บทที่12
พอเยว่เล่อเห็นหนิงเหอไม่พูดอะไรต่อทั้งยังมองหน้าเขานิ่ง เยว่เล่อจึงรีบพูดเสียงติดขัด ต่อให้เขาเป็คุณชายเฟิ่งแต่เขาก็ไม่ได้รวยมากมายอะไรประหยัดได้ก็ประหยัด หนิงเหอเองก็ดูเป็คนดีน่าคบหาคงไม่ใจดำต่อเขากระมัง เพราะพี่หญิงเองก็บอกอยู่ว่าหนิงเหอลดราคาขายข้อมูลให้นางถูกมากแต่ไม่ได้บอกว่ามากเท่าใด กับเขาๆ ก็หวังให้หนิงเหอลดราคาให้เช่นกัน
“ถะ…ถึงแม้มันจะถูกมากแล้วก็เถอะสำหรับข้อมูลจากในวังหลวง และข้าก็รู้นะว่าข้อมูลมันดีและละเอียดขนาดนี้คงหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว แต่เราเป็คนจวนเดียวกันนะ เราคนกันเองมิใช่รึ…เ้าช่วยลดหน่อยได้หรือไม่ ลดลงสักนิดแล้วเราจะเป็สหายที่ดีต่อกัน…ตลอดไป”
‘นั่นสิอาเหอ อย่าใจดำกับคุณชายของข้าเลยนะ ลดให้สักหน่อยเถิด’
‘ใช่ๆ เห็นแก่ว่าข้อมูลนั่นก็มาจากพวกข้าด้วยเล็กน้อยเช่นกัน ลดให้คุณชายรองสักหน่อยเถอะนะ’
พี่สาวทั้งสองพร้อมใจกันอ้อนวอนต่อเขาให้ช่วยลดราคาให้คุณชายที่พวกตนเคยรับใช้ใกล้ชิดมาก่อน
“…”
ไอ้ลดน่ะเขาลดแน่เขาไม่ใช่คนหน้าเงินขนาดนั้น….จริงๆ! เพียงแต่ห้าสิบเหรียญทองยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเขาไม่ไปไหนเท่านั้นเอง และเขาก็บอกว่าแค่ห้าไม่ใช่ห้าสิบด้วย! มันมีค่าขนาดนั้นเลยรึข้อมูลในวังเนี่ย ไม่ได้แล้วเขาจะต้องตีราคาข้อมูลให้เป็ไม่เช่นนั้นคงได้เสียเปรียบเื่พวกนี้แน่หากคิดจะขายให้กับผู้อื่นด้วย
“แฮ่ม เช่นนั้นถ้าบ่าวลดให้ เราเป็สหายที่ดีต่อกัน หลังจากท่านจ่ายเงินให้บ่าวแล้วบ่าวขอถามอะไรบางอย่างกับคุณชาย ขอคุณชายอย่าโมโหและช่วยตอบบ่าวด้วยนะขอรับ”
“ได้สิ! ตามนั้นเลย แล้ว…ลดเหลือเท่าใดรึ?”
“ยี่สิบห้าเหรียญก็แล้วกันขอรับ”
เท่านี้ก็ซื้อบ้านได้แล้ว! เอาเท่านี้ก็ได้ ลดให้ครึ่งๆ เลยเพื่อความสัมพันธ์อันดีงามต่อกันในวันข้างหน้า!
“อาเหอเ้าช่างเป็คนมีน้ำใจเสียจริง! ตกลง รอข้าสักเดี๋ยวนะข้าจะจ่ายเดี๋ยวนี้เลย”
เขารู้ว่าถ้าตนเองจะบอกไปสามสิบสี่สิบเยว่เล่อก็คงยอมจ่าย แต่เขาเอาเท่านี้พอ เพราะอย่างไรนี่ก็เป็ลูกรักเขาไม่อยากขูดเืขูดเนื้อ จากที่คิดไว้ห้าเหรียญกลายเป็ยี่สิบห้าเท่านี้ก็มากพอแล้วสำหรับเขาตอนนี้ ส่วนอนาคตก็ค่อยว่ากันอีกที
“อ่อ…ขอคุณขอรับ”
หนิงเหอรับเงินมาแล้วรีบเก็บเข้าไปในเสื้อทันที ไม่งกเลยจริงๆ …!
“แล้วเ้าจะถามสิ่งใดกับข้ารึ”
เยว่เล่อถาม
“ที่จริงต้องสารภาพตามตรงเื่หนึ่งขอรับ ว่างานขายข้อมูลเนี่ยตามจริงบ่าวก็ทำเล่นๆ”
“ทำเล่นๆ!!!”
ทั้งเถียนถิงและเยว่เล่อที่ได้ยินเช่นนั้นต่างก็อุทานออกมาด้วยความเหลือเชื่อ…ขนาดทำเล่นๆ ยังมีข้อมูลมากมายและดีเยี่ยมขนาดนี้ หากทำจริงจังเล่าพวกเขาไม่อยากจะคิดว่าจะขนาดไหน!
“แหะๆ ขอรับ ขายแค่ข่าวซุบซิบนินทาของชาวบ้านให้พวกพี่บ่าวในจวนรู้สึกบันเทิงเล่นเล็กน้อยเท่านั้น วันนั้นที่เข้ามาเสนอคุณหนูใหญ่ ก็คิดว่าคงได้ไม่กี่เหรียญอย่างมากก็สองสามร้อยเหรียญเงิน แต่กลับได้เป็หนึ่งเหรียญทองซะได้ ซึ่งเกินกว่าที่ข้าคาดเอาไว้มากขอรับ นั่นทำให้ข้าได้รู้ว่าข้ายังประเมินราคาของข้อมูลที่จะขายได้ไม่เก่งและดีพอขอรับ ข้าไม่รู้ว่าข้อมูลไหนสำคัญมากน้อยเพียงใดและมันควรจะราคาเท่าใดเพราะข้าไม่ได้อยู่ในแวดวงนี้โดยเฉพาะมาั้แ่ต้น…จริงๆ ตอนที่บอกราคาคุณชายบ่าวชูมือขึ้นห้านิ้วนั่นหมายความตามจำนวนขอรับคือห้าเหรียญ….ไม่ใช่ห้าสิบอย่างที่คุณชายเข้าใจ แต่จะปล่อยให้หลุดมือไปก็รู้สึกงกและเสียดาย เลยฉวยโอกาส ขอสักยี่สิบห้าเหรียญ ครึ่งหนึ่งจากที่คุณชายบอกก็ยังดีน่ะขอรับ”
หนิงเหอสารภาพอย่างไม่อายเพราะอย่างไรเขาก็ต้องพึ่งทั้งสองในเื่นี้จึงจำเป็ต้องพูดความจริงว่าเขาตีราคาไม่เป็…และแน่นอนเขาเชื่อใจทั้งสองเขาถึงเลือกที่จะถามในสิ่งที่ไม่รู้จริงๆ ออกไปและมั่นใจว่าทั้งสองจะช่วยเขาได้
“พี่หญิง…ข้าจะเป็ลม เ้าพูดว่าห้าเหรียญงั้นรึ!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าบอกแล้วให้เงียบๆ ไว้ อย่ากระโตกกระตาก ข้าน่ะรู้เื่นี้มาั้แ่ต้นแล้วว่าอาเหอน่ะตีราคาของข้อมูลที่ขายไม่เป็”
“แล้วทำไมพี่หญิงไม่บอกข้าเล่า”
เช่นนั้นเขาจะได้ไม่ต้องต่อรอง
“ก็ข้าเอาเปรียบอาเหอไปแล้วครั้งหนึ่งนี่ ครั้งนี้ข้าก็เลยชดใช้ให้”
เถียนถิงกล่าวอย่างสนุกสนาน
“คุณหนูรู้หรือขอรับ? แล้วรู้ได้ไงรู้เมื่อไหร่ขอรับ”
“รู้ั้แ่ยื่นเหรียญทองให้เ้าแล้วเ้าไม่ถามหรือบ่นทั้งยังทำหน้าตาเหรอหราราวกับว่า ให้ข้าเท่านี้จริงรึอะไรทำนองนั้น ข้ากลั้นขำตั้งนานกว่าจะสงบใจได้ก็เอาเื่เหมือนกัน”
ตอนนั้นนางแค่ลองใจดูว่าหนิงเหอจะมีปฏิกิริยาอย่างไร ปรากฏว่า อาเหอจ้องเหรียญทองตาวาวจนนางนึกขำ นั่นทำให้นางรู้ว่าหนิงเหอไม่รู้เื่พวกนี้เลยแม้ปากจะบอกว่าตนเองขายข้อมูลเป็อาชีพรองแต่กลับไม่รู้ค่าของข้อมูลที่ขาย นี่อาจจะเป็อีกเหตุผลที่ทำให้นางไว้ใจหนิงเหอได้เร็วขนาดนี้ แต่ที่ต้องให้พี่ใหญ่ช่วยสืบดูนั่นเพราะนางไม่อาจประมาทได้ว่าการกระทำของหนิงเหอจะเป็การเสแสร้งแกล้งทำเป็ไม่รู้เื่พวกนี้เพื่อหลอกให้พวกเขาตายใจหรือไม่และผลก็ออกมาว่าหนิงเหอไม่มีอันตรายจริงๆ อีกทั้งนางยังคิดว่าเ้าตัวเองต่างหากที่จะตกอยู่ในอันตรายได้ในวันข้างหน้าเพราะสิ่งที่รู้
“แล้วจริงๆ ข้าควรได้เท่าไหร่กับข้อมูลที่ข้าขายให้คุณหนูขอรับ”
หนิงเหอถามด้วยความข้องใจ…
“ถ้ารวบยอดทั้งหมดจริงๆ ั้แ่ข้อมูลของฟางจิน ทั้งช่วยวางแผน และข้อมูลของเทียนไท่ เ้าควรได้สัก สิบหรือสิบห้าเหรียญทองได้ จริงๆ มันไปแพงตรงข้อมูลของเทียนไท่ที่เ้าบอกว่าไม่คิดเงินนั่นแหละข้อมูลและแผนการกำจัดฟางจินมีค่าประมาณห้าเหรียญ แต่ข้อมูลของเทียนไท่สามแผ่นนั้นต่างหากที่มีค่าถึงสิบเหรียญทอง คนที่รู้กระทั่งพลังและระดับของคนอื่นทั้งที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องน่ะ น้อยคนนักจะรู้ อีกทั้งเทียนไท่ผู้นั้นยังเป็ถึงสหายของท่านเหว่ยหยางอีก นับว่าเป็ข้อมูลที่ยากจะสืบหาได้ถึงขนาดนั้นทีเดียว”
เถียนถิงพูดอย่างไม่อายปากที่ได้แกล้งหนิงเหอ แต่นางก็ไม่คิดจะเอาเปรียบหนิงเหอจริงๆ หรอก กะว่าวันนี้จะให้ส่วนที่เหลือด้วยเพราะนางเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว
“…..”
หนิงเหอนิ่งอึ้ง…เขาโดนคุณหนูใหญ่เล่นซะแล้ว!!!
“แต่ว่าอย่างองค์ฮ่องเต้ องค์รัชทายาท หรือพ่อค้ามหาอำนาจ คนพวกนี้ล้วนมีระดับพลังสูง แล้วทำไมคนอื่นถึงรู้ไปทั่วล่ะขอรับ ถ้ามันเป็ความลับจริง”
ในนิยายตอนบรรยายก็บอกมาซะละเอียดว่าใครระดับเท่าไหร่ เขาก็ลืมไตร่ตรองเลยว่าส่วนมากมันจะอยู่ในบทบรรยายไม่ได้พูดออกมากันอย่างโจ่งแจ้ง
“นั่นเพราะเ้าตัวเปิดเผยเองเพื่อแสดงถึงพลังอำนาจที่ตนไว้ และเพื่อที่จะได้ไม่มีใครกล้ามาต่อกรด้วย แต่ก็รู้แค่ระดับมิได้รู้ถึงพลังที่แท้จริงว่าขั้นไหน หรือมีพลังอะไร พวกนี้ปิดบังเก่งและลูกเล่นเยอะกันจะตาย พลังยุทธ์ล้นเหลือไม่แสดงพลังจริงๆ ให้ได้เห็นกันง่ายๆ หรอก คนระดับพลังสูงกว่าจะได้เปรียบเพราะใครที่พลังระดับต่ำกว่าตนเองคนพวกนั้นจะรู้ได้ทันที หรือถ้าระดับเทียบเท่าก็ต้องดูที่ขั้นว่าใครสูงกว่ากัน”
“อ่อ เป็เช่นนั้น”
เทียนไท่ก็อยู่ระดับห้า ขั้นต้น เพราะในนิยายบอกว่าเพิ่งขึ้นมาระดับห้า ขั้นกลาง เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว เนื้อเื่ในนิยายจะเกิดขึ้นอีกไม่ถึงสองปีข้างหน้านี้ แปลว่าตอนนี้จนกว่าจะถึงปีหน้าเทียนไท่อยู่ในระดับต้น ตามข้อมูลที่เขาให้เถียนถิงไป
“อย่าบอกว่าเ้าก็รู้ข้อมูลของสามคนที่กล่าวมา”
เถียนถิงเห็นหนิงเหอเงียบไปก็ถามออกมาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ คิดไปแล้วว่าหนิงเหอต้องรู้อะไรไม่มากก็น้อยของสามคนที่เอ่ยถามออกมาแน่ๆ
“กะ….ก็นิดหน่อยขอรับ”
หนิงเหอเกาแก้มตอบแบบไม่ปิดบัง ไหนๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว และเขาก็รู้ดีว่าเถียนถิงและเยว่เล่อไว้ใจได้
“หมดคำจะพูด ข้าจะไม่ถามหรอกว่าเ้ารู้ได้อย่างไร แต่เตือนเ้าจากใจอย่าได้ไปเปิดเผยที่ไหนให้ใครรู้มั่วซั่ว รับรองไม่ถึงครึ่งชั่วยามหนึ่งในนั้นมาหาเ้าถึงหน้าประตูห้องแน่นอน”
เถียนถิงเตือนด้วยความหวังดี คนระดับพวกนั้นสืบไม่นานก็คงหาเจอว่าใครปล่อยข้อมูลของพวกเขา
“อึก…ไม่พูดขอรับ ข้าจะเหยียบให้จมดินเลย”
ตัวหนิงเหอเองก็รู้ดีและไม่ได้คิดจะไปบอกใครมั่วอยู่แล้ว
“ถ้ารู้ขนาดนั้นแปลว่าคนในจวนนี้เ้าก็รู้ข้อมูลของทุกคนหมดสินะ”
“อันนี้ก็พอรู้เหมือนกันขอรับ”
“ข้าล่ะเกลียดคำว่าพอรู้ของเ้าเสียจริง”
เถียนถิงกล่าวอย่างนึกหมั่นไส้
“หนิงเหอรับนี่ไปสิ”
ระหว่างที่ทั้งสองสนทนากันอยู่นั้นเยว่เล่อที่เมื่อครู่หายไปไหนไม่รู้ก็กลับมาพร้อมกับยื่นถุงๆ หนึ่งให้หนิงเหอ หนิงเหอเองก็รับมาเปิดดูอย่างงงๆ
“เงิน? ค่าอะไรขอรับ”
เมื่อรู้ว่าเป็เงินหนิงเหอก็ถามด้วยความสงสัยสายตานับได้คร่าวๆ ประมาณสิบกว่าเหรียญเห็นจะได้
“เงินค่าข้อมูลของพี่หญิง พี่หญิงไม่ควรเอาเปรียบเ้า จ่ายแค่เหรียญเดียวมันจะโกงกันเกินไปแล้ว ในนั้นมีสิบสี่เหรียญทบกับเหรียญแรกที่เ้าได้ไปก็พอดีค่าข้อมูลเ้าเลย”
เยว่เล่อกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย เขาเสียไปยี่สิบห้าอย่างน้อยๆ พี่หญิงก็ต้องเสียบ้างสิถึงจะถูก!
พอได้ยินเยว่เล่อกล่าวจบหนิงเหอก็ปิดถุงและยัดใส่ในอกเสื้อทันทีเช่นเคย…เ้านายให้ของต้องรับ มันเป็มารยาท
“นี่เ้าไปค้นตู้ข้ามารึเ้าน้องชายนิสัยไม่ดี!”
เถียนถิงได้ยินดังนั้นก็โวยวายใส่เยว่เล่ออย่างไม่ค่อยจริงจังนัก
“ไม่รู้ล่ะ…อาเหอเป็สหายข้าแล้ว แม้เป็พี่หญิงก็ห้ามเอาเปรียบ”
“จะ…เ้าเด็กเนรคุณ!”
“ข้าไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น”
ทั้งสองถกเถียงกันเป็เด็กๆ เขาเห็นแบบนั้นก็ยิ้มขำด้วยความสุขใจ…แค่คิดว่านี่สินะความสัมพันธ์อันดีก่อนที่จะเริ่มเื่ในนิยายที่มีแต่ความวุ่นวายและความตายที่รออยู่ คนหนึ่งเสียลูก คนหนึ่งตัวตาย เขาจะต้องดูแลทั้งสองให้ดี และหากมีโอกาสอีกหนึ่งตัวละครที่เขาชื่นชอบอย่างเหว่ยหยางอินเขาก็อยากช่วยเหลือเช่นกัน เพียงแต่ตอนนี้ก็ทำเท่าที่ทำได้ไปก่อนเริ่มจากคนใกล้ตัวเช่นนี้นี่แหละ
“นี่ก็อีกคน…เ้าเด็กขี้งก น้องข้าส่งให้ก็รีบเก็บเข้าไปในเสื้อเชียว!”
พอเถียงกันเรียบร้อยเถียนถิงก็หันมามองเขาด้วยความหมั่นไส้ งกเสียจริงเ้าเด็กนี่
“บ่าวมิกล้าขัดใจเ้านายขอรับ”
แต่เยว่เล่อนี่สิ!…สมแล้วที่เป็ตัวละครลูกรักของเขา รู้ใจเขาเป็ที่สุด
“จริงสิ เมื่อครู่เ้าบอกใช่หรือไม่ว่าตีราคาของข้อมูลไม่เป็”
เถียนถิงไม่ได้สนใจเงินที่เยว่เล่อเอาให้หนิงเหอไป เพราะนางก็ตั้งใจจะให้หนิงเหอในภายหลังอยู่แล้ว ถุงนั่นนางก็ใส่จำนวนเงินพอดีกับค่าข้อมูลเอาไว้แล้วเก็บไว้ในตู้ เพียงแต่เยว่เล่อตัดหน้าทำเสียก่อน…นางก็แค่บ่นเล่นๆ ไปเช่นนั้นเอง
“ใช่ขอรับ เื่นี้บ่าวอยากได้…”
“ไม่ต้องแทนตัวว่าบ่าวหรอก ข้าเห็นเ้าหลุด ‘ข้า’ มาหลายคำแล้วจะแทนตัวอย่างไรก็พูดไปเถอะ”
“บ่าวไม่ชิน บางครั้งก็มีสติ แต่บางทีก็ลืมตัวขอรับ”
จริงๆ นะบางทีมันก็ลืมๆ งงๆ เหมือนกัน
“เอาที่เ้าสะดวก มาถึงขั้นนี้แล้วข้าไม่ถือ”
“ขอรับ ข้าอยากได้คำแนะนำว่าข้อมูลประมาณไหนควรจะราคาเท่าไหร่น่ะขอรับ”
เขาไม่ขัดและรู้สึกดีขึ้นไปอีกที่ทั้งสองเป็คนไม่ถือตัวและดูเหมือนจะเข้ากับเขาได้มากกว่าที่คิดไว้เสียอีก
“ถ้าให้ข้าพูดแบบครอบคลุมและเข้าใจง่ายล่ะก็ ถ้าเป็พวกข่าวของคนทั่วไปมันก็ไม่ค่อยมีราคา แต่ถ้าเป็ข่าวฉาวของตระกูลเล็กๆ ก็จะเพิ่มมานิดหน่อย ไม่เกินหนึ่งเหรียญทอง
ถ้าเป็พวกตระกูลระดับกลางอย่างเช่นตระกูลอี้หรือคุณหนูอี้นั่นน่ะจะอยู่ที่หนึ่งเหรียญทอง แต่ถ้ามันมีข้อมูลหรือพวกการวางแผนที่เ้าบอกข้าเข้ามาเกี่ยวนั่นจะมีมูลค่ามากขึ้นเป็สองเหรียญทอง แต่ที่ข้าประเมินให้ห้าเหรียญก่อนหน้านี้นั้นเป็เพราะแผนการของนางดันไปเกี่ยวข้องกับคุณชายลั่วซึ่งเป็คนตระกูลใหญ่มันเลยเป็ห้าเหรียญ แม้จะเป็คุณหนูคุณชายเหมือนกัน แต่ระดับและฐานะมันต่างกันเกินไป ถ้าทั้งสองครอบครัวนี้ไม่ใช่ว่าบิดามารดาเป็สหายกันข้ายังมองไม่ออกว่าจะมาเกี่ยวข้องกันได้อย่างไรเพราะส่วนมากตระกูลใหญ่มักจะแต่งกับตระกูลใหญ่เหมือนกันนานๆ ทีจะเห็นแต่งกับตระกูลขนาดกลาง พวกตระกูลใหญ่ๆ ก็เช่นตระกูลเฟิ่งของข้า ตระกูลลั่ว หรืออีกสามสี่ตระกูลที่มีอยู่ในเมืองหลวง ค่าข้อมูลจะอยู่ที่ สิบถึงยี่สิบเหรียญทองอยู่ที่ข้อมูลว่ามีความสำคัญมากน้อยเพียงใดและเกี่ยวกับอะไร เ้าพอเข้าใจแล้วสินะ”
“ขอรับ ตระกูลขนาดเล็กจะมีค่าไม่เกินหนึ่งเหรียญทอง
ตระกูลขนาดกลาง จะอยู่ที่ประมาณ หนึ่งถึงห้าเหรียญทอง ถ้าข้อมูลสำคัญ
ตระกูลขนาดใหญ่ จะอยู่ที่ สิบถึงยี่สิบเหรียญทองอยู่ที่ระดับความสำคัญ
แล้วข่าวในวังหลวงล่ะขอรับ”
พอเข้าใจแล้ว ระดับมูลค่าก็จะขึ้นอยู่กับเหตุการณ์และความสำคัญด้วยสินะว่าเกี่ยวกับเื่อะไร
“ประเมินยากเพราะน้อยคนมากที่จะเอาข้อมูลในวังหลวงออกมาพูดกันโต้งๆ ส่วนมากมักจะตายก่อนได้พูดเสียด้วยซ้ำ แต่ถ้ามันสำคัญมากๆ อย่างน้อยก็มีถึงร้อยเหรียญล่ะ”
พอเถียนถิงบอกแบบนั้นก็ทำเอาเขากลืนน้ำลายไปหลายอึกเลย…
“เอ่อ…แล้วที่ข้าบอกไปก่อนหน้านี้เล่าขอรับ ข้าจะไม่ตายวันตายพรุ่งใช่หรือไม่”
“ถ้าสายที่ให้ข้อมูลของเ้าไม่ถูกจับได้และโยงมาที่เ้า รวมถึงเ้าไม่พูด พวกข้าไม่พูดก็ไม่มีใครรู้ พวกข้ารู้ว่านี่มันข้อมูลสำคัญพวกข้าไม่ทำมันหลุดออกไปง่ายๆ หรอกวางใจได้ เพราะไม่ใช่แค่เ้าหรอกที่โดนพวกข้าเองก็โดนด้วยเช่นกัน”
“อ่า…ประมาณว่าลงเรือลำเดียวกันแล้วสินะขอรับ”
เขาว่าให้ตายก็จับสายของเขาไม่ได้หรอก…ก็สายของข้าเป็ผีที่ตายไปแล้วนี่! อีกทั้งตัวเขายังไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับวังหลวงเลยด้วย ขนาดเดินเฉียดยังไม่เคย จะเอาอะไรมาจับพยานหลักฐานก็ไม่มี อีกทั้งข้อมูลที่มีก็มาจากในหัวเขาทั้งนั้น
จริงสิ! เื่พี่สาวทั้งสองที่ตายพวกนางมีความเกี่ยวข้องกับวังหลวงนี่…หรือว่าที่พวกนางตายจะมีเงื่อนงำ เพราะพวกนางบอกว่ามีพี่สาวอยู่ในวังและรู้ข้อมูลของในวังมาเล่าให้พวกนางฟังและพวกนางก็ตาย…แต่พวกนางบอกว่าตายเพราะจมน้ำนี่
โอ๊ย เยอะเื่จริงๆ ค่อยคิดไปแล้วกัน! เด็กอายุสิบห้าจะคิดอะไรมากแม้ตัวเขาจริงๆ จะไม่ได้สิบห้าแล้วก็เถอะแต่ขอยึดปัจจุบันเป็หลักแล้วกัน
“แต่บางอย่างก็ประเมินคร่าวๆ ได้นะ อย่างข้อมูลที่เ้าให้ข้ามาน่ะ จริงๆ สามารถตีราคาเกินเจ็ดสิบเหรียญทองได้เลยนะ ที่เ้าบอกห้าสิบเหรียญน่ะนั่นก็ราคาถูกแล้วล่ะ แต่เพราะเราเป็สหายกันไง คนกันเองยี่สิบห้าเหรียญน่ะถูกต้องที่สุดแล้ว”
เยว่เล่อบอก…
“…”
หึ…หมดคำพูดกับสองพี่น้องคู่นี้ นี่ถ้าไม่ใช่ตัวละครลูกรักล่ะก็นะ...พ่อจะรีดให้หมดตัวเลย! สิบปีเอาคืนก็ยังไม่สาย
“ข้าพอจะตีราคาคร่าวๆ ได้แล้วต้องขอบคุณคุณหนูและคุณชายมากเลยขอรับ”
“ไม่เป็ไรๆ”
เถียนถิงบอก เพราะนางเองก็เต็มใจจะช่วยในเื่นี้อยู่แล้ว หากปล่อยหนิงเหอไปเช่นนี้ก็คงไม่วายโดนผู้อื่นหลอกเหมือนที่นางทำแน่ๆ
_________________
ถ้าไม่ติดว่าเป็คัวละครลูกรักนะ เสร็จน้องเหอแน่นอน5555+
มาต่อแล้วน้าาาาา ขอบคุนสำหรับทุกคอมเม้นกำลังใจค่ะ ตุฟๆ
รักคนอ่านน้าาาา