TREE WORLD
ปฐีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็กมายโซล : เขียน
บทที่ 6
สรวง์แห่งอิทัป(3)
สีหน้าอันทุกข์ทรมานของผู้คนเบื้องล่างที่ตกเป็เหยื่อวิปริตล้วนไม่แตกต่างกันบรรดามนุษย์ชาติที่อ่อนแอพ่ายแพ้พากันส่งเสียงหวีดร้องอันโหยหวนโกลาหล ทุกชีวิตส่งเสียงะโขอความช่วยเหลือด้วยความตื่นตระหนกต่างรนรานกันสุดชีวิต แต่ไม่มีใครสามารถช่วยใครได้ ไม่ว่าผู้ใด ต่างคนต่างดีดดิ้นหนีตายเอาตัวรอดผู้เข้มแข็งได้ไปต่อ ทิ้งผู้พ่ายแพ้อ่อนแอไว้เบื้องล่าง ภาพการสังหารหมู่อันน่าเวทนาเช่นนี้มันติดตาและะเืใจทุกครั้งที่เพ่งดูมัน
ผมมักจะไหวตัวทันเสมอได้ล่วงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าก่อนผู้อื่น และคงเป็คนเดียวในโลกที่สามารถรับรู้การรุกรานของหนอนดำหายนะเหล่านี้ได้ก่อนใครเพราะเมื่อใดก็ตาม หากเวิร์มมันเริ่มบุกรุกเข้ามาในเขตระยะปลอดภัย ผมจะมองเห็นตัวและได้ยินเสียงของมันก่อนที่มันจะเห็นตัวผมทำให้ทั้งชีวิตและครอบครัวยังรอดพ้นมาได้จนถึงบัดนี้ มันคือความได้เปรียบอันสูงค่าที่ให้เวลาตั้งตัวมากพอจะรับมือกับหายนะได้ทันกาลและทั้งหมดนั้นต้องยกความดีความชอบให้กับความสามารถพิเศษที่ติดตัวมาั้แ่เกิดโดยเฉพาะ
ผมมีสายตาพิเศษที่สามารถมองเห็นเวิร์มได้ไกลกว่าคนธรรมดาหลายร้อยเท่า
ผมมีหูพิเศษที่ได้ยินเสียงเวิร์มมันเขมือบสรรพสิ่งได้มากกว่าคนปกตินับพันเท่า
‘ดาร์กอายดาร์กเอีย ’
จากความสามารถดังกล่าวทำให้ผมได้ล่วงรู้ความลับบางอย่างของมันนั่นคือ เวิร์มแต่ละตัวเคลื่อนที่ช้าเร็วไม่เท่ากันบางครั้งมันเดินทางรวดเร็วรุนแรง บางครั้งเชื่องช้าเนิบนาบจนดูเหมือนย่ำอยู่กับที่และที่สำคัญคิดว่าน้อยคนนักที่จะรู้คือ...เวลาที่เวิร์มคืบคลานเข้ามากลืนกินแต่ละคนนั้นมีไม่เท่ากันและนี่เป็เหตุผลสำคัญที่ผมต้องใส่ใจมาสำรวจตรวจตราด้วยตนเองทุกวัน
เพราะเชื่อว่าไม่มีใครในโลกนี้ รู้เื่เวิร์มดีเท่ากับผม
ขณะที่สติบางส่วนกำลังช็อกกับเหตุการณ์สมาธิหลายส่วนยังถูกรบกวนด้วยเสียงะโแทรกขึ้นมาขัดขวางผมกับความสามารถพิเศษขาดจากกัน ภาพและเสียงของเวิร์มพลันหายไปในพริบตา
“ช่วยด้วย!!! ช่วยเด็กด้วย”เสียงะโแหบพร่า พร้อมปรากฏมือเหี่ยวย่นหยาบกร้านข้างหนึ่งตะเกียกตะกายขึ้นมาเกาะขอบฟุตบาท
“บ๊ระเ้า”ผมอุทานด้วยความใอีกครั้ง
ทันใดนั้นก่อนที่ความรู้สึกจะตั้งหลักได้ ผมกระตุกทรุดตัวแนบลงไปกับพื้นโดยอัตโนมัติและคว้าข้อมือใครบางคนไว้ได้ทันกาล ก่อนที่เ้ามัจจุราชจะยื้อยุดฉุดกระชากคืนไปภายใต้ปากหลุมแห่งนี้
ในขณะที่ผมกำลังใช้ความสามารถพิเศษมักจะไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครเข้าใกล้ในระยะประชิดและผมหยุดใช้หูทิพย์ตาทิพย์กะทันหันอย่างนี้มันทำให้ปวดหัวมึนตึ้บหูอื้อและตาพร่าไปชั่วขณะ
เสียงวิ้งว้างรบกวนโสตประสาทดังก้องในหัวสะท้อนกันไปมาขณะที่สายตาปรับโฟกัสไม่ได้ราวกับดวงตาถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาแรงดันในเืลมตกวูบกะทันหัน ส่งผลให้ศีรษะเหมือนถูกค้อนทุบลงมาจากด้านหลังยังดีที่ผมมือไวพอ อย่างน้อยก็ช่วยมาได้หนึ่งชีวิต
กว่าจะเรียกสติกลับมาได้ภาพที่เห็นตรงหน้าเป็ชายชรากับเด็กสาวคู่หนึ่งห้อยตัวต่องแต่งภายใต้ขอบฟุตบาท ชายแก่กำลังทุ่มเทพลังทั้งหมดผลักดันให้เด็กสาวรีบปีนป่ายขึ้นไปให้พ้นปากเหวนรกแลกกับโอกาสรอดของตนเอง แสดงออกทางกายภาพด้วยเหงื่อกาฬโทรมกายหน้าซีดตัวสั่นแค่มองดูก็รู้ว่าตาลุงคนนี้แทบจะไม่มีเรี่ยวแรงเหลือพอประคับประคองตัวเองให้ปีนป่ายขึ้นมาได้อย่างแน่นอน
“ไม่ไหว...”สัญชาติญาณร้องบอกตัวเอง เพราะรู้ดีว่า่เวลาเพียงเสี้ยววินาทีไม่สามารถช่วยเขาทั้งคู่พร้อมกันได้ในสถานการณ์เช่นนี้ ต้องเลือกช่วยคนใดคนหนึ่ง
ชายชรากัดฟันกรอดพยายามเกาะขอบฟุตบาทด้วยเฮือกสุดท้าย ไม่มีคำพูดแหบพร่าใดๆหลุดออกมาอีกมีแต่สีหน้าวิงวอนขอความเมตตาช่วยเหลือ
ด้วยสัญชาติญาณของความเป็พ่อคนผมตัดสินใจเลือกช่วยเด็กสาวขึ้นมาก่อนพร้อมกับดึงตัวเธอขึ้นมาทันทีทันใด ตอนนี้ทุกวินาทีมีค่าความรู้สึกบอกว่าถ้าผมยิ่งเร็วมากเท่าไหร่ โอกาสรอดของคนที่เหลือก็มากขึ้นเท่านั้น
ในยามปกติผมจะว่องไวกว่าคนธรรมดาเท่าหนึ่งแต่เมื่อยังหลงเหลือสภาพดามเมทหลังจากถูกยกเลิกทักษะกะทันหัน พลอยทำให้แขนของผมชาด้านไปด้วยและมันยังรู้สึกหนักหน่วงกินแรงมากกว่าปกติ
“ช่วยปู่หนูด้วย!!!ช่วยปู่หนูด้วย” เด็กสาวร้องะโทันทีที่ผมดึงตัวเธอขึ้นมาสำเร็จ
แต่ก็สายเกินไปที่จะหันกลับไปช่วยปู่ของเธอมือเหี่ยวย่นหยาบกร้านข้างนั้นอ่อนล้าจนเกินกว่าวินาทีสุดท้ายที่ผมจะคว้าข้อมือของเขาไว้ได้ทัน
ดั่งใบไม้แห้งกรังปลิดปลิวจากขั้วชายชราร่างกายอิดโรยเกินขีดจำกัด เรี่ยวแรงพลันสูญสิ้น ได้แต่ทิ้งร่างร่วงหล่นลงไปในหุบเหวดั่งคนหมดสิ้นวาสนาแล้วพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของเด็กสาวที่ตื่นตระหนกสุดขีด
กริ๊ดดดดดด!!!
วินาทีนั้นความเคลื่อนไหวทั้งมวลเสมือนสโลโมชั่นเนิบช้าภาพของชายร่างชราค่อยจ่อมจมลงสู่หลุมยุบพร้อมกับสีหน้าสิ้นหวัง แต่ยังแฝงรอยยิ้มแห่งความขอบคุณที่ผมให้โอกาสหลานสาวของเขาได้มีชีวิตรอด
ซ้ำร้าย!!!เ้าหนอนดำตัวน้อยขนาดมหึมา!!!
ไม่รู้มันโผล่หัวขึ้นมาั้แ่เมื่อไหร่!!!
มันคงยืดตัวเองออกจากตัวแม่แต่นั่น!!!ตัวมันคงยาวหลายพันกิโลเมตร
วงปากของมันขยับยืดยาวออกอ้าค้างและเปิดกว้างถึงที่สุดซี่ฟันทรงสามเหลี่ยมแหลมคมน่าหวาดหวั่นที่นับไม่ถ้วน แสดงตัวออกมาอย่างวิปริตโหดร้ายคล้ายการแยกเขี้ยวของปากฉลามที่ซ้อนวงกันไปหลายชั้น สีของมันดำสนิทมันวาวเงางามอย่างกับใบเลื่อยวงเดือนนับร้อยนับพันกำลังหมุนวนทำงานขยันขันแข็งพร้อมเพียงกันแต่สิ่งที่น่าสยดสยองไม่แพ้กันคือลิ้นของมัน ที่กำลังพวยพุ่งฉกฉิวขึ้นมานำหน้าเป็อันดับแรกสุดจุดศูนย์กลางในวงคมเขี้ยวคือเกลียวลิ้นเหนียวข้นที่ตวัดกวัดแกว่งไปมา ถูกฉกออกจากวงปากเร็วกว่าพายุคอยฉีกกระชากร่างเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอย่างตะกละตะกลาม
วินาทีนี้ผมไม่มีความรู้สึกใดๆไม่รู้สึกดีใจหรือเสียใจ ไม่รู้สึกสำนึกผิดบาปหรือความะเืใจใดๆนอกจากความชาด้านไปทั้งจิตใจและร่างกาย แต่วินาทีหลังจากนั้นทุกอย่างคงถาโถมใส่ผมคงโทษตัวเองไปตลอดชีวิตที่ปล่อยให้คนตายไปต่อหน้าต่อตาถ้าเมื่อครู่ผมยอมเสี่ยงดึงมือของทั้งคู่ไว้พร้อมกันแค่เพียงทุ่มเทมากกว่านี้...แต่ก่อนที่ความคิดจะสับสนไปไกล...
พลันคล้ายเชือกหนาหนักเส้นหนึ่งพุ่งตวัดเป็เกลียวดั่งสายจงอางฉก เข้าเลื้อยรัดพันแ่ารอบตัวชายชราผู้นั้นก่อนฉุดกระชากร่างนั้นลอยระลิ่วขึ้นจากหุบเหวของมัจจุราช
บ่วงบาศของจ่าเฉยนั่นเอง!!!
ชั่วอึดใจเขาฉุดลากร่างชายชราหายไปจากพื้นที่สังหารของเวิร์ม ด้วยเชือกเพียงเส้นเดียว ลิ้นเหนียวข้นของหนอนดำพลาดเป้าหมายอย่างไม่คาดคิดมันม้วนลิ้นหลายตลบแต่คว้าได้เพียงอากาศที่ว่างเปล่า หลังจากนั้นร่างของมันหดกลับเข้าหาตัวแม่คล้ายสปริงที่ยืดออกได้ชั่วขณะร่างมันจมหายลงไปในหลุมดำลึกลงไปหลายพันกิโลเมตรและไม่มีวี่แววว่ามันจะกลับมาโจมตีอีกเป็รอบที่สอง...
ทุกอย่างดูเงียบสงบราวกับไม่เคยปรากฏสิ่งผิดปกติมาก่อน...
ไม่รู้มาก่อนว่าจ่าเฉยมีทักษะการใช้บ่วงบาศอันยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้หากนับเวลาที่เขาลงมือลอบทำลายมื้อเที่ยงของเ้าหนอนดำ ยังเร็วกว่าการกระพริบตา
ผมร้องขอบคุณเขาโดยไม่ได้เอ่ยเป็คำพูดได้แต่ปากอ้าตาค้าง
แท้แล้วจ่าเฉยมีดีกว่าที่ผมคิดนายตำรวจตัวอ้วนดำพุงพลุ้ยวัยกลางคนท่าทางไม่เต็มบาท บัดนี้สีหน้าเคร่งขรึมจริงจังร่างกายกำยำล่ำสันกล้ามเนื้อเกร็งเขม็ง อัดเข้ารูปเป็มวลมัดพละกำลังมหาศาลดุจช้างสาร เขาแค่กระตุกปลายเชือกทีเดียวร่างชราก็เบาหวิวลอยระลิ่วเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนแสนง่ายดาย แล้วค่อยปล่อยวางร่างนั้นลงนอนก่ายกองกับพื้นฟุตบาทอย่างนุ่มนวล
เ้าหนอนดำตัวนั้นมันโจมตีพลาดเป้าหมายได้แต่ม้วนตัวกลับถดถอยลงไปในหลุมดำพร้อมกับอากาศที่ว่างเปล่าเสียดายที่ไม่ทันดูสีหน้าผิดหวังของมัน
ผมคิดเอาเองว่าการที่มันออกไล่ล่าเจาะจงเอาชีวิตเฉพาะชายชรากับเด็กสาวคู่นี้มันผิดวิสัยเวิร์มทั่วไปเป็อย่างมากโดยปกติแล้วมันจะไม่ปรากฏตัวเหนือพื้นพิภพก่อนเวลาที่โลกจะล่มสลาย และจะไม่อนุญาตให้ผู้ใดที่เห็นตัวมันแล้วยังมีชีวิตรอดและที่มันโจมตีได้ครั้งเดียวก็เพราะมีขีดข้อจำกัดอะไรบางอย่างที่ผมก็ไม่อาจตอบได้หวังว่าโอกาสในการไล่ล่าคนคู่นี้ของมันหมดสิ้นลงไปแล้ว...
“ปู่...ฮือ...”สาวน้อยกอดซบกับอกปู่ทั้งน้ำตา
เสียงกระซิบกระซาบพึมพำของคนทั้งคู่ที่ผมฟังไม่ออกแต่มันพรั่งพรูมาพร้อมน้ำหูน้ำตา และดูท่ามันจะไม่ยอมหยุดไหลง่ายๆ
“เมื่อตะกี้...เป็มันใช่มั้ย...หรือว่าฉันตาฝาดไปเอง...ไมท์?” จ่าเฉยหาพยานช่วยยืนยันว่าเขาไม่ได้ตาฝาดเห็นหายนะนั่นเพียงคนเดียว น้ำเสียงของเขาตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
“ใช่เป็มัน...เวิร์ม” ผมตอบตรง ไม่คิดปิดบังน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง
ในสภาวะปกติจ่าเฉยจะดูเลอะเทอะไม่สมประกอบแต่ในสภาวการณ์ฉุกเฉินเฉียดตาย เขากลับมีสติสร้างวีรกรรมกลายเป็ฮีโร่ให้เชิดชูอย่างไม่อยากจะเชื่อ
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาได้เผชิญหน้ากับเวิร์มในระยะประชิดอย่างไม่คาดฝันมาก่อนในชีวิตคงสร้างความแตกตื่นหวาดกลัวขนาดทำให้หัวใจแทบหยุดเต้นอย่างแน่นอนแม้จะเป็เวลาเพียงชั่วพริบตาก็ตาม
จ่าเฉยเพิ่งจะรู้สึกว่าตัวเองหน้าซีดเผือกเหงื่อเย็นเริ่มไหลปกคลุมบนใบหน้า แต่มันเป็่เวลาไม่นานเขาก็ปรับสภาพกลับไปเป็ปกติอย่างรวดเร็ว
ผมเพิ่งจะเคยเห็นจ่าเฉยแสดงปฏิกิริยาควบคุมอารมณ์ได้ยอดเยี่ยมก็ครั้งนี้แสดงว่าเขาเองก็ได้รับการฝึกฝนทักษะมาไม่น้อย บางทีหมอนี่อาจไม่ใช่นายตำรวจธรรมดาอย่างที่คิด
“ถ้ามันเป็หน้าที่ก็คงไม่ช่วย...คนแก่เฮงซวย ช่วยไปก้อบ่อจี๊...โย่ โย่” เหมือนจ่าเฉยจะบ่นกับตัวเองแต่เฉพาะตอนที่เพิ่งพ้นผ่าน่อารมณ์แปรปรวนมา เขาก็มักจะแหกปากร้องโพล่งแร๊พโย่กลบเกลื่อน
นี่คือสิ่งที่ช่วยยืนยันว่าพื้นฐานห้วงอารมณ์ของเขากลับมาเพี้ยนเป็ปกติตามเดิมแล้ว
จ่าร้องแร๊พท่อนฮุกไหลออกมาอีกหลายท่อนเนื้อหาฟังไม่ได้ศัพท์ เข้าใจว่าคงแตกตื่นและด่าทอสิ่งที่เกิดขึ้น สาปแช่งหนอนดำหายนะที่เพิ่งได้เห็นกับตาไม่ได้ตั้งใจฟังหรอก เพราะมัวแต่เสาะหาคอยจ้องหน้าพวกหน่วยเฝ้าระวังของรัฐบาลที่แฝงตัวกับฝูงชนรอบๆปากหลุม
โดยเฉพาะเ้าร่างั์หัวโล้นที่สะพายดาบคู่นั่นผมจำมันได้แม่นยำ เพราะมันจะคอยจ้องมองผมกับครอบครัวแทบทุกครั้งผมน่ะเกลียดสายตาถมึงทึงของมันซะจริงๆ ราวกับมัน้าจะฉีกขย้ำผมให้แหลกเป็ชิ้นๆไม่เคยรู้สึกไม่ถูกชะตากับใครขนาดนี้มาก่อน แต่ถือว่ามันยังโชคดีที่ไม่ลงมือทำอย่างนั้นจริงๆ
ผมยอมแพ้สายตาแค่ละสายตาจากมันชั่วกระพริบตา เ้าโล้นร่างั์นั่นก็หายไปเสียแล้ว
ผมนั่งพักบนขอบฟุตบาทมองไปรอบๆอีกทีพวกลูกน้องของมันที่เหลือก็พลอยหายสาบสูญไปเช่นกัน เอาเถอะ...ทีงานเข้ามาจริงจังอย่างนี้ไอ้หน่วยเฝ้าระวังของรัฐบาล ช่างเปิดตูดสะบัดก้นกันรวดเร็วเสียจริง
“เฮ้อ...ช่วยพวกคนเถื่อนหนีเข้าเมืองฟรีๆแบบนี้...คงมีแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะขอบอก...”จ่าหันมายิ้มให้ทุกคน แต่ดูเหมือนปู่กับหลานสีหน้ายังซีดเผือกด้วยน้ำหูน้ำตาไม่มีทีท่าใดจะรับมุก
“ผมก็เหมือนกัน”คงมีแค่ผมคนเดียวที่แก้ขัดคอยเป็ลูกคู่ให้จ่าภายในใจยังสำนึกบุญคุณแทนสองปู่หลานนั่น...
ผ่านไปไม่นานหลังจากทุกคนพักหายใจสูดอากาศเข้าปอดอย่างเงียบงันแล้ว แต่เมื่อจู่ๆผมก็นึกถึงเื่ที่จ่าเฉยรับรองอย่างแข็งขันแล้วไม่เป็ตามนั้น...แล้วของมันก็ขึ้น...
“แล้วไหนล่ะเสียงไซเรนของนาย”น้ำเสียงผมเหมือนเกือบจะตะคอกใส่ผมแค่ทวงถามเื่ความปลอดภัยของผมและพลเมืองที่ควรได้รับ
หนอนดำบุกรุกเข้ามาให้เห็นตัวใกล้ขนาดนี้เสียงสัญญาณร้องเตือนภัยจากไซเรนควรจะดังไปทั่วเมืองแล้วไม่ใช่หรือไงกันแต่นี่มันกลับเงียบสนิท!
“ใช่!!!...มันควรจะดังก่อนเราเห็นตัวมันด้วยซ้ำ...คงมีบางอย่างผิดพลาด”จ่ายอมรับ พลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่ลืมที่เคยพร่ำบอกออกปากรับประกันเื่สัญญาณเตือนภัยที่มีความน่าเชื่อถือเสมอมา แต่แล้วตอนนี้ความเชื่อความศรัทธาของเขากลับทำให้ทุกคนผิดหวังอย่างเสียแรงไม่มีเสียงไซเรนดังขึ้นแม้สักเสี้ยววินาทีเดียว แววตาเขาแสดงความอับอายอึดอัดคับข้องไม่พร้อมจะตอบอะไรต่อ แล้วหันไปมองทางพวกหน่วยเฝ้าระวังเพื่อฝากคำถามต่อไปยังพวกนั้นซึ่งบัดนี้หายหัวกันไปหมดแล้ว
เฮ้อ...ผมถอนหายใจยาวก่อนจะพยักหน้ารับ แสดงความเห็นด้วยกับความผิดพลาดของหน่วยงานรัฐแต่ผมก็ไม่อยากโทษพวกเขาเสียทั้งหมด เครื่องตรวจจับสัญญาณอาจไม่ได้ขัดข้อง แค่อาจเป็ไปได้ว่ามันไม่ทรงประสิทธิภาพพอไม่น่ามีอะไรอยู่เื้ันอกจากนี้...
คนธรรมดาสามัญจะไปเอาแน่เอานอนอะไรกับเ้าหนอนมฤตยูพวกนั้น
“ชุดเก่งของนายเยินซะแล้ว”จ่าเฉยสังเกตเห็นความมอมแมมของผม ฮึ...ฉวยโอกาสเปลี่ยนเื่เลยนะจ่า
ลุกขึ้นปัดฝุ่นบนชุดสูทตัวเองออกแต่ยังเห็นเป็คราบสกปรกแถวบริเวณอกเสื้อขี้ฝุ่นมันคงผสมกับคราบกาแฟที่ทำหกก่อนมาที่นี่
ปู่กับหลานหันมองเราทั้งคู่ปราศจากคำพูดต่อจากนั้น คิดว่าพวกเขายังจมอยู่ในห้วงอาการหวาดผวาจากอสูรนรกเมื่อครู่ผมคงต้องออกปากปลอบขวัญซะหน่อยแล้ว แค่ผายมือออกไปและอ่านตามป้ายประกาศบอกข้อความกากๆแถวๆนี้
“สรวง์แห่งอิทัป ยินดีต้อนรับ”