นนั้นได้ หยางจงฉลาดพอที่จะไม่หาเื่ใส่ตนเองจึงรีบหันหลังกลับหมายจะหลบเลี่ยงออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด แต่แล้วเสียงตวาดลั่นอย่างวางอำนาจก็ดังขึ้น
“หยุดนะ!”
เท้าเล็ก ๆ ขององค์หญิงน้อยย่ำลงวิ่งมุ่งหน้ามายังเด็กหนุ่มอย่างว่องไว
หยางจงเหลียวมองไปดูด้านหลังเพียงแวบเดียว แต่ไม่ยอมชะลอฝีเท้า เขาจึงได้ยินเสียงะโตามหลังมาอีกครั้งว่า
“ทหาร! จับลูกสุนัขตัวนั้นมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
องค์หญิงน้อยะโสั่งหน้าดำหน้าแดง ไม่เคยมีใครขัดคำสั่งของนางเช่นนี้มาก่อน
ร่างเล็กของหยางจงวิ่งเต็มฝีเท้า แต่ก็ยังไม่สามารถหนีพ้นมือทหารองครักษ์ที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดี ร่างเล็กของเขาจึงถูกหิ้วปีกเข้าไปคุกเข่าต่อเด็กหญิงตัวเล็ก
“ข้าไม่ใช่ลูกสุนัข!”
หยางจงตะคอกเด็กหญิงผู้นั้นด้วยความโมโห นางถือดีอย่างไรมากล่าวหาเขาว่าเป็ลูกสุนัข
องค์หญิงน้อยถลึงตาตาใส่เด็กชาย นอกจากเขาจะไม่หมอบลงถวายความเคารพเธอเหมือนคนอื่น ๆ แล้ว เขายังบังอาจมาตะคอกใส่นาง
“เ้าลูกสุนัข ข้าจะให้เ้าเป็ลูกสุนัขเ้าก็ต้องเป็”
ใบหน้าเล็ก ๆ เชิดขึ้น พร้อมกับกอดอกอย่างเด็กเอาแต่ใจ
“ข้าไม่เป็”
หยางจงตอบกลับอย่างหนักแน่น
องค์หญิงน้อยเม้มปากเข้าหากันอย่างขัดใจ นางเล่นกับขันทีและนางกำนัลเบื่อเต็มทน เมื่อเห็นเด็กชายเข้ามาในเขตวังหลังจึงอยากจะชวนเขามาเล่นด้วยกัน แต่ท่าทีของเขากับไม่มิตรต่อนางเสียเลย
“ข้าเป็องค์หญิง ทำไมจะสั่งให้เ้าเป็ลูกสุนัขไม่ได้ ข้าจะสั่งให้เ้าเป็ลูกสุนัขแล้วมาเล่นกับข้า”
“ข้าไม่เล่นกับเด็กนิสัยไม่ดี!”
หยางจงโพล่งออกมา นางกำนัลแลขันทีที่ยืนอยู่ ณ บริเวณนั้นต่างลมหายใจสะดุดไปตาม ๆ กัน เกรงว่าลมหายใจเด็กชายผู้นี้จะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว
“เ้ากล้าด่าข้ารึ เ้าลูกสุนัข!”
เสียงเล็กตวาดขึ้น พร้อมกับชี้หน้าเด็กชาย
“เ้าไล่เฆี่ยนตีผู้าุโ แบบนี้จะให้ข้าชมเ้าว่าเด็กดีงั้นรึ หรือจะให้เรียกเ้าว่าองค์หญิงปีศาจ”
หยางจงพูดจบก็รีบสะบัดตัวออกจากการจับกุมของทหารองครักษ์ที่กำลังอึ้งกับถ้อยคำเผ็ดร้อนของเขาเมื่อครู่
“กล้าว่าข้าเป็ องค์หญิงปีศาจรึ ทหารจับตัวเขามาทำโทษเดี๋ยวนี้!”
องค์หญิงน้อยกระทืบเท้าเร้า ๆ อย่างขัดใจ
หยางจงวิ่งหลบหนีอย่างว่องไว แต่แล้วเขาก็ชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ของใครบางคน
ตุบ!
..................................................... จบตอน.........................................................