“มะ..เมื่อกี้มันคืออะไรเหรอโนบลินนายพอจะอธิบายได้ไหม?” แอลละล่ำละลักถามเพราะยังไม่หายตกใจ
“ฉันกำลังจะอธิบายพอดีเลย”โนบลินยิ้มแห้ง ๆ แก้เขินก่อนที่จะเริ่มอธิบาย
“จริง ๆแล้วอาวุธที่พวกนายได้ไปเนี่ยขอแค่มีเงินซักพันห้าร้อยหรือสองพันเหรียญทองในการซื้อวัตถุดิบกับจ้างนายช่างมนตราซักคนนึงก็ทำขึ้นมาได้ง่ายๆ เท่าที่ฉันลองถามคุณอังเดรที่โรงประมูลมา พวกคนในตระกูลใหญ่ ๆหรือเชื้อพระวงศ์ก็ใช้อาวุธประเภทนี้กันทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่าใครหาวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติดีมากกว่ากัน
ส่วนอาวุธของพวกนายฉันวาดวงแหวนเวทมนต์เพื่อช่วยขยายพลังเวทที่ใส่เข้าไปให้รุนแรงขึ้น แล้วก็ลงอักขระมนตราตามรูปแบบพลังของพวกนายลงไปซึ่งมันจะช่วยให้การแปลงพลังเวทไร้ธาตุของพวกนายที่แฝงรูปแบบธาตุต่าง ๆ ไว้ให้กลายเป็นพลังเวทธาตุนั้น ๆ ง่ายขึ้นแต่ก็ยังมีการสูญเสียพลังงานเวทในระหว่างการแปลงพลังอยู่ดีนั่นแหละนะ”
พรึบ!!
ทันใดนั้นคมขวานของพอลก็ปรากฎเปลวไฟลุกโชติช่วงขึ้นมาจนรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมา
“เจ้าบ้าพอล..นี่นายจะเผาบ้านหรือยังไงกันจะสร้างเปลวไฟออกมาทำไมกันเล่า!!” บันร้องขึ้นเสียงหลงอย่างเคือง ๆเพราเขายืนใกล้คมขวานของพอลมากที่สุด
“ฮ่า ๆ ๆ โทษที ๆ ว่ะพอดีฉันเห่อของใหม่มากไปหน่อย เลยต้องลองของซะบ้างจะปล่อยให้เจ้าแอลมันเด่นอยู่คนเดียวได้ยังไงกัน ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
พอลหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างพอใจเพราะถึงตอนนี้เขาสามารถสร้างไฟเวทมนต์อย่างที่เขาใฝ่ฝันมานานได้เสียที
“ถ้าอย่างนั้นแล้วของฉันล่ะ”
เรซเอ่ยถามพร้อมกับส่งพลังผ่านหอกคู่ใจไปไอเวทมนต์ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะรวมตัวกันเป็นสายน้ำหมุนวนรอบ ๆคมหอกและเคลื่อนตัวไปเรื่อย ๆ เหมือนงูที่เลื้อยพันด้ามหอกและแขนของเรซเอาไว้
“เอ๋..ใช้สายน้ำฟาดเหมือนแสร้อะไรแบบนี้เหรอ?”เรซถามขึ้นอย่างงง ๆ
“ฮ่า ๆ ๆ”เสียงหัวเราะของโนบลินดังขึ้นเมื่อได้ยินที่เรซพูด
“อ่า..ขอโทษที ๆฉันไม่ได้ตั้งใจจะหัวเราะเยาะนาย เพียงแต่ว่ารูปแบบพลังธาตุน้ำนั้นมันสามารถพลิกแพลงได้มากมายพวกนายลองดูนี่นะ”
โนบลินเรียกความสนใจจากเพื่อนๆ ก่อนที่จะแบมือขึ้นมาที่ระดับอก พริบตานั้นหยดน้ำขนาดเท่าผลส้มก็ปรากฏขึ้นเหนือฝ่ามือของเขาฉับพลันหยดน้ำนั้นก็แข็งกลายเป็นน้ำแข็งในทันที
“นี่คือหนึ่งในการพลิกแพลงในการใช้เวทมนต์ธาตุน้ำ”โนบลินพูดก่อนที่จะหันหน้าไปด้านข้างที่มีกำแพงหนาขวางอยู่
ทันใดนั้นลูกบอลน้ำแข็งที่ลอยอยู่เหนือฝ่ามือของโนบลินก็พุ่งตัวเข้าไปหากำแพงนั้นอย่างรวดเร็วก่อนที่จะกระแทกกับกำแพงปูนหนาดังสนั่นหวั่นไหว
“โห สะ..สุดยอดนี่นายทำได้ยังไงกันน่ะโนบลิน นายทำยังกะนักเวทระดับสูงแน่ะ” เรซเอ่ยถามอย่างตกใจ
“สุดยอดใช่ไหมล่ะนายลองคิดภาพถ้าถูกบอลน้ำแข็งนี้กระแทกเข้าไป อย่างน้อย ๆ ก็ต้องพิการล่ะนะ”โนบลินพูดแต่ยังคงปิดเรื่องการใช้เวทมนต์ไว้เป็นความลับและเลี้ยงที่จะไม่พูดถึง
“ถ้าอย่างนั้นของฉัน...”
“เดี๋ยวก่อนบัน!!”โนบลินตะโกนห้ามในตอนที่เห็นบันหยิบเอาธนูขึ้นมาเพื่อทดลองพลังใหม่
“ฉันว่าของนายไม่น่าจะเหมาะที่จะลองทดสอบในนี้นะเพราะลูกธนูของนายเนี่ยพลังมันสูงแล้วก็ใช้ระยะใยการทดสอบเยอะพอสมควรเพราะอย่างนั้นนายควรจะไปทดสอบข้างนอกจะดีกว่าแต่ฉันจะอธิบายความพิเศษของพลังเวทรูปแบบธาตุลมของนายให้ฟังนอกจากพลังธาตุลมจะมีส่วนช่วยในการควบคุมลูกธนูแล้วก็เพิ่มพลังในการยิงแต่ละครั้งแล้วยังมีความเป็นกลางค่อนข้างสูงทำให้การใช้พลังเวทรูปแบบธาตุลมในการสร้างพลังเวทธาตุอื่นๆ นั้น ทำได้ง่ายและสูญเสียพลังเวทน้อยกว่า เพราะอย่างนั้นสำหรับนายฉันก็เลยแถมอะไรที่มันพิเศษ ๆ ให้ด้วย...”
โนบลินว่าแล้วก็เรียกเอาของอีกชิ้นที่สร้างให้กับบันเป็นพิเศษออกมาจากถุงมือข้างขวาและยื่นให้กับบันมันคือซองใส่ลูกธนูที่มีลูกธนูเสียบไว้จำนวนสิบลูกด้วยกัน
“ในซองนี้มีลูกธนูที่สร้างขึ้นจากแก่นของไม้สำริดที่มีความแข็งแกร่งมากแล้วฉันใช้วงเวทช่วยในการบีบอัดเนื้อไม้ให้แน่นมากขึ้นเพื่อให้มันแข็งแกร่งมากขึ้นถ้าจะให้อธิบายให้เห็นภาพก็..ถ้านายยิงลูกธนูนี้ด้วยพลังระดับนักเวทขึ้นต้นระดับเก้าไปที่จุดตายของนักเวทระดับกลางขั้นที่สองหรือสามที่ใช้พลังป้องกันเต็มที่รับรองว่าเจ้านั่นได้นอนเป็นศพอย่างแน่นอน
ถึงจะเห็นว่ามีแค่สิบลูกแต่จริงๆ แล้วฉันใส่มันไว้สามร้อยลูก ถ้าใช้สิบลูกนี้หมดแล้วนายก็เรียกเอาที่เหลือออกมาอีกทีละสิบลูกวิธีใช้ก็เหมือนกับถุงหนังนั่นแหละ”
โนบลินอธิบายให้ฟังจนทั้งสี่ต่างอ้าปากค้างไปตามๆ กัน
“แต่ถึงจะรุนแรงแค่ไหนถ้านายยิงไม่โดนมันก็เปล่าประโยชน์เพราะฉะนั้นนายต้องไปฝึกใช้พลังเวทควบคุมลูกธนูให้ดีที่สุดเท่าจะทำได้เพราะยิ่งนายควบคุมลูกธนูที่ยิงออกไปได้ดีเท่าไหร่โอกาสที่จะจัดการศัตรูก็ยิงมากขึ้นเท่านั้น” โนบลินกำชับบัน
“อ้อแล้วก็นี่..”โนบลินยื่นเอาของอีกชิ้นไปให้บัน
“นี่คือกำไลข้อมือหนังที่ฉันทำขึ้นมาให้นาย”โนบลินพูดพร้อมกับยื่นมันไปให้กับบัน
“กำไลนี้ใช้คู่กับลูกศรไม้เหล็กนิลที่ฉันในไว้ในซองสามสิบลูกพอดีว่าไม้มันหมดน่ะ ฉันเลยสร้างได้แค่นี้” โนบลินบิกอย่างเขิน ๆ
“ด้วยคุณสมบัตินำพลังเวทได้ฉันเลยสร้างมันขึ้นมาเพื่อให้นายใช้ร่วมกับกำไลแขนที่จะบรรจุพลังเวทธาตุต่าง ๆ ลงไปยังลูกธนูเหล็กนิลได้ถ้าเลือกใช้คุณสมบัติของพลังธาตุต่าง ๆ ได้ถูกจังหวะนายก็จะสามารถต่อกรกับศัตรูได้ทุกรูปแบบซึ่งการวิเคราะห์และเลือกใช้คุณสมบัติเวทธาตุต่าง ๆ มันก็อยู่ที่ตัวนายแล้วล่ะนะ”โนบลินยื่นมือไปตบไหลเพื่อนเบา ๆ ก่อนจะยิ้มให้อย่างเชื่อมั่น
“อื้ม..ฉันจะพยายามไม่ให้นายต้องผิดหวังเลย
“พวกนายได้อาวุธใหม่ไปแล้วก็คงต้องใช้เวลาในการฝึกใช้งานไปซักพัก แต่ฉันคิดว่า ถ้าพวกนายพัฒนาขึ้นไปถึงระดับกลางก็น่าจะใช้งานอาวุธพวกนี้ได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้นะ เพราะฉะนั้นก็พยายามเข้านะ”โนบลินเปรยขึ้นมาเหมือนพูดคนเดียว
“เท่าที่ฉันรู้สึกได้ถ้าอัตราเร็วในการสะสมพลังของพวกเรายังอยู่ในระดับนี้ฉันคิดว่าอีกไม่เกินหนึ่งเดือนพวกเราคงสามารถขึ้นไปที่ระดับนักเวทระดับกลางได้แน่”เรซบอกกับโนบลิน
“อืม..เดือนนึงอย่างนั้นเหรอ?ถ้าเทียบกับนักเวทในเมืองนี้การที่ฝึกฝนจนกลายเป็นนักเวทระดับกลางตั้งแต่อายุสิบสองนี่คงมีแต่ลูกหลานตระกูลใหญ่หรือนักเวทอัจฉริยะสินะ” โนบลินพึมพำ.
“อย่างนั้นเอาอย่างนี้..”โนบลินว่าแล้วก็เรียกเอายาสี่ขวดออกมาถือไว้ในมือ
“พวกนายกินยานี่แล้วก็โคจรพลังเวทตามที่ฉันเคยสอนมันน่าจะทำให้พวกนายพัฒนาได้เร็วขึ้น”โนบลินว่าแล้วก็ยื่นยาทั้งสี่ขวดไปให้เพื่อน ๆ ทุกคน
“นะ..นี่มันยาอะไรเหรอโนบลิน?”เรซเอ่ยถามอย่าวสงสัย
“มันเป็นยาน้ำฟื้นเวทฉับพลันน่ะปกติถ้าไม่อยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายก็จะไม่ค่อยใช้กัน เพราะราคามันสูงอยู่แต่สำหรับตระกูลใหญ่ ๆ หรือพวกขุนนางก็พอจะสามารถซื้อหามาใช้ได้อยู่” โนบลินตอบ
“ที่พวกนายต้องทำก็คือกินยานี่แล้วควบคุมพลังของพวกนายให้โคจรตามรูปแบบพลังของตัวเองให้ได้เร็วที่สุดจนถึงตอนนี้ทักษะควบคุมพลังเวทของพวกนายคงสูงพอสมควร อย่างน้อย ๆก็น่าจะสามารถดูดซับพลังจากยานี้ได้แปดถึงเก้าส่วนแบบนั้นจะทำให้นายพัฒนาได้เร็วมากขึ้น จำนวนยาที่ฉันมีคงพอที่จะช่วยให้พวกนายผ่านขึ้นไปถึงระดับกลางได้”
เมื่อได้ยินดังนั้นเด็กๆ ต่างก็เก็บเอาความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่พอลเป็นคนแรกที่หยิบเอาขวดยาไปกินอย่างไม่คิดมากนอกจากการที่เขาไว้ในโนบลินเป็นอย่างมากแล้ว การทะลวงขึ้นไปที่ระดับกลางยังเป็นเป้าหมายสูงสุดของนักเวทในวัยนี้ด้วยกันทั้งนั้น
พอลนั่งลงทำสมาธิอย่างเรียบร้อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเพราะถ้าหากว่าพวกเขาทั้งสี่คนจะสามารถทะลวงขึ้นไปบังระดับกลางได้พอลก็ต้องการที่จะเป็นคนแรกที่พัฒนาขึ้นไปก่อนเพื่อนให้ได้
เด็กคนอื่นต่างก็หยิบเอายาน้ำของโนบลินไปดื่มเช่นเดียวกันก่อนที่จะพากันหลับตาทำสมาธิเพื่อโคจรพลังเวทในร่างกายให้หมุนวนไปตามรูปแบบของตัวเองอย่างตั้งใจ
ความรู้สึกเย็นสดชื่นของตัวยาที่ไหลผ่านลำคอลงไปที่ท้องของพวกเขาให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายเป็นอย่างมากเด็ก ๆ ต่างรู้สึกสบายตัว สมองปลอดโปร่งอย่างเห็นได้ชัด ทำให้สมาธิของพวกเขาเกิดขึ้นได้ง่ายมากขึ้น
นั่นส่งผลดีกับเด็ก ๆที่กำลังพยายามควบคุมพลังเวทแปลกปลอมจำนวนมากในร่างกายให้หมุนวนตามรูปแบบของตัวเองและย่อยสลายพลังงานเหล่านั้นมาหล่อเลี้ยงแก่นเวทของตัวเองให้ได้มากที่สุด
เมื่อเห็นเพื่อน ๆนั่งลงทำสมาธิและเริ่มต้นโคจรพลังเวทโนบลินจึงเดินออกมาจากห้องนั้นและปล่อยให้เพื่อน ๆ ฝึกฝนกันอย่างเงียบ ๆ
บรรยากาศสบาย ๆที่มีลมพัดเอื่อยในตอนนี้ทำให้โนบลินรู้สึกปลอดโปร่งสบายใจเขาเดินไปมาเพื่อตรวจสอบบ้านใหม่ที่สร้างเสร็จไม่นานนี้อย่างพอใจก่อนที่จะเดินกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานในห้องของตัวเอง
“ไปไหนดีนะเราวันนี้?”โนบลินคุยกับตัวเองเบา ๆ เพราะเขาเองก็ไม่รู้จะไปที่ไหนเหมือนกัน
“วัตถุดิบที่สั่งมาจากโรงประมูลก็เอาไปสร้างของส่งเข้าประมูลหมดซะแล้วเล่นเอาซะเวทเหลวเกือบหมดไปเลย แบบนี้คงไม่เหมาะที่จะไปฝึกใช้ถุงมือกับถุงเท้าซักเท่าไหร่”
โนบลินบ่นพึมพำหลังจากที่ตรวจสอบปริมาณเวทมนต์เหลวที่บรรจุในถุงมือและถุงเท้าแต่ละข้าง
“ตอนนี้เงินที่เคยเก็บไว้ก็หมดไปกับค่าสร้างบ้านแล้วแถมยังไม่พออีกต่างหากนี่ถ้าคุณอังเดรไม่ใจดีให้เรายืมวัตถุดิบมาสร้างอุปกรณ์ไปเข้าร่วมประมูลก่อนมีหวังไม่มีเงินค่าวัตถุดิบแหง ๆ ... เฮ้อ..”
โนบลินถอนหายใจยาวให้กับสถานะทางเศรษฐกิจของตัวองในตอนนี้เพราะถึงแม้บ้านเด็กกำพร้าของลอเลนซ์ในตอนนี้จะมีรายรับพอสมควรจากส่วนเงินบริจากของสถาบันปรุงยาและโรงประมูล
แต่เงินเหล่านั้นก็ต้องใช้เพื่อบริหารจัดการภายในบ้านเด็กกำพร้าสำหรับอาหารและของใช้ที่จำเป็นเพราะฉะนั้นโนบลินจึงไม่ได้นับว่าเงินส่วนนั้นเป็นเงินที่จะสามารถนำมาใช้ได้แม้ว่าจริง ๆ แล้วเงินส่วนนั้นจะได้มาจากฝีมือของเขาก็ตาม
“งั้น..ถ้ายังทำอะไรไม่ได้เราก็ไปอ่านหนังสือต่อที่หอสมุดดีกว่า..”