วันถัดมา หรงเยว่ซีตื่นมาด้วยรอยคล้ำดวงใหญ่ใต้ดวงตาของเขาจนน่าใ เมื่อคืนนี้หลังจากที่เขาได้พิสูจน์รสนิยมบนเตียงของตัวเองแล้ว และได้ข้อสรุปที่ว่าร่างกายและจิตใจของเขานั้นเหมือนจะคัดค้านความคิดดั้งเดิมที่เชื่อมั่นมาตลอดชีวิตว่าเขาคือศูนย์หรือฝ่ายรับ แต่ความจริงแล้วในเวลานี้ตัวเขาได้กลายเป็หนึ่งหรือฝ่ายรุกเรียบร้อยแล้ว
แต่เื่ของรสนิยมบนเตียงนั้นมีความลื่นไหลเสียยิ่งกว่าเพศทางเลือกเสียอีก การที่เขายอมรับว่าตัวเองสามารถเป็สามีของฮ่องเต้ได้ ก็ใช่ว่าเขาอยากจะเป็สามีของคนอื่นด้วย
ทว่าประเด็นสำคัญมันอยู่ที่เวลานี้เขากำลังอกหักรอบที่สอง เพราะดันไปรักคนที่เขาไม่สามารถรักได้เข้าอีกแล้วต่างหาก
โธ่ คนงามนะคนงาม มาทำให้คนอื่นหวั่นไหวจนเปลี่ยนรสนิยมทางเพศและรสนิยมบนเตียงขนาดนี้ แต่ดันเป็อะไรกับอีกฝ่ายไม่ได้เลยนอกจากเพื่อน...
อยากเป็สามีแต่เป็ไม่ได้นี่มันบาปมากนะ!
สุดท้ายแล้วคนที่ต้องอดทนกับความเจ็บช้ำจากรักที่ไม่สมหวังอีกครั้งก็คือตัวเขาคนนี้!
ให้ตายเถอะ ทำไมวาสนาความรักของเขามันถึงมีแต่อุปสรรคขนาดนี้
เมื่อไหร่จะได้มีคู่และสมหวังกับเขาบ้างเสียที!
กว่าจะตัดใจจากแม่ทัพไป๋ได้ เขาก็ใช้เวลาอยู่หลายเดือน คราวนี้ต้องมาตัดใจจากฮ่องเต้อีกจะต้องใช้เวลาอีกกี่เดือนกัน...
หรงเยว่ซีคิดอย่างเหนื่อยหน่ายใจพลางยกมือขึ้นมาก่ายหน้าผากตัวเอง
เขาหลับตาลงพยายามขับไล่ภาพของฮ่องเต้ที่ติดแน่นอยู่ในหัวออกไปจากสมอง แต่กลับมีภาพของคนงามผู้นั้นทุกอิริยาบถวนเวียนไปมาอยู่ในหัวอย่างแน่นหนึบแบบที่สลัดอย่างไรก็ไม่ยอมหลุดไปเสียที
ร่างสูงขับลุกขึ้นจากเตียงนอนเพื่อไปอาบน้ำสระผมเพื่อให้ตัวเขากลับมาสดชื่น เผื่อว่าจะสามารถหาหนทางตัดใจจากซีฉินมู่หยางได้เร็วๆ
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย เขาก็รีบทานมื้อเช้าของตัวเองให้เสร็จ จากนั้นก็เดินไปยังศาลาใกล้ลานฝึกซ้อมซึ่งเป็ที่ประจำที่เขากับฮ่องเต้จะมานั่งเล่นกัน
เนื่องจากเขาผิดนัดกับคนงามอยู่หลายวันเพราะสับสนกับความคิดของตัวเองที่มีต่ออีกฝ่าย วันนี้จึงมานั่งคอยเพื่อที่เขาจะได้เอ่ยขอโทษอีกคนที่มาหาเขาถึงจวนทุกวันแต่เขากลับปฏิเสธไม่ออกมาเจอด้วยอ้างว่าไม่สบายจนอีกฝ่ายมาเก้อ
เมื่อมานึกดูดีๆ แล้วเขาก็อดรู้สึกผิดต่อซีฉินมู่หยางมากจริงๆ ที่อีกฝ่ายไว้วางใจนับถือเขาเป็สหายคนหนึ่ง แต่เขากลับหักหลังและคิดเกินเลยกับเ้าตัวในเชิงชู้สาวเสียได้
หลังจากนี้แม้ว่าจะยากลำบากแค่ไหนและต้องฝืนตัวเองเพียงใด เขาก็จะเก็บความรู้สึกที่มีไว้เป็ความลับที่ลึกที่สุดและจะไม่ยอมเปิดเผยมันออกมาให้อีกฝ่ายรับรู้เด็ดขาด
เพราะจากที่ทำความรู้จักกันมาตลอดเดือนกว่า ทำให้เขารู้ว่าฮ่องเต้คนงามที่มีความสามารถอย่างล้นเหลือผู้นี้ไม่มีสหายคนอื่นในชีวิตอีกเลย
นอกจากแม่ทัพไป๋เทียนอี้ที่ควบตำแหน่งพระสวามีของอีกฝ่ายไปด้วย เขาจึงไม่แปลกใจที่อีกฝ่ายชอบบ่นว่าเหงาอยู่บ่อยครั้ง
และการที่เ้าตัวบอกว่าคุยกับเขาถูกคอในวันแรกๆ ก็คือถูกคอจริงๆ แม้ว่าการพูดคุยกันในครั้งแรกของพวกเราจะดูแปลกไปเสียหน่อย แต่ก็คงเป็เพราะอีกฝ่ายเข้าหาคนไม่เก่งเท่าไหร่ จึงทำให้คนที่สนทนาด้วยครั้งแรกรู้สึกไม่ประทับใจต่ออีกฝ่ายมากนัก
และการที่เขารู้ตัวเองว่าได้หลงรักซีฉินมู่หยางเข้าแล้ว แต่ไม่คิดตีตัวออกห่างก็เพราะเหตุผลนี้เช่นกัน หากวันใดฮ่องเต้กับแม่ทัพไป๋ทะเลาะกัน อีกฝ่ายจะได้มีเพื่อนคอยปรับทุกข์และระบายความในใจบ้าง ไม่ใช่ทำได้เพียงเก็บมันไว้ตัวคนเดียวเพราะไม่มีคนที่ไว้ใจได้พอที่จะระบายมันออกมาและปรึกษาหนทางแก้ปัญหา
เฮ้อ หรงเยว่ซีน้อหรงเยว่ซี เ้านี่ช่างเป็คนดีจริงๆ
ในระหว่างที่หรงเยว่ซีกำลังนั่งจิบชาและขนมรอการมาถึงของฮ่องเต้ เขาก็เห็นแม่ทัพไป๋เดินทางมายังศาลาที่เขาอยู่ด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่
หรือจะเกิดอะไรขึ้นกับซีฉินมู่หยาง!?
เขารีบลุกขึ้นออกจากศาลาเพื่อไปหาไป๋เทียนอี้อย่างกังวลใจ
"คุณชายรอง ข้ามีเื่มาแจ้งให้ท่านทราบ"
ไป๋เทียนอี้เอ่ยกับน้องชายของคนที่เขาหลงรักและก็เป็คนที่สหายของเขาหมายตาจับจองตำแหน่งฮองเฮาไว้ให้อีกฝ่าย
"มีเื่เร่งด่วนอะไรหรือขอรับท่านแม่ทัพ"
"ฮ่องเต้ทรงประชวรั้แ่เมื่อวานหลังจากกลับไปที่วังหลวง ฝ่าาจึงวานข้ามาบอกท่านว่าวันนี้ไม่สามารถมาพบปะท่านได้ ขอให้ท่านอย่าโกรธเคืองและฝากอวยพรให้คุณชายรองที่ป่วยอยู่หายไวๆ"
ไป๋เทียนอี้กล่าวขึ้น ก่อนจะเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างเป็ห่วง
"คุณชายรองมานั่งเล่นที่ศาลาเช่นนี้ ท่านหายจากอาการไข้แล้วเหรอ หากตากแดดตากลมท่านจะไข้กลับเอาได้นะ"
หรงเยว่ซีที่กำลังใจกระตุกวูบหลังได้ยินอีกฝ่ายบอกว่าซีฉินมู่หยางไม่สบาย เกือบลืมไปว่าตัวเขาเองแสร้งป่วยมาหลายวัน
"คะ คือข้าหายป่วยแล้วขอรับท่านแม่ทัพ จริงสิ ท่านแม่ทัพ ข้าขออนุญาตไปเยี่ยมฝ่าาจะได้หรือไม่ขอรับ"
หรงเยว่ซีรวบรวมความกล้าของตัวเองเพื่อเอ่ยขออนุญาตจากแม่ทัพไป๋ซึ่งเป็สามีของคนป่วย
หัวใจของเขาร้อนรุ่มไปหมดด้วยความห่วงใยซีฉินมู่หยาง อีกฝ่ายจะไม่สบายหนักมากรึเปล่า จะกินจะนอนได้ไหม ในหัวของเขาตื้อไปหมด เขาอยากเข้าไปเยี่ยมอีกฝ่ายในวังเพื่อให้แน่ใจและให้เห็นกับตาว่าอาการเป็อย่างไรบ้าง
ไป๋เทียนอี้รีบพยักหน้าทันทีรับคำพูดของหรงเยว่ซีทันที เขาได้รับการกำชับมาจากสหายสูงศักดิ์ว่าจะต้องหว่านล้อมทุกวิถีทาง เพื่อพาหรงเยว่ซีเข้าไปหาอีกฝ่ายวังให้ได้ ดูเหมือนว่าแผนการนำตัวเองมาใกล้ชิดของซีฉินมู่หยางจะได้ผลแล้ว เพราะยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยอะไรเกี่ยวกับการไปเยี่ยมสหายเลยสักนิด แต่เป็หรงเยว่ซีที่เอ่ยขึ้นมาก่อนเสียอีก
"ได้สิ ทำไมท่านจะไปเยี่ยมฝ่าาไม่ได้ ท่านไปกับข้าสิ ข้าสามารถพาท่านเข้าไปเยี่ยมฝ่าาในวังหลวงได้"
"เช่นนั้นท่านแม่ทัพโปรดรอข้าสักครู่ ข้าขอเวลาไปเตรียมตัวเล็กน้อยแล้วจะไปหาท่านที่รถม้าขอรับ"
หรงเยว่ซีรีบพูดอย่างรวดเร็วจากนั้นก็เดินหมุนกายไปยังทิศของเรือนตัวเองทันที โดยไม่รอให้แม่ทัพไป๋เอ่ยพูดอะไรอีก
ใช้เวลาเพียงแค่สองเค่อเท่านั้น หรงเยว่ซีก็ได้มาอยู่บนรถม้าของแม่ทัพไป๋ ส่วนอีกฝ่ายขี่ม้าอยู่ข้างนอกขนาบข้างตัวรถม้าของตระกูลไป๋
ในขณะที่อยู่บนรถม้ากับเสี่ยวเว่ยที่ตามมาด้วย หรงเยว่ซีก็คิดกับตัวเองว่าตอนนี้ตัวเขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ปากก็เอ่ยว่าจะตัดใจและวางตัวเป็เพียงสหายคนหนึ่ง แต่การกระทำยังคงยึดติดอยู่กับซีฉินมู่หยาง เพียงได้ยินว่าอีกฝ่ายไม่สบายเขาก็ไม่สามารถอยู่นิ่งเฉยได้แล้ว เพราะร้อนอกร้อนใจไปหมด
เขาใช้่เวลาเดินทางนี้พยายามตอกย้ำตัวเองให้ขึ้นใจว่าการไปเยี่ยมอีกฝ่ายในครั้งนี้เขาจะต้องระลึกว่าเขาเป็เพียงสหายคนหนึ่ง ห้ามแสดงอาการเป็ห่วงเป็ใยอีกฝ่ายมากเกินไปจนผิดสังเกต เมื่อได้พบคนป่วยและพูดจาสอบถามอาการสองสามคำก็ควรเดินทางกลับจวนของตัวเอง
จะทำอะไรก็ต้องนึกถึงหน้าแม่ทัพไป๋ที่ไว้วางใจเขามากถึงได้ให้เขามาเยี่ยมภรรยาของตัวเองเช่นนี้
การเข้ามาในวังหลวงครั้งนี้สะดวกสบายมาก เขาไม่จำเป็ต้องเดินจากลานจอดรถม้าอย่างครั้งที่มางานเลี้ยง แต่รถม้าของแม่ทัพไป๋ได้รับสิทธิพิเศษเข้าไปจอดยังด้านข้างของตำหนักประทับของฮ่องเต้ได้เลย
"ข้าขอส่งคุณชายรองเพียงเท่านี้ เนื่องจากยังมีธุระที่ต้องไปทำต่อ หากท่าน้ากลับจวนสามารถให้ขันทีไปส่งที่รถม้าของข้าได้เลย ข้าแจ้งคนขับรถม้าไว้แล้วว่าให้ไปส่งท่านที่จวนหรง"
ทันทีที่ไป๋เทียนอี้พาคุณชายรองหรงมาส่งหน้าตำหนักของสหายได้ เขาก็รีบโบกมือลาอีกฝ่ายทันที เนื่องจากเมื่อได้เห็นปฏิกิริยาของคุณชายผู้นี้ที่ดูมีความรู้สึกที่ดีต่อสหายของเขาอยู่มากแล้ว เขาก็อยากกลับไปหาหรงฮุ่ยจวินเพื่อเร่งพัฒนาความสัมพันธ์ให้เ้าตัวรู้สึกกับเขามากกว่าสหายเร็วๆ เสียที
หากยังชักช้าอีกต่อไป มีหวังเขาคงได้จัดพิธีแต่งงานหลังสหายของเขาแน่นอน
ไม่มีทาง นี่เป็เื่ของศักดิ์ศรีที่เขาจะไม่ยอมให้สหายแซงหน้าเด็ดขาด เขาหรงรักฮุ่ยจวินมาก่อนที่ซีฉินมู่หยางจะตกหลุมรักหรงเยว่ซีตั้งหลายปี เขาจะให้คู่นี้ชิงแต่งงานก่อนเขาไม่ได้!
ไป๋เทียนอี้ควบม้าจากไปด้วยพลังใจที่มุ่งมั่น แต่ไม่รู้เลยว่าเขาได้ทิ้งภาพลักษณ์ของบุรุษนิสัยไม่ดีที่ไม่ยอมอยู่ดูแลภรรยาของตัวเองที่กำลังนอนซมอยู่ในตำหนัก ส่วนคนรักกลับเห็นเื่งานสำคัญกว่าเสียแล้ว
แม่ทัพไป๋ช่างเป็บุรุษใช้ไม่ได้เสียเลย เวลานี้ท่านควรหยุดงานเพื่อดูแลฮ่องเต้ต่างหาก!
ไม่รู้ว่าคนที่เรียงลำดับความสำคัญไม่เป็แบบนี้ 'คนงามของเขา' เลือกรักอีกฝ่ายไปได้อย่างไร
หวังว่าอาการป่วยของฮ่องเต้จะไม่ได้เกิดจากฝีมือของท่านที่หักโหมพลิกผ้าห่มมากเกินไปหรอกนะ ไม่อย่างนั้นข้าจะสาปแช่งให้ท่านนกเขาไม่ขันไปหนึ่งปีเลยคอยดู!
หรงเยว่ซีมองตามหลังแม่ทัพไป๋ด้วยสายตาไม่พอใจ ก่อนจะเดินตามขันทีที่เชิญเขาเข้าไปยังตำหนักด้านในเพื่อเยี่ยมฮ่องเต้ที่กำลังประชวรอยู่
ปอลิง เหมือนไรท์จะเบลอหลายตอนมาก หรงเยว่ซีคือคุณชายรองนะคะ ยังมีน้องชายที่เป็บุรุษอีกหนึ่งคน เดี๋ยวกลับมาตามแก้ให้ค่ะ